|0 คอมเมนต์
ดำ เขียน:Nevercry.boy เขียน:ดำ เขียน:
หลายครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เคยได้กำไรมากๆ หลายๆ เด้งจากหุ้น Commodity เมื่อเค้าได้ทบทวนดูว่าจริงๆ แล้วเค้าได้กำไรมามากขนาดนั้นได้อย่างไร ในอนาคตเค้ายังจะกล้าลงทุนด้วยเงินสัดส่วนมากๆ ในหุ้นประเภทนี้อีกรึเปล่า
ขออนุญาต แจม ได้มั๊ยครับ ท่านดำ
เชิญครับๆ เดี๋ยวผมจัดโต๊ะ เก้าอี้ ให้พิเศษเลย

ขอบคุณครับท่านดำ ที่ขออนุญาตแจมเพราะ หุ้นคอมโม เป็นหุ้นสร้างฐานะของผมเลยครับ ถ้าเรียงตามลำดับ ก็คือ ATC, TTA, PTL และ TCCC ครับ
ทั้ง ATC และ TTA นั้น เป็นหุ้นโปรดที่เล่นประจำก่อนเกิดวิกฤตแฮม ครับ ถามว่าเล่นอย่างไร ชั่วโมงนั้น เทคนิคล้วน ๆ ครับ แต่ได้เงินนะครับ ได้มากกว่าเสีย --- ข้อสังเกต เล่นตามเทคนิก กับหุ้นที่เทรนด์ชัด
จนกระทั่งเกิดวิกฤต ตามมา เรือจม ส่วน ATC มีการควบรวม ผมอ่านเอกสารอะไรต่าง ๆ ไม่รู้เรื่องก็ขายไปครับ --- ข้อสังเกต ไม่คัทลอส
เก็บเงินไว้คันมือ ไปเข้าหุ้นโรงกลั่นช่วงต้นวิกฤต เจ๊ง ชนิด เอาหัวโขกฝาบ้านเลยครับ
...................................
ตัวต่อมาที่ยกฐานะคือ PTL ครับ จุดสังเกตตอนเข้า คือ
1) หุ้นขึ้นมาจาก 3 บาท ถึงประมาณ 6 บาท (มาแล้วเด้งนึง) ซื้อตอน 6 บาท (คัพวิทแฮนเดิ้ล)
2) กำไร นิวไฮ C ผ่าน A ผ่าน
3) มี story ใหม่ ๆ N ผ่าน
4) S โวลุ่มเข้าสูงมาก ๆ
5) L นำกลุ่ม AJ ตาม
6) สถาบัน โดยเฉพาะ ตัวแสบ โซเมอร์ เข้าเก็บ
7) ตลาดขาขึ้น
คือ PTL ค่อนข้างเป็นเคสคลาสิก ของ CANSLIM สมัยนั้น มาก ๆ ครับ ผมเอง ก็สอย 6 บาท ไปปล่อย เกือบ 40 ฐานะเปลี่ยนเลยครับ และเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษา CANSLIM จริงจัง
TCCC ตัวนี้ จุดที่ศึกษาต่อมาก็คือ สินค้า คอมโม ถ้า ชอร์ต จะเกิด แพนิก ตอนนั้นกระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการเกี่ยวกับปุ๋ย ตลาดกังวล เรื่องความขาดแคลน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ราคาก็สูงขึ้น หุ้นกลุ่มนี้สูงขึ้นโดยตรง ตามหลักการ ถ้า คอมโมชอร์ต จะเกิด แพนิก ผมสอย แถว ๆ 1x ไป ปล่อย 2x เกือบ 3x ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกตัว
ขาดทุน --- มากมายจนนับไม่ถ้วนครับ สี่ตัวบนนี่เลือกแบบ หล่อ ๆ มาเล่า ผมพบว่า หลัก CANSLIM เอามาใช้กับ หุ้นแข็งแกร่ง ไม่ค่อย เวิร์ค (อันนี้อาจผิดนะครับต้องยกเว้น CPALL กับ MINT) ผมก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ส่วน คาถา ที่ค่อนข้างจะพกไว้ก็คือ
1) ตัดขาดทุน เขาแนะนำให้ทำการขายหุ้นออกเมื่อหุ้นนั้นตกลงต่ำกว่า 7-8% จากราคาที่ซื้อมาโดยไม่ต้องมีคำถาม
2) ขายหุ้นที่ขึ้นไม่ถึง 20%ภายใน13 สัปดาห์ ให้ถือหุ้นที่ขึ้นเกิน 20% ภายใน 4 – 5 สัปดาห์ หุ้นพวกนี้มักจะเป็นหุ้นที่ทำกำไรมากที่สุด
3) ใน กรณีที่หุ้นที่คุณซื้อมาและมีการปรับตัวขึ้น 25%อย่างรวดเร็วภายใน 1-2สัปดาห์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าอาจจะมีข่าวดีทำให้นักลงทุนในตลาดแห่กันเข้าเก็บ หุ้นอย่างเร่งร้อน เราควรรีบทำกำไรในช่วงนี้
..........................
อย่างไรก็ตาม ผมก็เป็น นลท. ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จ ความเห็นต่าง ๆ ที่เขียนไว้ก็ ขอเป็นเพียง ความเห็นส่วนตัวและอ่านเล่น ๆ นะครับ อย่าไปจริงจังอะไร
...........................
อยากบอกท่านดำว่าผมแอบอ่านอยู่ตลอดนะครับ ถึงจะไม่ได้ไล่กดบวกทุกเมนต์
ขอบคุณท่านดำมากครับ กับคอมเมนต์ต่าง ๆ ผมอ่านได้ความรู้เยอะมากครับ