หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Ma
Verified User
โพสต์: 46
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 31

โพสต์

ตอนนี้มูลค่าพอร์ตกลับไปยืนเท่า ๆ ณ สิ้นปี 46 ค่ะ
หลังจากขยับขึ้นมาสูงพอควรในเดือน ม.ค. และ ก.พ.
กำไรหายไปกว่า 10% ค่ะ :wink:
aot-effect
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 32

โพสต์

ผมเพิ่งเข้ามาตอนต้นปลายเดือนมกราคม รวมแล้วสุทธิขาดทุน 2% พอร์ตเขียวปี๋เลยคับ
Ongsa
Verified User
โพสต์: 135
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 33

โพสต์

หากที่พูดกันหมายถึงมูลค่าของพอร์ตลดลงไปเท่าไหร่เมื่อเทียบกับต้นปี
ของผมลดไปเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ครับ
:cry:
Dookdig&Daddy
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 34

โพสต์

ผมขาดทุน10%และกำลังเบื่อตัวเองคับ
2วันที่ผ่านมาเกือบคืนทุนทั้งหมดพร้อมกำไรด้วยscb-w
แต่เพราะไม่เชื่อการวิเคราะห์ของตัวเองเลยไม่ได้สวนซื้อไป
อด แดรกกก :cry:
Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 14783
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 35

โพสต์

ท่าน D&D

สำหรับผมแล้ว เชื่อตัวเอง ก็มีถูกมีผิด ไม่เชื่อตัวเองก็มีถูกมีผิด

อิอิ
+++ unlog
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 36

โพสต์

me too อิอิ...
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 37

โพสต์

ผมเท่าเดิมครับ
กำไรเพิ่ม SAUCE ,TWFP ,MATI ,APRINT ,UST :(
ขาดทุนเพิ่ม BEC ,SCB ,TUF ,OGC ,VAYU1
นอกนั้นไม่เปลี่ยนเท่าไร อีกเกือบ 20 ตัว
Dr.T
Verified User
โพสต์: 1608
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 38

โพสต์

โห ยังถือ TWFP อยู่เหรอครับ :shock: ซื้อก่อนประกาศปันผลหรือเปล่า

แล้วถืออีกร่วม ๆ 20 ตัว :shock: :shock: ผมถือ 8 ตัวก็ขี้เกียจจะตามข่าวแล้ว :?
มนุษย์เห่อลูก :lol:
http://tyakon.multiply.com
ภาพประจำตัวสมาชิก
Minesweeper
Verified User
โพสต์: 472
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 39

โพสต์

ใน MS Money มันฟ้องว่า ขาดทุน (YTD Return) -1.6% น่ะครับ

ถ้ารวมปันผลเข้าไป น่าจะเหลือซัก -0.6% ได้

โดยส่วนตัวคิดว่าพอใจแล้วครับ

8)


ปล. ใครที่กำไรเอามาอวดกันหน่อยครับ อยากตามไปดูว่าถือหุ้นอะไรอยู่ อิอิ ...
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 40

โพสต์

TWFP ซื้อตอน 36 บาท ใช้คลายเครียดเรโช ขายบางส่วนชักทุนคืนตอน 90บาท
ส่วนอีก 20ตัวเหนื่อยติดตามครับ กำลังศึกษาแนวทางพี่ฉัตรชัยอยู่แต่คงไม่กล้าพอถือตัวเดียว แต่ส่วนตัวคิดว่าวิธีพี่เค้าถูกนะครับ 8)
ภาพประจำตัวสมาชิก
Amorna
Verified User
โพสต์: 454
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 41

โพสต์

เข้าตลาดเดือนธันวาค่ะ
ตอนนี้ขาดทุนประมาณ 8 % มี SINGER ตัวเดียวเองที่เขียวเกือบตลอด ตอนนี้บวกกว่าสิบเปอร์เซนต์แล้วค่ะ
ส่วนตัวที่เก็งกำไร ติดลบไม่รู้เท่าไหร่ โชคดีที่น้ำหนักการลงทุนน้อย...แต่ก็ทำให้เข็ดไปเลยค่ะ
Price is what you pay, value is what you get.
ภาพประจำตัวสมาชิก
wpong
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1336
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 42

โพสต์

ผมไม่เก่งแต่หากเปรียเทียบกับวันที่ 2 ม.ค. 47 น่าจะกำไรเล็กน้อยครับ ด้วยความบังอิญที่ว่า กลางเดือน ม.ค. ซึ่งผมถือ KTB ประมาณ 80 % ของพอร์ทราคาขึ้นไปมากกว่า 13 บาท ผมจึงขายเพื่อไปซื้อ SPALI-W2 ที่ราคาประมาณ 3.16 บาทครับ แต่ด้วยความงกจึงซื้อspali-w2 ไปแค่นิดเดียวครับ
ตอนหวัดนกผมขายหุ้นไป 70 % ที่ประมาณ 760 จุด และเข้าซื้ออีกทีที่จุดเกือบต่ำสุดครับ

ที่ซื้อจุดเกือบต่ำสุดได้เนื่องจากหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำมักจะขึ้นช้า ดังนั้นวันที่หุ้นส่วนใหญ่ขึ้นไปแล้วถึง 2 วัน หุ้นที่ผมดูอยู่กลับลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ขายเพื่อไปซื้อหุ้นที่ The most Active หุ้นที่ผมใช้เงิน ประมาณ 60% ของพอร์ทซื้อจึงยังไม่ขึ้นครับ

หนังสือ The New Buffettology มีส่วนช่วยผมได้มากครับ อ่านดีๆจะพบว่า Buffet จะเตรียมเงินสดรอภาวะหุ้นตกอย่างไร้เหตุผลอยู่เสมอ
:oops:
pae2020
Verified User
โพสต์: 226
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 43

โพสต์

ในที่สุดก็ขาดทุนไปแล้วครับ หนักสุดก็ CEI

ตอนนี้หยุดอยู่เฉยๆครับ ไม่ซื้อและไม่ขาย เก็บเงินเพิ่มและถือเงินรอไปก่อนครับ
nostradamus
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 44

โพสต์

ไม่ได้มาป่วนนะ

มาถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ

คือเราต้องศึกษาหุ้นตัวที่จะซื้อก่อนซื้อใช่ไหม และสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เราต้องรู้ให้ได้ก่อนซื้อก็คือ 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ใช่ไหม

จึงค่อยไปซื้อหุ้น ถ้าราคาในตลาดยังเกิน 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ก็รอ ๆๆๆ

ถ้าต่ำกว่า 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ก็ซื้อที่ discount rate หนึ่งใช่ไหม

-----------

แล้วทำไมถึงติดหุ้น(ที่นี่เรียกขาดทุน-ยังไม่กำไร)

เป็นเพราะ

1 คำนวน 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ผิดพลาด หรือ

2 ลืมขายตอนหุ้นขึ้นเกิน 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' หรือ

3 อะไร ...ช่วยอธิบายด้วย


ขอบคุณ
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 45

โพสต์

ผมจะอธิบายด้วยความจริงใจครับ

ปัจจัยที่ทำให้คนลงทนแนว VI ติดห้นหรือซื้อแล้วราคาลดต่ำกว่าที่เราซื้อมีหลายสาเหต

1. อาจจะเป็นเพราะนักลงทน VI ท่านนั้นวิเคราะห์ผิดพลาด ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทกคน

2. ถ้าไม่วิเคราะห์ผิดพลาด เหตการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นได้เป็นปรกติครับ เนื่องจากราคาห้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์คงจะไม่ขึ้นไปที่ราคาตามปัจจัยพื้นฐานทันทีหรือตลอดเวลาหรอกครับ แต่นักลงทนแนว VI มีความเชื่อว่าสักวันหนึ่งราคาห้นต้องขึ้นไปสอดรับกับปัจจัยพื้นฐานนั้นไม่ช้าก็เร็ว แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเมื่อไร Buffett เองก็เคยซื้อห้นแล้วราคาลดต่ำลงกว่าที่ซื้อเป็นเวลาปีถึงสองปีเลยครับ แต่สดท้ายก็กำไรมากที่เดียว

นักลงทนแนว VI ที่ศึกษาบริษัทมาดี และเข้าใจหลักการลงทนที่ถกต้อง จะไม่มีความกังวลต่อราคาที่ผันผวนเพราะ Mr.Market ในระยะเวลาสั้นๆหรอกครับ
nostradamus
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 46

โพสต์

ถ้าอย่างงี้เราคงต้องหาทางปิดรูรั่วให้ได้ก่อนฝนตกหนักซิ

กรณี ..

อาจจะเป็นเพราะนักลงทน VI ท่านนั้นวิเคราะห์ผิดพลาด ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทกคน

............... แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราวิเคราะห์ผิดพลาด

กรณี

ถ้าไม่วิเคราะห์ผิดพลาด เหตการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นได้เป็นปรกติครับ เนื่องจากราคาห้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์คงจะไม่ขึ้นไปที่ราคาตามปัจจัยพื้นฐานทันทีหรือตลอดเวลาหรอกครับ แต่นักลงทนแนว VI มีความเชื่อว่าสักวันหนึ่งราคาห้นต้องขึ้นไปสอดรับกับปัจจัยพื้นฐานนั้นไม่ช้าก็เร็ว แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเมื่อไร Buffett เองก็เคยซื้อห้นแล้วราคาลดต่ำลงกว่าที่ซื้อเป็นเวลาปีถึงสองปีเลยครับ แต่สดท้ายก็กำไรมากที่เดียว

นักลงทนแนว VI ที่ศึกษาบริษัทมาดี และเข้าใจหลักการลงทนที่ถกต้อง จะไม่มีความกังวลต่อราคาที่ผันผวนเพราะ Mr.Market ในระยะเวลาสั้นๆหรอกครับ


...............แล้วเราแน่ใจได้อย่างไรว่าวิเคราะห์ถูกแน่แล้วแต่เป็นเพราะความผันผวนเป็นเหตุถึงตัดสินใจ อมหุ้น หมายถึงจะเอาอะไรเป็นเกณท์ช่วยบอกเรา(ตัวช่วย)

...............กรณีตลาดผันผวนลงนานเป็นปีๆ(อย่างกรณี buffet) เรายังจะแน่ใจว่าเราวิเคราะห์มูลค่าที่แท้จริงถูกได้อย่างไร หมายถึงจะเอาอะไรเป็นเกณท์ช่วยบอกเรา(ตัวช่วย)

.............. สมมติมีตัวช่วยบอกเราได้ เช่นรู้ว่าวิเคราะห์ผิด...ขอถามความเห็นว่าตอนรู้สึกตัวว่าผิดจริงๆนั้น เรายังจะอมหุ้นต่อไปหรือตัดขาดทุนทันที หรือต้องทำอย่างไร

ขอบคุณ
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 47

โพสต์

วิเคราะห์ผิดก็คือบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าที่เราคาดหมายไว้ หรือมีนโยบายของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ขยายธรกิจที่ไม่มีความชำนาญ

กรณีที่วิเคราะห์ไม่ผิด ก็คือผลการดำเนินงานและนโยบายต่างๆของบริษัทเป็นไปตามที่เราคาดหมายไว้ เราก็คงถือห้นไปเรื่อยๆครับ

ถ้าเราร้ตัวว่าวิเคราะห์ผิดพลาด เราก็คำนวณราคาใหม่ หลังจากนั้นก็เปรียบเทียบกับราคาตลาด ดถึงผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ เปรียบเทียบกับทางเลือกอย่ ถ้าบริษัทอื่นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ก็ขายและเปลี่ยนบริษัทลงทนครับ

ง่ายๆ ไม่ยากหรอกครับ การคำนวณต่างๆก็ไม่ยากครับ เราสามารถที่จะเลือกลงทนเพราะบริษัทที่เราเข้าใจได้ ที่ยากคือเข้าใจและทำจิตใจในแง่ลงทนครับ จะมีซักกี่คนที่ซื้อห้นแล้ว ถือไปราคาไม่ขึ้น ในขณะที่ดัชนีขึ้นเป็นร้อยจด
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 48

โพสต์

ขอตอบคุณ Nostradamus นะครับ ความจริงผมยังไม่ใช่ VI แต่ก็
ศึกษามาพักนึงแล้ว

1. ถ้าวิเคราะห์ผิดพลาด แล้วมาพบในภายหลัง VI ตัดขาดทุนทันทีครับ
ขายล้างพอร์ต เป็น VI พันธ์แท้ ถ้าบริษัทน่าซื้อ ต้องพร้อมซื้อทั้งบริษัท
แต่ถ้าไม่น่าซื้อ หุ้นเดียวก็ไม่น่าเก็บไว้

2. VI ที่เก่งคือ VI ที่ประเมินมูลค่ากิจการได้แม่นยำ และสามารถ "เดา"
อัตราการเติบโตของบริษัทได้ดี ซึ่งอันนี้เป็นศิลป์ครับ งบการเงินใครก็
อ่านได้ FCF กับ DCF ยากหน่อย ต้องยอดฝีมือจริงๆ ส่วน Growth นี่
ก็เดากันทั้งนั้นแหละครับ ใครที่เดาเก่งเดาแม่น ก็จะได้รับผลตอบแทน
มาก

สิ่งสำคัญที่ทำให้คาดเดา growth ได้คือ "ความคิด" ครับ เหมือนอย่าง
ที่บัฟเฟ็ตต์บอกไว้ว่า เขา "โชคดี" ที่มีไอเดียเด็ดๆปีละครั้ง (ก็พอ) และ
สามารถดำเนินการตามที่คิดได้

3. ส่วนเรื่องราคาที่ซื้อเมื่อราคาในตลาด "ต่ำกว่ามูลค่ากิจการ" นั้น อาจ
จะไม่ได้ต่ำที่สุดก็ได้ VI ไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นทีราคาถูกที่สุด ขอให้เมื่อคำ
นวณผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับแล้ว เป็นอัตราที่ตนเองพอใจ ก็ซื้อได้
แล้วครับ VI ที่แท้จริงจะไม่เทียบผลตอบแทนการลงทุนตัวเองกับคนอื่น
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

4. ประเด็นที่สี่นี่คนเข้าใจผิดเยอะครับ VI ไม่ใช่ Fundamental Analyst
นะครับ ข้อมูล fundamental เป็นส่วนประกอบเล็กๆเท่านั้นเอง ที่สำคัญคือ
การอ่านภาวะตลาด ผลกระทบของสภาวะเศรษฐกิจโลก และศักยภาพ
ของบริษัทหนึ่งๆในการทำกำไร เผชิญวิกฤต และศักยภาพในการสร้าง
ผลตอบแทนให้ได้มากกว่าการลงทุนอื่นๆ

เช่น ถ้าเกิดหยวนแข็งตัวขึ้น 50% ในสามเดือน ผลกระทบอะไรจะตาม
มา บริษัทไหนได้ประโยชน์มากสุด และบริษัทนั้นมีผู้บริหารที่จะฉวยโอกาส
ได้เต็มที่หรือไม่ ถ้าเราอ่านขาดว่า ยังไงเสียหยวนก็จะต้องแข็งขึ้นใน 2-3
ปีข้างหน้า ไม่มีทางเลือกอื่น และถ้าเรามีไอเดียว่าทำไงถึงจะได้ผลตอบแทน
มากสุดเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น และกล้า (กับมีเงินพอ) ที่จะลงมือทำ ก็
จะได้ผลตอบแทนคุ้มค่าเมื่อมันเกิดขึ้นจริง

5. เรื่องซื้อไปแล้วราคาตก ก็เปรียบเหมือนการซื้อที่ดินแหละครับ สมมุติ
เราเกิดได้ไอเดียขึ้นมาว่า ที่ในจังหวัด X น่าจะขึ้นไป 10 เท่าใน 2 ปี
ข้างหน้า ก็เริ่มเข้าไปกว้านซื้อที่ไว้ก่อน ปรากฎว่าซื้อไปแล้วราคาตกเพราะ
เกิดน้ำท่วมที่ มีเจ้าของที่แปลงข้างๆขายออกไปในราคาครึ่งหนึ่งของที่เรา
ซื้อมา แต่เราทราบว่าราคาจะตกเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น ภายในสามปีจะขึ้น
ไปยี่สิบเท่า เราคงไม่ panic ขายที่ของเราตามคนอื่นครับ เพราะขายไปแล้ว
อาจจะซื้อคืนไม่ได้อีกเลยก็เป็นได้ แถมถ้ามีเงินอาจจะกว้านซื้อที่เพิ่มด้วย
จริงไหมครับ

ผมอธิบายได้แค่นี้นะครับ จริงๆผิดเป้าหมายของกระทู้ไปหน่อย แต่ไหนๆ
ก็ไหนๆ

ถ้าคุณนอสต้องการทราบรายละเอียดจริงๆ อ่านกระทู้ "รายชื่อหุ้นผ่าน
ตะแกรงร่อน" สิครับ ไม่ต้องดูหุ้นเป็นตัวๆนะครับ อ่านคอนเซปท์ใน
การเลือกหุ้น ซื้อหุ้น และ (ที่สำคัญ) ขายหุ้น

ปล. ผมไม่ใช่นักลงทุนแนว VI ฉะนั้นความเข้าใจอาจจะผิดบ้าง ทักท้วงได้
เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงจาย :)
nostradamus
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 49

โพสต์

ขอบใจมากที่ทุกท่านช่วยตอบ

เข้าใจที่ตอบ ... แต่ยังไม่ convinced นัก

เพราะหลัก VI ก็คือหลักของการใช้เหตูผล(หลากหลายมุมเช่น ทุกปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์/บัญชี/ลักษณะของธุรกิจแบบนั้นและตัวกิจการเอง) + เดาทิศทางในอนาคต (ทุกปัจจัย)

คือหลายๆหัวข้อหลัก รอง ย่อย ย่อยๆ ในขั้นตอนการหามูลค่าที่แท้จริงยังมีความ sujectives ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอัตราความเสี่ยงมากขึ้น

การจำกัดความเสี่ยงทำได้น้อยและช้ามาก จะทำอะไรกับการบริหารความเสี่ยงในอนาคตได้ก็ต้องรออีก3เดือนจนผลประกอบการออกมาแล้ว ยิ่งถ้าผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาดที่ระดับ 10-25% แล้วพอไปแกะงบดูเจออะไรที่มัน sujective ใหม่อีก จะทำอย่างไร ...

กว่าจะรู้ว่ารูรั่วมีไหม มากไหม ก็ต้องใช้เวลามากจริงๆ กว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะปรับกลยุทธไหม อย่างไร อาจพาไปสู่การขาดทุนมากมายได้... ยิ่งเมืองไทยด้วยแล้วหาบริษัทดีๆยากกว่าหาเมียดีๆจริงๆ ที่จะบอกความจริงกับเราครบถ้วนจนเราพอรู้มูลค่าที่แท้จริง

ปล

ไม่ได้สรุปว่า VIไม่ดี เพียงแต่สรุปได้ว่าเป็นวิธีหนึ่งในการลงทุนเท่านั้น แต่ไม่เห็นด้วยถ้าจะสรุปว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่านั้น หรือดีกว่าวิธีอื่นๆ

ยิ่งถ้านำวิธีแบบ VI ไปใช้ในช่วงขาลงทางเศรษฐกิจ ยิ่งบาดเจ็บหนัก (หมายถึงถ้าดันซื้อหุ้นไปแล้ว...ซึ่งส่วยใหญ่ก็มักมีหุ้นในมือตอนอาการทรุดของขาลงยังไม่ชัดเจน)


ขอบคุณ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Amorna
Verified User
โพสต์: 454
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 50

โพสต์

เมื่อแรกที่เห็นกระทู้ ตกใจเล็กๆ เหมือนคุณ nostradamus ค่ะ แต่พอคิดอีกที
คุณ JENG น่าจะพูดถึงขาดทุนทางบัญชี ( Unrealized Loss ) มากกว่านะคะ

VI คงไม่ขายหุ้น เมื่อเห็นเฉพาะราคาที่ลดลงแน่ๆ เค้าต้องทำการบ้านให้ดีหน่อยเท่านั้นเอง
Price is what you pay, value is what you get.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 51

โพสต์

สวัสดีครับคุณ NOS

VIก็มีหลายสไตร์ครับ บางคนชอบPEต่ำๆ บางคนไม่สนใจPEแต่ให้ความสนใจกิจการ บางคนชอบบริษัทที่กำลังมีปัญหา ฯลฯ

Ben Graham ลงทุนแบบราคาถูกซึ่งมีหลักในการเลือก 10ข้อ

Buffett เคยลงทุนแบบPEต่ำๆไม่ค่อยสนใจว่าเป็นหุ้นอะไร(แบบก้นบุหรี่) หลังๆเปลี่ยนเป็นสนใจความคงทนของสินค้า บริการ รวมถึงตัวบริษัทครับ

Peter Lynch จะเลือกบริษัทที่ดี ราคาถูกโดยดูจากPE เป็นหุ้นCylicalก็มาก และถือไม่เกิน5 ปี

Bill Miller ลงทุนในหุ้นที่VIมองว่าไม่ใช่หุ้นแบบVIเขาลงทุนกัน แต่เขาศึกษาบริษัทจนแน่ใจว่าได้หุ้นต่ำกว่ามูลค่า

สำหรับผม แบ่งpostเป็นสองส่วนคือ

1)ถือยาว กะให้ลูกถือต่อเลย อันนี้สนใจกิจการ สนใจสินค้า สนใจทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัทนี้ ประชุมผู้ถือหุ้นทุกปี ซักถามผู้บริหารตลอด E-mail โทรถาม ทำทุกอย่าง จนแน่ใจว่ามันมีความคงทนแน่ๆจึงลงทุนยาวมาก และทำ Discount Cash Flow

2) ลงทุนแบบก้นบุหรี่ เน้นการมองกิจการ(ก็เดานั่นแหละครับ)ไปอีก หนึ่งปีข้างหน้า เมื่อสามปีที่แล้ว ราคาหุ้นถูกมากผมใช้ Reproduction Cost of assets คำนวณมูลค่า เช่น ATC พอมาปีหลังๆผมลงทุนในASSETผมใช้ Earning Power Value อีกหลายบริษัทที่ผมลงทุนเช่น NPCก็ใช้วิธีการเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ

หลักๆแล้วผมจะเน้นไปที่บริษัท ผู้บริหาร หากเป็นบริษัทที่เราคิดจะถือยาวมากๆต้องมองอย่างกับเรามีส่วนเป็นเจ้าของ สอบถามผู้บริหารแล้วเขาไม่เอาใจใส่ผมไม่เอาด้วย

มองว่าหากเราซื้อหุ้นทั้งบริษัทมาบริหารเองมีอนาคต และทำกำไรในระยะยาวจนถึงลูกถึงหลานได้ไหม และราคาที่เราซื้อนั้นเป็นราคาที่สมเหตุสมผลไหม นี่คือเหตุผลว่าทำไมVIจึงพยายามหาหุ้นถูกๆ(ในสายตาเขา)ลงทุน

หากเป็นจำพวกก้นบุหรี่ ผมมองแค่ความคุมค่าในการลงทุนในระยะ 1ปีขึ้นไปหากหุ้นขึ้นมาถึงจุดที่เราคำนวณได้ก็ขายออก แต่มีข้อแม้ว่ามูลค่ามันDynamicเราต้องประเมินอนาคตตลอดเวลา ซึ่งตอนผมขายASSETออกไปผมขายไปตอน 60บาท รับปันผลไปแล้วรยะหนึ่ง เพื่อนที่ดูเทคนิคบอกว่ายังไม่น่าขาย แต่ผมขายเพราะเชื่อว่ามันเกินมูลค่าแล้ว โดยลืมประเมินสถานการณ์

แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือว่าผมจะต้องศึกษาบริษัทนั้นอย่างละเอียดเพื่อลงทุนทั้งสองแบบของผมเพื่อลดความผิดผลาดครับ

ลองๆจูนดูนะครับ เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันครับ
เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
nostradamus
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 52

โพสต์

ไม่ได้กวนนะ

อยากตั้งโจทย์ให้ลองแสดงมุมมองเผื่อเป็นประโยชน์กับรายย่อย

สมมติย้อนอดีตกลับไปตอนดัชนีตกจาก1200 ลงมาต่ำกว่าพัน

ชาวVIพันธุ์แท้(เน้น) จะหาเจอไหมว่า TWFP / SPL เป้นต้น ควรซื้อ

เพราะ .......................
...............................
................................

(ให้เหตุผลตามหลักการวิเคราะห์แบบ VI)


หรือว่าถ้าย้อนไปตอนนั้นก็ลือก2ตัวนี้(เป็นต้น)ไม่เจอ (ไม่ได้หมายความว่าให้เหตุผลแบบVIไม่ได้)

วานผู้รู้แลกเปลี่ยนมุมมอง
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 53

โพสต์

ผมเข้าใจว่าคณ NOS น่าจะหมายถึงตอนดัชนีตกจาก 1700 จด ใช่ไหมครับ จดที่สงสดใน SET นะครับ

ถ้าใช่ บังเอิญตอนนั้นยังไม่ได้เป็น VI ครับ เลยไม่สามารถตอบได้

แต่ขอแย้งคณ NOS นิดหนึ่งเรื่องที่คณบอกว่าระยะเวลา 3 เดือนเป็นระยะเวลาที่นานนั้น ผมว่าคงเป็นความร้สึกของ TA มั๊งครับ แต่สำหรับชาว VI นั้นไม่ยาวเลย
TD_line
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 54

โพสต์

กระทู้นี้น่าจะดีนะ

อยากให้ปักหมุด

เพราะน้องใหม่ๆ(รวมเราด้วย)จะได้อ่านและรู้ถึงทั้ง2แนวทาง

เหมือนได้อ่านสารบัญ ในหนังสือ ก่อน

จะได้รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน หรือ ชอบทั้งคู่ แต่ใช้กับการลงทุนในช่วงจังหวะเวลา

อยากให้คุณวิบูลย์มาร่วมแจมด้วยจัง

โดยส่วนตัวแล้ว เราว่า

แนวการลงทุนทั้ง2(หรืออีกหลายๆแนวทาง)นั้น สิ่งที่สำคัญมากอีกเรื่องคือ

แนวโน้มของตลาด(trend is your friend)
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 55

โพสต์

nostradamus เขียน:ไม่ได้มาป่วนนะ

มาถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ

คือเราต้องศึกษาหุ้นตัวที่จะซื้อก่อนซื้อใช่ไหม และสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เราต้องรู้ให้ได้ก่อนซื้อก็คือ 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ใช่ไหม

จึงค่อยไปซื้อหุ้น ถ้าราคาในตลาดยังเกิน 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ก็รอ ๆๆๆ

ถ้าต่ำกว่า 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ก็ซื้อที่ discount rate หนึ่งใช่ไหม
มาเป็นตัวช่วยครับ

พอดีเห็นคุณ NOS อยู่ในพันทิพย์ และเป็นเซียน TA อยู่
เห็นมาสนใจ VI ที่นี่
จะขอช่วยตอบเท่าที่ตอบได้นะครับ

ก่อนซื้อหุ้นต้องศึกษาบริษัทให้เข้าใจเลยครับ
นอกเหนือจาก งบดุลและงบกำไรขาดทุนแล้ว
ยังต้องรู้ด้วยว่า คู่แข่งในอุตสาหกรรมคือใคร
บริษัทเรามีความได้เปรียบคู่แข่งอย่างไรบ้าง
อนาคตของธุรกิจและอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร

ถ้าทุกอย่างลงตัวและอุตสาหกรรมและบริษัทน่าสนใจ
จึงหา"มูลค่าที่แท้จริง"ครับ
แต่มูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่มูลค่าที่แท้จริงหรอกครับ
เราคิดมันขึ้นมาเอง โดยมีสมมุติฐานต่างๆ
เช่น ยอดขายจะเป็นเท่าไหร่ในอีกสามสี่ปีห้าปีสิบปีข้างหน้า
กำไรจะมากขึ้นหรือดลงเท่าไหร่
กระแสเงินสดในอนาคตเป็นอย่างไร

แล้วก็คำนวณออกมาเป็น Benchmark มากกว่าจะเป็นตัวเลขที่เปลี่ยนไม่ได้

ตามหลักการแล้ว ควรจะซื้อหุ้นที่"ราคา"ต่ำกว่า"มูลค่าของเรา" สัก 50-60%
เรียกว่า Margin of Safety ครับ

โดยหลักแล้ว VI จะดู "ราคา" เป็นสิ่งสุดท้ายครับ
แต่จะมอง "ธุรกิจ" เป็นหลัก
nostradamus เขียน:แล้วทำไมถึงติดหุ้น(ที่นี่เรียกขาดทุน-ยังไม่กำไร)

เป็นเพราะ

1 คำนวน 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' ผิดพลาด หรือ

2 ลืมขายตอนหุ้นขึ้นเกิน 'มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น' หรือ

3 อะไร ...ช่วยอธิบายด้วย


ขอบคุณ
เนื่องจากเรามอง"ธุรกิจ"เป็นหลัก
ดังนั้น บางครั้ง "ราคาบนกระดาน"จะไม่สะท้อนผลดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัท
เช่น ธุรกิจกำลังดำเนินไปด้วยดี และ มูลค่ากิจการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ "ราคา"หุ้นลดลง เพราะ อาจเกิดวินาศกรรม สงคราม หรือ ข่าวร้ายอื่นๆ
ทำให้ผู้คนทิ้งหุ้นเพราะกลัวราคาจะลดลงไปมากนี้
แต่หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่าง เข้าที่แล้ว
ผู้คนจะกลับมาสนใจในผลประกอบการอีกครั้งครับ

ดังนั้น ถ้า"ราคา"ลดลงแต่ผลการดำเนินงานดีขึ้นเรื่อยๆ
ก็ยอม "ติดหุ้น"ครับ แถมซื้อเพิ่มอีกต่างหาก

กรณีที่เวลาผ่านไป เราพบว่า เราวิเคาระห์ผิด ก็ต้อง Cutloss ทันทีครับ
อันนี้ก็แล้วแต่ว่า เราจะพบว่า เราวิเคาระห์ผิดเมื่อไหร่
บางคนอาจจะ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ หนึ่งปี
เช่น เราอาจจะคิดว่า ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่จริงๆลดลงอะไรทำนองนี้
หรือ Assumption ที่เราใช้ไม่ตรงกับความเป็นจริง

นักลงทุน VI บางท่านก็ขายหุ้นที่"ราคา"เกิน"มูลค่า"
แต่ Bufet บอกว่า ถ้าธุรกิจยังดีก็ยังถืออยู่

อันนี้แล้วแต่วิธีคิดของแต่ละคนครับ
ไม่ได้สรุปว่า VIไม่ดี เพียงแต่สรุปได้ว่าเป็นวิธีหนึ่งในการลงทุนเท่านั้น แต่ไม่เห็นด้วยถ้าจะสรุปว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่านั้น หรือดีกว่าวิธีอื่นๆ

ยิ่งถ้านำวิธีแบบ VI ไปใช้ในช่วงขาลงทางเศรษฐกิจ ยิ่งบาดเจ็บหนัก (หมายถึงถ้าดันซื้อหุ้นไปแล้ว...ซึ่งส่วยใหญ่ก็มักมีหุ้นในมือตอนอาการทรุดของขาลงยังไม่ชัดเจน)
VI ไม่ได้ดีที่สุดครับ
เพียงแต่เป็น"วิธีการลงทุน"แบบหนึ่งเท่านั้นเอง
ที่สามารถทำให้เราทนกับความผันผวนของตลาดหุ้นได้
และไม่ได้เป็นวิธีที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด

ถ้าหุ้นเป็น"ขาลง"ก็เป็นโอกาสของ VI ครับที่จะซื้อหุ้นดีได้ในราคาถูก
แต่ต้องมั่นใจหุ้นนั้น"ดี"จริงๆ ไม่ใช่ของปลอม
อันนี้ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ส่วนตัวครับ

เหมือนเราซื้อบ้านนะครับ
เราชอบซื้อบ้านถูก หรือ บ้านแพงละครับ

Peter Lynch บอกว่าซื้อหุ้นก็เหมือนซื้อบ้านน่ะครับ
ไม่ได้กวนนะ

อยากตั้งโจทย์ให้ลองแสดงมุมมองเผื่อเป็นประโยชน์กับรายย่อย

สมมติย้อนอดีตกลับไปตอนดัชนีตกจาก1200 ลงมาต่ำกว่าพัน

ชาวVIพันธุ์แท้(เน้น) จะหาเจอไหมว่า TWFP / SPL เป้นต้น ควรซื้อ

เพราะ .......................
...............................
................................

(ให้เหตุผลตามหลักการวิเคราะห์แบบ VI)


หรือว่าถ้าย้อนไปตอนนั้นก็ลือก2ตัวนี้(เป็นต้น)ไม่เจอ (ไม่ได้หมายความว่าให้เหตุผลแบบVIไม่ได้)

วานผู้รู้แลกเปลี่ยนมุมมอง
ถึงแม้ดัชนีลดลงจาก 1200 ลงเหลือต่ำกว่า 1000 จุดก็ไม่ได้หมายความว่า ราคาต่ำกว่ามูลค่า ครับ
ถ้าธุรกิจไม่มีอนาคต มองไปอีกสามปีห้าปียังมืดมน
เพราะ มูลค่าจะลดลงตามผลประกอบการ
ก็ไม่ซื้อครับ

ดัชนีลดลงไม่ได้หมายความว่า หุ้นนั้นน่าสนใจครับ
ถ้าพืนฐานเปลี่ยน เศรษกิจไม่ดี ยังไงก็ไม่น่าซื้อ

แต่ถ้า ดัชนีลดลง พื้นฐานไม่เปลี่ยน อันนี้น่าสนใจ

หวังว่า คงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ
st
Verified User
โพสต์: 33
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 56

โพสต์

เอาแบบนี้ครับคุณnos
vi คือการลงทุนแบบlong term{ตามความหมายของta}
taจะขายเมื่อมีสัญญาณขายไม่ว่าจะราคาเท่าไรใช่ไหมครับ เหมือนกันครับ
viจะขายเมื่อเกิดสัญญาณเช่นกัน แต่สำหรับvi จะใช้ดูงบการเงินต่างๆครับ
ตอน1700ที่ขายกันมากๆเพราะทั้ง vi และ ta ขายกันหมดเพราะ
ดุลบัญชีเดินสะพัด ยอดการส่งออก อะไรก็ดูไม่ดีไปหมดสำหรับvi
ส่วนta ขายในสัปดาห์1789 หรือweek ถัดมาเนื่องจากmstochในweekตัดมา
เกิดsell signal + overbought ของindicatorต่างๆในระดับweek แต่ที่สาหัสจริงๆต้องเป็น1200ครับเพราะตัดเส้นema 200weekเป็นครั้งแรก
สรุปta ก็มีtermการเล่นเหมือนกันใช่ไหมครับ
long term, medium term และ short term
vi คือ นักลงทุนแบบ long termที่ใช้สัญญาณขายคืองบต่างๆ+เศรษฐกิจมหภาค การที่ราคาตกลงมาโดยตัวเลขต่างๆในงบไม่เปลี่ยน ไม่ใช่สัญญาณขายแต่เป็นโอกาสให้ซื้อเพิ่มครับ
ปัญหาก็คือ การที่ไม่หาความรู้ทั้งtaและvi เกิดสัญญาณขาย หรือ งบเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ขาย คอยหลอกตัวเองว่า ไม่ขายไม่ขาดทุน หือ ลงทุนยาวดีกว่าไม่รู้ว่าลงทุนเพราะอะไร ตัวเองเป็นนักลงทุนประเภทไหนซื้อหุ้นตัวนี้เพราะอะไร
เฮ้อ... พิมพ์ยาวที่สุดในชีวิต okไหมครับ
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 57

โพสต์

หลักการลงทนแบบ VI นั้นสามารถนำไปใช้กับการลงทนใดๆก็ได้ครับ

แต่หลักการของ TA นั้นจะใช้ได้สำหรับสินค้าที่มีการซื้อขายจำนวนมากและเปลี่ยนมือบ่อย การซื้อขายที่ดินคงไม่มีใครใช้ TA มั๊งครับ ถึงจะอยากนำไปใช้ ก็คงไม่มีข้อมลในการวิเคราะห์ หรือถ้าเราต้องการ Take Over บริษัทซักแห่งหนึ่ง มีใครไหมครับที่ซื้อโดยใช้หลัก TA ยิ่งถ้าเป็นบริษัทที่ไม่จดทะเบียนยิ่งเลิกพดเลยครับ
nostradamus
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 58

โพสต์

ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่า discuss

ว่างๆจะกลับมาต่อ ขอไปทำธุระก่อน
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 59

โพสต์

รบกวนคุณ nos เล่าหลักการเบื้องต้นของ techical analysis ให้ฟังบ้างครับ

อยากรู้เรื่องครับ

- กราฟเดียวกัน ข้อมูลเดียวกัน ทำไมแต่ละคนอ่านได้ค่าไม่เหมือนกัน
- ข้อมูลราคาในอดีต จะสามารถใช้พยากรณ์ข้อมูลอนาคตได้หรือ
- ข้อมูลราคาบอกอะไรเกี่ยวกับจิตวิทยามวลชนได้มากน้อยแค่ไหน
- ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเก่งเทคนิคัลพอจะสู้กับเจ้ามือและแม่ยายเจ้ามือได้
- เค้าว่ากันว่าต้องใช้เวลามากในการติดตามราคาหุ้น ถ้าจะเล่นแบบเทคกี้ จริงเท็จยังไงครับ

รับรองเป็นคำถามจริงๆ ไม่ได้ป่วนครับ ถามเพราะอยากรู้ครับ ยกให้คุณ nos เป็นครูเลยดีกว่าครับ คำถามบางคำถามอาจเป็นคำถามที่ไม่ใช่แก่นของ technical analysis ก็ได้นะครับ เพียงแต่ผมไม่รู้เรื่องเท่านั้นเลยอาจถามตามความ (ไม่) เข้าใจของผมครับ

ส่วนที่จะ discuss ต่อกันว่า VI ดีไม่ดียังไงก็ชอบครับ รับรองมีคนตอบเพียบ และทุกๆ ท่านจะได้มีหลากหลายแนวคิด เพื่อเลือกทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุดครับ
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Wvix
Verified User
โพสต์: 124
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น

โพสต์ที่ 60

โพสต์

คุณ nos ช่วยแปลไทยเป็นไทยให้หน่อยจิ
ไม่เข้าใจครับเห็น เห็นใช้ประโยคนี้บ่อยครับ

น้องๆมือใหม่ระวัง

ซาตานในคราบเทวดาจะปล่อยของ

แต่เอาเทวดามาบังหน้า

อ ต ร
.
.
.
ซาตานคือใคร
เทวดาคืออะไร

ผมโง่ ช่วยไขปริศนาให้ผมด้วย เต๊อะ