ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 1
ไปค้นในห้องร้อยคนร้อยหุ้นไม่มีครับ
อยากให้ web ช่วยเติมรายละเอียดของหุ้นนี้ไว้ที่ห้องด้วยครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
เอาข้อมูลสรุปมาให้ดูก่อนครับ จาก 56-1
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2548
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด ( มหาชน )
ส่วนที่ 1
ข้อมูลสรุป
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อบริษัท บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งสำนักงาน 149 / 34 ซ.แองโกลพลาซ่า ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
ทะเบียนเลขที่ 0107537000513 ( เดิมเลขที่ บมจ. 298 )
โทรศัพท์ 0-2238-4091, 0-2634-0061-4
โทรสาร 0-2238-4090
Home Page www.chiangmaifrozenfoods.com
ประเภทธุรกิจ ผลิตและส่งออกผักผลไม้แช่แข็ง เช่น ถั่วแขก ถั่วแระ แครอท ข้าวโพดฝักอ่อน
ข้าวโพดหวาน มะม่วง ส้ม สัปปะรด เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ ลำไย เป็นต้น
กำลังการผลิต 27,000 ตัน ต่อ ปี
โรงงาน (สาขา) โรงงาน 1 เลขที่ 92 หมู่ 3 ถ.เชียงใหม่-พร้าว ต.หนองจ๊อม อ. สันทราย จ. เชียงใหม่ 50210
โรงงาน 2 เลขที่ 299 หมู่ 14 ถ.เชียงใหม่-พร้าว ต.แม่แฝกใหม่ อ. สันทราย จ. เชียงใหม่ 50290
ทุนจดทะเบียน หุ้นสามัญ 315,000,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นเงินรวม 315,000,000 บาท
ทุนชำระแล้ว หุ้นสามัญ 314,997,360 หุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นเงินรวม 314,997,360 บาท
นิติบุคคลที่บริษัทถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป
ชื่อบริษัท C & W Interfoods Co., Ltd.
ที่ตั้ง 101 หมู่ 1 ต.พยอม อ. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
ประเภทธุรกิจ ผลิตและจำหน่าย Frozen Dough และ Bakery Products
ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท
ทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท
สัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้น 49 %
ชื่อบริษัท Agrifood Processing Co., Ltd.
ที่ตั้ง 149 / 34 ซ.แองโกลพลาซ่า ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
ประเภทธุรกิจ จำหน่าย Frozen Sweet Corns and Canned Sweet Corns
ทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท
ทุนชำระแล้ว 30 ล้านบาท
สัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้น 100 %
นิติบุคคลอ้างอิง
นายทะเบียนหุ้น บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
62 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชั้น 4, 6-7
ถ.รัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0-2229-2800, 0-2654-5599 โทรสาร 0-2359-1262-3
ผู้สอบบัญชี นายประดิษฐ รอดลอยทุกข์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 0218 หรือ
นายวิชัย จตุรานนท์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 1431
สำนักงาน เอเอสที มาสเตอร์ 790/12 ทองหล่อทาวเวอร์
ซ. ทองหล่อ 18 ถ. สุขุมวิท 55 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0-2381-5716, 0-2381-8016
ที่ปรึกษากฏหมาย นายวันจันทร์ ศิวบุณยวงศ์ บริษัท วิศาลและเพื่อนทนายความ จำกัด
83-85 ซ. อนุมานราชธน ถ. เดโช เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทร. 0-2266-8217-8
สถาบันการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
Calyon Corporate and Investment Bank - Bangkok Branch
Mizuho Corporate Bank , Ltd. - Bangkok Branch
อยากให้ web ช่วยเติมรายละเอียดของหุ้นนี้ไว้ที่ห้องด้วยครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
เอาข้อมูลสรุปมาให้ดูก่อนครับ จาก 56-1
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2548
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด ( มหาชน )
ส่วนที่ 1
ข้อมูลสรุป
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อบริษัท บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งสำนักงาน 149 / 34 ซ.แองโกลพลาซ่า ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
ทะเบียนเลขที่ 0107537000513 ( เดิมเลขที่ บมจ. 298 )
โทรศัพท์ 0-2238-4091, 0-2634-0061-4
โทรสาร 0-2238-4090
Home Page www.chiangmaifrozenfoods.com
ประเภทธุรกิจ ผลิตและส่งออกผักผลไม้แช่แข็ง เช่น ถั่วแขก ถั่วแระ แครอท ข้าวโพดฝักอ่อน
ข้าวโพดหวาน มะม่วง ส้ม สัปปะรด เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ ลำไย เป็นต้น
กำลังการผลิต 27,000 ตัน ต่อ ปี
โรงงาน (สาขา) โรงงาน 1 เลขที่ 92 หมู่ 3 ถ.เชียงใหม่-พร้าว ต.หนองจ๊อม อ. สันทราย จ. เชียงใหม่ 50210
โรงงาน 2 เลขที่ 299 หมู่ 14 ถ.เชียงใหม่-พร้าว ต.แม่แฝกใหม่ อ. สันทราย จ. เชียงใหม่ 50290
ทุนจดทะเบียน หุ้นสามัญ 315,000,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นเงินรวม 315,000,000 บาท
ทุนชำระแล้ว หุ้นสามัญ 314,997,360 หุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นเงินรวม 314,997,360 บาท
นิติบุคคลที่บริษัทถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป
ชื่อบริษัท C & W Interfoods Co., Ltd.
ที่ตั้ง 101 หมู่ 1 ต.พยอม อ. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
ประเภทธุรกิจ ผลิตและจำหน่าย Frozen Dough และ Bakery Products
ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท
ทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท
สัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้น 49 %
ชื่อบริษัท Agrifood Processing Co., Ltd.
ที่ตั้ง 149 / 34 ซ.แองโกลพลาซ่า ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
ประเภทธุรกิจ จำหน่าย Frozen Sweet Corns and Canned Sweet Corns
ทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท
ทุนชำระแล้ว 30 ล้านบาท
สัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้น 100 %
นิติบุคคลอ้างอิง
นายทะเบียนหุ้น บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
62 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชั้น 4, 6-7
ถ.รัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0-2229-2800, 0-2654-5599 โทรสาร 0-2359-1262-3
ผู้สอบบัญชี นายประดิษฐ รอดลอยทุกข์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 0218 หรือ
นายวิชัย จตุรานนท์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 1431
สำนักงาน เอเอสที มาสเตอร์ 790/12 ทองหล่อทาวเวอร์
ซ. ทองหล่อ 18 ถ. สุขุมวิท 55 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0-2381-5716, 0-2381-8016
ที่ปรึกษากฏหมาย นายวันจันทร์ ศิวบุณยวงศ์ บริษัท วิศาลและเพื่อนทนายความ จำกัด
83-85 ซ. อนุมานราชธน ถ. เดโช เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทร. 0-2266-8217-8
สถาบันการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
Calyon Corporate and Investment Bank - Bangkok Branch
Mizuho Corporate Bank , Ltd. - Bangkok Branch
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 2
ข้อมูลทางการเงินโดยสรุปของบริษัท
ข้อมูลจากงบการเงิน ( หน่วย : พันบาท )
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท
2548 2547 2546 2548 2547 2546
สินทรัพย์รวม 1,335,632 1,332,555 1,300,322 1,190,357 1,168,746 1,145,497
หนี้สินรวม 178,945 189,602 185,234 80,742 95,017 100,176
ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,156,687 1,142,953 1,115,088 1,109,615 1,073,729 1,045,321
รายได้จากการขายและบริการ 1,306,598 1,266,805 1,096,402 1,083,917 1,124,275 1,021,469
รายได้รวม 1,323,603 1,280,842 1,115,252 1,107,578 1,144,388 1,039,272
กำไรขั้นต้น 326,151 302,601 275,179 274,397 285,037 286,387
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 88,386 91,408 99,386 88,386 91,408 99,386
อัตราส่วนทางการเงิน
อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้รวม % 6.68 7.14 8.91 7.98 7.99 9.56
อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น % 7.64 8.00 8.91 7.97 8.51 9.51
อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม % 6.62 6.86 7.64 7.43 7.82 8.68
กำไรสุทธิ ต่อ หุ้น บาท 0.32 0.44 0.47 0.32 0.44 0.47
เงินปันผล ต่อ หุ้น บาท 0.25 0.25 0.30 0.25 0.25 0.30
หุ้นปันผล ต่อ หุ้น บาท - 0.50 - - 0.50 -
มูลค่าตามบัญชี ต่อ หุ้น บาท 4.18 5.44 5.31 4.01 5.11 4.98
มูลค่าสินทรัพย์รวมสุทธิ ต่อ หุ้น บาท 4.82 6.35 6.19 4.30 5.57 5.45
หมายเหตุ ทำการปรับข้อมูลเดิม ให้อยู่บนฐานข้อมูล หุ้นละ 1 บาท เพื่อการเปรียบเทียบกับปีปัจจุบัน
ข้อมูลจากงบการเงิน ( หน่วย : พันบาท )
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท
2548 2547 2546 2548 2547 2546
สินทรัพย์รวม 1,335,632 1,332,555 1,300,322 1,190,357 1,168,746 1,145,497
หนี้สินรวม 178,945 189,602 185,234 80,742 95,017 100,176
ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,156,687 1,142,953 1,115,088 1,109,615 1,073,729 1,045,321
รายได้จากการขายและบริการ 1,306,598 1,266,805 1,096,402 1,083,917 1,124,275 1,021,469
รายได้รวม 1,323,603 1,280,842 1,115,252 1,107,578 1,144,388 1,039,272
กำไรขั้นต้น 326,151 302,601 275,179 274,397 285,037 286,387
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 88,386 91,408 99,386 88,386 91,408 99,386
อัตราส่วนทางการเงิน
อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้รวม % 6.68 7.14 8.91 7.98 7.99 9.56
อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น % 7.64 8.00 8.91 7.97 8.51 9.51
อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม % 6.62 6.86 7.64 7.43 7.82 8.68
กำไรสุทธิ ต่อ หุ้น บาท 0.32 0.44 0.47 0.32 0.44 0.47
เงินปันผล ต่อ หุ้น บาท 0.25 0.25 0.30 0.25 0.25 0.30
หุ้นปันผล ต่อ หุ้น บาท - 0.50 - - 0.50 -
มูลค่าตามบัญชี ต่อ หุ้น บาท 4.18 5.44 5.31 4.01 5.11 4.98
มูลค่าสินทรัพย์รวมสุทธิ ต่อ หุ้น บาท 4.82 6.35 6.19 4.30 5.57 5.45
หมายเหตุ ทำการปรับข้อมูลเดิม ให้อยู่บนฐานข้อมูล หุ้นละ 1 บาท เพื่อการเปรียบเทียบกับปีปัจจุบัน
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 3
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน)
ตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
งวด 1 ปี
ปี 2549 2548
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 105,737 88,386
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.34000 0.32000
ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"
ลงลายมือชื่อ ลายเซ็นต์
( นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ )
ตำแหน่ง กรรมการผู้มีอำนาจ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน)
ตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
งวด 1 ปี
ปี 2549 2548
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 105,737 88,386
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.34000 0.32000
ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"
ลงลายมือชื่อ ลายเซ็นต์
( นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ )
ตำแหน่ง กรรมการผู้มีอำนาจ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 4
และนี่ครับคือรายละเอียดของเงินปันผลที่จ่ายและหุ้นปันผลที่จ่าย โดยระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องเสียภาษีครับ จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มีเงินได้มาก ๆ ซึ่งปกติต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วไม่ไปขอคืนภาษี แต่นี่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี หัก ณ ที่จ่ายด้วยครับ
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด ( มหาชน )
แจ้งประกาศจ่ายเงินปันผลและหุ้นปันผล และกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1 / 2550 วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 มีมติดังนี้
1. การจ่ายเงินปันผล และหุ้นปันผล
1.1 การจ่ายเงินปันผล
- จ่ายจากผลกำไรที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้น
จำนวน 314,997,360 หุ้น คิดเป็นเงิน 78,749,340.00 บาท
- จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549
- วันที่จ่ายเงินปันผล : วันที่ 23 พฤษภาคม 2550
- วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล : เวลา 12.00 น. ของ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2550
1.2 การจ่ายหุ้นปันผล
- จ่ายจากผลกำไรที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม
2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549
- อัตราการจ่ายหุ้นปันผล 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ให้กับผู้ถือหุ้น จำนวน 314,997,360 หุ้น
คิดเป็นหุ้นปันผล จำนวน 31,499,736 หุ้น คิดเป็นเงิน 31,499,736.00 บาท หรือคิด
เป็นการจ่ายหุ้นปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น
- เงื่อนไขการคำนวณจำนวนหุ้นปันผล : กรณีมีเศษหุ้นให้ปัดทิ้ง
- วันที่จ่ายหุ้นปันผล : วันที่ 23 พฤษภาคม 2550
- วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับหุ้นปันผล : เวลา 12.00 น. ของ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2550
1.3 รวมการจ่ายเงินปันผลและหุ้นปันผล เป็นอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น
110,249,076.00 บาท
1.4 เงินปันผล และหุ้นปันผล ได้รับยกเว้นไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
2. กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2550
ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2550 เวลา 9.00 น.ณ ห้องประชุมโรงแรมมณเฑียร
ห้องมณเฑียรทิพย์ เลขที่ 54 ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร.0-2233-7060
วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น วันที่ 3 เมษายน 2550 เวลา
12.00 น. จนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ โดยมีวาระการประชุม ดังนี้
1 ) พิจารณารับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรรับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
2 ) พิจารณารับรองรายงานประจำปีและรายงานคณะกรรมการบริษัทประจำปี 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบผลการดำเนินงาน ปี 2549
3 ) พิจารณาอนุมัติงบดุลและงบกำไร (ขาดทุน) ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีประจำปีสิ้นสุด
วันที่ 31 ธันวาคม 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติงบดุล และงบกำไร (ขาดทุน) ประจำปี 2549
4 ) พิจารณาตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จัดสรร จำนวน 2,640 หุ้น
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติให้ตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จัดสรร
5 ) พิจารณาเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 31,499,736.- บาท เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผล
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 31,499,736.- บาท โดย
เพิ่มทุนจาก 314,997,360.- บาท เป็น 346,497,096.- บาท คิดเป็นจำนวนหุ้นทั้งสิ้น
346,497,096 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.- บาท
6 ) พิจารณาแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ ข้อ 4 ดังนี้
ข้อความเดิม
ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน 314,997,360 บาท (สามร้อยสิบสี่ล้านเก้าแสนเก้าหมี่น
เจ็ดพันสามร้อยหกสิบบาท)
แบ่งออกเป็น 314,997,360 หุ้น (สามร้อยสิบสี่ล้านเก้าแสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันสามร้อยหกสิบหุ้น)
มูลค่าหุ้นละ 1 บาท (หนึ่งบาท)
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ 314,997,360 หุ้น (สามร้อยสิบสี่ล้านเก้าแสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันสามร้อยหกสิบหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น ( - )
ข้อความใหม่
ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน 346,497,096 บาท (สามร้อยสี่สิบหกล้านสี่แสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันเก้าสิบหกบาท)
แบ่งออกเป็น 346,497,096 หุ้น (สามร้อยสี่สิบหกล้านสี่แสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันเก้าสิบหกหุ้น)
มูลค่าหุ้นละ 1 บาท (หนึ่งบาท)
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ 346,497,096 หุ้น (สามร้อยสี่สิบหกล้านสี่แสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันเก้าสิบหกหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น ( - )
7 ) พิจารณาอนุมัติการจ่ายปันผล สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล ประจำปี 2549 ในอัตราหุ้นละ
0.25 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นจำนวน 314,997,360 หุ้น คิดเป็นเงิน
ทั้งสิ้น 78,749,340.00 บาท และอนุมัติการจ่ายหุ้นปันผล 10
หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ คิดเป็นการจ่ายหุ้นปันผลในอัตราหุ้นละ 0.10
บาท ให้กับผู้ถือหุ้น จำนวน 314,997,360 หุ้น คิดเป็นจำนวน
หุ้นปันผล 31,499,736 หุ้น โดยกำหนดให้วันที่ 2 พฤษภาคม 2550
เวลา 12.00 น. เป็นวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิในเงินปันผล และ
หุ้นปันผล และกำหนดให้วันที่ 23 พฤษภาคม 2550 เป็นวันจ่ายเงิน
ปันผลและหุ้นปันผล
8 ) พิจารณาจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 31,499,736 หุ้น เพื่อจ่ายเป็นหุ้นปันผลให้
กับผู้ถือหุ้นเดิม
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 31,499,736 หุ้น เพื่อจัดสรร
ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่
9 ) พิจารณาแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระและกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน
กรรมการ ประจำปี 2550
รายชื่อกรรมการที่ออกตามวาระมีดังนี้
1. นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์
2. นายมาซาโอะ โคโน่
3. นายหลาน มู่ ชิว
4. นายเฉิน หยาง ชุง
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรแต่งตั้งกรรมการดังต่อไปนี้กลับเข้ามาเป็นกรรมการอีกวาระหนึ่ง
1. นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์
2. นายมาซาโอะ โคโน่
3. นายหลาน มู่ ชิว
ส่วนกรรมการที่ครบวาระอีก 1 ท่าน คือ นายเฉิน หยาง ชุง บริษัทฯ ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้
เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯจำนวนหลายครั้ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีความเห็นร่วมกันขอเสนอ
นายลู่ ทัง เจิน ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พิจารณาเลือกตั้งเป็น
กรรมการบริษัทฯแทน นายเฉิน หยาง ชุง
ประวัติของ นายลู่ ทัง เจิน
วันเดือนปีเกิด : วันที่ 18 กันยายน 2481 อายุ 69 ปี
ที่อยู่ปัจจุบัน : No. 1-9, Lane Sin Nan Heng, Nanzih District,Kaohsiung City 811,
Taiwan
โทรศัพท์ : (07) 351-3505 โทรสาร (07) 355-0322
วุฒิการศึกษา : Senior high school, Nanzih Junior School
ประสบการณ์ : ที่ปรึกษาคณะกรรมการ บมจ. เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ ปี 2531 - ปัจจุบัน
ดังนั้น คณะกรรมการบริษัททั้งหมด จำนวน 11 ท่าน จะประกอบด้วย (ในกรณีที่ที่ประชุม
ผู้ถือหุ้นมีมติตามความเห็นของคณะกรรมการ) ดังนี้
1. นายประยูร พลพิพัฒนพงศ์ 7. นายอำนวย ยศสุข
2. นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์ 8. นายมาซาโอะ โคโน่
3. นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ 9. ดร. โอฬาร ไชยประวัติ
4. นายอังกูร พลพิพัฒนพงศ์ 10. นายอำพล รวยฟูพันธ์
5. นายหลาน มู่ ชิว 11. นายลู่ ทัง เจิน
6. นายสันติชัย สุเอกานนท์
เห็นควรกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนกรรมการ ประจำปี 2550 รวมจำนวน 11 ท่าน ๆ ละ
400,000.- บาทต่อปี คิดเป็นเงินรวม 4,400,000.00 บาท
10 ) พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีประจำปี 2550
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ประจำปี 2550 คือ นายประดิษฐ
รอดลอยทุกข์ และ/หรือนางสาวนงราม เลาหอารีดิลก แห่ง
สำนักงาน เอเอสที มาสเตอร์ โดยเสนอค่าสอบบัญชี
จำนวน 520,000.- บาท
ลงชื่อ ลายเซ็น กรรมการผู้มีอำนาจ
( นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ)
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด ( มหาชน )
แจ้งประกาศจ่ายเงินปันผลและหุ้นปันผล และกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1 / 2550 วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 มีมติดังนี้
1. การจ่ายเงินปันผล และหุ้นปันผล
1.1 การจ่ายเงินปันผล
- จ่ายจากผลกำไรที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้น
จำนวน 314,997,360 หุ้น คิดเป็นเงิน 78,749,340.00 บาท
- จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549
- วันที่จ่ายเงินปันผล : วันที่ 23 พฤษภาคม 2550
- วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล : เวลา 12.00 น. ของ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2550
1.2 การจ่ายหุ้นปันผล
- จ่ายจากผลกำไรที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม
2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549
- อัตราการจ่ายหุ้นปันผล 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ให้กับผู้ถือหุ้น จำนวน 314,997,360 หุ้น
คิดเป็นหุ้นปันผล จำนวน 31,499,736 หุ้น คิดเป็นเงิน 31,499,736.00 บาท หรือคิด
เป็นการจ่ายหุ้นปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น
- เงื่อนไขการคำนวณจำนวนหุ้นปันผล : กรณีมีเศษหุ้นให้ปัดทิ้ง
- วันที่จ่ายหุ้นปันผล : วันที่ 23 พฤษภาคม 2550
- วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับหุ้นปันผล : เวลา 12.00 น. ของ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2550
1.3 รวมการจ่ายเงินปันผลและหุ้นปันผล เป็นอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น
110,249,076.00 บาท
1.4 เงินปันผล และหุ้นปันผล ได้รับยกเว้นไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
2. กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2550
ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2550 เวลา 9.00 น.ณ ห้องประชุมโรงแรมมณเฑียร
ห้องมณเฑียรทิพย์ เลขที่ 54 ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร.0-2233-7060
วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น วันที่ 3 เมษายน 2550 เวลา
12.00 น. จนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ โดยมีวาระการประชุม ดังนี้
1 ) พิจารณารับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรรับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
2 ) พิจารณารับรองรายงานประจำปีและรายงานคณะกรรมการบริษัทประจำปี 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบผลการดำเนินงาน ปี 2549
3 ) พิจารณาอนุมัติงบดุลและงบกำไร (ขาดทุน) ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีประจำปีสิ้นสุด
วันที่ 31 ธันวาคม 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติงบดุล และงบกำไร (ขาดทุน) ประจำปี 2549
4 ) พิจารณาตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จัดสรร จำนวน 2,640 หุ้น
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติให้ตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จัดสรร
5 ) พิจารณาเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 31,499,736.- บาท เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผล
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 31,499,736.- บาท โดย
เพิ่มทุนจาก 314,997,360.- บาท เป็น 346,497,096.- บาท คิดเป็นจำนวนหุ้นทั้งสิ้น
346,497,096 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.- บาท
6 ) พิจารณาแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ ข้อ 4 ดังนี้
ข้อความเดิม
ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน 314,997,360 บาท (สามร้อยสิบสี่ล้านเก้าแสนเก้าหมี่น
เจ็ดพันสามร้อยหกสิบบาท)
แบ่งออกเป็น 314,997,360 หุ้น (สามร้อยสิบสี่ล้านเก้าแสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันสามร้อยหกสิบหุ้น)
มูลค่าหุ้นละ 1 บาท (หนึ่งบาท)
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ 314,997,360 หุ้น (สามร้อยสิบสี่ล้านเก้าแสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันสามร้อยหกสิบหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น ( - )
ข้อความใหม่
ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน 346,497,096 บาท (สามร้อยสี่สิบหกล้านสี่แสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันเก้าสิบหกบาท)
แบ่งออกเป็น 346,497,096 หุ้น (สามร้อยสี่สิบหกล้านสี่แสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันเก้าสิบหกหุ้น)
มูลค่าหุ้นละ 1 บาท (หนึ่งบาท)
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ 346,497,096 หุ้น (สามร้อยสี่สิบหกล้านสี่แสนเก้าหมื่น
เจ็ดพันเก้าสิบหกหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น ( - )
7 ) พิจารณาอนุมัติการจ่ายปันผล สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2549
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล ประจำปี 2549 ในอัตราหุ้นละ
0.25 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นจำนวน 314,997,360 หุ้น คิดเป็นเงิน
ทั้งสิ้น 78,749,340.00 บาท และอนุมัติการจ่ายหุ้นปันผล 10
หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ คิดเป็นการจ่ายหุ้นปันผลในอัตราหุ้นละ 0.10
บาท ให้กับผู้ถือหุ้น จำนวน 314,997,360 หุ้น คิดเป็นจำนวน
หุ้นปันผล 31,499,736 หุ้น โดยกำหนดให้วันที่ 2 พฤษภาคม 2550
เวลา 12.00 น. เป็นวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิในเงินปันผล และ
หุ้นปันผล และกำหนดให้วันที่ 23 พฤษภาคม 2550 เป็นวันจ่ายเงิน
ปันผลและหุ้นปันผล
8 ) พิจารณาจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 31,499,736 หุ้น เพื่อจ่ายเป็นหุ้นปันผลให้
กับผู้ถือหุ้นเดิม
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรอนุมัติหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 31,499,736 หุ้น เพื่อจัดสรร
ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่
9 ) พิจารณาแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระและกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน
กรรมการ ประจำปี 2550
รายชื่อกรรมการที่ออกตามวาระมีดังนี้
1. นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์
2. นายมาซาโอะ โคโน่
3. นายหลาน มู่ ชิว
4. นายเฉิน หยาง ชุง
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรแต่งตั้งกรรมการดังต่อไปนี้กลับเข้ามาเป็นกรรมการอีกวาระหนึ่ง
1. นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์
2. นายมาซาโอะ โคโน่
3. นายหลาน มู่ ชิว
ส่วนกรรมการที่ครบวาระอีก 1 ท่าน คือ นายเฉิน หยาง ชุง บริษัทฯ ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้
เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯจำนวนหลายครั้ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีความเห็นร่วมกันขอเสนอ
นายลู่ ทัง เจิน ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พิจารณาเลือกตั้งเป็น
กรรมการบริษัทฯแทน นายเฉิน หยาง ชุง
ประวัติของ นายลู่ ทัง เจิน
วันเดือนปีเกิด : วันที่ 18 กันยายน 2481 อายุ 69 ปี
ที่อยู่ปัจจุบัน : No. 1-9, Lane Sin Nan Heng, Nanzih District,Kaohsiung City 811,
Taiwan
โทรศัพท์ : (07) 351-3505 โทรสาร (07) 355-0322
วุฒิการศึกษา : Senior high school, Nanzih Junior School
ประสบการณ์ : ที่ปรึกษาคณะกรรมการ บมจ. เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ ปี 2531 - ปัจจุบัน
ดังนั้น คณะกรรมการบริษัททั้งหมด จำนวน 11 ท่าน จะประกอบด้วย (ในกรณีที่ที่ประชุม
ผู้ถือหุ้นมีมติตามความเห็นของคณะกรรมการ) ดังนี้
1. นายประยูร พลพิพัฒนพงศ์ 7. นายอำนวย ยศสุข
2. นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์ 8. นายมาซาโอะ โคโน่
3. นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ 9. ดร. โอฬาร ไชยประวัติ
4. นายอังกูร พลพิพัฒนพงศ์ 10. นายอำพล รวยฟูพันธ์
5. นายหลาน มู่ ชิว 11. นายลู่ ทัง เจิน
6. นายสันติชัย สุเอกานนท์
เห็นควรกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนกรรมการ ประจำปี 2550 รวมจำนวน 11 ท่าน ๆ ละ
400,000.- บาทต่อปี คิดเป็นเงินรวม 4,400,000.00 บาท
10 ) พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีประจำปี 2550
ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ประจำปี 2550 คือ นายประดิษฐ
รอดลอยทุกข์ และ/หรือนางสาวนงราม เลาหอารีดิลก แห่ง
สำนักงาน เอเอสที มาสเตอร์ โดยเสนอค่าสอบบัญชี
จำนวน 520,000.- บาท
ลงชื่อ ลายเซ็น กรรมการผู้มีอำนาจ
( นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ)
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 5
รายละเอียดการจ่ายปันผล จ่ายต่อเนื่องกัน 14 ปี ติดต่อกัน ไม่มีว่างเว้นเลยครับ
ตามละเอียดตาม Link นี้ครับ
http://www.doohoon.com/doohoon/cm.htm
PE ปัจจุบัน 9.76 เท่า
yield (เงินบวกหุ้น) ประมาณ 0.35 บาท คิดเป็น yield ที่ 10.54%
Book 3.61 บาทต่อหุ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้น 1136 บาทต่อหุ้น เป็นส่วนของกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรรเท่ากับ 722.90 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.63%
ตามละเอียดตาม Link นี้ครับ
http://www.doohoon.com/doohoon/cm.htm
PE ปัจจุบัน 9.76 เท่า
yield (เงินบวกหุ้น) ประมาณ 0.35 บาท คิดเป็น yield ที่ 10.54%
Book 3.61 บาทต่อหุ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้น 1136 บาทต่อหุ้น เป็นส่วนของกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรรเท่ากับ 722.90 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.63%
- bmw2681
- Verified User
- โพสต์: 710
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 7
ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของหุ้นทำให้ดูไม่น่าเสี่ยงลงทุนในภาวะตลาดแบบนี้
Every passing minute is a chance to turn it all around
http://bmw2681.wordpress.com
http://bmw2681.wordpress.com
-
- Verified User
- โพสต์: 208
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 8
CM เป็นพวกขายผักส่งออก ถ้าค่าเงินแข็งจะได้กำไรลดลง
ประกอบกับกำไรต่อไตรมาสไม่สม่ำเสมอ จึงไม่ควรไป takeover ครับ
ถ้าคิดอยาก takeover ลองดูหุ้นกลุ่มประกันดีกว่า มีบางตัวราคาต่ำกว่าบัญชี กำไรสม่ำเสมอ มีปันผล น่าเล่นมากกว่าครับ
ประกอบกับกำไรต่อไตรมาสไม่สม่ำเสมอ จึงไม่ควรไป takeover ครับ
ถ้าคิดอยาก takeover ลองดูหุ้นกลุ่มประกันดีกว่า มีบางตัวราคาต่ำกว่าบัญชี กำไรสม่ำเสมอ มีปันผล น่าเล่นมากกว่าครับ
ตลาดหุ้นให้โอกาสกับคนโง่ๆเสมอ
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 9
ดูกำไรไม่ค่อยสม่ำเสมอ เห็นจะจริงครับ เพราะดูกำไรไตรมาส 3 กำไรลดลง แถมไตรมาส 4 กลับมาขาดทุน เพราะรวมไตรมาส 3 กำไรยังอยู่ที่ 0.44 บาทต่อหุ้น แต่พอประกาศผลงานไตรมาส 4 ออกมา กำไรลดลงเหลือ 0.34 บาทต่อหุ้น กลายเป็นขาดทุนไป
สงสัยจะเป็นเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบครับ
ขอบคุณความเห็นทุกท่านครับ
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน)
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน (หน่วย : พันบาท)
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
ปี 2549 2548 2549 2548
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 41,604 59,782 137,804 72,941
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.13000 0.19000 0.44000 0.25000
ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"
ลงลายมือชื่อ สุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ
( นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ )
ตำแหน่ง กรรมการผู้มีอำนาจ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
สงสัยจะเป็นเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบครับ
ขอบคุณความเห็นทุกท่านครับ
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน)
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน (หน่วย : พันบาท)
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
ปี 2549 2548 2549 2548
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 41,604 59,782 137,804 72,941
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.13000 0.19000 0.44000 0.25000
ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"
ลงลายมือชื่อ สุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ
( นายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ )
ตำแหน่ง กรรมการผู้มีอำนาจ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6447
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 10
ผมเคยตั้งกระทู้ให้ระวังหุ้น 3 c ของไต้หวัน คือ cm cpl cei
มีตัวนี้ตัวเดียวที่ยังไม่เป็นไปตามที่ผมคาด
ถ้าจำไม่ผิดผลิตถั่วแระ(ถั่วเหลืองดิบต้ม)ขาย ที่เคยคาดว่าน่าจะทำกำไรได้ลดลง เหตุผลเพราะสินค้าชนิดนี้น่าจะเลียนแบบได้ง่ายๆ เช่นผู้ผลิตจากจีน มีอากาศที่หนาวกว่า ใกล้ตลาดกว่า น่าจะทำได้ดีกว่าผู้ผลิตในไทย
บริษัทได้ boi ปันผลก็ไม่ต้องหักภาษี ณ.ที่จ่าย คนที่เครดิตภาษีได้อย่างผมคงไม่ชอบครับ
ส่วนที่น่าสงสัยคือมีบริษัทลูกผลิตขนมปังแข่งกับ pr แต่ขาดทุนตลอด จนต้องขายขาดทุนไป โดยขายให้ผู้ถือหุ้นใหญ่นั่นเอง ทำให้น่าสงสัยว่าจงใจให้ขาดทุนในปีแรกๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่สบายใจ จะได้ขายคืนให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ในราคาถูกๆหรือเปล่า
มีตัวนี้ตัวเดียวที่ยังไม่เป็นไปตามที่ผมคาด
ถ้าจำไม่ผิดผลิตถั่วแระ(ถั่วเหลืองดิบต้ม)ขาย ที่เคยคาดว่าน่าจะทำกำไรได้ลดลง เหตุผลเพราะสินค้าชนิดนี้น่าจะเลียนแบบได้ง่ายๆ เช่นผู้ผลิตจากจีน มีอากาศที่หนาวกว่า ใกล้ตลาดกว่า น่าจะทำได้ดีกว่าผู้ผลิตในไทย
บริษัทได้ boi ปันผลก็ไม่ต้องหักภาษี ณ.ที่จ่าย คนที่เครดิตภาษีได้อย่างผมคงไม่ชอบครับ
ส่วนที่น่าสงสัยคือมีบริษัทลูกผลิตขนมปังแข่งกับ pr แต่ขาดทุนตลอด จนต้องขายขาดทุนไป โดยขายให้ผู้ถือหุ้นใหญ่นั่นเอง ทำให้น่าสงสัยว่าจงใจให้ขาดทุนในปีแรกๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่สบายใจ จะได้ขายคืนให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ในราคาถูกๆหรือเปล่า
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 11
ผมไปตามข้อมูลที่คุณลูกอีสานพูดถึง ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวนี้รึเปล่านะครับ
เห็นผลการดำเนินงานย้อนหลังแล้ว ขาดทุนต่อเนื่องเลยครับ ไม่รู้ว่าบริษัทคิดอย่างไรถึงไปทำธุรกิจที่ตนเองไม่ถนัดครับ คุณลูกอีสานมีข้อมูลตรงนี้รึเปล่าครับว่าตอนนั้นเขาคิดอย่างไรครับ น่าสนใจ ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล
สารสนเทศเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน (แก้ไขเพิ่มเติม)
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด(มหาชน) (บริษัทฯ) ครั้งที่
8/2549 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2549 มีมติให้บริษัทฯขายเงินลงทุนทั้งหมด(ร้อยละ49) ในบริษัท
ซี แอนด์ ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ("C & W") ให้แก่บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด
("WI") ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วัน เดือน ปี ที่เกิดรายการ
บริษัทฯ จะทำการขายเงินลงทุนดังกล่าวภายหลังจากวันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติการเข้าทำ
รายการ
2. คู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง
2.1 ผู้ขาย : บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส๋ จำกัด (มหาชน)
2.2 ผู้ซื้อ : บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด
3. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับบริษัทฯ
ผู้ซื้อ คือ WI มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ดังนี้
กลุ่มพลพิพัฒนพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในสัดส่วนรวมร้อยละ 37.30 และเป็นผู้ถือหุ้นของ
WI ในสัดส่วนรวมร้อยละ 49
กรรมการของ ผู้ซื้อ ได้แก่ 1. นายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ 2. นางลพณา พลพิพัฒนพงศ์
3. นางปุณย์จรีย์ พลพิพัฒนพงศ์ เป็นบุตรชายและบุตรสะใภ้ ของนายประยูร พลพิพัฒนพงศ์
4. ลักษณะโดยทั่วไปของรายการ
คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติขายหุ้นสามัญของ C&W ที่บริษัทฯถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 14,700,000
หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 49 ของทุนที่ออกและชำระแล้วของ C&W
ให้แก่ WI ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจด
ทะเบียน เมื่อคำนวณขนาดของรายการโดยใช้มูลค่าตามบัญชีของ C&W ตามสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ
49 ซึ่งเท่ากับ 34,714,325.- บาท (หรือราคาตามบัญชี (Book Value) ณ วันที่ 30 มิถุนายน
2549 หุ้นละ 2.3614 บาท) รวมเงินกู้ยืมจำนวน 24,500,000.- บาท คิดเป็นร้อยละ 5.26
ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ (ข้อมูลตามงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549)
ทั้งนี้ กรรมการที่มีส่วนได้เสียและกรรมการที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งได้แก่ นายประยูร
พลพิพัฒนพงศ์ นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์ นายอังกูร พลพิพัฒนพงศ์ และนายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ
ไม่เข้าร่วมประชุม และไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าว
5. รายละเอียดของหลักทรัพย์ที่ขาย
5.1 ชื่อ : บริษัท ซี แอนด์ ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด จดทะเบียนตั้งขึ้นภายใต้
สัญญาดำเนินธุรกิจร่วมกัน (Joint Venture Contract) ระหว่าง
บริษัทฯ และ WI ลงวันที่ 17 กรกฏาคม 2544
5.2 ประเภทกิจการ : ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และ Frozen Dough
5.3 ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว : 300,000,000.- บาท
5.4 คณะกรรมการ : คณะกรรมการของ C & W ประกอบด้วย
5.4.1 นายอังกูร พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการ
5.4.2 นายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการ
5.4.3 นางปุณย์จรีย์ พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการ
5.4.4 นายเฉิน หยางชุง กรรมการ
5.5 รายชื่อผู้ถือหุ้นก่อนเข้าทำรายการ
สัดส่วนการถือหุ้น
5.5.1 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) 49%
5.5.2 บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด 51%
5.6 รายชื่อผู้ถือหุ้นหลังเข้าทำรายการ
สัดส่วนการถือหุ้น
5.6.1 บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด 100%
5.7 ฐานะการเงินและผลประกอบการของ C&W สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2547-2548
และงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ซึ่งตรวจสอบและสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว ดังนี้
หน่วย : ล้านบาท
งบดุล 2547 2548 มิ.ย.2549
เงินสด 0.315 10.840 15.988
ลูกหนี้การค้า 24.036 26.880 28.167
สินค้าคงเหลือ 7.841 7.399 6.856
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 12.984 3.008 2.448
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 181.640 166.732 161.972
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 2.607 2.910 1.467
รวมสินทรัพย์ 229.423 217.769 216.898
เงินเบิกเกินบัญชี 29.998 16.608 29.447
เจ้าหนี้การค้า 17.629 21.866 36.849
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 4.113 8.764 10.031
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน 4.049 2.432 1.630
เงินกู้ยืมระยะยาว 37.900 75.800 68.100
รวมหนี้สิน 93.689 125.470 146.057
ทุนที่ออกและชำระแล้ว 287.500 300.000 300.000
ขาดทุนสะสม (151.766) (207.701) (229.159)
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 135.734 92.299 70.841
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 229.423 217.769 216.898
งบกำไรขาดทุน
รายได้จากการขาย 124.784 194.070 109.371
รายได้อื่น 2.905 3.618 1.713
ต้นทุนขาย 124.965 170.927 97.541
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 62.162 78.097 32.298
ดอกเบี้ยจ่าย 4.254 4.599 2.702
ขาดทุนสุทธิ (63.692) (55.935) (21.457)
6. มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน และวิธีการชำระเงิน เกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดมูลค่า
6.1 มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
รายการขายหุ้นสามัญของ C&W จำนวน 14,700,000 หุ้น ในราคา 7,000,000
บาท (ประมาณหุ้นละ 0.47619) โดยมีเหตุผล ดังนี้ :-
6.1.1 ธุรกิจของ C&W มีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง และมี
แนวโน้มการขาดทุนต่อไปอีกระยะหนึ่ง
6.1.2 เนื่องจาก C&W ยังขาดสภาพคล่องทางการเงิน หากบริษัทฯจะต้องอยู่ใน
ธุรกิจต่อไป บริษัทฯไม่มีทางอื่นนอกจากจะต้องร่วมกับผู้ร่วมทุน ให้ความ
ช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มทุนใน C&W เมื่อเป็นเช่นนี้
คณะกรรมการได้พิจารณาแล้วมีมติไม่ประสงค์ที่จะสนับสนุนทางการเงินหรือ
เพิ่มทุนให้แก่ C&W อีกต่อไป เนื่องจากความไม่แน่นอนในอนาคต อาจเป็น
สาเหตุให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้น
6.1.3 คณะกรรมการของบริษัทฯ (ไม่รวมกรรมการที่เกี่ยวโยง) ได้ตัดสินใจขาย
และกำหนดราคาขาย โดยพิจารณาจากผลการศึกษาของที่ปรึกษาทางการ
เงิน (IFA) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (จำกัด) เป็นส่วนหนึ่ง
ในการประกอบการพิจารณาด้วย
6.1.4 ราคาที่เสนอขาย มีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อเข้าค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 24.5 ล้าน
บาท ที่ C&W กู้ไปจากบริษัทฯ
6.2 วิธีการชำระเงิน
แบ่งชำระค่าหุ้นเป็น 2 งวด เท่าๆกัน งวดแรกชำระภายใน 15 วัน หลังจากได้รับ
ความเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ส่วนที่เหลือชำระภายในกำหนด 1 ปี ภายหลัง
จากชำระงวดแรก โดยบริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัดและนายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์
เข้าประกันการชำระเงินกู้ยืมที่บริษัท ซี แอนด์ ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด กู้จากบริษัทฯ
โดยมีเหตุผลดังนี้ :-
6.2.1 เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลที่บริษัทฯ จะออกจาก C&W โดยเร็ว ประกอบกับ
สภาพคล่องของ C&W แล้ว ผู้ซื้อจะต้องนำเงินมาลงทุนเพิ่มใน C&W เพื่อให้
ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ดังนั้น เพื่อให้การขายหุ้นสำเร็จโดยเร็ว อันเป็น
ความต้องการและประโยชน์ต่อบริษัทฯ จึงต้องมีการเสนอขาย โดยแบ่ง
ชำระเป็น 2 งวด ภายใน 1 ปี อันเป็นแนวทางที่ผู้ซื้อจะตอบรับได้ง่ายขึ้น
6.2.2 วันที่ผู้ซื้อชำระเงินค่าหุ้นงวดที่สองให้แก่ CM เป็นวันโอนกรรมสิทธิ์หุ้นที่ตกลง
ขาย
6.2.3 ระยะเวลาการค้ำประกัน มีกำหนดเริ่มตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายหุ้นและชำระ
ราคางวดแรก จนถึงวันที่ C&W ชำระคืนเงินต้นเสร็จครบถ้วน (ครบกำหนด
ชำระเงินกู้วันที่ 21 มิถุนาย 2553)
6.3 เกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดมูลค่า
- เพื่อลดความเสี่ยงจากผลการขาดทุนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากไม่มีความเป็นไปได้
ในทางการเงิน
- ความไม่แน่นอนในอนาคต อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้น และไม่
สามารถแก้ปัญหาได้
- หากจะดำเนินธุรกิจต่อไปต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น
- บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการสนับสนุนทางการเงิน
- การที่ผู้เข้าค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 24.5 ล้านบาท ที่ C&W กู้จากบริษัทฯ เพิ่ม
ความมั่นใจว่าบริษัทฯจะได้รับเงินกู้ดังกล่าวคืน
7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับบริษัทฯ
เพื่อลดความเสี่ยงจากผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งลดภาระในการให้เงินทุนและเงิน
กู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ C&W ในอนาคต และภายหลังจากวันทำสัญญาขายหุ้นแล้ว
บริษัทฯไม่มีภาระผูกพันหรือหนี้สินอื่นใดที่ต้องรับผิดชอบ อันเกี่ยวเนื่องมาจากบริษัท C&W ใด ๆ
ทั้งสิ้น
8. จำนวนเงินทั้งหมดที่บริษัทฯได้มีการลงทุนใน C&W ตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้ง (ในรูปของหุ้นสามัญ)
รวมไปถึงเงินที่บริษัทให้กู้
8.1 จำนวนเงินลงทุนใน C&W ในรูปของหุ้นสามัญ จำนวน 14,700,000 หุ้น ราคาที่ตราไว้
หุ้นละ 10.- บาท จำนวนค่าหุ้นที่ได้ชำระแล้ว หุ้นละ 10.- บาท
8.2 เงินที่บริษัทฯ ให้ C&W กู้ยืม จำนวน 24.5 ล้านบาท
8.3 ไม่มีการลงทุนในรูปแบบอื่น แก่ C&W
9. ความเห็นของคณะกรรมการของบริษัทเกี่ยวกับการตกลงเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
คณะกรรมการบริษัทฯ เห็นสมควรให้บริษัทฯเข้าทำรายการดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยง
จากผลขาดทุนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากไม่มีความเป็นไปได้ในทางการเงิน ความไม่แน่นอนใน
อนาคตอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้นและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และหากจะดำเนิน
ธุรกิจต่อไปต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น และบริษัทฯไม่มีนโยบายในการให้การสนับสนุนทางการเงิน
บริษัทฯจึงได้มีมติตกลงขายหุ้น(เงินลงทุน)ดังกล่าวโดยเสนอให้กับ WI ตามพันธะที่มีอยู่ตามสัญญา
ร่วมทุนซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยมิได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลที่เกี่ยวโยง และ
บริษัทฯได้รับค่าตอบแทนในการจำหน่ายหุ้นดังกล่าวในราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้กรรมการที่มีส่วนได้
เสียมิได้เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงดังกล่าว
10. ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ/หรือความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการ
ของบริษัทฯ
คณะกรรมการตรวจสอบไม่มีความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการของบริษัทฯ
11. เงื่อนไขการทำรายการ
การเข้าทำรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549
ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนโดย
ไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น จะมีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้ความเห็นเกี่ยวกับ
ความยุติธรรมและความสมเหตุสมผลของรายการข้างต้นต่อผู้ถือหุ้นโดยทำเป็นเอกสารส่งไปพร้อม
กับหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549
12. การจัดส่งหนังสือนัดประชุมให้ผู้ถือหุ้น
บริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ
พิจารณา โดยเอกสารดังกล่าวจะจัดส่งก่อนการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน
ลงชื่อ ลายเซ็น ผู้รายงาน
(นายศักดา พิมเมือง)
ผู้มีอำนาจรายงานข้อสนเทศ
เห็นผลการดำเนินงานย้อนหลังแล้ว ขาดทุนต่อเนื่องเลยครับ ไม่รู้ว่าบริษัทคิดอย่างไรถึงไปทำธุรกิจที่ตนเองไม่ถนัดครับ คุณลูกอีสานมีข้อมูลตรงนี้รึเปล่าครับว่าตอนนั้นเขาคิดอย่างไรครับ น่าสนใจ ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล
สารสนเทศเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน (แก้ไขเพิ่มเติม)
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด(มหาชน) (บริษัทฯ) ครั้งที่
8/2549 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2549 มีมติให้บริษัทฯขายเงินลงทุนทั้งหมด(ร้อยละ49) ในบริษัท
ซี แอนด์ ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ("C & W") ให้แก่บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด
("WI") ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วัน เดือน ปี ที่เกิดรายการ
บริษัทฯ จะทำการขายเงินลงทุนดังกล่าวภายหลังจากวันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติการเข้าทำ
รายการ
2. คู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง
2.1 ผู้ขาย : บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส๋ จำกัด (มหาชน)
2.2 ผู้ซื้อ : บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด
3. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับบริษัทฯ
ผู้ซื้อ คือ WI มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ดังนี้
กลุ่มพลพิพัฒนพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในสัดส่วนรวมร้อยละ 37.30 และเป็นผู้ถือหุ้นของ
WI ในสัดส่วนรวมร้อยละ 49
กรรมการของ ผู้ซื้อ ได้แก่ 1. นายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ 2. นางลพณา พลพิพัฒนพงศ์
3. นางปุณย์จรีย์ พลพิพัฒนพงศ์ เป็นบุตรชายและบุตรสะใภ้ ของนายประยูร พลพิพัฒนพงศ์
4. ลักษณะโดยทั่วไปของรายการ
คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติขายหุ้นสามัญของ C&W ที่บริษัทฯถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 14,700,000
หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 49 ของทุนที่ออกและชำระแล้วของ C&W
ให้แก่ WI ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจด
ทะเบียน เมื่อคำนวณขนาดของรายการโดยใช้มูลค่าตามบัญชีของ C&W ตามสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ
49 ซึ่งเท่ากับ 34,714,325.- บาท (หรือราคาตามบัญชี (Book Value) ณ วันที่ 30 มิถุนายน
2549 หุ้นละ 2.3614 บาท) รวมเงินกู้ยืมจำนวน 24,500,000.- บาท คิดเป็นร้อยละ 5.26
ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ (ข้อมูลตามงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549)
ทั้งนี้ กรรมการที่มีส่วนได้เสียและกรรมการที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งได้แก่ นายประยูร
พลพิพัฒนพงศ์ นายประภาส พลพิพัฒนพงศ์ นายอังกูร พลพิพัฒนพงศ์ และนายสุวัฒน์ พงษ์ภาสุระ
ไม่เข้าร่วมประชุม และไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าว
5. รายละเอียดของหลักทรัพย์ที่ขาย
5.1 ชื่อ : บริษัท ซี แอนด์ ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด จดทะเบียนตั้งขึ้นภายใต้
สัญญาดำเนินธุรกิจร่วมกัน (Joint Venture Contract) ระหว่าง
บริษัทฯ และ WI ลงวันที่ 17 กรกฏาคม 2544
5.2 ประเภทกิจการ : ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และ Frozen Dough
5.3 ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว : 300,000,000.- บาท
5.4 คณะกรรมการ : คณะกรรมการของ C & W ประกอบด้วย
5.4.1 นายอังกูร พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการ
5.4.2 นายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการ
5.4.3 นางปุณย์จรีย์ พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการ
5.4.4 นายเฉิน หยางชุง กรรมการ
5.5 รายชื่อผู้ถือหุ้นก่อนเข้าทำรายการ
สัดส่วนการถือหุ้น
5.5.1 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) 49%
5.5.2 บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด 51%
5.6 รายชื่อผู้ถือหุ้นหลังเข้าทำรายการ
สัดส่วนการถือหุ้น
5.6.1 บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด 100%
5.7 ฐานะการเงินและผลประกอบการของ C&W สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2547-2548
และงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ซึ่งตรวจสอบและสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว ดังนี้
หน่วย : ล้านบาท
งบดุล 2547 2548 มิ.ย.2549
เงินสด 0.315 10.840 15.988
ลูกหนี้การค้า 24.036 26.880 28.167
สินค้าคงเหลือ 7.841 7.399 6.856
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 12.984 3.008 2.448
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 181.640 166.732 161.972
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 2.607 2.910 1.467
รวมสินทรัพย์ 229.423 217.769 216.898
เงินเบิกเกินบัญชี 29.998 16.608 29.447
เจ้าหนี้การค้า 17.629 21.866 36.849
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 4.113 8.764 10.031
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน 4.049 2.432 1.630
เงินกู้ยืมระยะยาว 37.900 75.800 68.100
รวมหนี้สิน 93.689 125.470 146.057
ทุนที่ออกและชำระแล้ว 287.500 300.000 300.000
ขาดทุนสะสม (151.766) (207.701) (229.159)
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 135.734 92.299 70.841
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 229.423 217.769 216.898
งบกำไรขาดทุน
รายได้จากการขาย 124.784 194.070 109.371
รายได้อื่น 2.905 3.618 1.713
ต้นทุนขาย 124.965 170.927 97.541
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 62.162 78.097 32.298
ดอกเบี้ยจ่าย 4.254 4.599 2.702
ขาดทุนสุทธิ (63.692) (55.935) (21.457)
6. มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน และวิธีการชำระเงิน เกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดมูลค่า
6.1 มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
รายการขายหุ้นสามัญของ C&W จำนวน 14,700,000 หุ้น ในราคา 7,000,000
บาท (ประมาณหุ้นละ 0.47619) โดยมีเหตุผล ดังนี้ :-
6.1.1 ธุรกิจของ C&W มีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง และมี
แนวโน้มการขาดทุนต่อไปอีกระยะหนึ่ง
6.1.2 เนื่องจาก C&W ยังขาดสภาพคล่องทางการเงิน หากบริษัทฯจะต้องอยู่ใน
ธุรกิจต่อไป บริษัทฯไม่มีทางอื่นนอกจากจะต้องร่วมกับผู้ร่วมทุน ให้ความ
ช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มทุนใน C&W เมื่อเป็นเช่นนี้
คณะกรรมการได้พิจารณาแล้วมีมติไม่ประสงค์ที่จะสนับสนุนทางการเงินหรือ
เพิ่มทุนให้แก่ C&W อีกต่อไป เนื่องจากความไม่แน่นอนในอนาคต อาจเป็น
สาเหตุให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้น
6.1.3 คณะกรรมการของบริษัทฯ (ไม่รวมกรรมการที่เกี่ยวโยง) ได้ตัดสินใจขาย
และกำหนดราคาขาย โดยพิจารณาจากผลการศึกษาของที่ปรึกษาทางการ
เงิน (IFA) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (จำกัด) เป็นส่วนหนึ่ง
ในการประกอบการพิจารณาด้วย
6.1.4 ราคาที่เสนอขาย มีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อเข้าค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 24.5 ล้าน
บาท ที่ C&W กู้ไปจากบริษัทฯ
6.2 วิธีการชำระเงิน
แบ่งชำระค่าหุ้นเป็น 2 งวด เท่าๆกัน งวดแรกชำระภายใน 15 วัน หลังจากได้รับ
ความเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ส่วนที่เหลือชำระภายในกำหนด 1 ปี ภายหลัง
จากชำระงวดแรก โดยบริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัดและนายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์
เข้าประกันการชำระเงินกู้ยืมที่บริษัท ซี แอนด์ ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด กู้จากบริษัทฯ
โดยมีเหตุผลดังนี้ :-
6.2.1 เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลที่บริษัทฯ จะออกจาก C&W โดยเร็ว ประกอบกับ
สภาพคล่องของ C&W แล้ว ผู้ซื้อจะต้องนำเงินมาลงทุนเพิ่มใน C&W เพื่อให้
ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ดังนั้น เพื่อให้การขายหุ้นสำเร็จโดยเร็ว อันเป็น
ความต้องการและประโยชน์ต่อบริษัทฯ จึงต้องมีการเสนอขาย โดยแบ่ง
ชำระเป็น 2 งวด ภายใน 1 ปี อันเป็นแนวทางที่ผู้ซื้อจะตอบรับได้ง่ายขึ้น
6.2.2 วันที่ผู้ซื้อชำระเงินค่าหุ้นงวดที่สองให้แก่ CM เป็นวันโอนกรรมสิทธิ์หุ้นที่ตกลง
ขาย
6.2.3 ระยะเวลาการค้ำประกัน มีกำหนดเริ่มตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายหุ้นและชำระ
ราคางวดแรก จนถึงวันที่ C&W ชำระคืนเงินต้นเสร็จครบถ้วน (ครบกำหนด
ชำระเงินกู้วันที่ 21 มิถุนาย 2553)
6.3 เกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดมูลค่า
- เพื่อลดความเสี่ยงจากผลการขาดทุนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากไม่มีความเป็นไปได้
ในทางการเงิน
- ความไม่แน่นอนในอนาคต อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้น และไม่
สามารถแก้ปัญหาได้
- หากจะดำเนินธุรกิจต่อไปต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น
- บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการสนับสนุนทางการเงิน
- การที่ผู้เข้าค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 24.5 ล้านบาท ที่ C&W กู้จากบริษัทฯ เพิ่ม
ความมั่นใจว่าบริษัทฯจะได้รับเงินกู้ดังกล่าวคืน
7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับบริษัทฯ
เพื่อลดความเสี่ยงจากผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งลดภาระในการให้เงินทุนและเงิน
กู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ C&W ในอนาคต และภายหลังจากวันทำสัญญาขายหุ้นแล้ว
บริษัทฯไม่มีภาระผูกพันหรือหนี้สินอื่นใดที่ต้องรับผิดชอบ อันเกี่ยวเนื่องมาจากบริษัท C&W ใด ๆ
ทั้งสิ้น
8. จำนวนเงินทั้งหมดที่บริษัทฯได้มีการลงทุนใน C&W ตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้ง (ในรูปของหุ้นสามัญ)
รวมไปถึงเงินที่บริษัทให้กู้
8.1 จำนวนเงินลงทุนใน C&W ในรูปของหุ้นสามัญ จำนวน 14,700,000 หุ้น ราคาที่ตราไว้
หุ้นละ 10.- บาท จำนวนค่าหุ้นที่ได้ชำระแล้ว หุ้นละ 10.- บาท
8.2 เงินที่บริษัทฯ ให้ C&W กู้ยืม จำนวน 24.5 ล้านบาท
8.3 ไม่มีการลงทุนในรูปแบบอื่น แก่ C&W
9. ความเห็นของคณะกรรมการของบริษัทเกี่ยวกับการตกลงเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
คณะกรรมการบริษัทฯ เห็นสมควรให้บริษัทฯเข้าทำรายการดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยง
จากผลขาดทุนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากไม่มีความเป็นไปได้ในทางการเงิน ความไม่แน่นอนใน
อนาคตอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้นและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และหากจะดำเนิน
ธุรกิจต่อไปต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น และบริษัทฯไม่มีนโยบายในการให้การสนับสนุนทางการเงิน
บริษัทฯจึงได้มีมติตกลงขายหุ้น(เงินลงทุน)ดังกล่าวโดยเสนอให้กับ WI ตามพันธะที่มีอยู่ตามสัญญา
ร่วมทุนซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยมิได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลที่เกี่ยวโยง และ
บริษัทฯได้รับค่าตอบแทนในการจำหน่ายหุ้นดังกล่าวในราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้กรรมการที่มีส่วนได้
เสียมิได้เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงดังกล่าว
10. ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ/หรือความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการ
ของบริษัทฯ
คณะกรรมการตรวจสอบไม่มีความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการของบริษัทฯ
11. เงื่อนไขการทำรายการ
การเข้าทำรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549
ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนโดย
ไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น จะมีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้ความเห็นเกี่ยวกับ
ความยุติธรรมและความสมเหตุสมผลของรายการข้างต้นต่อผู้ถือหุ้นโดยทำเป็นเอกสารส่งไปพร้อม
กับหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549
12. การจัดส่งหนังสือนัดประชุมให้ผู้ถือหุ้น
บริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ
พิจารณา โดยเอกสารดังกล่าวจะจัดส่งก่อนการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน
ลงชื่อ ลายเซ็น ผู้รายงาน
(นายศักดา พิมเมือง)
ผู้มีอำนาจรายงานข้อสนเทศ
- naris
- Verified User
- โพสต์: 6726
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 12
สินค้าเกษตรอย่าไปยุ่งเลยครับ
ควบคุมผลผลิตก็ยาก ปีไหนโรคลง ราคารับซื้อก็แพง
ควบคุมคนซื้อก็ยาก เขาใช้วิธีล่อเหยื่อให้ปลูกหลายๆที่ ประกันราคาไว้บางปี บางปีก็ทิ้ง(ไม่ปลูกต่อก็ไม่ได้)
ควบคุมราคายิ่งยากใหญ่ ยุไปทั่วยุจีนปลูกมั่ง เวียดนามมั่ง ลาวมั่ง ที่ไหนถูกมันก็เอาที่นั่นเยอะหน่อย ที่เหลือก็ซื้อแบบกดราคา ประคองให้เหลือเศษๆไว้ให้กิน
เขาถึงเรียก กะ เสด ตะ กอน คือเหลือแต่ เศษ กับตะกอนไว้ให้กิน เนื้อหนังพ่อค้าคนกลางเอาไปหมดแล้ว.
ควบคุมผลผลิตก็ยาก ปีไหนโรคลง ราคารับซื้อก็แพง
ควบคุมคนซื้อก็ยาก เขาใช้วิธีล่อเหยื่อให้ปลูกหลายๆที่ ประกันราคาไว้บางปี บางปีก็ทิ้ง(ไม่ปลูกต่อก็ไม่ได้)
ควบคุมราคายิ่งยากใหญ่ ยุไปทั่วยุจีนปลูกมั่ง เวียดนามมั่ง ลาวมั่ง ที่ไหนถูกมันก็เอาที่นั่นเยอะหน่อย ที่เหลือก็ซื้อแบบกดราคา ประคองให้เหลือเศษๆไว้ให้กิน
เขาถึงเรียก กะ เสด ตะ กอน คือเหลือแต่ เศษ กับตะกอนไว้ให้กิน เนื้อหนังพ่อค้าคนกลางเอาไปหมดแล้ว.
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6447
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 13
น่าจะใช่ครับคุณธวัช
ขนมปังยี่ห้อ a-plus หรือเปล่าไม่แน่ใจ
ที่จริงอาจจะไม่มีปัญหาอะไรก็ได้ แค่คิดในแง่ร้ายครับ
ตัวนี้ผมคาดผิดนะครับ คาดว่ากำไรจะไม่ดี แต่ปรากฏว่ายังทำได้ดี
คนที่ถือก็น่าจะได้กำไร แต่ผมมองไม่ออกครับ เลยไม่ได้ตามอีกเลย แค่อ่านข่าวที่แจ้งตลาดบ้าง..
ขนมปังยี่ห้อ a-plus หรือเปล่าไม่แน่ใจ
ที่จริงอาจจะไม่มีปัญหาอะไรก็ได้ แค่คิดในแง่ร้ายครับ
ตัวนี้ผมคาดผิดนะครับ คาดว่ากำไรจะไม่ดี แต่ปรากฏว่ายังทำได้ดี
คนที่ถือก็น่าจะได้กำไร แต่ผมมองไม่ออกครับ เลยไม่ได้ตามอีกเลย แค่อ่านข่าวที่แจ้งตลาดบ้าง..
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 14
ไปอ่านงบเบื้องต้นเจอข้อมูลว่าทำไมไตรมาส 4 ถึงขาดทุนครับ
ก็ขายเงินลงทุนบริษัทย่อยตัวนี้ตัวเดียว ขาดทุนไปกว่า 21.38 ล้านบาท และบริษัทยังต้องให้เงินกู้กับบริษัทย่อยที่ขายไปเหมือนเดิมด้วยนะครับจำนวน 24.50 ล้านบาท โดยให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ค้ำประกันด้วย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3.25% ต่อปี โดยเงินกู้ดังกล่าวจะชำระทั้งก้อนภายในสิ้นปี 2553
เอ้อ บริษัทที่มีบริษัทย่อยขาดทุนมาก ๆ หลายบริษัท ทำเอาบริษัทแม่ย่ำแย่ไปเหมือนกันครับ ดีว่า ตัวแม่ตัวนี้กำไรที่ผ่านมาดีมาก ถึงทำให้สิ้นปียังมีกำไรที่สูง
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าขายไปแล้ว ต่อไปบริษัทย่อยก็ตัดขาดออกไป ผลงานก็ไม่ไปกระทบกับบริษัทแม่แล้ว มองในแง่ที่ดีก็คือ ผมนึกว่าขาดทุนเพราะ FX จำนวนมากในไตรมาส 4 กลายเป็นขาดทุนจากการขายเงินลงทุนเสียนี่ อิ อิ
ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทขายเงินลงทุนในบริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ทั้งหมด จำนวน 14,700,000 หุ้น ให้แก่บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ในราคาหุ้นละ 0.4762 บาท เป็นจำนวนเงิน 7,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขให้ผู้รับโอน (บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด) และ นายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ ทำสัญญาค้ำประกันเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด จำนวน 24.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันโอนหุ้นถึงวันที่ได้รับชำระคืนเงินต้น ( วันที่ 21 มิถุนายน 2553)
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2549 บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว ให้กับบริษัท วันเดอร์อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด โดยมีผลขาดทุนตามวิธีส่วนได้เสียจากการจำหน่ายเงินลงทุนจำนวน 21.38 ล้านบาท ซึ่งบันทึกไว้ในบัญชี ขาดทุนจากการขายเงินลงทุน
ในปี 2548 บริษัททำสัญญากู้ยืมระยะยาวกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน (บริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด) จำนวนเงิน 24.5 ล้านบาท มีกำหนดจ่ายชำระคืนเงินต้นทั้งจำนวนภายในปี 2553 โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.25 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกวันสิ้นเดือน เงินกู้ยืมดังกล่าวค้ำประกันโดย บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด และนายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการของบริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด
ก็ขายเงินลงทุนบริษัทย่อยตัวนี้ตัวเดียว ขาดทุนไปกว่า 21.38 ล้านบาท และบริษัทยังต้องให้เงินกู้กับบริษัทย่อยที่ขายไปเหมือนเดิมด้วยนะครับจำนวน 24.50 ล้านบาท โดยให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ค้ำประกันด้วย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3.25% ต่อปี โดยเงินกู้ดังกล่าวจะชำระทั้งก้อนภายในสิ้นปี 2553
เอ้อ บริษัทที่มีบริษัทย่อยขาดทุนมาก ๆ หลายบริษัท ทำเอาบริษัทแม่ย่ำแย่ไปเหมือนกันครับ ดีว่า ตัวแม่ตัวนี้กำไรที่ผ่านมาดีมาก ถึงทำให้สิ้นปียังมีกำไรที่สูง
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าขายไปแล้ว ต่อไปบริษัทย่อยก็ตัดขาดออกไป ผลงานก็ไม่ไปกระทบกับบริษัทแม่แล้ว มองในแง่ที่ดีก็คือ ผมนึกว่าขาดทุนเพราะ FX จำนวนมากในไตรมาส 4 กลายเป็นขาดทุนจากการขายเงินลงทุนเสียนี่ อิ อิ
ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทขายเงินลงทุนในบริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ทั้งหมด จำนวน 14,700,000 หุ้น ให้แก่บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ในราคาหุ้นละ 0.4762 บาท เป็นจำนวนเงิน 7,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขให้ผู้รับโอน (บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด) และ นายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ ทำสัญญาค้ำประกันเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด จำนวน 24.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันโอนหุ้นถึงวันที่ได้รับชำระคืนเงินต้น ( วันที่ 21 มิถุนายน 2553)
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2549 บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว ให้กับบริษัท วันเดอร์อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด โดยมีผลขาดทุนตามวิธีส่วนได้เสียจากการจำหน่ายเงินลงทุนจำนวน 21.38 ล้านบาท ซึ่งบันทึกไว้ในบัญชี ขาดทุนจากการขายเงินลงทุน
ในปี 2548 บริษัททำสัญญากู้ยืมระยะยาวกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน (บริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด) จำนวนเงิน 24.5 ล้านบาท มีกำหนดจ่ายชำระคืนเงินต้นทั้งจำนวนภายในปี 2553 โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.25 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกวันสิ้นเดือน เงินกู้ยืมดังกล่าวค้ำประกันโดย บริษัท วันเดอร์ อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด และนายนิรันดร์ พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการของบริษัท ซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์ จำกัด
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 15
สำหรับเรื่องบัตรส่งเสริมการลงทุน ยังสามารถใช้ได้ต่อไปจนถึง ปี 2552 ครับ เหลืออีก 3 ปีที่ไม่ต้องเสียภาษีครับ
20.4. บัตรส่งเสริมเลขที่ 1465/2542 ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิเป็นเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 สิ้นสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552
20.5. บัตรส่งเสริมเลขที่ 1545(3)/2547 ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิเป็นเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ
20.4. บัตรส่งเสริมเลขที่ 1465/2542 ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิเป็นเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 สิ้นสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552
20.5. บัตรส่งเสริมเลขที่ 1545(3)/2547 ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิเป็นเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 16
คยซื้อครับ กำไรเล็กน้อยก็ขายทิ้ง
เพราะ คิดว่า
ไม่น่าจะปลูกผัก แข่งกับ จีนได้
ตลาดของ cm เป็น ญี่ปุ่น ไต้หวันด้วยนี่ครับ ใช่ไหม
ซื้อจากจีน น่าจะใกล้กว่า
ค่าแรงในจีน ก็ถูกกว่า
เพราะ คิดว่า
ไม่น่าจะปลูกผัก แข่งกับ จีนได้
ตลาดของ cm เป็น ญี่ปุ่น ไต้หวันด้วยนี่ครับ ใช่ไหม
ซื้อจากจีน น่าจะใกล้กว่า
ค่าแรงในจีน ก็ถูกกว่า
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 17
พูดถึงเรื่อง exchange ปรากฏว่า บริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงด้วยแหะ
แบบนี้ก็ไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงค่าเงินครับ เพราะป้องกันไว้ล่วงหน้า แถมมีบางสัญญาเป็นแบบ Option ด้วย หมายความว่า ถ้า Rate สูง ก็ได้ตาม Rate ที่สูงกว่าด้วย แต่ถ้าต่ำกว่าที่ซื้อวันนี้ ก็ใช้ของวันที่ซื้อ แบบนี้ก็ไม่เสียโอกาสถ้าหากค่าเงินมันเกิดปรับลดลงในอนาคตครับ แต่ไม่ได้บอกสัดส่วนว่าจำนวนเท่าไร เป็น Forward จำนวนเท่าไรเป็น Option แต่ตัว Option จะเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่าครับ สัญญานี้สิ้นสุด มิ.ย. 50 แบบนี้ค่าเงินที่แข็งขึ้นก็ไม่กระทบกับบริษัทครับ
23.2 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารความเสี่ยง
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายการค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริษัทและบริษัทย่อยจึงมีนโยบายที่จะป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนโดยการใช้อนุพันธ์ที่เป็นเครื่องมือทางการเงินคุ้มครองรายการที่เป็นตัวเงินซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศไว้ล่วงหน้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทและบริษัทย่อยมีสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและสัญญาออพชั่นกับธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง จำนวน 4.90 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาต่อจำนวนเงิน 177.5 ล้านบาท และเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในการชำระคืนดังกล่าวซึ่งจะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2550
แบบนี้ก็ไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงค่าเงินครับ เพราะป้องกันไว้ล่วงหน้า แถมมีบางสัญญาเป็นแบบ Option ด้วย หมายความว่า ถ้า Rate สูง ก็ได้ตาม Rate ที่สูงกว่าด้วย แต่ถ้าต่ำกว่าที่ซื้อวันนี้ ก็ใช้ของวันที่ซื้อ แบบนี้ก็ไม่เสียโอกาสถ้าหากค่าเงินมันเกิดปรับลดลงในอนาคตครับ แต่ไม่ได้บอกสัดส่วนว่าจำนวนเท่าไร เป็น Forward จำนวนเท่าไรเป็น Option แต่ตัว Option จะเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่าครับ สัญญานี้สิ้นสุด มิ.ย. 50 แบบนี้ค่าเงินที่แข็งขึ้นก็ไม่กระทบกับบริษัทครับ
23.2 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารความเสี่ยง
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายการค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริษัทและบริษัทย่อยจึงมีนโยบายที่จะป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนโดยการใช้อนุพันธ์ที่เป็นเครื่องมือทางการเงินคุ้มครองรายการที่เป็นตัวเงินซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศไว้ล่วงหน้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทและบริษัทย่อยมีสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและสัญญาออพชั่นกับธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง จำนวน 4.90 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาต่อจำนวนเงิน 177.5 ล้านบาท และเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในการชำระคืนดังกล่าวซึ่งจะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2550
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 18
ดูเรื่องหนี้สินบ้างครับ
ส่วนใหญ่เป็นหนี้เบิกเกินบัญชี หนี้ระยะยาวมีแต่ของบริษัทย่อยกว่าจะชำระก็อีกนานครับ ดอกเบี้ยตามภาวะตลาด แบบนี้เวลาดอกเบี้ยลง ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยก็คงลงด้วยครับ เพราะอิงกับ MLR และ MOR ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี และเงินกู้ระยะยาวได้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างดีเสียด้วย เป็น MLR-0.75 ถึง MLR แสดงว่าธนาคารก็คงมองว่าเป็นลูกค้าที่ดีเหมือนกันแหะ
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
งบการเงินรวม
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 บริษัทและบริษัทย่อยมีวงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 350.0 ล้านบาท และ 421.1 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ MOR ต่อปี วงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าวข้างต้นค้ำประกันโดยการจดจำนองที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและจำนำเครื่องจักรของบริษัทและบริษัทย่อย (หมายเหตุ 10)
งบการเงินเฉพาะบริษัท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 บริษัทมีวงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 350.0 ล้านบาท และ 391.1 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ MOR ต่อปี วงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าวข้างต้นค้ำประกันโดยการจดจำนองที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและจำนำเครื่องจักรของบริษัท (หมายเหตุ 10)
เงินกู้ระยะยาว
ในไตรมาสแรกของปี 2546 บริษัทย่อยได้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง จำนวน 50 ล้านบาท กำหนดชำระเงินต้นงวดสุดท้ายภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 และชำระดอกเบี้ยทุกเดือนโดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR 0.75 ถึง ร้อยละ MLR ต่อปี
เงินกู้ยืมดังกล่าวข้างต้นค้ำประกันโดยการจดจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและจำนำเครื่องจักรบางส่วนของบริษัทย่อย (หมายเหตุ 10)
ส่วนใหญ่เป็นหนี้เบิกเกินบัญชี หนี้ระยะยาวมีแต่ของบริษัทย่อยกว่าจะชำระก็อีกนานครับ ดอกเบี้ยตามภาวะตลาด แบบนี้เวลาดอกเบี้ยลง ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยก็คงลงด้วยครับ เพราะอิงกับ MLR และ MOR ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี และเงินกู้ระยะยาวได้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างดีเสียด้วย เป็น MLR-0.75 ถึง MLR แสดงว่าธนาคารก็คงมองว่าเป็นลูกค้าที่ดีเหมือนกันแหะ
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
งบการเงินรวม
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 บริษัทและบริษัทย่อยมีวงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 350.0 ล้านบาท และ 421.1 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ MOR ต่อปี วงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าวข้างต้นค้ำประกันโดยการจดจำนองที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและจำนำเครื่องจักรของบริษัทและบริษัทย่อย (หมายเหตุ 10)
งบการเงินเฉพาะบริษัท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2548 บริษัทมีวงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 350.0 ล้านบาท และ 391.1 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ MOR ต่อปี วงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าวข้างต้นค้ำประกันโดยการจดจำนองที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและจำนำเครื่องจักรของบริษัท (หมายเหตุ 10)
เงินกู้ระยะยาว
ในไตรมาสแรกของปี 2546 บริษัทย่อยได้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง จำนวน 50 ล้านบาท กำหนดชำระเงินต้นงวดสุดท้ายภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 และชำระดอกเบี้ยทุกเดือนโดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR 0.75 ถึง ร้อยละ MLR ต่อปี
เงินกู้ยืมดังกล่าวข้างต้นค้ำประกันโดยการจดจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและจำนำเครื่องจักรบางส่วนของบริษัทย่อย (หมายเหตุ 10)
-
- Verified User
- โพสต์: 3763
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 19
a-plus ใช่แล้วครับลูกอิสาน เขียน:น่าจะใช่ครับคุณธวัช
ขนมปังยี่ห้อ a-plus หรือเปล่าไม่แน่ใจ
ที่จริงอาจจะไม่มีปัญหาอะไรก็ได้ แค่คิดในแง่ร้ายครับ
ตัวนี้ผมคาดผิดนะครับ คาดว่ากำไรจะไม่ดี แต่ปรากฏว่ายังทำได้ดี
คนที่ถือก็น่าจะได้กำไร แต่ผมมองไม่ออกครับ เลยไม่ได้ตามอีกเลย แค่อ่านข่าวที่แจ้งตลาดบ้าง..
Impossible is Nothing
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 20
ไปดูงบกำไรขาดทุนปรากฏว่าผิดคลาดแหะ
มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยครับ จำนวน 15,273,826 ล้านบาท ไม่ใช่ขาดทุน
ที่ไตรมาส 4 ขาดทุน ก็เพราะเรื่องขายเงินลงทุนบริษัทย่อยรายการเดียวที่เป็นสาระสำคัญจริง ๆ คือ 21.37 ล้านบาท
ดูรายการดอกเบี้ยจ่าย ก็พบว่า ดอกเบี้ยรับกับดอกเบี้ยจ่าย ใกล้เคียงกัน โดยดอกเบี้ยรับ ประมาณ 4 ล้าน ดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 4.7 ล้านบาทไม่มีสาระสำคัญเลยครับ
ถ้าตัดรายการพิเศษออกไปคือขาดทุนจากเงินลงทุน 21.37 ล้านบาท จะทำให้มีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.34 ล้านบาท เป็น 0.40 ล้านบาทครับ
แกะงบเสร็จ
สรุปความเสี่ยงตัวนี้คือ อยู่ที่ Operation Risk ซะส่วนใหญ่ เพราะ อัตราดอกเบี้ยไม่มีนัยสำคัญอะไร แถม FX ก็ป้องกันความเสี่ยงไว้หมดครับ และภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ไม่ต้องเสียภาษีอีก 3 ปีครับ
เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ สนุกดีสำหรับการวิเคราะห์ตัวนี้ครับ
มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยครับ จำนวน 15,273,826 ล้านบาท ไม่ใช่ขาดทุน
ที่ไตรมาส 4 ขาดทุน ก็เพราะเรื่องขายเงินลงทุนบริษัทย่อยรายการเดียวที่เป็นสาระสำคัญจริง ๆ คือ 21.37 ล้านบาท
ดูรายการดอกเบี้ยจ่าย ก็พบว่า ดอกเบี้ยรับกับดอกเบี้ยจ่าย ใกล้เคียงกัน โดยดอกเบี้ยรับ ประมาณ 4 ล้าน ดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 4.7 ล้านบาทไม่มีสาระสำคัญเลยครับ
ถ้าตัดรายการพิเศษออกไปคือขาดทุนจากเงินลงทุน 21.37 ล้านบาท จะทำให้มีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.34 ล้านบาท เป็น 0.40 ล้านบาทครับ
แกะงบเสร็จ
สรุปความเสี่ยงตัวนี้คือ อยู่ที่ Operation Risk ซะส่วนใหญ่ เพราะ อัตราดอกเบี้ยไม่มีนัยสำคัญอะไร แถม FX ก็ป้องกันความเสี่ยงไว้หมดครับ และภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ไม่ต้องเสียภาษีอีก 3 ปีครับ
เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ สนุกดีสำหรับการวิเคราะห์ตัวนี้ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 21
ขอโทษครับ กำไรต่อหุ้น จาก 0.34 บาทต่อหุ้น เป็น 0.40 บาทต่อหุ้น แต่ไตรมาส 4 ก็ยังขาดทุนนิดหน่อยครับ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษ
ขอโทษที่พิมพ์ผิดครับ ยังไม่ได้ทำงบเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 จะได้รุ้ว่าขาดทุนเล็กน้อยเพราะอะไรครับ เดี๋ยวมีเวลาค่อยแกะต่อครับ อิ อิ
แหมเข้าใจว่า ส่งออกคงเจอเรื่อง Exchange Loss แน่ ๆ กลายเป็น เรื่องขายเงินลงทุนบริษัทย่อย ที่เป็นตัวฉุดผลงานบริษัทแม่ แต่ขายบริษัทย่อยที่ขาดทุนออกไปแล้วก็หมดภาระกับแม่ไป ก็ไปลุ้นบริษัทที่ขายไปที่เปลี่ยนเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันจะชำระหนี้คืนให้บริษัทแม่ครบหมดหรือไม่ครับ แต่ยังมีดอกเบี้ยจ่ายก็ยังดีครับ อิ อิ
ประเด็นที่ต้องดูต่อไปก็คือเรื่อง Operation Risk ที่หลายคนเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่ต้องดูที่ชาวไร่ที่เพาะปลูก การขายสินค้าออกไปก็ต้องดูว่าคุณภาพลูกหนี้เป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผมดูข้อมูลเบื้องต้นก็ดูดีครับ มีการตั้งสำรองหนี้ไม่มากด้วย
สำหรับ การทำตลาดส่งออก เพราะหลาย ๆ ประเทศก็ผลิตได้ ไม่รู้ว่าเป็นแบบนั้นหรือไม่ ใครอยู่วงการช่วยเสริมหน่อยก็ดีครับ จะได้มีข้อมูลสนับสนุนหนักแน่นยิ่งขึ้นครับ และได้ความรู้ดีครับ
เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะลงไปดู 56-1 ให้ละเอียดยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความเห็นด้วยครับ อยากให้มาช่วยแชร์ความรุ้กันมาก ๆ นะครับ ทั้งดีและเสีย ได้ทั้งหมดครับ จะได้เห็นมุมมองที่ครบถ้วนกันครับ
ขอโทษที่พิมพ์ผิดครับ ยังไม่ได้ทำงบเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 จะได้รุ้ว่าขาดทุนเล็กน้อยเพราะอะไรครับ เดี๋ยวมีเวลาค่อยแกะต่อครับ อิ อิ
แหมเข้าใจว่า ส่งออกคงเจอเรื่อง Exchange Loss แน่ ๆ กลายเป็น เรื่องขายเงินลงทุนบริษัทย่อย ที่เป็นตัวฉุดผลงานบริษัทแม่ แต่ขายบริษัทย่อยที่ขาดทุนออกไปแล้วก็หมดภาระกับแม่ไป ก็ไปลุ้นบริษัทที่ขายไปที่เปลี่ยนเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันจะชำระหนี้คืนให้บริษัทแม่ครบหมดหรือไม่ครับ แต่ยังมีดอกเบี้ยจ่ายก็ยังดีครับ อิ อิ
ประเด็นที่ต้องดูต่อไปก็คือเรื่อง Operation Risk ที่หลายคนเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่ต้องดูที่ชาวไร่ที่เพาะปลูก การขายสินค้าออกไปก็ต้องดูว่าคุณภาพลูกหนี้เป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผมดูข้อมูลเบื้องต้นก็ดูดีครับ มีการตั้งสำรองหนี้ไม่มากด้วย
สำหรับ การทำตลาดส่งออก เพราะหลาย ๆ ประเทศก็ผลิตได้ ไม่รู้ว่าเป็นแบบนั้นหรือไม่ ใครอยู่วงการช่วยเสริมหน่อยก็ดีครับ จะได้มีข้อมูลสนับสนุนหนักแน่นยิ่งขึ้นครับ และได้ความรู้ดีครับ
เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะลงไปดู 56-1 ให้ละเอียดยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความเห็นด้วยครับ อยากให้มาช่วยแชร์ความรุ้กันมาก ๆ นะครับ ทั้งดีและเสีย ได้ทั้งหมดครับ จะได้เห็นมุมมองที่ครบถ้วนกันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 22
ไปทำการบ้านเพิ่มแล้วครับ
ไตรมาส 4 ขาดทุนเพราะ รายได้จากการขายและรายได้อื่น ๆ เท่ากับ 276 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงานและบริหารสูงขึ้นมาก และมีค่าใช้จ่ายขาดทุนจากการขายเงินลงทุน และค่าตอบแทนกรรมการ รวมทั้งสิ้น 310.44 ล้านบาท
ทำให้ไตรมาส 4 ขาดทุนจากการดำเนินงาน เท่ากับ 34.44 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายขาดทุนจากการขายเงินลงทุน เท่ากับ 21.38 ล้านบาท ดังนั้นหากหักรายการนี้ก็จะทำให้ขาดทุนจากการดำเนินงานเท่ากับ 13.06 ล้านบาท และบวกกับดอกเบี้ยจ่ายไตรมาสนี้อีกเล็กน้อยคือ 1.278 ล้านบาท รวมเป็นขาดทุนสุทธิไตรมาส 4 ประมาณเท่ากับ 14.338 ล้านบาทครับ(ไม่รวมการขาดทุนจากเงินลงทุน 21.38 ล้านบาท ถ้ารวมจะเท่ากับ 35.718 ล้านบาทครับ)
โดยไตรมาส 4 เป็นที่น่าสังเกตว่าสาเหตุที่ขาดทุนจากการดำเนินก็คือ ต้นทุนสินค้าขาย จากรวม 3 ไตรมาส อยู่ที่ประมาณ 71% ของรายได้จากการขาย (745 หารด้วย 1049) แต่ไตรมาส 4 ต้นทุนสินค้าขายเพิ่มขึ้นไปถึง 82.22% (222.14 หารด้วย 270) ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญที่ทำให้ขาดทุนในไตรมาสนี้ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้จากการขาย ก็ขยับเพิ่มขึ้น จาก 18.62% ของ 3 ไตรมาสรวมกัน (195.51 หารด้วย 1049.96) ขึ้นไปเป็น 24.32% (65.69 หารด้วย 270)
สำหรับความเสี่ยงของการดำเนินงานที่สำคัญนั้น เท่าที่ดูจากข้อมูล 56-1 พบว่า มีความเสี่ยงที่สำคัญตรงกับที่คุณนริศพูดถึงก็คือ พืชเกษตรต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ และภัยธรรมชาติ แต่ข้อดีคือ พืชผักส่วนใหญ่จะปลูกได้ตลอดทั้งปี ทำให้ถ้าเกิดปัญหาภัยธรรมชาติบางช่วง ก็สามารถไปเพิ่มกำลังการผลิตในงวดถัดไปได้ และเขาได้มีการส่งเสริมการปลูกพื้ชผักไปยังจังหวัดต่าง ๆ กว่า 14 จังหวัดครับ โดยให้เมล็ดพันธ์ ปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร และประกันการรับซื้อที่แน่นอนเมื่อส่งผลผลิตให้กับบริษัท โดยบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวเมื่อขายแล้วครับ ซึ่งเท่าที่ผมดูลูกหนี้เกษตรกรก็ไม่ผันผวนมากนักใกล้เคียงกันทุกปีครับ นอกจากนี้เนื่องจากที่ต่างประเทศเข้มงวดเรื่องสารเคมี เขาจึงได้ลงทุนซื้อเครื่องมือตรวจสารเคมีมาทำการตรวจพืชไร่ ทำให้ป้องกันปัญหาการตีกลับของพืชผักได้มาก
ทั้งนี้บริษัทเขาบอกว่า ในประเทศไทยเราการเพาะปลูกพืชผักที่บริษัทส่งออกตามที่พูดถึงนั้นจะเสี่ยงน้อยกว่าคู่แข่งขันคือ จีน และไต้หวัน เพียงแต่เราเสียเปรียบเรื่องค่าขนส่งที่เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งขันที่ใกล้ตลาดญี่ปุ่นมากกว่า ทำให้ต้นทุนถูกกว่าเรา แต่อย่างไรก็ตาม เขาสามารถขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง แต่คุณภาพที่ดีกว่าครับ (56-1 เขาวิเคราะห์ไว้นะครับ)
สำหรับความเสี่ยงอีกเรื่องคือ ตลาดส่งออก เพราะสินค้าเขาส่งออกถึง 85% ของรายได้จากการขาย และ ส่วนใหญ่นั้นส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะประเทศนี้เขานิยมทานถั่วแขกและถั่วแระ และพืชผักอื่น ๆ เช่น แคลอท เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าผักแช่แข็ง แต่ส่วนผลไม้แช่แข็งนั้นส่งไปเป็นส่วนน้อยครับ โดยบริษัทเขาได้พยายามที่จะขยายตลาดส่งออกไปประเทศอื่นเหมือนกันครับ แต่ยังได้ไม่มากในขณะนี้
และที่น่าสนใจก็คือ ลูกค้าที่ตลาดต่างประเทศที่ผ่านมา บริษัทบอกว่าไม่เคยประสบกับปัญหาหนี้สูญเลยครับ เนื่องจากเป็นลูกค้าที่ซื้อขายกันเป็นเวลานานพอควร ทำให้ไม่ต้องมีการตั้งสำรองหนี้ค้างจ่ายของลูกค้าต่างประเทศเลยครับ และเท่าที่ผมไปดูข้อมูลการตั้งสำรองก็น้อยมาก เข้าใจว่าที่ตั้งสำรองจะเป็นหนี้เฉพาะในประเทศส่วนน้อยเท่านั้นครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือหุ้นตัวนี้ ผมได้ลองคำนวณเงินปันผลที่ได้รับย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 43 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 7 ปี นับปันผลรวมได้ทั้งหมด 2.75 บาทไปแล้วครับ ก็ถือว่าเป็นหุ้นที่คืนทุนได้ค่อนข้างเร็วเหมือนก้นครับเมื่อเทียบกับราคาตลาดขณะนี้
ก็ขอจบรายการเพียงเท่านี้ครับ ไว้จะไปเจาะตัวอื่นที่น่าสนใจต่อไปครับ
ไตรมาส 4 ขาดทุนเพราะ รายได้จากการขายและรายได้อื่น ๆ เท่ากับ 276 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงานและบริหารสูงขึ้นมาก และมีค่าใช้จ่ายขาดทุนจากการขายเงินลงทุน และค่าตอบแทนกรรมการ รวมทั้งสิ้น 310.44 ล้านบาท
ทำให้ไตรมาส 4 ขาดทุนจากการดำเนินงาน เท่ากับ 34.44 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายขาดทุนจากการขายเงินลงทุน เท่ากับ 21.38 ล้านบาท ดังนั้นหากหักรายการนี้ก็จะทำให้ขาดทุนจากการดำเนินงานเท่ากับ 13.06 ล้านบาท และบวกกับดอกเบี้ยจ่ายไตรมาสนี้อีกเล็กน้อยคือ 1.278 ล้านบาท รวมเป็นขาดทุนสุทธิไตรมาส 4 ประมาณเท่ากับ 14.338 ล้านบาทครับ(ไม่รวมการขาดทุนจากเงินลงทุน 21.38 ล้านบาท ถ้ารวมจะเท่ากับ 35.718 ล้านบาทครับ)
โดยไตรมาส 4 เป็นที่น่าสังเกตว่าสาเหตุที่ขาดทุนจากการดำเนินก็คือ ต้นทุนสินค้าขาย จากรวม 3 ไตรมาส อยู่ที่ประมาณ 71% ของรายได้จากการขาย (745 หารด้วย 1049) แต่ไตรมาส 4 ต้นทุนสินค้าขายเพิ่มขึ้นไปถึง 82.22% (222.14 หารด้วย 270) ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญที่ทำให้ขาดทุนในไตรมาสนี้ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้จากการขาย ก็ขยับเพิ่มขึ้น จาก 18.62% ของ 3 ไตรมาสรวมกัน (195.51 หารด้วย 1049.96) ขึ้นไปเป็น 24.32% (65.69 หารด้วย 270)
สำหรับความเสี่ยงของการดำเนินงานที่สำคัญนั้น เท่าที่ดูจากข้อมูล 56-1 พบว่า มีความเสี่ยงที่สำคัญตรงกับที่คุณนริศพูดถึงก็คือ พืชเกษตรต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ และภัยธรรมชาติ แต่ข้อดีคือ พืชผักส่วนใหญ่จะปลูกได้ตลอดทั้งปี ทำให้ถ้าเกิดปัญหาภัยธรรมชาติบางช่วง ก็สามารถไปเพิ่มกำลังการผลิตในงวดถัดไปได้ และเขาได้มีการส่งเสริมการปลูกพื้ชผักไปยังจังหวัดต่าง ๆ กว่า 14 จังหวัดครับ โดยให้เมล็ดพันธ์ ปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร และประกันการรับซื้อที่แน่นอนเมื่อส่งผลผลิตให้กับบริษัท โดยบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวเมื่อขายแล้วครับ ซึ่งเท่าที่ผมดูลูกหนี้เกษตรกรก็ไม่ผันผวนมากนักใกล้เคียงกันทุกปีครับ นอกจากนี้เนื่องจากที่ต่างประเทศเข้มงวดเรื่องสารเคมี เขาจึงได้ลงทุนซื้อเครื่องมือตรวจสารเคมีมาทำการตรวจพืชไร่ ทำให้ป้องกันปัญหาการตีกลับของพืชผักได้มาก
ทั้งนี้บริษัทเขาบอกว่า ในประเทศไทยเราการเพาะปลูกพืชผักที่บริษัทส่งออกตามที่พูดถึงนั้นจะเสี่ยงน้อยกว่าคู่แข่งขันคือ จีน และไต้หวัน เพียงแต่เราเสียเปรียบเรื่องค่าขนส่งที่เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งขันที่ใกล้ตลาดญี่ปุ่นมากกว่า ทำให้ต้นทุนถูกกว่าเรา แต่อย่างไรก็ตาม เขาสามารถขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง แต่คุณภาพที่ดีกว่าครับ (56-1 เขาวิเคราะห์ไว้นะครับ)
สำหรับความเสี่ยงอีกเรื่องคือ ตลาดส่งออก เพราะสินค้าเขาส่งออกถึง 85% ของรายได้จากการขาย และ ส่วนใหญ่นั้นส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะประเทศนี้เขานิยมทานถั่วแขกและถั่วแระ และพืชผักอื่น ๆ เช่น แคลอท เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าผักแช่แข็ง แต่ส่วนผลไม้แช่แข็งนั้นส่งไปเป็นส่วนน้อยครับ โดยบริษัทเขาได้พยายามที่จะขยายตลาดส่งออกไปประเทศอื่นเหมือนกันครับ แต่ยังได้ไม่มากในขณะนี้
และที่น่าสนใจก็คือ ลูกค้าที่ตลาดต่างประเทศที่ผ่านมา บริษัทบอกว่าไม่เคยประสบกับปัญหาหนี้สูญเลยครับ เนื่องจากเป็นลูกค้าที่ซื้อขายกันเป็นเวลานานพอควร ทำให้ไม่ต้องมีการตั้งสำรองหนี้ค้างจ่ายของลูกค้าต่างประเทศเลยครับ และเท่าที่ผมไปดูข้อมูลการตั้งสำรองก็น้อยมาก เข้าใจว่าที่ตั้งสำรองจะเป็นหนี้เฉพาะในประเทศส่วนน้อยเท่านั้นครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือหุ้นตัวนี้ ผมได้ลองคำนวณเงินปันผลที่ได้รับย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 43 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 7 ปี นับปันผลรวมได้ทั้งหมด 2.75 บาทไปแล้วครับ ก็ถือว่าเป็นหุ้นที่คืนทุนได้ค่อนข้างเร็วเหมือนก้นครับเมื่อเทียบกับราคาตลาดขณะนี้
ก็ขอจบรายการเพียงเท่านี้ครับ ไว้จะไปเจาะตัวอื่นที่น่าสนใจต่อไปครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ไปเจอหุ้นที่จ่ายปันผลทั้งเงินและหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี
โพสต์ที่ 23
อ้อตกไปอีกเรื่องหนึ่งก็คือ
ยอดขายของบริษัทนี้ เป็น Seasonal ครับ ไตรมาส 1 จะเป็นไตรมาสที่ยอดขายแย่ที่สุด ประมาณ 18% ของทั้งปี และไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด คือ 30กว่า% ขึ้นไปครับ ดังนั้น ปกติไตรมาส 1 น่าจะมีผลงานไม่เลิศหรูครับ แต่ต้องไปลุ้นเอาที่ไตรมาส 2 เพราะจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 เกือบ 2 เท่าครับ อันนี้เขาเก็บสถิติย้อนหลังหลายปี ดูได้ใน 56-1 ด้วยครับ ซึ่งเป็นสินค้า Seasonal ค่อนข้างชัดเจนครับ
ยอดขายของบริษัทนี้ เป็น Seasonal ครับ ไตรมาส 1 จะเป็นไตรมาสที่ยอดขายแย่ที่สุด ประมาณ 18% ของทั้งปี และไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด คือ 30กว่า% ขึ้นไปครับ ดังนั้น ปกติไตรมาส 1 น่าจะมีผลงานไม่เลิศหรูครับ แต่ต้องไปลุ้นเอาที่ไตรมาส 2 เพราะจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 เกือบ 2 เท่าครับ อันนี้เขาเก็บสถิติย้อนหลังหลายปี ดูได้ใน 56-1 ด้วยครับ ซึ่งเป็นสินค้า Seasonal ค่อนข้างชัดเจนครับ