ที่ซื้อจุดเกือบต่ำสุดได้เนื่องจากหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำมักจะขึ้นช้า ดังนั้นวันที่หุ้นส่วนใหญ่ขึ้นไปแล้วถึง 2 วัน หุ้นที่ผมดูอยู่กลับลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ขายเพื่อไปซื้อหุ้นที่ The most Active หุ้นที่ผมใช้เงิน ประมาณ 60% ของพอร์ทซื้อจึงยังไม่ขึ้นครับ
หนังสือ The New Buffettology มีส่วนช่วยผมได้มากครับ อ่านดีๆจะพบว่า Buffet จะเตรียมเงินสดรอภาวะหุ้นตกอย่างไร้เหตุผลอยู่เสมอ
ยิ่งถ้านำวิธีแบบ VI ไปใช้ในช่วงขาลงทางเศรษฐกิจ ยิ่งบาดเจ็บหนัก (หมายถึงถ้าดันซื้อหุ้นไปแล้ว...ซึ่งส่วยใหญ่ก็มักมีหุ้นในมือตอนอาการทรุดของขาลงยังไม่ชัดเจน)
ยิ่งถ้านำวิธีแบบ VI ไปใช้ในช่วงขาลงทางเศรษฐกิจ ยิ่งบาดเจ็บหนัก (หมายถึงถ้าดันซื้อหุ้นไปแล้ว...ซึ่งส่วยใหญ่ก็มักมีหุ้นในมือตอนอาการทรุดของขาลงยังไม่ชัดเจน)
VI ไม่ได้ดีที่สุดครับ
เพียงแต่เป็น"วิธีการลงทุน"แบบหนึ่งเท่านั้นเอง
ที่สามารถทำให้เราทนกับความผันผวนของตลาดหุ้นได้
และไม่ได้เป็นวิธีที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด
ถ้าหุ้นเป็น"ขาลง"ก็เป็นโอกาสของ VI ครับที่จะซื้อหุ้นดีได้ในราคาถูก
แต่ต้องมั่นใจหุ้นนั้น"ดี"จริงๆ ไม่ใช่ของปลอม
อันนี้ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ส่วนตัวครับ
หลักการลงทนแบบ VI นั้นสามารถนำไปใช้กับการลงทนใดๆก็ได้ครับ
แต่หลักการของ TA นั้นจะใช้ได้สำหรับสินค้าที่มีการซื้อขายจำนวนมากและเปลี่ยนมือบ่อย การซื้อขายที่ดินคงไม่มีใครใช้ TA มั๊งครับ ถึงจะอยากนำไปใช้ ก็คงไม่มีข้อมลในการวิเคราะห์ หรือถ้าเราต้องการ Take Over บริษัทซักแห่งหนึ่ง มีใครไหมครับที่ซื้อโดยใช้หลัก TA ยิ่งถ้าเป็นบริษัทที่ไม่จดทะเบียนยิ่งเลิกพดเลยครับ