ส่วน Brexti นั้น ตอนนี้ อังกฤษ เริ่มแข็งแกร่งในด้านของทหารเพราะเรือบรรทุกเครื่องบินกลับมาประจำการแล้ว
HMS Queen Elizabeth เข้าประจำการปลายปี 2017 มีระวางขับน้ำ 65,000 ตัน
HMS Prince of Wales คาดว่าเข้าประจำการปี 2020 (ตอนนี้กำลังต่ออยู่)
ทำให้หลังดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนหน้านี้
เนี่ยแหละ ที่อกว่า การเปลี่ยนถ่ายนี้ปัญหาสำคัญ
ไม่เพียงแค่เรื่องการส่งงานเท่านั้น
เรื่องของ ระยะเวลาพัฒนา,ขนาดของโครงการและจำนวนคนที่ใช้งานนั้นก็มีส่วน
ระยะเวลาพัฒนานั้น สำหรับ Water fall model นั้น นานๆแล้วถ้าหากผิดพลาดก็รู้ช้ากว่า
แต่ agile นั้นเข้า Concept ที่คุ้นหูกันคือ Fail fast (นักการตลาดชอบขายในจุดนี้อย่างมาก โดยเฉพาะ Startup ว่าต้องรีบๆทำให้ fail หรือรู้ข้อผิดพลาดว่าเราทำ fail เพราะอะไร ครั้งหน้าจะไม่ต้องเดินมานี้อีก (ขออภัยน่าครับ บางครั้งกลับไปดูประวัติศาสตร์ หรือถามคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนได้ไหมละ เพราะ มันซ้ำรอยเท้าเดิม หรือใกล้เคียงกัน)
แถมเดียวนี้ ผู้บริหารก็เอาแต่ใจอย่างมากมาย พูดแล้วเราเลย ไม่กี่วันก็เอา แต่ทว่า โครงสร้างภายในขององค์กรไม่ตอบโจทย์ อะไรไม่ตอบโจทย์ แต่ต้องการ Fail fast แบบนี้มันหมายความว่าอะไรละเนี่ย
ขนาดของโครงการ นั้น สำหรับ Agile นั้น Small is beautiful ตามที่บอกว่าไปว่าค่อยๆชัดเจนดังนั้นความชัดเจนก็เกิดจากค่อนทำชิ้นเล็กๆ เหมือนค่อยๆก่ออิฐสร้างบ้าน ค่อยทำวางอิฐเรียงกันทีละก้อน นั้นเอง
ส่วน Water fall ไม่ต้องบอกอะไรมาก คือ ได้ทุกขนาด แต่ขนาดเล็กก็ไม่ค่อยเหมาะเท่าไร แต่ขนาดกลางหรือใหญ่ก็เหมาะมาก เพราะกว่าจะเรียกทุกคนมาเข้าประชุมร่วมหัวได้ ก็ยากเหมือนกันน่า กว่าที่ทุกคนเห็นไปในแนวทางเดียวกัน หรือคนส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันได้ ก็เหนื่อยน่า
ส่วนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ จำนวนคน หรือ mind set ของคนร่วมไปด้วย
เรื่องนี้คือ คนมากก็มากความ เหมาะสำหรับ water fall เลย แต่หาก Small is beautiful คือ Agile คือน้อยคนก็เรื่องน้อยลง จัดการได้ง่ายกว่า ร่วมหัวประเด็นต่างๆก็ได้ง่ายกว่า นั้นเอง
ดังนั้น อย่าหยิบมาใช้งานผิดประเภท ไม่งั้นชิบหาย แน่นอน
หรือีกอย่างคือ ทำงานอยู่ดีๆก็มีงานแทรกมาเรื่อยๆ ต้องการงานด่วน ทำให้เกิด Set up time เพิ่มขึ้นแบบนี้ โรงงานวุ่นวายขนาดไหนละ
เนี่ยแหละสิ่งที่เรียกได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม IT
Change to New Normal from SAR-COV-2 (Covic-19)
ตอนนี้โลกของเราเปลี่ยนแปลงโดนบังคับ จาก โควิค-19
โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่เคยชินมา คือ ค่อยเปลี่ยนแปลง ทีละเล็กทีละน้อย
แต่ครั้งนี้ เรียกได้ว่า ถอนรากถอนโค่น จากเดิมทีเดียว
ตอนนี้สิ่งที่เรียกว่าโดนถอนรากถอนโค่น คือการทำงาน จากเดิมที่ต้องเดินทางไปที่ทำงาน
แต่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการทำงานที่บ้าน ทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือ
1. การเข้าถึง infrastructure ของ บริษัทที่พร้อมให้เข้าถึงจากบ้าน ซึ่งมาพร้อมกับ Policy การป้องกันข้อมูล
บริษัท IT ใหญ่ที่ US มีปัญหา ว่า การป้องกันดี คือ สามารถ เข้าถึงได้ที่ทำงานเท่านั้น ทำให้โดนปรับปรุง และปรับเปลี่ยน
ให้สามารถยืดหยุ่นได้
2. การทำงานที่ทำงานที่บ้าน ไม่ใช่วันหยุด
3. วัดสิ่งที่บริษัท พูดๆกันว่า พนักงานสำคัญที่สุดวัดกันตอนนี้แหละ ว่าบริษัทห่วงใยพนักงานแค่ไหน
เพราะทุกครั้งที่พนักงานออกจากบ้านคือควมเสี่ยงที่ติด โดยเฉพาะคนที่ใช้ขนส่งสาธารณะ
นอกจากคนที่ต้องไปทำงานจริง อาจจะต้องส่งรถไปรับถึงที่หรือเปล่า หรือต้องขับรถไปเอง ที่จอดก็ต้องฟรี
คือไม่ต้องเสียเงิน ทุกที่ เพราะมันว่างไม่มีความแออัด
4. การประชุมที่มากมายมหาศาล เอาเวลาไปประชุมไม่ได้ทำงาน คราวนี้แหละ ประชุมน้อยลง และทำงานมากขึ้น
5. การปรับปรุง Business process ที่ Base on paper base เป็นหลัก ซึ่งมีปัญหาที่กฏหมายที่ไม่รองรับ
แต่อย่างไรเสีย เมื่อกฏหมายไม่รองรับ ก็เดี๋ยวโดนปรับเอง จากกระแสของสังคมที่มีปัญหา (เมืองไทยต้องเกิดปัญหาก่อน
ถึงปรับเปลี่ยนได้)