ขอเรียนถามท่านผู้รู้ครับ
บริษัทแห่งหนึ่ง (BLA)
จากงบดุลในไตรมาส 2 วันที่ 30 มิย.53
แจ้งว่า มีส่วนของผู้ถือหุ้น 8,361,355,036 บาท
เมื่อดูงบกำไรขาดทุนสำหรับงวด 3 เดือน ใน ไตรมาส 3 วันที่ 30 กย.53
แจ้งว่า
มีรายได้รวม 6,624,215,517 บาท
มีรายจ่ายรวม 6,067,992,452 บาท
คิดเป็นกำไรก่อนภาษี 556,223,065 บาท
ภาษีเงินได้ 102,433,843 บาท
กำไรสุทธิสำหรับงวด 453,789,222 บาท
EQUITY ณ วันที่ 30 กย.53 ควรจะเป็นเท่าไร
จะเอากำไร สุทธิของไตรมาส 3 คือ 453,789,222 บาท
รวมกับส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิย.53 คือ 8,361,355,036 บาท
ก็ควรจะเป็น 8,815,144,258 บาท
แต่ในงบดุลงวด 30 กย.53 แจ้งว่า
ส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 9,370,456,123 บาท
เลยสงสัยว่า
สมการนี้ถูกหรือเปล่า
EquityQ3 = EquityQ2+NetProfitQ3
ถามเกี่ยวกับ EQUITY หน่อยครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1601
- ผู้ติดตาม: 0
ถามเกี่ยวกับ EQUITY หน่อยครับ
โพสต์ที่ 1
"Be sure you put your feet in the right place, then stand firm"
Abraham Lincoln
Abraham Lincoln
- Alastor
- Verified User
- โพสต์: 2590
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถามเกี่ยวกับ EQUITY หน่อยครับ
โพสต์ที่ 2
ถ้าบริษัทมีสินทรัพย์ประเภท Available-for-Sale การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสินทรัพย์ เช่น หุ้นขึ้นลง Asset จะเปลี่ยน แต่ใน equity จะไม่นับเป็นกำไรครับAccidental Hero เขียน: เลยสงสัยว่า
สมการนี้ถูกหรือเปล่า
EquityQ3 = EquityQ2+NetProfitQ3
โดยจะบันทึกเป็น การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ เป็นส่วนหนึ่งของ Equity เลย เพื่อให้งบดุลเกิดดุลยภาพ จนกว่าจะมีการขายถึงจะนับเป็นกำไรครับ
BLA เป็นบริษัทประกันซึ่งมีสินทรัพย์ลงทุนเยอะอยู่แล้ว
ถ้าบันทึกเป็น trading จะรับรู้กำไรตามราคาที่เปลี่ยนไป แต่ถ้า Available for sale ก็จะเกิดรายการแบบที่ผมว่าขึ้นเป็นประจำครับ
เมื่อก่อนนี้ถ้าที่ดินที่ถือมีมูลค่าเพิ่มก็จะไปเพิ่มที่ Equity โดยตรง แต่ไม่รับรู้เป็นกำไร เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ดิน แต่ได้ยินแว่วๆว่าปีหน้าจะรับรู้เป็นกำไรแล้ว ซึ่งผมว่า ออกจะ bullshit เล็กน้อย แต่ถ้ามีคนดูแต่ Net Profit บรรทัดเดียวเยอะๆ ก็น่าจะทำกำไรกันได้นะ
Wir sind das Rar, der Stolz und der Wert
-
- Verified User
- โพสต์: 1601
- ผู้ติดตาม: 0
ถามเกี่ยวกับ EQUITY หน่อยครับ
โพสต์ที่ 4
ขอบคุณ คุณ Alastor ครับ
กระจ่างเลยครับ
กระจ่างเลยครับ
"Be sure you put your feet in the right place, then stand firm"
Abraham Lincoln
Abraham Lincoln