VI หาดใหญ่

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1141

โพสต์

kongkiti เขียน:บรรยากาศตลาดช่วงนี้ ผมคุ้นๆ ปีต้น 2556 นะครัช
ประกาศเพิ่มทุน แต่ วิ่งกันอุดตลุด :roll:
ช่วงนี้บ.ก็ฉวยโอกาสน่ะครับ เพิ่มทุน แจก W แจกหุ้นปันผล เอาบ.ลูกเข้าตลาด ศึกษาธุรกิจพลังงานทางเลือก

ยังไม่นับว่าขนาดแค่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายหุ้นทิ้ง ยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนธุรกิจอะไรหรือเปล่า หุ้นก็วิ่งแล้ว

น่าจะเป็นปีที่อยู่ยากทีเดียวครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
arica
Verified User
โพสต์: 1112
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1142

โพสต์

เรียน อ. Leky ครับ บางครั้งมันก็มีปรากฎการณ์ฺที่เรียกว่า "แมวตายกระดอน" มีความหมาย อย่างไร ครับผม
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1143

โพสต์

leky เขียน:ยังไม่นับว่าขนาดแค่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายหุ้นทิ้ง ยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนธุรกิจอะไรหรือเปล่า หุ้นก็วิ่งแล้ว
หุ้นที่เป็นแบบนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมควรพิจารณาตัวเองอย่างยิ่งเลยครับว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยเค้าคิดยังไงกับที่ผ่านมา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1144

โพสต์

arica เขียน:เรียน อ. Leky ครับ บางครั้งมันก็มีปรากฎการณ์ฺที่เรียกว่า "แมวตายกระดอน" มีความหมาย อย่างไร ครับผม
อันนี้น่าจะแปลทัพศัพท์มาจาก "Dead Cat Bounce" นะครับ ถ้าแปลเป็นไทยก็ประมาณ "เอบีซี ชักกระตุก"
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1145

โพสต์

leky เขียน:ผมว่าตอนนี้ ผมเองเน้นปลอดภัยไว้ก่อนครับ มีหลายอุตหาหกรรมที่ราคามันลงมาที่จุดต่ำ ๆ ไม่ว่าจะยาง ถ่านหิน น้ำมัน น้ำตาล เรือ บางอย่างต่ำสุดในรอบหลายปี ถ้าดู downside มันก็ต้องถือว่าต่ำไม่น้อย แต่จะกลับมาได้หรือเปล่า ก็อีกเรื่องครับ ผมว่าเรื่องกลับมาได้ไม่ได้คงไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ เมื่อไหร่มากกว่าครับ บางทีหุ้นมันลงมาต่ำมาก ๆ ถึงมันอาจจะไม่ฟื้นจริง บางครั้งมันก็มีปรากฎการณ์ฺที่เรียกว่า "แมวตายกระดอน" ได้เหมือนกันครับ คงอาจจะไม่ใช่กำไรแบบเป็นเด้ง ๆ แต่น่าจะพอหอมปากหอมคอครับ
อ.ครับ ตำราบางเล่มเค้าแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเก็งกำไรในกรณีแบบนี้นะครับ เค้าให้เหตุผลว่าหลายครั้งพอกระดอนเสร็จ ถ้าออกไม่ทัน มันจะกลับลงนรกขุมต่ำกว่าเดิมอีกครับ
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1146

โพสต์

arica เขียน:เรียน อ. Leky ครับ บางครั้งมันก็มีปรากฎการณ์ฺที่เรียกว่า "แมวตายกระดอน" มีความหมาย อย่างไร ครับผม
เค้าอธิบายว่าแมวที่ตายไปแล้วถ้าตกลงมาจากที่สูงมาก ๆ บางทีมันก็กระดอนขึ้นมาจากพื้น ทั้ง ๆ ที่มันตายแล้ว แต่กระดอนขึ้นมาเพราะแรงที่ตกจากที่สูงมาก จนดูเหมือนว่ามันยังมีชีวิตน่ะครับ เปรียบเสมือนหุ้นที่ตกลงมาเยอะมาก ๆ ทางครั้งมันก็มีรีบาวนด์ขึ้นมาน่ะครับ
ดำ เขียน: อ.ครับ ตำราบางเล่มเค้าแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเก็งกำไรในกรณีแบบนี้นะครับ เค้าให้เหตุผลว่าหลายครั้งพอกระดอนเสร็จ ถ้าออกไม่ทัน มันจะกลับลงนรกขุมต่ำกว่าเดิมอีกครับ
ผมอาจจะสื่อความหมายตรงนี้ไม่ดี จะว่าไปความหมายที่เค้า่อธิบายอาจจจะไปในทางเทคนิคมากกว่าครับ และบางครั้งกิจการบางอย่างก็ตายจริง ๆ ครับ แต่ที่ผมต้องการจะบอกผมหมายถึงว่าธุรกิจบางอย่างที่เกริ่นไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ถ่านหิน ยางพารา น้ำตาล แม้กระทั่งค่าระวางเรือ ที่กล่าวมาทั้งหมด อยู่ในลักษณะของราคาที่ low ครับ หลายอย่างนี่ต่ำสุดในรอบหลายปี นั่นแปลว่า ความเสี่ยงขาลงมันถูกจำกัดลงค่อนข้างมากครับ เราอาจจะไม่ได้หวังว่ามันจะมีการฟื้นแบบรอบใหญ่ ๆ แต่การฟื้นแบบรอบเล็ก ๆ มันก็มีความเป็นไปได้ครับ หุ้นเหล่านี้หลายตัว ถูกนลท.มีมุมมองในเชิงลบมาก ราคาเลยไม่ไปไหน ซึ่งถ้าใครที่มี "หน้าตัก" มากพอ สามารถซื้อแล้ว "ทิ้งไว้" บางครั้งถ้ามันกลับมาได้จริง ก็อาจจะคุ้มค่าครับ แต่มันคงไม่ได้มองว่าแค่ราคามันต่ำอย่างเดียวนะครับ อาจจะต้องดูวัฎจักรของสิ่งเหล่านั้น ความเป็นไปได้ที่มันจะฟื้นครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1147

โพสต์

leky เขียน:แต่ที่ผมต้องการจะบอกผมหมายถึงว่าธุรกิจบางอย่างที่เกริ่นไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ถ่านหิน ยางพารา น้ำตาล แม้กระทั่งค่าระวางเรือ ที่กล่าวมาทั้งหมด อยู่ในลักษณะของราคาที่ low ครับ หลายอย่างนี่ต่ำสุดในรอบหลายปี นั่นแปลว่า ความเสี่ยงขาลงมันถูกจำกัดลงค่อนข้างมากครับ เราอาจจะไม่ได้หวังว่ามันจะมีการฟื้นแบบรอบใหญ่ ๆ แต่การฟื้นแบบรอบเล็ก ๆ มันก็มีความเป็นไปได้ครับ หุ้นเหล่านี้หลายตัว ถูกนลท.มีมุมมองในเชิงลบมาก ราคาเลยไม่ไปไหน ซึ่งถ้าใครที่มี "หน้าตัก" มากพอ สามารถซื้อแล้ว "ทิ้งไว้" บางครั้งถ้ามันกลับมาได้จริง ก็อาจจะคุ้มค่าครับ แต่มันคงไม่ได้มองว่าแค่ราคามันต่ำอย่างเดียวนะครับ อาจจะต้องดูวัฎจักรของสิ่งเหล่านั้น ความเป็นไปได้ที่มันจะฟื้นครับ
อ.ครับ ผมเคยสนใจหุ้น Commodity มากช่วงนึง สาเหตุก็เพราะดูกราฟราคาย้อนหลังแล้ว มันยั่วใจเหลือเกินครับ บางตัวขึ้นเป็นหลายๆ เด้งในเวลาแค่ไม่ถึงปีก็มี (ตอนนั้นตัวที่ลงเยอะๆ แรงๆ ผมคงไม่ได้ดูครับ)

แต่พอจะลุยจริงๆ ลองตามข่าวจากปัจจุบันแล้วไล่ตามข้อมูลไปเรื่อยๆ เป็นระยะ ปรากฏว่ามันไม่ง่ายเลย เป็นหุ้นที่คาดเดาอนาคตได้ยากมาก อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ธุรกิจมันผูกกับศก.ระดับโลก แล้วก็มีผลจากปัจจัยภายนอกที่ผู้บริหารควบคุมไม่ได้เยอะมาก (อย่างหุ้นเรือแขก หรือปิโตรปลายน้ำแขก เท่าที่ผมได้ติดตามก็คิดว่าผู้บริหารเค้าสุดยอดในอุตสาหกรรม) เหมือนไต้ก๋งเก่งแค่ไหนก็ตาม ถ้าเจอช่วงที่คลื่นลมปั่นป่วนมากๆ ก็ทำได้แค่ประคองเรือให้ดีที่สุด รอวันที่พายุพัดผ่านไป แล้วเรือลำอื่นก็อับปางไป ทีนี้ทุกอย่างก็จะสดใสตามมา แต่ที่ยากก็คือ เราจะรู้ลมฟ้าอากาศล่วงหน้าได้อย่างไรครับ บางทีพายุเพิ่งผ่านไปไม่นาน เราก็นึกว่าโอเคแล้ว ที่ไหนได้เจอลูกที่ 2 ลูกที่ 3 ซ้ำมาอีกก็มีครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1148

โพสต์

อีกอย่างครับ อ. แม้ว่าเราอาจจะซื้อได้ในราคาที่มีแต้มต่อกว่าคนอื่น ในราคาที่ถูกมากในรอบหลายปี (Downside ต่ำ) สำหรับผมแล้วความยากอีกอย่างคือ แล้วจะขายตอนไหน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า มันจะเป็นรอบใหญ่หรือรอบเล็ก

ถ้าจะดูจากกราฟ ผมว่าก็ไม่ง่ายเพราะหุ้นประเภทนี้มีความผันผวนระยะสั้นสูงมาก สามารถขยับราคาวันละเป็น 10% ทั้งขึ้นหรือลง หรือหากจะดูจากพื้นฐาน หลายครั้งที่ราคาหุ้นจะจบรอบก่อนที่กำไรจะพีคอีกครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1149

โพสต์

ขออีกนิดนึงครับ อ.

หลายครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เคยได้กำไรมากๆ หลายๆ เด้งจากหุ้น Commodity เมื่อเค้าได้ทบทวนดูว่าจริงๆ แล้วเค้าได้กำไรมามากขนาดนั้นได้อย่างไร ในอนาคตเค้ายังจะกล้าลงทุนด้วยเงินสัดส่วนมากๆ ในหุ้นประเภทนี้อีกรึเปล่า

ยังไงก็ตาม อ.ครับ ถ้าเราสนใจจะลงทุน/เก็งกำไรในหุ้นกลุ่มนี้จริงๆ อ.มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ ถ้าเราจะประยุกต์ใช้หลักการของดันโด หรือหลักการก้นบุหรี่ คือซื้อมันหลายๆ ตัวกระจายกันไป เมื่อเราเห็นว่าราคามันลดต่ำลงจน Downside ค่อนข้างจำกัด เพื่อรับมือกับ Upside ที่ไม่แน่นอนสูง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1150

โพสต์

ดำ เขียน:
หลายครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เคยได้กำไรมากๆ หลายๆ เด้งจากหุ้น Commodity เมื่อเค้าได้ทบทวนดูว่าจริงๆ แล้วเค้าได้กำไรมามากขนาดนั้นได้อย่างไร ในอนาคตเค้ายังจะกล้าลงทุนด้วยเงินสัดส่วนมากๆ ในหุ้นประเภทนี้อีกรึเปล่า
ขออนุญาต แจม ได้มั๊ยครับ ท่านดำ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1151

โพสต์

Nevercry.boy เขียน:
ดำ เขียน:
หลายครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เคยได้กำไรมากๆ หลายๆ เด้งจากหุ้น Commodity เมื่อเค้าได้ทบทวนดูว่าจริงๆ แล้วเค้าได้กำไรมามากขนาดนั้นได้อย่างไร ในอนาคตเค้ายังจะกล้าลงทุนด้วยเงินสัดส่วนมากๆ ในหุ้นประเภทนี้อีกรึเปล่า
ขออนุญาต แจม ได้มั๊ยครับ ท่านดำ
เชิญครับๆ เดี๋ยวผมจัดโต๊ะ เก้าอี้ ให้พิเศษเลย :mrgreen:
arica
Verified User
โพสต์: 1112
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1152

โพสต์

ขอบพระคุณครับ อ.ทุกๆท่าน
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1153

โพสต์

ดำ เขียน:
Nevercry.boy เขียน:
ดำ เขียน:
หลายครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เคยได้กำไรมากๆ หลายๆ เด้งจากหุ้น Commodity เมื่อเค้าได้ทบทวนดูว่าจริงๆ แล้วเค้าได้กำไรมามากขนาดนั้นได้อย่างไร ในอนาคตเค้ายังจะกล้าลงทุนด้วยเงินสัดส่วนมากๆ ในหุ้นประเภทนี้อีกรึเปล่า
ขออนุญาต แจม ได้มั๊ยครับ ท่านดำ
เชิญครับๆ เดี๋ยวผมจัดโต๊ะ เก้าอี้ ให้พิเศษเลย :mrgreen:
ขอบคุณครับท่านดำ ที่ขออนุญาตแจมเพราะ หุ้นคอมโม เป็นหุ้นสร้างฐานะของผมเลยครับ ถ้าเรียงตามลำดับ ก็คือ ATC, TTA, PTL และ TCCC ครับ

ทั้ง ATC และ TTA นั้น เป็นหุ้นโปรดที่เล่นประจำก่อนเกิดวิกฤตแฮม ครับ ถามว่าเล่นอย่างไร ชั่วโมงนั้น เทคนิคล้วน ๆ ครับ แต่ได้เงินนะครับ ได้มากกว่าเสีย --- ข้อสังเกต เล่นตามเทคนิก กับหุ้นที่เทรนด์ชัด

จนกระทั่งเกิดวิกฤต ตามมา เรือจม ส่วน ATC มีการควบรวม ผมอ่านเอกสารอะไรต่าง ๆ ไม่รู้เรื่องก็ขายไปครับ --- ข้อสังเกต ไม่คัทลอส

เก็บเงินไว้คันมือ ไปเข้าหุ้นโรงกลั่นช่วงต้นวิกฤต เจ๊ง ชนิด เอาหัวโขกฝาบ้านเลยครับ

...................................

ตัวต่อมาที่ยกฐานะคือ PTL ครับ จุดสังเกตตอนเข้า คือ

1) หุ้นขึ้นมาจาก 3 บาท ถึงประมาณ 6 บาท (มาแล้วเด้งนึง) ซื้อตอน 6 บาท (คัพวิทแฮนเดิ้ล)
2) กำไร นิวไฮ C ผ่าน A ผ่าน
3) มี story ใหม่ ๆ N ผ่าน
4) S โวลุ่มเข้าสูงมาก ๆ
5) L นำกลุ่ม AJ ตาม
6) สถาบัน โดยเฉพาะ ตัวแสบ โซเมอร์ เข้าเก็บ
7) ตลาดขาขึ้น

คือ PTL ค่อนข้างเป็นเคสคลาสิก ของ CANSLIM สมัยนั้น มาก ๆ ครับ ผมเอง ก็สอย 6 บาท ไปปล่อย เกือบ 40 ฐานะเปลี่ยนเลยครับ และเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษา CANSLIM จริงจัง

TCCC ตัวนี้ จุดที่ศึกษาต่อมาก็คือ สินค้า คอมโม ถ้า ชอร์ต จะเกิด แพนิก ตอนนั้นกระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการเกี่ยวกับปุ๋ย ตลาดกังวล เรื่องความขาดแคลน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ราคาก็สูงขึ้น หุ้นกลุ่มนี้สูงขึ้นโดยตรง ตามหลักการ ถ้า คอมโมชอร์ต จะเกิด แพนิก ผมสอย แถว ๆ 1x ไป ปล่อย 2x เกือบ 3x ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกตัว

ขาดทุน --- มากมายจนนับไม่ถ้วนครับ สี่ตัวบนนี่เลือกแบบ หล่อ ๆ มาเล่า ผมพบว่า หลัก CANSLIM เอามาใช้กับ หุ้นแข็งแกร่ง ไม่ค่อย เวิร์ค (อันนี้อาจผิดนะครับต้องยกเว้น CPALL กับ MINT) ผมก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

ส่วน คาถา ที่ค่อนข้างจะพกไว้ก็คือ

1) ตัดขาดทุน เขาแนะนำให้ทำการขายหุ้นออกเมื่อหุ้นนั้นตกลงต่ำกว่า 7-8% จากราคาที่ซื้อมาโดยไม่ต้องมีคำถาม

2) ขายหุ้นที่ขึ้นไม่ถึง 20%ภายใน13 สัปดาห์ ให้ถือหุ้นที่ขึ้นเกิน 20% ภายใน 4 – 5 สัปดาห์ หุ้นพวกนี้มักจะเป็นหุ้นที่ทำกำไรมากที่สุด

3) ใน กรณีที่หุ้นที่คุณซื้อมาและมีการปรับตัวขึ้น 25%อย่างรวดเร็วภายใน 1-2สัปดาห์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าอาจจะมีข่าวดีทำให้นักลงทุนในตลาดแห่กันเข้าเก็บ หุ้นอย่างเร่งร้อน เราควรรีบทำกำไรในช่วงนี้

..........................

อย่างไรก็ตาม ผมก็เป็น นลท. ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จ ความเห็นต่าง ๆ ที่เขียนไว้ก็ ขอเป็นเพียง ความเห็นส่วนตัวและอ่านเล่น ๆ นะครับ อย่าไปจริงจังอะไร

...........................

อยากบอกท่านดำว่าผมแอบอ่านอยู่ตลอดนะครับ ถึงจะไม่ได้ไล่กดบวกทุกเมนต์
ขอบคุณท่านดำมากครับ กับคอมเมนต์ต่าง ๆ ผมอ่านได้ความรู้เยอะมากครับ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1154

โพสต์

อีกเรื่องนึงครับท่านดำ เป็นเรื่องที่เป็นกรณีศึกษา จนเป็นวิวาทะ ระหว่าง อ.บิล โอนีล กับ วอร์เร็น บัฟเฟตต์ กันมาแล้ว

แม้ว่า C-A-N-S-L-I-M

จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างมาก คือ M คือ ตัว M ใน CANSLIM

M ของ บิล โอนีล คือ ภาวะตลาด

วีไอ ร้อยละร้อย บอกว่า ลงทุนไม่สนใจตลาด เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ แต่ อาจารย์ โอนีล บอกว่า ได้สิ ถ้าคุณเงี่ยหูฟังดี ๆ

..........

ลูกน้องมาตามงานแล้วครับ ไว้มาต่อ (To be continue...)
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1155

โพสต์

ผมรออ่านต่อนะครับท่าน N.b

ขอถามนิดนึงสิครับ แล้วหุ้น Commodity ที่กำไร เวลาขายตัดสินใจเพราะอะไรครับ?

เตือนนิดนึงครับ ที่บอกว่าอ่านโพสต์ของผมแล้วได้ประโยชน์มันอาจไม่ใช่นะครับ ความจริงอาจเป็นว่า อ.leky เข้ามาตอบแก้ให้ พออ่านรวมกันแล้วจึงได้ความรู้ครับ

คำเตือนคือ ให้อ่านรวมกับที่ อ.แก้ให้ด้วยนะครับ ไม่งั้นเกรงว่าจะได้รับอันตราย
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1156

โพสต์

ดำ เขียน: อ.ครับ ผมเคยสนใจหุ้น Commodity มากช่วงนึง สาเหตุก็เพราะดูกราฟราคาย้อนหลังแล้ว มันยั่วใจเหลือเกินครับ บางตัวขึ้นเป็นหลายๆ เด้งในเวลาแค่ไม่ถึงปีก็มี (ตอนนั้นตัวที่ลงเยอะๆ แรงๆ ผมคงไม่ได้ดูครับ)

แต่พอจะลุยจริงๆ ลองตามข่าวจากปัจจุบันแล้วไล่ตามข้อมูลไปเรื่อยๆ เป็นระยะ ปรากฏว่ามันไม่ง่ายเลย เป็นหุ้นที่คาดเดาอนาคตได้ยากมาก อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ธุรกิจมันผูกกับศก.ระดับโลก แล้วก็มีผลจากปัจจัยภายนอกที่ผู้บริหารควบคุมไม่ได้เยอะมาก (อย่างหุ้นเรือแขก หรือปิโตรปลายน้ำแขก เท่าที่ผมได้ติดตามก็คิดว่าผู้บริหารเค้าสุดยอดในอุตสาหกรรม) เหมือนไต้ก๋งเก่งแค่ไหนก็ตาม ถ้าเจอช่วงที่คลื่นลมปั่นป่วนมากๆ ก็ทำได้แค่ประคองเรือให้ดีที่สุด รอวันที่พายุพัดผ่านไป แล้วเรือลำอื่นก็อับปางไป ทีนี้ทุกอย่างก็จะสดใสตามมา แต่ที่ยากก็คือ เราจะรู้ลมฟ้าอากาศล่วงหน้าได้อย่างไรครับ บางทีพายุเพิ่งผ่านไปไม่นาน เราก็นึกว่าโอเคแล้ว ที่ไหนได้เจอลูกที่ 2 ลูกที่ 3 ซ้ำมาอีกก็มีครับ
น่าสนุกจริง ๆ ครับ ถ้ามาร่วมกันคิดว่าเราจะเล่นกับหุ้นพวกนี้ยังไง

ตอบเท่าที่ผมพอจะมีความรู้แล้วกันนะครับ อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ครับ มันก็จริงอย่างที่คุณดำบอกนั่นแหละครับ ว่าหุ้นกลุ่มนี้เล่นยากครับ แม้แต่ปีเตอร์ ลินซ์เองก็ยังบอกไว้แบบนั้น

แต่จริง ๆ แล้วผมเองก็ยังเชื่อว่า การที่ demand supply ของอะไรก็ตามมันเกิดความไม่สมดุลกันนั้น ยังไงมันต้องมีเหตุผลรองรับครับ เพียงแต่ถ้ามันจะถึงขนาดเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งมาก ๆ นั้น เหตุผลเหล่านั้นมันต้องเกิดพร้อม ๆ กัน ถ้าดูตามหลักความน่าจะเป็นแล้ว มันก็ไม่ง่ายเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นกลุ่มเรือ ถ้ามันจะกลับมาก็คงต้องเศรษฐกิจโลกดีเป็นพื้นฐาน บวกกับของจีนที่ดีเป็นพิเศษ บวกกับ ปริมาณเรือหายไป แค่นี้ ผมว่ามันก็ยากแล้วนะครับกับการที่ลูกล้อที่เจาะรูทั้งสามจะหมุนมาตรงกันพอดี

เพียงแต่เราต้องเข้าใจว่า เหตุการณ์พิเศษแบบนี้มันมักจะเกิดไม่บ่อย แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือว่า นลท.ส่วนใหญ่เหมือนกับพยายามคิดว่ามันจะเกิดบ่อย อย่างหุ้นกลุ่มเรือนี่ ผมดูมาหลายปีแล้ว ปีแล้วปีเล่าที่มีคนมักจะบอกว่า BDI กำลังขึ้นไปแล้ว ราคาหุ้นก็จะวิ่งตาม อย่างรอบล่าสุดถ้าผมจำไม่ผิดก็วิ่งไป 1500 นี่ผมไม่ได้ตามดูพักใหญ่ ก็เพิ่งเห็นว่ามันเหลือ 500 ต่ำสุดในรอบหลายปีอีกต่างหาก มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ

ถ้าลองไปดูนะครับ ไม่ว่าจะเป็น BDI ที่ลากกลุ่มเรือขึ้นไป ราคาฝ้ายที่ลากหุ้นแขกขึ้นไป ราคาสังกะสีที่เคยลากหุ้นแม่สีขึ้นไป หรือแม้แต่ราคายูเรียที่แพงมาก เหตุการณ์พวกนี้ที่ราคาขึ้นไปสูงมาก ๆ เป็นสิบปีถึงจะเกิดนะครับ

ใจผมที่พูดถึงหุ้นพวกนี้ ผมเองไม่ได้หวังว่าจะไปเล็งที่รอบใหญ่ ๆ นะครับ เพียงแต่ก็คิดว่าถ้ามันลงมาต่ำมาก ๆ ความเสี่ยงมันก็ต่ำลง บางครั้งการซื้อเพื่อหวังกำไรรอบเล็ก ๆ มันก็อาจจะยังคุ้มค่าอยู่ครับ

ดำ เขียน:อีกอย่างครับ อ. แม้ว่าเราอาจจะซื้อได้ในราคาที่มีแต้มต่อกว่าคนอื่น ในราคาที่ถูกมากในรอบหลายปี (Downside ต่ำ) สำหรับผมแล้วความยากอีกอย่างคือ แล้วจะขายตอนไหน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า มันจะเป็นรอบใหญ่หรือรอบเล็ก

ถ้าจะดูจากกราฟ ผมว่าก็ไม่ง่ายเพราะหุ้นประเภทนี้มีความผันผวนระยะสั้นสูงมาก สามารถขยับราคาวันละเป็น 10% ทั้งขึ้นหรือลง หรือหากจะดูจากพื้นฐาน หลายครั้งที่ราคาหุ้นจะจบรอบก่อนที่กำไรจะพีคอีกครับ
ผมคิดว่าหุ้นเหล่านี้มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกันอยู่อย่างหนึ่งคือ มันมีตัว monitor ครับ เช่น ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ ผมไม่ได้หมายถความว่าเราจะขายได้พีคนะครับ แต่อย่างน้อยมันก็พอจะช่วยได้บ้าง ส่วนในกรณีว่าจะเป็นรอบใหญ่หรือไม่ผมว่าเราก็ต้องมาดูกันครับว่ามันมีปัจจัยอะไรที่จะส่งเสริมได้ครับ ถ้าปัจจัยเหล่านั้นมันไม่มีโอกาสที่จะเป็นรอบใหญ่จริง ๆ ก็ยากครับ

ที่ราคาหุ้นมันจบก่อนกำไรจะพีคเพราะว่า นลท.เค้า monitor ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์น่ะครับ ซึ่งแน่นอนมัน real time กว่าอยู่แล้วครับ
ดำ เขียน:ขออีกนิดนึงครับ อ.

หลายครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า คนที่เคยได้กำไรมากๆ หลายๆ เด้งจากหุ้น Commodity เมื่อเค้าได้ทบทวนดูว่าจริงๆ แล้วเค้าได้กำไรมามากขนาดนั้นได้อย่างไร ในอนาคตเค้ายังจะกล้าลงทุนด้วยเงินสัดส่วนมากๆ ในหุ้นประเภทนี้อีกรึเปล่า

ยังไงก็ตาม อ.ครับ ถ้าเราสนใจจะลงทุน/เก็งกำไรในหุ้นกลุ่มนี้จริงๆ อ.มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ ถ้าเราจะประยุกต์ใช้หลักการของดันโด หรือหลักการก้นบุหรี่ คือซื้อมันหลายๆ ตัวกระจายกันไป เมื่อเราเห็นว่าราคามันลดต่ำลงจน Downside ค่อนข้างจำกัด เพื่อรับมือกับ Upside ที่ไม่แน่นอนสูง
ถ้าเราไปดูเรื่องราวเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการลากขึ้นไปของหุ้นถ่านหิน หุ้นยาง หุ้นฟิล์ม หุ้นเรือ สิ่งที่มันเหมือน ๆ กันก็คือ ต้องมีเหตุผลความเป็นไปได้ว่าสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านั้นจะขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อมันมีเหตุผลรองรับ สิ่งที่จะตามมาก็คือการเก็งกำไร ทั้งในตัวสินค้านั้นโดยตรงทำให้มันขึ้นไป ส่วนในตัวหุ้นแน่นอนมันก็ต้องขึ้นไปด้วย เมื่อทุกคนต่าง "มะรุมมะตุ้ม" จาก 1+1 ที่มันควรจะเท่ากับ 2 มันก็กลายเป็น 3, 4, 5 .... ซึ่งผมว่ามันอาจจะอธิบายคล้าย ๆ กับทฤษฎี reflexivity ของ Soros ก็คงน่าจะได้ ถ้าใครทันในช่วงนั้นก็คงทันเห็นหุ้นในห้องร้อยคนฯ ที่เป็นหุ้นเหล่านั้น active มาก นั่นมันก็คือปรากฎการณ์ที่เราเห็น

ส่วนการจะซื้อกระจายหลายตัว ในความเห็นผม มันดูเหมือนน่าจะดี แต่มันก็น่าจะเหมาะกับคนที่มีกำลังเงินมากพอที่จะซื้อทิ้งไว้เล่น ๆ แล้วรอได้ครับ แต่สำหรับผมถ้าต้องทิ้งไว้ในหุ้นแบบนี้หลาย ๆ ตัวคงไม่ไหวเหมือนกันครับ

ผมเพิ่งเห็นว่ามีโพสต์ของคุณ NB เดี๋ยวจะมาแจมต่อครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1157

โพสต์

Nevercry.boy เขียน: TCCC ตัวนี้ จุดที่ศึกษาต่อมาก็คือ สินค้า คอมโม ถ้า ชอร์ต จะเกิด แพนิก ตอนนั้นกระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการเกี่ยวกับปุ๋ย ตลาดกังวล เรื่องความขาดแคลน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ราคาก็สูงขึ้น หุ้นกลุ่มนี้สูงขึ้นโดยตรง ตามหลักการ ถ้า คอมโมชอร์ต จะเกิด แพนิก ผมสอย แถว ๆ 1x ไป ปล่อย 2x เกือบ 3x ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกตัว
TCCC นี่ก็เคยมีประสบการณ์เหมือนกันครับ เข้าใจว่าน่าจะเป็นช่วงก่อนหน้าคุณ NB แต่ของผมเป็นมุมตรงกันข้ามครับ หลังวิกฤติแฮม หุ้นตัวนี้เคยลงไปเทรดแถว ๆ ต่ำกว่า 10 บาท ตอนนั้นราคายูเรียลงไปต่ำมากเป็นประวัติการ บ.มีต้นทุนยูเรียราคาต่ำจำนวนมาก จะว่าไปหุ้นขึ้นอย่างรุนแรงจากต่ำสิบมายืนอยู่สิบต้น ๆ ตอนนั้นยอมรับว่าเป็นยุคที่ต้วเองยังไม่ค่อยมีความรู้มากนัก เห็นว่ากำไรมันโตผิดปกติ ราคาหุ้นน่าจะมากกว่านี้ เลยตามเข้าไปตรงสิบต้น ๆ ถ้าจำไม่ผิดไปออกตรงแถว ๆ 20 เพราะมองว่ากำไรมันน่าจะพีคได้แค่นั้น แต่หุ้นก็ไปต่ออีกหน่อย หุ้นตัวนี้เสียอย่างคือ สินค้าถูกควบคุมราคา เลยทำให้หุ้นมันเหมือนโดนนายตลาดกดราคาคล้าย ๆ กับหุ้นน้ำตาล

อีกตัวนึงเป็นช่วงใกล้ ๆ กันก็คือ TRUBB ตัวนี้กล้าพูดเต็มปากว่าตอนที่ซื้อคิดว่าทุนเราน่าจะต่ำมากจริง ตอนนั้นพาร์ 10 ซื้อตรงสิบปลาย ๆ ซื้อยากมากเพราะไม่ค่อยมีการซื้อขาย จริง ๆตอนนั้นบ.เริ่มทำกำไรกลับมาได้หลังจากตกต่ำมานาน แต่ตลาดคงยังไม่ค่อยให้ราคา หุ้นขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมปล่อยออกไปแถว 30 ต้น ๆ ตอนนั้นคิดว่าหรูแล้ว แต่นั่นมันก็แค่เริ่มต้นของรอบใหญ่ของมันเท่านั้น หลังจากนั้นหุ้นขึ้นไปเรื่อย ๆ ในระยะเวลาอันสั้นถึง 100 บาท ก่อนจะแตกพาร์

ผมว่าทั้งสองกรณีมันคงจะคล้าย ๆ กันคือ เริ่มจากสินค้าเหล่านั้นตกต่ำมาก จากวิกฤติเศรษฐกิจ จนอุปสงค์อุปทานมันเริ่มเบี้ยว ทีนี้พอเศรษฐกิจมันพอจะกลับมาได้มันก็เลยแสดงผลออกมา

ตอนนั้นยอมรับว่าตัวเองไม่ค่อยมีความรู้มากนัก ปีนั้นจับหุ้นแรง ๆ ได้หลายตัว แต่ดูไม่เป็นว่ามันควรจะขายเมื่อไหร่ ก็นะ คนมาจากแนวเล่นหุ้น เลยมองที่ราคาเป็นหลัก ถ้ามันขึ้นมามาก ๆ ก็อยากขาย นี่ยังไม่นับว่าเคยซื้อ KYE ที่ 45 บาท มันวิ่งมาเป็นร้อย แต่ผมลงรถตั้งแต่ป้ายแรก ๆ ยังไม่ทันขึ้นทางด่วนด้วยซ้ำ :wall: :wall: :wall:
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1158

โพสต์

อีกอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าต่อให้เราศึกษาเรื่องหุ้นเหล่านี้มากแค่ไหน ยังไงก็คงสู้คนที่เค้าทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมเหล่านี้โดยตรงไม่ได้อยู่แล้วครับ

ครั้งหนึ่งผมเคยนั่ง review หุ้นเรือตู้ ลองอ่านรายงานประจำปี ก็พอว่าในปีที่ดีนั้น ในหน้าสาร์นจากประธานกรรมการ เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียวว่าจะเป็นปีที่ดี ปกติในรายงานประจำปีของหุ้นเรือ โดยเฉพาะเรือแขกนี่เขียนไว้ดีมากนะครับ กล่าวถึงสถานการณ์ จำนวนเรือในโลก ฯลฯ ชัดเจนมากครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1159

โพสต์

จริง ๆ ผมว่าเราคุยแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ จะเห็นได้ว่ามุมมองมันต่างกันได้ บางครั้งหุ้นตัวเดียวกัน กำไรเหมือนกัน แต่คนละช่วงเวลา คนละมุมมอง คนละวิธีการ ถ้าลองอ่านแล้วจับประเด็นคงจะพอเดาออกว่า ผมจะเน้นหุ้นที่ลงไปสร้างฐานต่ำ ๆ ก่อน แล้วรอมันกลับมา ถึงจะไม่ใช่สินค้าคอมโม ปรัชญาหลัก ๆ ก็มักจเป็นแบบนั้นครับ เรื่องที่ผมเล่า ๆ เรื่องคัทลอสจะไม่ค่อยได้ยิน เพราะมักจะทำไม่บ่อยนัก ถึงแม้จะเสียหายบ้าง บางครั้งมันก็พอจะรอ ๆ ให้มันตีขึ้นมาแล้วขายได้ครับ ไม่ใช่ว่าไม่พลาดหรือไม่เคยผิด

ประเด็นการพูดคุยแบบรวม ๆ แบบนี้ ผมว่าน่าจะหาได้ยากขึ้นนะครับ พอเข้าไปตามห้องของหุ้นแต่ละตัว มันก็อาจจะโดน bias แล้ว วันก่อนเอาบทวิเคราะห์ที่วิเคราะห์หุ้นตัวหนึ่งในเชิงลบเพราะพูดถึงความเสี่ยง เพราะเราเห็นว่าบทวิเคราะห์ที่มีคนเอามาแปะไว้มีแต่บทวิเคราะห์ที่มีแต่เชิงบวก ผลก็คือโดนกดลบ :D
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1160

โพสต์

leky เขียน:วันก่อนเอาบทวิเคราะห์ที่วิเคราะห์หุ้นตัวหนึ่งในเชิงลบเพราะพูดถึงความเสี่ยง เพราะเราเห็นว่าบทวิเคราะห์ที่มีคนเอามาแปะไว้มีแต่บทวิเคราะห์ที่มีแต่เชิงบวก ผลก็คือโดนกดลบ :D
จริง ๆ ก่อนจะโพสต์ก็กะไว้อยู่แล้วนะ ว่าคนเชียร์เค้าคงไม่ชอบ แต่ผมว่าถ้าไม่เห็นด้วก็ว่ากันด้วยเหตุผล มันเหมือนพยายามปิดตาคนอื่นน่ะครับ ให้พยายามเห็นในสิ่งที่เราอยากให้เห็น แทนที่จะให้เห็นทั้งด้านดีและด้านร้าย
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1161

โพสต์

ว่าแต่คุณ NB ครับ พอดีผมไม่มีความรู้เรื่องทางเทคนิค แต่ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่นลท.คนหนึ่งจะรู้เรื่องดีทั้งทางพื้นฐานและทางเทคนิค เอาศาสตร์ทั้งสองด้านมาผสมผสานให้ลงตัว ถ้าทำได้น่าจะเป็น "โคตรเซียน" ได้ไม่ยากนักนะครับ แต่เท่าที่เห็นเหมือนแนวทางมันขัด ๆ กันเลยมักจะเจอคนที่ไปทางใดทางหนึ่งเป็นหลัก
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1162

โพสต์

leky เขียน:ว่าแต่คุณ NB ครับ พอดีผมไม่มีความรู้เรื่องทางเทคนิค แต่ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่นลท.คนหนึ่งจะรู้เรื่องดีทั้งทางพื้นฐานและทางเทคนิค เอาศาสตร์ทั้งสองด้านมาผสมผสานให้ลงตัว ถ้าทำได้น่าจะเป็น "โคตรเซียน" ได้ไม่ยากนักนะครับ แต่เท่าที่เห็นเหมือนแนวทางมันขัด ๆ กันเลยมักจะเจอคนที่ไปทางใดทางหนึ่งเป็นหลัก
MARK MINERVINI ครับ จารย์หมอเล็ก
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1163

โพสต์

Nevercry.boy เขียน:
leky เขียน:ว่าแต่คุณ NB ครับ พอดีผมไม่มีความรู้เรื่องทางเทคนิค แต่ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่นลท.คนหนึ่งจะรู้เรื่องดีทั้งทางพื้นฐานและทางเทคนิค เอาศาสตร์ทั้งสองด้านมาผสมผสานให้ลงตัว ถ้าทำได้น่าจะเป็น "โคตรเซียน" ได้ไม่ยากนักนะครับ แต่เท่าที่เห็นเหมือนแนวทางมันขัด ๆ กันเลยมักจะเจอคนที่ไปทางใดทางหนึ่งเป็นหลัก
MARK MINERVINI ครับ จารย์หมอเล็ก
ยอมรับว่าไม่เคยได้ยินชื่อเลยครับ สงสัยผมจะอ่านหนังสือน้อยเกินไปแล้ว :oops: คุณ NB พอจะเล่าให้ผมฟังคร่าว ๆ ได้ไหมครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1164

โพสต์

ได้ครับ จารย์หมอเล็ก

ขออนุญาต ติดไว้นะครับ To be Continue... ครับ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
kongkiti
Verified User
โพสต์: 5830
ผู้ติดตาม: 2

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1165

โพสต์

เอ้า เร่เข้ามาๆ
จองที่นั่ง รอฟัง ซือแป๋ NB ถกกับ ท่านผู้นำ leky :mrgreen:
“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530
ลูกหิน
Verified User
โพสต์: 1217
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1166

โพสต์

รอฟังด้วยคนนะครับ :mrgreen:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1167

โพสต์

Oh my goddess!
Friday night ข้าพเจ้ามาคุยกับพลพรรครักหุ้น ตอน กำลังกรึ่ม ๆ

................................

M ใน CANSLIM นั้น เหล่าสาวก IBD มีความเชื่อว่า ตลาดเดาได้ ใช้คำว่า เดา ก็แปลว่า บางทีก็ผิด บางทีก็ถูก
ถ้าเดาถูก ก็ป้องกันความเสียหายจากตลาด

ตลาดลงนั้น มี สองคำที่ฝรั่งใช้กันบ่อย (1) ตลาดปรับตัว stock market correction ส่วนใหญ่พูดกันไม่เกิน 20% ขาลง ส่วน (2) Crisis คือมากกว่า 20% มากันไม่บ่อย มากันทีพาความวอดวายมาด้วย

ดังนั้น เหล่าสาวก ก็ประดิษฐ์ อินดี้ ขึ้นมาตัวหนึ่งเรียกว่า Distribution Day โดยให้คำนิยาม ว่าคือ เวลาที่ตลาดโดยรวมลงมากกว่า 0.2% ในหนึ่งวัน หรือ โวลุ่มซื้อขาย เปลี่ยนแปลงมากกว่าเท่าตัวในหนึ่งวันที่ตลาดลดลง

นับได้ 4 วันในหกสัปดาห์ ห้ามซื้อเพิ่ม และ/หรือ ทะยอยลดพอร์ต นับได้ 6 ก็ควรจะไปหมดแล้ว เหลือแต่เงินสด อะไรประมาณนั้น

หลักการนี้ก็ทำผมตกรถมาหลายครั้ง ล้างพอร์ต ก่อนเวลาอันงามก็หลายหน แต่ก็ใช้อยู่โดยเฉพาะกับ บิ๊กแคป ครับ

นั่นแปลว่า ผมไม่ได้เอา M มาใช้กับ SET แต่ชอบที่จะเอา M มาใช้กับ บิ๊กแคป ในพอร์ตครับ ขาขึ้นก็ทำกลับกันครับ

นับโวลุ่มเบิ้ล ได้ 4 วันโดดเข้าครับ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1168

โพสต์

ถามว่าผมนับ M มั๊ย สำหรับ distri day นับครับ และเป็นเหมือนระมัดระวังมากกว่าทำตาม คือ

ถ้าตลาดมันปรับตัวลงแรง มากกว่า 4 วันติด > 0.2% เช่น

17-Feb -- ไม่ซื้อเพิ่ม
23-Feb - ไม่ซื้อเพิ่ม
25-Feb - ทะยอยลด
9-Mar - ทะยอยลด
10-Mar ----- ควรเหลือเงินสดระดับหนึ่ง

นั่งทับไว้

ประมาณนี้ครับ

................

ผมจะตกรถมั๊ย ก็ตกมาแล้วหลายรอบครับ
แต่วิธีนี้จะช่วยให้ผมมีสติในยามวิกฤต ได้มากกว่าครับ

พอร์ต ผมไม่ใหญ่มาก โหลด วันเดียวก็เต็มครับ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
kongkiti
Verified User
โพสต์: 5830
ผู้ติดตาม: 2

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1169

โพสต์

Nevercry.boy เขียน:
leky เขียน:ว่าแต่คุณ NB ครับ พอดีผมไม่มีความรู้เรื่องทางเทคนิค แต่ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่นลท.คนหนึ่งจะรู้เรื่องดีทั้งทางพื้นฐานและทางเทคนิค เอาศาสตร์ทั้งสองด้านมาผสมผสานให้ลงตัว ถ้าทำได้น่าจะเป็น "โคตรเซียน" ได้ไม่ยากนักนะครับ แต่เท่าที่เห็นเหมือนแนวทางมันขัด ๆ กันเลยมักจะเจอคนที่ไปทางใดทางหนึ่งเป็นหลัก
MARK MINERVINI ครับ จารย์หมอเล็ก
วันนี้ผมไปจัด หนังสือ คุณ Mark Minervini มาศึกษาแล้วครับ พี่ NB
อ่านแค่ บท Risk Management บรรทัดเดียว ก็ คืนทุนค่าหนังสือไปละ :P

ไว้อ่านจบทั้งเล่ม จะขอคำชี้แนะเพิ่มครับ

ปล. พี่ NB แนะนำ ให้รู้จัก อ. ดีๆ หลายท่านเลย ทั้ง อ.Ken Fisher, อ.Mobius, อ.O'neill มาถึง อ.Minervini (ว่าแต่ อ่านชื่อแกยังไงหว่า มิเนอวินี่?) :mrgreen:
“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1170

โพสต์

kongkiti เขียน:
Nevercry.boy เขียน:
leky เขียน:ว่าแต่คุณ NB ครับ พอดีผมไม่มีความรู้เรื่องทางเทคนิค แต่ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่นลท.คนหนึ่งจะรู้เรื่องดีทั้งทางพื้นฐานและทางเทคนิค เอาศาสตร์ทั้งสองด้านมาผสมผสานให้ลงตัว ถ้าทำได้น่าจะเป็น "โคตรเซียน" ได้ไม่ยากนักนะครับ แต่เท่าที่เห็นเหมือนแนวทางมันขัด ๆ กันเลยมักจะเจอคนที่ไปทางใดทางหนึ่งเป็นหลัก
MARK MINERVINI ครับ จารย์หมอเล็ก
วันนี้ผมไปจัด หนังสือ คุณ Mark Minervini มาศึกษาแล้วครับ พี่ NB
อ่านแค่ บท Risk Management บรรทัดเดียว ก็ คืนทุนค่าหนังสือไปละ :P

ไว้อ่านจบทั้งเล่ม จะขอคำชี้แนะเพิ่มครับ

ปล. พี่ NB แนะนำ ให้รู้จัก อ. ดีๆ หลายท่านเลย ทั้ง อ.Ken Fisher, อ.Mobius, อ.O'neill มาถึง อ.Minervini (ว่าแต่ อ่านชื่อแกยังไงหว่า มิเนอวินี่?) :mrgreen:
น้องก้อง มีทุนเดิมสูงอยู่แล้วครับ ฉลาดเรียนเก่ง ต่อยอดได้อย่างไร แล้ว แฮ่ม กลับมาสอนลูกศิษย์แก่ ๆ อย่างผมด้วยครับ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/