ปฏิหาริย์แห่งรัก

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 1

โพสต์

รูปภาพ

อะหา จั่วหัวกระทู้เช่นนี้ ฟังดูโรแมนติคมาก
แต่ไม่ใช่เรื่องรักโรแมนติคชองคนโพสหรอกครับ
เพิ่งอ่านข่าวความสัมพันธ์ของครู-ศิษย์คู่หนึ่ง
ในหน้าหนังสือพิมพ์ Bangkok Post วันนี้
มีการค้นพบภาพถ่ายจริงยุคนั้น ที่แสดงถึงความรัก ความผูกพันของคนทั้งคู่
ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

ครู-ศิษย์หญิงคู่นี้คือ Anne Sullivan และ Helen Keller
ชีวประวัติของคนทั้งสองเคยถูกนำถ่ายทอดในละครเวทีและภาพยนตร์
เรื่อง  The Miracle Worker มาแล้ว
รู้สึกหนังจะได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
แสดงโดย คุณป้า แอน แบนครอฟฟ์เป็น คุณครู Anne Sullivan (ชื่อพ้องกันจริงๆ)
และ คุณป้า แพ็ตตี้ ดุ๊กส์ เป็น Helen Keller

ถ้าทั้งคู่เป็นแค่ ครู-ศิษย์ธรรมดา
เติบโตตามวิถีชาวอเมริกันชนทั่วไปก็คงจะไม่สร้างปฏิหาริย์ใดๆให้ทั่วโลกฉงนฉงาย
แต่ใครจะรู้บ้างมั้ยว่า ภารกิจของคุณครูที่มุ่งมั่นสั่งสอนศิษย์จนสำเร็จ
ดูเป็นงานที่เหลือเชื่อจริงๆ
เพราะลูกศิษย์คนนี้ ทั้งตาบอดและเป็นใบ้

Helen Keller ( June 27 ,1880 June 1, 1968)
เด็กน้อยผมหยิกหยอยน่ารัก ผู้เป็นขวัญใจของครอบครัวนายทหารชั้นผู้ใหญ่  Arthur H. Keller
เกิดที่รัฐอลาบามา ในสภาพครอบครัวที่มีฐานะพอสมควร

ใครจะรู้บ้างว่า โชคชะตาได้ขอเข้ามาพิสูจน์ความแข็งแกร่งของชีวิตเด็กน้อย
ด้วยโรค Acute Congestion of the Stomach and Brain
ซึ่งต่อมาในวงการแพทย์ค้นพบว่าน่าจะเป็นโรค Scarlet Fever หรือ Meningitis
(ไม่รู้แปลว่าอะไร  ใช่โรคหุ้มสมองอักเสียบเฉียบพลันหรือเปล่า  
รบกวนคุณหมอๆยืนยันด้วยครับ)

สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวก็คือ  ตาที่ค่อยๆมืดมิดลง
และหูที่ค่อยๆเสื่อมสภาพ ไม่สามารถรับเสียงได้
เมื่อไม่สามารถรับเสียงได้ ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงได้เช่นกัน

โลกของหนูน้อย เฮเลน จึงมืดบอดและไร้สรรพสำเนียง  
ตั้งแต่ขวบกว่าๆ ( 19 เดือน) นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ครอบครัว Keller ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา
พยายามหาวิธีรักษาต่างๆแต่ก็ไร้ผล
ถึงกระนั้น ก็ยังกระตือรือร้นให้ Helen ได้เรียนหนังสือ
โดยจ้างครูพิเศษเก่งๆแวะเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่

ถึงหนูน้อย Helen จะมีโลกสีมืด หม่นหมอง และเงียบสนิท
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอปลกเปลี้ย อ่อนแรงหรือว่านิ่งเฉย
ตรงกันข้ามเธอกลับมีพลังภายในมหาศาลที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
ผ่านอากัปกิริยาที่เกรี้ยวกราด เจ้าอารมณ์ โมโหร้าย  
จนครูประจำบ้านทนฤทธิ์เดชของเจ้าพระคุณเธอไม่ไหว
จะตี ดุว่า ทำโทษก็ไม่ได้ เพราะทุกคนในครอบครัวตามใจ Helen มาตลอด
เพราะเห็นว่าประสบเคราะห์กรรมหนักอยู่แล้ว
เลยต้องขอทะยอยลาออกหรือถูกไล่ออกทีละคนสองคน

นี่คือชัยชนะของ Helen Keller ที่ไม่มีใครห้ามปรามเธอได้
และเธอก็คงจะผยองในอำนาจที่ตัวเองกำแน่นไปชั่วนิรันดร์

จนกระทั่งวันหนึ่ง Anne Sullivan คุณครูคนใหม่
ได้เดินเข้ามาและเปลี่ยนฉากชีวิตของลูกศิษย์คนนี้จากเดิมโดยสิ้นเชิง
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 2

โพสต์

รูปภาพ

ประทานโทษรูปไม่ขึ้น ขอโพสใหม่
เดี๋ยวค่อยมาต่อเรื่องราวของคตู่รักปฏิหาริย์คู่นี้
และความหมายของภาพเก่าภาพนี้ด้วย
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ก่อนจะเล่าวิธีการปราบเซียนศิษย์ตัวจ้อย
เรามารู้จักภูมิหลังของคุณครูคนใหม่ Anne Sullivan กันก่อนดีกว่า


Anne Sullivan หรือ คุณครู Annie ของ Helen (14 เมษายน 1866 20 ตุลาคม 1936)
เกิดที่ชนบทเล็กๆที่เรียกชื่อว่า Feeding Hill ในเมือง Agawam รัฐ แมสซาซูเซทท์
ในครอบครัวฐานะยากจน ทั้งบิดา-มารดา อพยพจากประเทศไอร์แลนด์
ช่วงเกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนมันฝรั่ง Potato Famine ปี ค.ศ.1847
(เอ๋..จะเหมือนกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนข้าว ตอนนี้มั้ยเอ่ย)
มาดำรงเลี้ยงชีพเป็นกุ๊กทำอาหาร ค่าแรงต่ำ อ้าว..แต่อย่างน้อยครอบครัวไม่อดตาย
Anne จึงได้เรียนรู้ วิถีมานะ อดทน ประหยัดแบบฉบับไอริชด้วยการปลูกฝัง พร่ำสอนของบิดา
เมื่อมารดาเสียชีวิตด้วยวัณโรคตอน Anne อายุ 9 ขวบ เธอและน้องชายจำเป็นต้องไปอาศัยอยู่กับญาติ
เนื่องจากบิดาไม่อยู่ในฐานะที่จะเลี้ยงดูบุตร-ธิดาได้
ภายหลังพี่น้องทั้งคู่ถูกนำไปเลี้ยงที่สถานสงเคราะห์และต้องแยกจากกันในที่สุด
Anne Sullivan  เศร้าโศกเสียใจมาก

Anne ไม่ใช่เด็กหญิงสุขภาพสมบูรณ์ตามปกติ
เมื่ออายุ 3 ขวบ เธอประสบปัญหาด้านสายตา ม่านตาเสื่อมลง
ความรุนแรงพัฒนาตามลำดับเมื่ออายุมากขึ้น
จนกระทั่งตาเริ่มพร่ามัวและมืดดับไป
แม้จะได้เข้ารับการผ่าตัดหลายรอบ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
จนกระทั่งมีผู้แนะนำให้เข้ารับการรักษาผ่าตัดที่
Perkins School for the Blinds การผ่าตัดครั้งหลังได้ช่วยฟื้นฟูประสาทตา
ทำให้เธอค่อยๆกลับมาเห็นโลกใหม่อีกครั้ง ถึงไม่ชัดแจ๋วก็ยังดี
เธอกลับมาเรียนหนังสือและเริ่มอาชีพเป็นคุณครูสอนตามบ้านที่รียกกันว่า Governess

เอาล่ะ..เรามาดูวิธีการที่คุณครู Annie ปราบ Helen กัน

เมื่อแรกพบประสบหน้า คุณครู Anne ซึ่งเห็นลูกศิษย์แต่ฝ่ายเดียว
ถึงกับปรารภว่า Helen เป็น สิ่งมีชีวิตที่ป่าเถื่อนที่สุด (Wild Beast Ever Seen)
ใครจะนึกว่า เด็กผู้หญิงจากตระกูลผู้ดีจะมีมารยาททรามอย่างนี้
ทั้งอาละวาด ร้องกรี๊ดๆทุกครั้งที่ใครเข้าใกล้ตัว
ทั้งถีบ ถอง ดิ้น เตะ สารพัด
หยิบ ฉวยทุกอย่างที่มือสัมผัสได้ทั้งขว้าง  ปา เหวี่ยง อย่างเมามัน
เนื้อตัวหรือก็เหมือนกับก้อนขยะ ขมุกขมอม (ไม่สวยเอี่อยมอ่องเหมือนในภาพ)
เพราะเจ้าตัวไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใกล้
กลั่นแกล้งคุณครูคนใหม่ทุกวิถีทาง เช่น วิ่งหนีครู ให้ครูวิ่งตาม
(เออ..วิ่งได้อย่างไรก็ไม่รู้ สงสัยความเคยชิน)
พาไปที่ชายป่ารกๆ ให้ครูหลงทาง    โยนรองเท้าและสมบัติของครูทิ้งนอกบ้าน หรือไม่ก็เอาไปซ่อนเสีย (คุณครูไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า)
แกล้งปีนต้นไม้ ให้ครูปีนตามขึ้นไป แล้วตัวเองก็ไต่ลงมาตามบรรได  แล้วยกบรรไดหนี
ครูค้างเติ่งอยู่บนต้นไม้ทั้งวัน กว่าจะร้องหาคนช่วยได้ก็ย่ำพลบ  ขวัญหนีดีฝ่อหมด
อย่างนี้หรือจะให้คุณครูประจำบ้านคนไหนอยู่นานได้

แต่ไม่ใช่กับคุณครู Annie แน่นอน

เพียงมองแปลบเดียว คุณครูสาวคนใหม่ ก็รู้ว่า ลูกศิษย์น้อยฉลาดเป็นกรดแต่ดื้อด้านเป็นมหันต์เช่นกัน
ขืนปล่อยให้แกล้งใครต่อใครต่อไปเรื่อย  มีหวังชีวิตจบไม่สวยแน่ๆ (ทั้งครูและศิษย์)

Anne Sullivan  ใช้ยุทธวิธีหักด้ามพร้าด้วยเข่า  ตาต่อตา ฟันต่อฟัน มือต่อมือ
ไม่มีภาพสวยอ่อนหวานของคุณครูประจำบ้านตามนิยายพาฝันทั้งหลาย
มีแต่นางยักษ์กับลูกยักษ์ที่ต่อกรกัน
ลูกยักษ์ตบนางยักษ์ทีหนึ่ง นางยักษ์ตบกลับทันที จนลูกยักษ์ร้องจ้า ทว่าเสียงร้องอึกอักอยู่ข้างใน
ลูกยักษ์เตะหน้าแข้งนางยักษ์ นางยักษ์จับลูกยักษ์โยนโครมลงกับพื้นดิน
เป็นเช่นนี้ แทบทุกวัน
จนบรรดาครอบครัว Keller แทบจะทนไม่ไหว เกือบจะไล่เธอออกกลางคัน
แต่ Anne Sullivan โต้กลับเสียงแข็งว่า นี่เป็นวิธีเดียวที่จะใช้ปราบมารผลาญผจญ
ในตัวของเด็กหญิงสุดดวงใจของทุกคน

ต่างฝ่ายต่างสู้กันไม่ลดล่ะ จนเหนื่อยหอบไปทั้งสองคน
จนในที่สุดเด็กหญิง Helen Keller ก็ค่อยๆอ่อนฤทธิ์ลง
(ไม่อ่อนได้อย่างไร เนื้อตัวก็เจ็บพกช้ำเป็นจ้ำๆเหมือนกัน )
ยอมให้คุณครู Annie เข้ามาจัดการวิถีชีวิตของเธอ
แต่ก็ยังเย้ว เย้ว อวดลวดลายเป็นระยะ

ถึงตอนนี้คุณครู Annie พร้อมแล้วที่จะเริ่มบทเรียนบทที่หนึ่งแก่ Helen Keller
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 4

โพสต์

คุณป้า แอน แบนครอฟฟ์เป็น คุณครู Anne Sullivan (ชื่อพ้องกันจริงๆ)
และ คุณป้า แพ็ตตี้ ดุ๊กส์ เป็น Helen Keller
ป้าแอนตอนสาวๆใช่ที่เล่นเป็นสาวใหญ่รูดถุงน่อง
สอนมวยดัสติน ฮอฟแมนในเดอะGraduate หรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ก็รู้จัก
ส่วนแพ๊ตตี้ ดุ๊กนี้ รู้จักดีครับ เล่นหนังทีวีแนวfamily หลายๆเรื่อง
ผมตามดูบ่อย
รูปเรื่องอย่างนี้เหมาะทำหนังมากครับ
ผมเพิ่งดู matthiew perry ทางทรูวิชั่นเล่นเป็นครูปราบเด็กเฮี้ยวๆ
แต่นี่ใช้ความรัก ความทุ่มเทล้วนๆ
สร้างจากชีวิตจริงเหมือนกัน
ทุกวันนี้อีตาครูแสนเก่งคนนี้ ตั้งอคาเดมี่ของตัวเองได้เสียด้วย...
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 5

โพสต์

por_jai เขียน: ป้าแอนตอนสาวๆใช่ที่เล่นเป็นสาวใหญ่รูดถุงน่อง
สอนมวยดัสติน ฮอฟแมนในเดอะGraduate หรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ก็รู้จัก
ส่วนแพ๊ตตี้ ดุ๊กนี้ รู้จักดีครับ เล่นหนังทีวีแนวfamily หลายๆเรื่อง
ผมตามดูบ่อย
รูปเรื่องอย่างนี้เหมาะทำหนังมากครับ
ผมเพิ่งดู matthiew perry ทางทรูวิชั่นเล่นเป็นครูปราบเด็กเฮี้ยวๆ
แต่นี่ใช้ความรัก ความทุ่มเทล้วนๆ
สร้างจากชีวิตจริงเหมือนกัน
ทุกวันนี้อีตาครูแสนเก่งคนนี้ ตั้งอคาเดมี่ของตัวเองได้เสียด้วย...
อา..ใช่แล้วคร้าบ
คุณป้าแอน แบนครอฟฟ์ (Anne Bancroft)
สาวๆสวยมาก เล่นใน The Graduate
รับบทคุณครูใหญ่คนแรกของหนุ่มน้อย ดัสติน ออฟแมน
หนังเพลงเพราะที่ทำให้คู่หู Paul Simon และ Art Garfunkel โด่งดังเป็นพลุ
ด้วยเพลง Scarborough Fair, The Sound of Silence

เดี๋ยวค้นรูปให้ดูครับ

รูปภาพ


และนี่คือคุณป้าแอนในบทคุณครู Annie Sullivan ใน The Miracle Worker
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
กระทิงแดง
Verified User
โพสต์: 952
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 6

โพสต์

รอฟังต่อครับ
"The enemy is a very good teacher" Dalai Lama
"Confidence doesn't come from being right all the time; it comes
from surviving the many occasions of being wrong." B.N. Steenbarger
"Luck is where preparation meets opportunity"
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 7

โพสต์

อุ้งมือคือห้องเรียน

เพราะคุณครู Anne Sullivan เคยประสบภาวะสายตามืดบอดมาก่อน
จึงเข้าใจอุปสรรคของการเรียนหนังสือของคนตาพิการ
ที่ไม่สามารถแยกแยะสรรพสิ่ง สีสันและรูปทรงออกจากกัน
และยิ่งถ้าหูไม่ได้ยินแล้วเป็นใบ้อีกต่างหาก
เท่ากับเพิ่มความยากลำบากกำลังสองกำลังสามแก่การเรียนเลยทีเดียว

แต่มาถึงตรงนี้ หลังจากปราบมารน้อยได้ราบคาบแล้ว
คุณครูคนเก่งหรือจะยอมแพ้

ภาษาที่ Anne Sullivan ใช้สื่อสารและสอนหนังสือแก่ลูกศิษย์เฮ้วๆอย่าง Helen
ก็คือ ภาษาพาล์ม (Palm Language)

อะ อะ อย่านึกว่าคุณครูจะไฮเทคเอา PDA มาทดลองใช้เป็นคนแรกนะคร้าบ
Palm ในที่นี้ก็คืออุ้งมือส่วนทีมีลายเส้นชะตาชีวิตของเราปรากฏอยู่
Palm Reader ก็ไม่ใช่ใครอื่น หมอดูลายมือที่เรามักจะชอบให้ทายอนาคตอยู่เนืองๆ

คุณครู Annie ใส่บทเรียนต่างๆใส่ไว้ในอุ้งมือของ Helen
โดยใช้สัมผัสธรรมชาติที่อีกฝ่ายสามารถรับรู้ได้ง่ายๆ
เช่น เมื่อสอนคำว่า น้ำ  (Water)  ก็ทั้งผลักทั้งจูง Helen ไปที่บ่อน้ำ  เทน้ำใสในอุ้งมือ  
วินาทีแรกที่หยดน้ำกระทบมือ เด็กน้อยสะดุ้งเฮือก
สะบัดมือเร่าๆ เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร
แต่รู้สึกถึงความเปียกลื่นชื้นๆของสิ่งหนึ่งในอุ้งมือ  
(เอ...ถึงตอนนี้ชักสงสัย Helen Keller เคยอาบน้ำหรือเปล่าเนี่ย  
หรือแค่ถูกถูๆเช็ดตัวแห้งแทน)

คุณครู Annie จึงสะกดคำว่า Water
โดยเขียนเป็นตัวพยัญชนะทีล่ะตัวๆ W A T E และ R ใส่บนอุ้งมือของหนูน้อย
(วิธีการแบบนี้ นึกถึงเกมส์สมัยเด็กๆที่เพื่อนชอบเขียนตัวอักษรใส่หลังเรา
แล้วเราแข่งกันสะกดให้ถูกว่าคือ คำอะไร)

เมื่อสอนคำว่าตุ๊กตา (Doll) ก็ให้ลูกศิษย์น้อยลูบไล้รูปทรงของตุ๊กตา
ที่มีผมเป็นเส้นฝอยๆ มีหน้าตาส่วนนูน โค้งเว้า  มีเสื้อผ้าสวมใส่นุ่มนิ่ม
ด้วยปฏิภาณความฉลาดของ Helen เมื่อรู้จักความหมายของคำว่า ตุ๊กตาแล้ว
เธอก็ดึงผม ดึงหน้า ลูบไล้ตัวเองเหมือนกับบอกว่า เธอมีทุกอย่างเหมือนเจ้าตุ๊กตา

ตุ๊กตา (Doll) เป็นศัพท์คำแรกที่หนูน้อย Helen Keller รู้จัก

ในภาพที่เอามาให้ดูตอนต้น  ถ่ายโดยเพื่อนบ้านที่พำนักอยู่ใกล้บ้านพักฤดูร้อนของครอบครัว Keller
ขณะที่ไปตากอากาศที่ Cape Cod  มลรัฐแมซซาซูเซทท์ เมื่อปี ค.ศ. 1888

เราจะเห็นคุณครู Annie คุกเข่าเคียงข้างเด็กหญิง
สายตาเปี่ยมด้วยความรัก ใส่ใจและจดจ่อ
ในใจคงครุ่นคิดคำนึงว่าจะหาทางพัฒนา
ผลักดันให้ลูกศิษย์ออกมายืนเผชิญโลกในวันข้างหน้าได้อย่างไร
ส่วนหนูน้อย Helen Keller นั่งนิ่งเรียบร้อย
คอยรับสัมผัสการสอนจากคุณครูที่ไม่เคยรู้จักหน้าตาเลย
บนตักมีตุ๊กตาตัวเก่งที่สอนให้รู้จักศัพท์คำแรกในโลกนี้

องค์ประกอบของภาพสวยงาม หมดจด
ถึงอารมณ์และความรู้สึกในฐานะผู้ให้และผู้รับ
ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของชาวอเมริกันเลยทีเดียว

พอๆกับสัญญลักษณ์ลายกราฟฟิค ที่เอาเพิ่มเติมข้างล่างนี้
เด็กหญิงใช้มือลูบคลำสัมผัสหน้าของผู้หญิงอีกคน
เห็นรูปนี้ที่ไหน รู้ทันทีว่าต้องเกี่ยวกับ คุณครู- ลูกศิษย์
คู่แท้ปฏิหาริย์  The Miracle Worker


รูปภาพ
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 8

โพสต์

มาอ่านอีกที
รู้สึกเหมือนจะเขียนค้างๆไว้ มีน้องในเวปมาถามเรื่องราวต่อไป
เลยมาขอต่อตอนจบอีกสักตอน
เผอิญวันนี้เป็นวันสำคัญของ Helen Keller ด้วยซิคร้าบ :lol:


จับมือกันไว้แล้วเดินคู่กัน

รูปภาพ

ทุกๆวันคุณครู Annieจะพาลูกศิษย์ตัวน้อยไปที่ห้องเรียนพิเศษ
ซึ่งเป็นกระท่อมต่างหากกลางทุ่ง เพื่อไม่ให้ใครเข้ามากวนสมาธิจนวอกแวก
เนื่องจากการสอนเด็กมหัศจรรย์อย่าง Helen Keller
ต้องทุ่มเทเเละมีวิธีการเฉพาะอย่าง
เผลอๆอาจจะต้องทำโทษหนักเมื่ออีกฝ่ายของขึ้นยามเผลอไผล

หลังจากใช้ความเพียรมานะมาสักพัก คุณครู Annie ก็เริ่มทำให้หนูน้อย
รู้จักคำศัพท์และความหมาย รู้จักวิธีการผูกประโยคไวยากรณ์ง่ายๆ
แยกแยะความแตกต่างของสิ่งของต่างๆที่สัมผัส
อย่างน้อยก็พอจะเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงด้านสรีระ
ว่าเด็กทุกคนต้องเติบโต ไม่สามารถหยุดตัวเองเป็นแค่ตุ๊กตาตัวเล็กๆได้
นอกจากนี้ยังรู้จักภาษาเบลล์สำหรับคนตาบอดอีกด้วย

แต่นั่นแหละ สิ่งที่ Helen จะต้องเรียนรู้ต่อไปก็คือ ภาษาโลก
เพราะไม่มีใครจะอยู่โดดเดี่ยวคนเดียวได้ตลอดไป

Helen ได้เข้าเรียนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว (Formal Education)
ที่ Royal Institute For the Blind
หลังจากนั้นครู - ศิษย์ คู่นี้ก็จูงมือเข้ามหานครนิวยอร์ค
เพื่อเข้าเรียนโรงเรียนที่สอนคนตาบอดและหูหนวกโดยเฉพาะ

หลังจบการศึกษาก็กลับมามลรัฐแมซซาซูเซ็ท
เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาสาขาศิลปศาสตร์ที่วิทยาลัยหญิง Radcliffe
ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับ Ivy League โด่งดังประมาณ Harvard
ซึ่งขณะนั้นยังรับแต่นักศึกษาชาย

แน่นอน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นย่อมเกินกำลังที่ครอบครัว Keller
จะสรรหามาให้ เพราะมีถึง 2 ปากท้องด้วยกัน
โชคดีที่ Helen ขอรับทุนอุดหนุนจากเศรษฐีผู้มั่งมี
ที่นิยมบริจาคให้ทุนการศึกษาตามมหาวิทยาลัย
Helen Keller จึงเป็นบัณทิตคนแรก ในวัย 24 ปี
ที่ครบครันความพิการคือทั้งบอด ทั้งใบ้

(และโชคดีมากที่ Helen ไม่ได้เกิดในบ้านเรา
มิฉะนั้นก็คงถูกล่ามโซกักขังเป็นจอมนางใต้ถุนเรือนตลอดชีวิต)

เมื่อจบการศึกษาแล้ว Helen ก็เริ่มภาระกิจของทูตสวรรค์
โดยเดินทางไปแสดงปาฐกถา อภิปราย บอกเล่า
เร่งเร้าให้รัฐเห็นความจำเป็นของผู้พิการที่รัฐต้องดูแล

อะ อะ อย่าเพิ่งคิดว่า Helen สร้างปฎิหาริย์พูดได้ขึ้นมาเองล่ะ
ทั้งหมดนี้ ผ่านร่างทรงเอ๊ย..ไม่ใช่ ล่ามพูด คือคุณครูแอนน์ คู่หูต่างหากล่ะ
คุณครูแอนน์ผู้เฝ้ามองพัฒนาการของเด็กหญิงโหด เถื่อน ร้าย
ที่เติบโตขึ้นมาเป็นกุลสตรีมาดมั่นด้วยภูมิปัญญา ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา

ผ่านทุกข์ผ่านสุขมาถึงขนาดนี้ ฉะนี้หรือจะยอมทิ้งกันได้ลงคอ

คู่แท้ปฎิหาริย์ออกเดินทางลุยไหนลุยกัน เดินทางฝ่าข้ามทวีป
เป็นระยะหลายพันไมล์ ปฏิบัติหน้าที่ของนารีแถวหน้าไม่เคยหยุด
จนกระทั่งคุณครูแอน เสียชีวิตไป
ก่อนจะเสียชีวิต สายตาของคุณครูก็เริ่มริบหรี่อีกครั้ง
หลังจากถูกใช้งานอย่างสมบุกสมบันมานานหลายปี

แน่นอน Helen เสียใจมาก เพราะคุณครู Annie Sullivan แม้ไม่ใช่แม่ก็ยิ่งกว่าแม่
เป็นดั่งเทียนไขที่ส่องสว่างนำสติปัญญาของเธอกลับคืนมา
Helen ยิ่งปวารณาตัวเป็นนักต่อสู้และนักกิจกรรมเพื่อคนพิการอย่างหนักหน่วง
บากบั่นอุตสาหะ พูดให้ขวัญกำลังใจแก่ทุกองค์กรที่ส่งเสริมสถานภาพ
และโอกาสแก่คนพิการ รวมทั้งตั้งองค์กรการกุศลในชื่อเธอเอง

ในด้านของสังคม Helen มีความคิดก้าวหน้า
ค่อนข้างจะโน้มเอียงไปทางระบอบสังคมนิยมรัฐสวัสดิการ
รัฐจะต้องช่วยเหลือให้ความเกื้อกูลกับบุคคลที่เกิดมาเคราะห์ร้าย(เช่นเธอ)

Helen ได้เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับชีวประวัติการต่อสู้ของตัวเอง
ซึ่งจะไม่ประสบชัยชนะเลย หากไม่มีคุณครู Annie เป็นเพื่อนคู่ใจ

เล่มหนึ่งที่ดังมากก็คือ The Story of My Life
เธอคงต้องใช้ความพยายามมากในการสะกดคำเพื่อเล่าความจริงของชีวิตออกมา
ใครมีหรืออ่านเล่มนี้ จงภูมิใจเถอะว่า คุณกำลังใช้ดวงตาอ่านดวงใจของคนเขียน

วาระสุดท้ายของ Helen Keller สาวน้อยมหัศจรรย์มาถึง
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 1968 เธอได้เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักส่วนตัว
หลังจากทนทรมานกับอาการอัมพาตมาเป็นเวลาหลายปี

เปลือกตาสุดท้ายก่อนจะปิดหรุบสนิท Helen ลูบคลำตุ๊กตาตัวโปรด
สะกดภาษาปาล์มในมือ Doll ศัพท์คำแรกที่รู้จักในชีวิต
จากคุณครูสุดที่รัก Annie Sullivan

และแล้วดวงตาที่มืดมิดมาตั้งแต่เยาว์วัย ก็ได้ปิดพักผ่อนชั่วนิรันดร์   :cry:
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 9

โพสต์

ถึงเพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน
กูรูกะโพสให้ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน คือวันนี้
เพราะครบรอบวันเสียชีวิตของ Helen Keller 40 ปีพอดี

สิ่งที่เราได้จากเรื่องราวของครู-ศิษย์ คู่แท้ปฏิหาริย์คู่นี้
ก็คือความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม
โชคดีที่ทั้งคู่มีโอกาสได้ร่วมสร้างฝันด้วยกัน
กว่าจะฝ่าฟันกันมาได้ก็สาหัสสากรรจ์ผ่านกาลเวลา

ขอแต่ให้เราเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้เท่านั้น

ปฏิหาริย์เกิดขึ้นได้บนฐานความเพียรมานะจากตัวเรานั่นเอง :wink:
...
Verified User
โพสต์: 1817
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับพี่กูรู

ชอบประโยคนี้จัง
กูรูขอบสนาม เขียน:ใครมีหรืออ่านเล่มนี้ จงภูมิใจเถอะว่า คุณกำลังใช้ดวงตาอ่านดวงใจของคนเขียน
แมงเม่าบินเข้ากลางใจ
Capo
Verified User
โพสต์: 1067
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 11

โพสต์

น้ำตาซึมเลยครับ
... จุดเริ่มต้นของคนเราไม่สำคัญ

มันสำคัญที่ว่าเขาวิ่งได้เร็วแค่ไหนตะหาก ...
plamuek76
Verified User
โพสต์: 478
ผู้ติดตาม: 0

ปฏิหาริย์แห่งรัก

โพสต์ที่ 12

โพสต์

:cool:  :cool:  :cool:
โพสต์โพสต์