|0 คอมเมนต์
โค้ด: เลือกทั้งหมด
พี่หวีจ๋า...พระธรรมที่ระบุไว้ในพระไตรปิฏกน่ะ ก็เกิดมาจากความเห็นของคนๆนึง(ในที่นี้เชื่อกันต่อๆมาว่า คือของพระพุทธเจ้า)
หรือในความเป็นจริง น่าจะกล่าวได้ว่า เป็นความเห็นของไม่ใช่แค่คนนึง แต่เป็นของหลายๆคน ที่บันทึกเข้าไปอย่างสืบต่อๆกันมา(ย่อมมีเพิ่มนู่น ตัดนี่ ไรต่างๆ)
ซึ่งสาระที่ท่านบันทึกลงไปในนั้น ล้วนแต่เอาความเห็นเข้าไปจับหาสาระนั้นๆ
ความเห็นในที่นี้นั้น ก็คือ ท่านได้ลองกระทำดูก่อน จึงได้เกิดมีความเห็นขึ้นมาได้ ว่า....อ้อ ไอ้ใบไม้กำมือเดียวจากใบไม้ทั้งป่า อันนี้แหละท่านลงความเห็นว่า นี่น่ะสาระ
แล้วอาจารย์ท่านนี้ ผู้คิดค้นพระสูตรนี้ขึ้นมา เดิมทีท่านก็ย่อมมีอาจารย์อีกทีนึง และย่อมมีตำรามากมายที่ต้องศึกษา
แล้วต่อมา ท่านก็มาเจอสูตรของท่าน ท่านก็เลยเอาสูตรมาฝากคนอื่นๆ
แล้วท่านก็ยังมีแนะด้วยนะ ว่า นี่นา เรามีสูตรพ้นทุกข์อย่างดีเลยอ่ะ มาฝาก ลองฟังดู แล้วอย่าเชื่อเรานะ ท่านยังกำชับไว้เช่นนั้น ท่านให้ลองเองนะ ต้องลองดูว่าทำแล้วเห็นเป็นไง
นี่เอง ที่ดิฉันชื่นชอบพระพุทธเจ้า ท่านทันสมัย นี่ท่านเกิดในยุค สองพันกว่าปีก่อน แต่ท่านทันสมัยได้ถึงขนาดนี้นะ
โดยส่วนตัวผมเองนั้น ผมไม่เคยคิดเลยว่าพระพุทธเจ้าไม่มีตัวตน ผมดูหนังจากพี่พอใจ เรือง ตามรอยพุทธศาสนา ก็ประจักว่า มีหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย ที่ปักใจเชื่อได้ว่า เมืองเหล่านั้นมีจริงๆ
พระไตรปิฎก ที่มีการถ่ายทอดไปตามประเทศต่างๆทั่วโลก ก็ทำให้ปักใจเชื่อได้ว่า สมัยพุทธกาลมีจริง
โดยส่วนตัวผมไม่เคยขัดแย้ง ในพระไตรปิฎก ต่อให้ผมอ่านไม่เข้าใจ ผมก็ไปถามพระ ต่อให้พระตอบไม่ตรงกัน ผมก็ไม่ติดใจเอาความ
เนื่องจาก
ผมก็แค่อยากปฎิบัติ ให้ทุกน้อยลง เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมก็ศึกษาบ้าง ตามที่ผมเป็นชาวพุทธ
..............................................................
พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าใครเข้าป่าหาแก่นไม้ แต่ไปเจอกิ่งใบเจอสะเก็ด เจอเปลือก เจอกระพี้ ก็อาจสำคัญว่าเป็นแก่น เพราะไม่ทำความรู้จักแก่นให้ดีเสียก่อน เลยได้สิ่งที่ไม่ใช่แก่นติดมือกลับบ้าน ลาภและสรรเสริญเปรียบเสมือนกิ่งใบ ศิลเปรียบเสมือนสะเก็ด สมาธิเปรียบเสมือนเปลือก ญานหยั่งรู้ต่างๆเปรียบเหมือนกระพี้ แต่แก่นสารที่แท้จริงคือความหลุดพ้นแห่งใจ ชนิดไม่กลับกำเริบอีก สรุปคือ ถ้าเรายังไม่รู้จักภาวะของใจที่หลุดพ้นเด็ดขาด ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเรารู้สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรรู้
ดังตฤน หน้า 38
ผมอ่านข้อความนี้ ผมก็ซึ้ง ว่าอืม จริงนะ
สรุปคือ ถ้าเรายังไม่รู้จักภาวะของใจที่หลุดพ้นเด็ดขาด ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเรารู้สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรรู้
แต่ผมก็ไม่ไปสืบหรอกว่า แหม ทำไมพระพุทธเจ้าพูดว่า สรุป ด้วย นี่ภาษาคนสมัยใหม่นี่ นี่แต่งเติมนี่
ผมชอบ หลักท่านพุทธทาสนะ เลือกเอาแต่ส่วนดีเถิด