ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
- bluesky
- Verified User
- โพสต์: 332
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 1
ที่มา พันทิพ
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก เฮ้าส์ชั้นสาม พันทิพย์
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งขณะที่ผมอยากจะใช้คำหยาบด่ามากมายสำหรับร้านนี้ เพราะทำให้ผมเกือบเป็นคนบ้า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่คิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไร สู้เขียนเรื่องจริง ๆ แล้วให้เพื่อน ๆ พิจารณาตัดสินเอาเองดีกว่า
ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเอาโน้ตบุ๊กไปซ่อมร้าน โน้ตบุ๊ก เฮาส์ชั้นสาม พันทิพย์ หลายครั้ง โดยแรก ๆ ก็ดีแม้จะค่าซ่อมแพงหน่อยก็ยินดี เปลี่ยนชิพอะไรตัวหนึ่งก็ต้อง 3,000 อัพตลอด แต่ถ้าซ่อมได้เราก็ย่อมยินดี ซึ่งหลายครั้งซ่อมแล้วไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน เพราะมันเสียเราก็เข้าใจได้
เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนมกราคม 49 (ปีนี้) ผมได้เอาโน้ตบุ๊ก ไปซ่อม ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่เคยผ่านการซ่อมจากที่อื่นมาแล้ว (ส่งให้เพื่อนเอาไปซ่อม แล้วเอาไปซ่อมผิดร้าน) ก็ยอมรับว่ามันมีปัญหาเปิดไม่ติด ก็บอกว่าให้ดูถ้าซ่อมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่นาย จ.เข้าของร้าน ก็ดี ได้พยายามซ่อมให้ ด้วยการหาอะไหล่นั่น อะไหล่นี่มาเปลี่ยน รวมเวลาทั้งสิ้น 4 เดือน ผมซึ่งได้บอกไปตั้งแต่เดือนแรกแล้วว่า ซ่อมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาคืนมา เขาก็ยืนยัน ซ่อมได้ ขาดอะไรนิดหน่อย ซ่อมเสร็จแล้ว นี่มีเมนบอร์ดจากลูกค้าอื่น แต่ผลจากคำพูดทั้งหมดคือ โกหก จากการติดตามโทรหารวมทั้งไปหาที่ร้านกว่า 20 ครั้ง ความอดทนผมจึงหมดลง ยืนยันเสียงแข็งให้เอาของกลับมา และส่งคนไปยืนเฝ้า รอเอากลับมา เขาจึงยอมประกอบคืนให้ แต่ความดีของเจ้าของร้านก็ยังพอมี จึงให้ความหวังผมด้วยการบอกว่า ให้เอาตัวอื่นมาซ่อม จะไม่คิดค่าช่าง คิดแต่ค่าอะไหล่
- วันที่ 16/5/49 ผมก็จึงเอาโน้ตบุ๊ก อีกสองตัวไปซ่อม ผลปรากฏว่า 1 ตัวซ่อมได้เพราะแค่สวิทช์ไฟเสีย แต่เสียค่าอะไหล่ สวิทช์ 1 ตัว ไป 2,400.- (นี่นะไม่คิดค่าช่าง ซิพ..อะไรมันจะแพงนักหนา ) ไม่เป็นไรจ้า ได้ใช้ของก็ดีใจมากแล้ว ส่วนอีกตัวหนึ่งเกิดอาการแฮงค์ตอนเข้าวินโดว์ หลังจากนั้นอีก 5 วันผมโทรไปอีก ทางร้านได้บอกว่าเสร็จแล้วให้ไปรับได้ ผมจึงส่งคนไปรับ ผลปรากฏว่า มันแฮงค์เหมือนเดิม จึงทิ้งเครื่องไว้ให้ทำต่อก่อน
- จากนั้นอีก 2 วัน ร้านโน้ตบุ๊ก เฮาส์โทรมาว่าเสร็จแล้ว ผมจึงส่งคนไปรับอีก ผลคือ อาการเดิม เขาจึงแกะเครื่องเป็นชิ้น ๆ ให้รอ 2 ชม. เพื่อนของผมจึงรอ แต่ก็รอความว่างเปล่าคือมันไม่ได้ทำอะไรเลยซักอย่าง ผมจึงโทรไปให้ประกอบเครื่องคืน นาย จ.ตอบว่า อีกสองสามวันจึงจะมารับเครื่องคืนได้
- วันรุ่งขึ้นผมไปหาด้วยตัวเอง เพื่อขอของคืน นาย จ. บอกว่า เมนบอร์ดไม่อยู่ร้าน ส่งไปซ่อมให้มาอีกซัก 2-3 วัน
- อีก 3 วันผ่าน ผมโทรไป โน้ตบุ๊ก เฮาส์บอกว่า เสร็จแล้ว ให้ไปรับ ผมจึงไปรับด้วยตัวเอง ผลคือ มันยังเป็นชิ้นอยู่เลย ยังไม่ได้ประกอบ นาย จ.บอกให้รอ 1-2 ชม.จะได้ เวลาผ่านไปจนเย็น มันก็ยังไม่ได้ประกอบอะไร แต่บอกว่า ชิพ บนเมนบอร์ดไหม้หมดแล้ว ซีพียูก็ไหม้ด้วย ซ่อมไม่ได้ให้กลับไปก่อน ผมจึงขอให้เขาประกอบเครื่องคืน เพราะแม้จะซ่อมได้ ก็คงจะไม่จ่ายเงิน ดังนั้นไม่ต้องซ่อม คำตอบคือเขาจะรับผิดชอบเต็มที่ แต่กลับไปก่อนนะ
- วันที่ 31/5/06 ผมส่งคนไปรับของ เพราะโทรคุยกันว่าเรียบร้อยแล้วแน่นอนไปรับได้เลย แต่เมื่อเพื่อนผมไปรับปรากฏว่า เครื่องยังเป็นชิ้น ๆ โดยนาย จ.ให้เขารอ 2 ชม.บอกว่ากำลังจะประกอบ ในที่สุดก็รอจนรอไม่ไหว เพราะช่างงานเยอะ ยังไม่มีเวลาทำ โดนโกหกอีกแล้ว ผมไปทำให้อะไรให้คุณทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้
- อีก 3-4 วัน นาย จ.โทรมาว่าของเสร็จแล้ว กำลังจะไปส่ง ขณะที่โทรตอน 11 โมงเช้า ผมรอจน 4 โมงเย็น ก็ยังไม่มาถึง จึงตรงไปที่ร้านโน้ตบุ๊ก เฮาส์ผลคือ ของมันยังเป็นชิ้น ไม่ได้ประกอบอะไรเลย มันบอกว่าขอเวลาอีก 2-3 วัน
- 3 วันต่อมาผมโทรไป นาย จ. บอกว่ากำลังรออะไหล่บางตัว คราวนี้ซ่อมได้แน่ ผมถามก็วันก่อนบอกซิพ ซีพียูไหม้ อะไรอีกมากมายก็ไหม้ไปแล้วจะทำไง เขาตอบง่าย เขาเป็นช่าง เขาเอาไปเคลมได้ รออีกซัก 2-4 วัน (ของหมดประกันนี่นะจะเอาไปเคลม หรือจะเอาไปแกะเปลี่ยนใส่ให้ใครกันแน่)
- วันเสาร์ ที่ 10/6/47 ผมไปตามอีก เจอกับลูกค้าอีก 2 ราย จึงคุยกันได้ความว่า ของเขาก็รอมา 6 เดือนแล้ว โดนโกหกนับครั้งไม่ถ้วนว่าเสร็จแล้ว ส่วนนาย จ.ได้ยินผมคุยกะลูกค้ารายนั้น จึงเปิดประตูออกมาโวยวาย ด่าทอ ด้วยคำหยาบมากมาย ผมจึงถามเขาว่า ผมไปด่าอะไรเขา เขาตอบว่าผมพูด ห....มา ๆ ทำให้ลูกค้ารายอื่นได้ยินความเลวของร้าน นาย จ.จะทำร้ายผมดีว่า พนักงานในร้านห้ามไว้ ผมจึงกลับบ้านด้วยความปลอดภัย (จริง ๆ ผมควรจะไปแจ้งความข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายตั้งแต่วันนี้แล้ว )
- ติดตามทุก 2-3 วัน อีกกว่า 5 ครั้ง บอกว่าให้ประกอบมาเลยไม่ซ่อมแล้ว แต่ก็โดนบ่ายเบี่ยงว่าซ่อมได้ ๆ ๆๆ ๆ ๆ รอแค่อะไหล่ 1 ตัว (วันก่อนบอกเสียหายเยอะหลายตัว ซ่อมไม่ได้ แต่วันนี้บอกว่าเสีย 1 ตัว) ซ่อมได้ทำไมซ่อม ไม่เสร็จเสียทีหนอ (อยากจะด่า แต่อย่าเลย)
- วันที่ 26/6/49 นาย จ.ประมาณเที่ยง โทรหาผมว่าเสร็จแล้ว กำลังจะไปส่งที่ออฟฟิส รอจน 5 โมงเย็น ไม่เห็นเงาหัว
- 27/6/49 โทรคุยกันว่าจะมาส่งเมื่อวานส่งไปทัน ผมจึงตรงไปรับเองที่ร้าน นาย.จ บอกว่าลูกน้องออกไปส่งให้แล้วไม่เกินบ่าย 3 โมง ผลคือ ไม่เห็นเงาหัว ผ่านอีก 1 วัน
- 28/6/49 โทรคุยกันกับพนักงานร้าน นาย จ.แจ้งให้ทราบว่าหมดความอดทนแล้ว และได้โทรปรึกษาร้อยเวร เตรียมแจ้งตำรวจ สน.พญาไท และต่อด้วยแจ้ง สคบ. ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และ ฉ้อโกง พนักงานร้าน นาย จ.โทรมาว่ากำลังจะมาส่ง ตอนนี้อยู่กำลังเดินทางมา แต่ไม่รู้จะทันหรือไม่ แค่ประตูน้ำกับเอกมัย ซึ่งเป็นเวลาที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้คือ 13.37 นาที จะดูต่อว่าจะได้รับการโกหกรอบที่นับไม่ถ้วนอีกหรือไม่ 14.00 น. พนักงานโทรมาว่า กำลังเดินทางมาจากเพลินจิตตั้งแต่ 11 โมงเช้าแล้ว ซึ่งเวลานี้ก็ 17.00 น.หมดเวลาเลิกงานไปอีกวัน และก็โดน โกหก อีกเช่นเคย
- 29/6/49 โทรคุยกับพนักงานที่ของร้าน เวลา 10.30 น.ว่ากำลังจะไปส่ง รอไปจนถึงบ่าย 1 โมงก็ยังคงไร้วี่แววเช่นเคย ผมพยายามโทรหานาย จ. ก็ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ตัดสายทิ้ง 14.00 -16.00 น.โทรไปหาที่ร้านอีกหลายครั้ง คำตอบเดียวก็คือ ส่งคนออกไปแล้ว ซึ่งเวลานี้ก็ 17.00 น.หมดเวลาทำงานไปอีก 1วัน เช่นเคย ไม่ได้รับเครื่องคืน!!! พรุ่งนี้เช้าเตรียมเอกสารไปแจ้งความ ข้อหาฉ้อโกง และลักทรัพย์ เพิ่มนิด เวลา 17.30 น.พนักงานโทรมาแจ้งว่าจะพยายามให้นาย จ.โทรมาคุย แต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับอยู่ดี
- 30/6/06 ไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สน.พญาไท ได้พยายามติดต่อนาย จ.และคุยตกลงกันว่านาย จ.จะซ่อมให้ภายในวันนี้ และถ้าซ่อมไม่ได้จะชดใช้ให้ด้วยเครื่องที่มีเสปคใกล้เคียง ผมได้ปรึกษาสารวัตรว่าจะเอาเรื่องนี้ไปลงเวบไซด์ ท่านบอกว่า ลงไปได้เลยเพื่อเป็นเหตุเตือนใจสำหรับคนอื่น ใบแจ้งความเลขที่ 003 บก.น 1 กองบัญชาการ บช.น และถ้า ภายใน 19.00 น. ยังไม่ได้คืน ภายในวันจันทร์จะต้องไปแจ้งความซ้ำ ข้อหาฉ้อโกง ลักทรัพย์ ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ กับสารวัตรอีกครั้ง
เพิ่มเติม มีลูกค้าอีกหลายราย ที่โดนอย่างเดียวกัน เพราะท่านสารวัตรพอได้ยินชื่อนาย จ. ก็ร้องอ้อขึ้นมาทันที ท่านบอกว่านายนี้อีกแล้วหรอ สุดท้ายก็นัดให้ผมไปรับของที่พันทิพย์เวลา 1 ทุ่มซึ่งผมก็ไปรอจนถึง 2 ทุ่ม และแล้วผมก็โดน โกหก อีกเช่นเคย แต่ช้าก่อนยังไม่จบ นาย จ.โทรมาตอน 4 ทุ่ม บอกว่าเสร็จแล้วให้ไปรับได้ ให้คุณทายว่าผมจะโง่ไปให้เขาโกหกอีกหรือไม่
นี่คือเรื่องจริง 100 % ที่ผมพยายามพิมพ์ด้วยถ้อยคำที่สุภาพที่สุด ให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ความจริง และนาย จ. คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมคือใคร ถ้าอะไรที่ผมพิมพ์และคุณคิดว่าผิด คุณก็โทรมาคุยได้เลยนะ ผมยินดี! แต่ที่แน่ ๆ ผมจะไม่ โกหก เหมือนคุณ
คำถามคือ
1. คุณโกหกลูกค้าไปวัน ๆ นี่นอนหลับหรอครับ
2. เมื่อเครื่องไม่เสร็จ คุณโทรมาทำไมว่าเสร็จแล้วกำลังจะไปส่ง หรือให้มารับได้เลย
3. คุณบอกลูกน้องว่าอย่าให้ลูกค้าว่าได้ แต่ตัวคุณ จ.เองกลับโกหกสารพัด แล้วลูกค้าจะไม่ด่าหรอ
4. เมื่อรับงานไม่ไหว เพราะงานเยอะ ก็หยุด ๆ พักแล้วเคลียร์งานเก่าให้เสร็จก่อนดีกว่าไหม
5. ก่อนหน้านั้นผมเคยไปทำอะไรให้คุณโกรธแค้นหรือเปล่า แต่ผมว่าผมไม่เคยไปทำอะไรคุณเลยนะ แล้วคุณจะมาทำร้ายผมทำไม ผมต้องเครียดต่อเนื่องเพราะเรื่องคุณนานถึง 6 เดือนแล้ว
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก เฮ้าส์ชั้นสาม พันทิพย์
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งขณะที่ผมอยากจะใช้คำหยาบด่ามากมายสำหรับร้านนี้ เพราะทำให้ผมเกือบเป็นคนบ้า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่คิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไร สู้เขียนเรื่องจริง ๆ แล้วให้เพื่อน ๆ พิจารณาตัดสินเอาเองดีกว่า
ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเอาโน้ตบุ๊กไปซ่อมร้าน โน้ตบุ๊ก เฮาส์ชั้นสาม พันทิพย์ หลายครั้ง โดยแรก ๆ ก็ดีแม้จะค่าซ่อมแพงหน่อยก็ยินดี เปลี่ยนชิพอะไรตัวหนึ่งก็ต้อง 3,000 อัพตลอด แต่ถ้าซ่อมได้เราก็ย่อมยินดี ซึ่งหลายครั้งซ่อมแล้วไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน เพราะมันเสียเราก็เข้าใจได้
เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนมกราคม 49 (ปีนี้) ผมได้เอาโน้ตบุ๊ก ไปซ่อม ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่เคยผ่านการซ่อมจากที่อื่นมาแล้ว (ส่งให้เพื่อนเอาไปซ่อม แล้วเอาไปซ่อมผิดร้าน) ก็ยอมรับว่ามันมีปัญหาเปิดไม่ติด ก็บอกว่าให้ดูถ้าซ่อมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่นาย จ.เข้าของร้าน ก็ดี ได้พยายามซ่อมให้ ด้วยการหาอะไหล่นั่น อะไหล่นี่มาเปลี่ยน รวมเวลาทั้งสิ้น 4 เดือน ผมซึ่งได้บอกไปตั้งแต่เดือนแรกแล้วว่า ซ่อมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาคืนมา เขาก็ยืนยัน ซ่อมได้ ขาดอะไรนิดหน่อย ซ่อมเสร็จแล้ว นี่มีเมนบอร์ดจากลูกค้าอื่น แต่ผลจากคำพูดทั้งหมดคือ โกหก จากการติดตามโทรหารวมทั้งไปหาที่ร้านกว่า 20 ครั้ง ความอดทนผมจึงหมดลง ยืนยันเสียงแข็งให้เอาของกลับมา และส่งคนไปยืนเฝ้า รอเอากลับมา เขาจึงยอมประกอบคืนให้ แต่ความดีของเจ้าของร้านก็ยังพอมี จึงให้ความหวังผมด้วยการบอกว่า ให้เอาตัวอื่นมาซ่อม จะไม่คิดค่าช่าง คิดแต่ค่าอะไหล่
- วันที่ 16/5/49 ผมก็จึงเอาโน้ตบุ๊ก อีกสองตัวไปซ่อม ผลปรากฏว่า 1 ตัวซ่อมได้เพราะแค่สวิทช์ไฟเสีย แต่เสียค่าอะไหล่ สวิทช์ 1 ตัว ไป 2,400.- (นี่นะไม่คิดค่าช่าง ซิพ..อะไรมันจะแพงนักหนา ) ไม่เป็นไรจ้า ได้ใช้ของก็ดีใจมากแล้ว ส่วนอีกตัวหนึ่งเกิดอาการแฮงค์ตอนเข้าวินโดว์ หลังจากนั้นอีก 5 วันผมโทรไปอีก ทางร้านได้บอกว่าเสร็จแล้วให้ไปรับได้ ผมจึงส่งคนไปรับ ผลปรากฏว่า มันแฮงค์เหมือนเดิม จึงทิ้งเครื่องไว้ให้ทำต่อก่อน
- จากนั้นอีก 2 วัน ร้านโน้ตบุ๊ก เฮาส์โทรมาว่าเสร็จแล้ว ผมจึงส่งคนไปรับอีก ผลคือ อาการเดิม เขาจึงแกะเครื่องเป็นชิ้น ๆ ให้รอ 2 ชม. เพื่อนของผมจึงรอ แต่ก็รอความว่างเปล่าคือมันไม่ได้ทำอะไรเลยซักอย่าง ผมจึงโทรไปให้ประกอบเครื่องคืน นาย จ.ตอบว่า อีกสองสามวันจึงจะมารับเครื่องคืนได้
- วันรุ่งขึ้นผมไปหาด้วยตัวเอง เพื่อขอของคืน นาย จ. บอกว่า เมนบอร์ดไม่อยู่ร้าน ส่งไปซ่อมให้มาอีกซัก 2-3 วัน
- อีก 3 วันผ่าน ผมโทรไป โน้ตบุ๊ก เฮาส์บอกว่า เสร็จแล้ว ให้ไปรับ ผมจึงไปรับด้วยตัวเอง ผลคือ มันยังเป็นชิ้นอยู่เลย ยังไม่ได้ประกอบ นาย จ.บอกให้รอ 1-2 ชม.จะได้ เวลาผ่านไปจนเย็น มันก็ยังไม่ได้ประกอบอะไร แต่บอกว่า ชิพ บนเมนบอร์ดไหม้หมดแล้ว ซีพียูก็ไหม้ด้วย ซ่อมไม่ได้ให้กลับไปก่อน ผมจึงขอให้เขาประกอบเครื่องคืน เพราะแม้จะซ่อมได้ ก็คงจะไม่จ่ายเงิน ดังนั้นไม่ต้องซ่อม คำตอบคือเขาจะรับผิดชอบเต็มที่ แต่กลับไปก่อนนะ
- วันที่ 31/5/06 ผมส่งคนไปรับของ เพราะโทรคุยกันว่าเรียบร้อยแล้วแน่นอนไปรับได้เลย แต่เมื่อเพื่อนผมไปรับปรากฏว่า เครื่องยังเป็นชิ้น ๆ โดยนาย จ.ให้เขารอ 2 ชม.บอกว่ากำลังจะประกอบ ในที่สุดก็รอจนรอไม่ไหว เพราะช่างงานเยอะ ยังไม่มีเวลาทำ โดนโกหกอีกแล้ว ผมไปทำให้อะไรให้คุณทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้
- อีก 3-4 วัน นาย จ.โทรมาว่าของเสร็จแล้ว กำลังจะไปส่ง ขณะที่โทรตอน 11 โมงเช้า ผมรอจน 4 โมงเย็น ก็ยังไม่มาถึง จึงตรงไปที่ร้านโน้ตบุ๊ก เฮาส์ผลคือ ของมันยังเป็นชิ้น ไม่ได้ประกอบอะไรเลย มันบอกว่าขอเวลาอีก 2-3 วัน
- 3 วันต่อมาผมโทรไป นาย จ. บอกว่ากำลังรออะไหล่บางตัว คราวนี้ซ่อมได้แน่ ผมถามก็วันก่อนบอกซิพ ซีพียูไหม้ อะไรอีกมากมายก็ไหม้ไปแล้วจะทำไง เขาตอบง่าย เขาเป็นช่าง เขาเอาไปเคลมได้ รออีกซัก 2-4 วัน (ของหมดประกันนี่นะจะเอาไปเคลม หรือจะเอาไปแกะเปลี่ยนใส่ให้ใครกันแน่)
- วันเสาร์ ที่ 10/6/47 ผมไปตามอีก เจอกับลูกค้าอีก 2 ราย จึงคุยกันได้ความว่า ของเขาก็รอมา 6 เดือนแล้ว โดนโกหกนับครั้งไม่ถ้วนว่าเสร็จแล้ว ส่วนนาย จ.ได้ยินผมคุยกะลูกค้ารายนั้น จึงเปิดประตูออกมาโวยวาย ด่าทอ ด้วยคำหยาบมากมาย ผมจึงถามเขาว่า ผมไปด่าอะไรเขา เขาตอบว่าผมพูด ห....มา ๆ ทำให้ลูกค้ารายอื่นได้ยินความเลวของร้าน นาย จ.จะทำร้ายผมดีว่า พนักงานในร้านห้ามไว้ ผมจึงกลับบ้านด้วยความปลอดภัย (จริง ๆ ผมควรจะไปแจ้งความข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายตั้งแต่วันนี้แล้ว )
- ติดตามทุก 2-3 วัน อีกกว่า 5 ครั้ง บอกว่าให้ประกอบมาเลยไม่ซ่อมแล้ว แต่ก็โดนบ่ายเบี่ยงว่าซ่อมได้ ๆ ๆๆ ๆ ๆ รอแค่อะไหล่ 1 ตัว (วันก่อนบอกเสียหายเยอะหลายตัว ซ่อมไม่ได้ แต่วันนี้บอกว่าเสีย 1 ตัว) ซ่อมได้ทำไมซ่อม ไม่เสร็จเสียทีหนอ (อยากจะด่า แต่อย่าเลย)
- วันที่ 26/6/49 นาย จ.ประมาณเที่ยง โทรหาผมว่าเสร็จแล้ว กำลังจะไปส่งที่ออฟฟิส รอจน 5 โมงเย็น ไม่เห็นเงาหัว
- 27/6/49 โทรคุยกันว่าจะมาส่งเมื่อวานส่งไปทัน ผมจึงตรงไปรับเองที่ร้าน นาย.จ บอกว่าลูกน้องออกไปส่งให้แล้วไม่เกินบ่าย 3 โมง ผลคือ ไม่เห็นเงาหัว ผ่านอีก 1 วัน
- 28/6/49 โทรคุยกันกับพนักงานร้าน นาย จ.แจ้งให้ทราบว่าหมดความอดทนแล้ว และได้โทรปรึกษาร้อยเวร เตรียมแจ้งตำรวจ สน.พญาไท และต่อด้วยแจ้ง สคบ. ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และ ฉ้อโกง พนักงานร้าน นาย จ.โทรมาว่ากำลังจะมาส่ง ตอนนี้อยู่กำลังเดินทางมา แต่ไม่รู้จะทันหรือไม่ แค่ประตูน้ำกับเอกมัย ซึ่งเป็นเวลาที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้คือ 13.37 นาที จะดูต่อว่าจะได้รับการโกหกรอบที่นับไม่ถ้วนอีกหรือไม่ 14.00 น. พนักงานโทรมาว่า กำลังเดินทางมาจากเพลินจิตตั้งแต่ 11 โมงเช้าแล้ว ซึ่งเวลานี้ก็ 17.00 น.หมดเวลาเลิกงานไปอีกวัน และก็โดน โกหก อีกเช่นเคย
- 29/6/49 โทรคุยกับพนักงานที่ของร้าน เวลา 10.30 น.ว่ากำลังจะไปส่ง รอไปจนถึงบ่าย 1 โมงก็ยังคงไร้วี่แววเช่นเคย ผมพยายามโทรหานาย จ. ก็ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ตัดสายทิ้ง 14.00 -16.00 น.โทรไปหาที่ร้านอีกหลายครั้ง คำตอบเดียวก็คือ ส่งคนออกไปแล้ว ซึ่งเวลานี้ก็ 17.00 น.หมดเวลาทำงานไปอีก 1วัน เช่นเคย ไม่ได้รับเครื่องคืน!!! พรุ่งนี้เช้าเตรียมเอกสารไปแจ้งความ ข้อหาฉ้อโกง และลักทรัพย์ เพิ่มนิด เวลา 17.30 น.พนักงานโทรมาแจ้งว่าจะพยายามให้นาย จ.โทรมาคุย แต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับอยู่ดี
- 30/6/06 ไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สน.พญาไท ได้พยายามติดต่อนาย จ.และคุยตกลงกันว่านาย จ.จะซ่อมให้ภายในวันนี้ และถ้าซ่อมไม่ได้จะชดใช้ให้ด้วยเครื่องที่มีเสปคใกล้เคียง ผมได้ปรึกษาสารวัตรว่าจะเอาเรื่องนี้ไปลงเวบไซด์ ท่านบอกว่า ลงไปได้เลยเพื่อเป็นเหตุเตือนใจสำหรับคนอื่น ใบแจ้งความเลขที่ 003 บก.น 1 กองบัญชาการ บช.น และถ้า ภายใน 19.00 น. ยังไม่ได้คืน ภายในวันจันทร์จะต้องไปแจ้งความซ้ำ ข้อหาฉ้อโกง ลักทรัพย์ ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ กับสารวัตรอีกครั้ง
เพิ่มเติม มีลูกค้าอีกหลายราย ที่โดนอย่างเดียวกัน เพราะท่านสารวัตรพอได้ยินชื่อนาย จ. ก็ร้องอ้อขึ้นมาทันที ท่านบอกว่านายนี้อีกแล้วหรอ สุดท้ายก็นัดให้ผมไปรับของที่พันทิพย์เวลา 1 ทุ่มซึ่งผมก็ไปรอจนถึง 2 ทุ่ม และแล้วผมก็โดน โกหก อีกเช่นเคย แต่ช้าก่อนยังไม่จบ นาย จ.โทรมาตอน 4 ทุ่ม บอกว่าเสร็จแล้วให้ไปรับได้ ให้คุณทายว่าผมจะโง่ไปให้เขาโกหกอีกหรือไม่
นี่คือเรื่องจริง 100 % ที่ผมพยายามพิมพ์ด้วยถ้อยคำที่สุภาพที่สุด ให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ความจริง และนาย จ. คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมคือใคร ถ้าอะไรที่ผมพิมพ์และคุณคิดว่าผิด คุณก็โทรมาคุยได้เลยนะ ผมยินดี! แต่ที่แน่ ๆ ผมจะไม่ โกหก เหมือนคุณ
คำถามคือ
1. คุณโกหกลูกค้าไปวัน ๆ นี่นอนหลับหรอครับ
2. เมื่อเครื่องไม่เสร็จ คุณโทรมาทำไมว่าเสร็จแล้วกำลังจะไปส่ง หรือให้มารับได้เลย
3. คุณบอกลูกน้องว่าอย่าให้ลูกค้าว่าได้ แต่ตัวคุณ จ.เองกลับโกหกสารพัด แล้วลูกค้าจะไม่ด่าหรอ
4. เมื่อรับงานไม่ไหว เพราะงานเยอะ ก็หยุด ๆ พักแล้วเคลียร์งานเก่าให้เสร็จก่อนดีกว่าไหม
5. ก่อนหน้านั้นผมเคยไปทำอะไรให้คุณโกรธแค้นหรือเปล่า แต่ผมว่าผมไม่เคยไปทำอะไรคุณเลยนะ แล้วคุณจะมาทำร้ายผมทำไม ผมต้องเครียดต่อเนื่องเพราะเรื่องคุณนานถึง 6 เดือนแล้ว
มีบางคนบอกว่า คนเราเกิดมาเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเรา
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 2
ลองอ่านดูแล้วรู้สึกแปลกๆ ในหลายประเด็น
ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับทราบและหลีกเลี่ยงร้านดังกล่าว
แตถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ซึ่งอาจจะเป็นความขัดแย้งทางธุรกิจ เราก็อาจจะตกเป็นเครื่องมือโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพราะฉะนั้น ข้อความจำพวก Forward mail หรือ กระทู้ที่ Post Discredit กันเนี่ยผมว่าต้องใช้วิจารณญาณให้มาก
1. มากกว่า 80% ของอาการที่เรียกว่า "คอมพิวเตอร์เสีย" มาจาก Software แล้วก็ความไม่รู้ของ User เช่น
- Computer Virus, Worm, Spyware
- Bug จาก Software ต่างๆ ที่ติดตั้ง รวมทั้งระบบปฏิบัติการ
(โดยเฉพาะ Windows ที่มักจะรีบเข็น Software ออกมาขายก่อน แล้วค่อยทยอยออก Service Pack มาตามแก้ปัญหา)
- หรือแม้กระทั่งความไม่รู้ของ User ในการใช้งานโปรแกรม
และไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ จึงยกเครื่องไปซ่อม
- ปัญหาเกี่ยวกับ Driver
- etc.
ส่วนใหญ่แล้ววิธีการซ่อมก็คือ ลง Windows ให้ใหม่แบบ Clean Installation
2. ปัญหาเรื่อง Hardware
หากปัญหาที่ว่ามาจาก Hardware จริง
ส่วนใหญ่แล้วช่างจะใช้วิธีค้นหาสาเหตุของอาการเสีย (Diagnostic)
เมื่อพบว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนเสียแล้ว ช่างมักจะทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวให้
เช่น หากพบว่าปัญหาอยู่ที่ CPU ช่างก็เปลี่ยน CPU
ปัญหาอยู่ที่ Harddisk ช่างก็เปลี่ยน Harddisk
มักจะไม่ค่อยมาซ่อมในลักษณะบัดกรีวงจรกันใหม่ เปลี่ยนชิพ
เนื่องจากไม่คุ้มค่าในการซ่อม และซ่อมไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า
อีกอย่างการที่จะซ่อมแบบนี้ได้ ช่างคนนั้นต้องมีความรู้ในเรื่องวงจรของอุปกรณ์ที่ซ่อมเป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ในการมาไล่วงจรหาชิพหรือ IC ที่เสีย...
3. การ Diagnostic ดังกล่าว
หากเป็นช่างที่มีความชำนาญงาน จะระบุได้ไม่ยากนักว่าอุปกรณ์ชิ้นใดเสีย
แล้วก็สามารถประเมินราคาให้ลูกค้าทราบ รวมทั้งระยะเวลาในการซ่อม
(หากร้านมีอะไหล่ก็สามารถเปลี่ยนให้ได้เลย หากไม่มีต้องสั่งอะไหล่
ทางร้านก็จะแจ้งให้ทราบว่าต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
ส่วนราคาอะไหล่ ทางร้านก็ต้องทราบอยู่แล้ว)
หลังจากแจ้งรายละเอียดดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ ก็ให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือไม่
ถ้าไม่ซ่อมก็สามารถมารับครื่องกลับได้
ซึ่งผมไม่เห็นประโยชน์ที่ร้านซ่อมจะดองเครื่องลูกค้าไว้ทำไมถึง 4 เดือน โดยที่ไม่สามารถบอกเป้าหมายให้ลูกค้าทราบด้วยว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
เมื่อเทียบกับรายได้จากการซ่อมเพียงเล็กน้อย และเจอ case ที่ซ่อมยาก
ร้านค้าน่าจะปฏิเสธการซ่อมแล้วให้ลูกค้ามารับเครื่องกลับ โดยเฉพาะหากลูกค้าไม่พอใจ
ยกเว้นในกรณีที่ร้านซ่อมยิ่งทำให้เครื่องของลูกค้าพังมากกว่าเก่า
แต่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากเครื่องนี้เปิดก็ไม่ติด ลูกค้าไม่มีทางทราบว่าอะไรเสียเพิ่มขึ้น
และดูจากที่ Post แล้ว ผู้เสียหายไม่มีความรู้เกี่ยวกับ Computer Hardware มากนัก
ดังนั้นหากร้านค้าไม่สุจริตจริง ถึงจะมีอะไรเสียเพิ่มก็ไม่เห็นเป็นไร ก็แค่คืนเครื่องให้ลูกค้า
ในกรณีนี้ผมตั้งข้อสังเกตว่าลูกค้ารายนี้ไม่ใช่ผู้ใช้งานโดยทั่วไป
เนื่องจากสังเกตว่าจะมี Laptop ที่เสียเป็นจำนวนมาก
ดีไม่ดีอาจจะทำธุรกิจขาย Laptop มือสอง โดยการนำ Laptop เสียๆมาซ่อมขายด้วยซ้ำไป
ส่วนร้านค้าก็ต้องการรักษาลูกค้ารายนี้ไว้จึงพยายามซ่อมให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เสียลูกค้ารายใหญ่
ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับทราบและหลีกเลี่ยงร้านดังกล่าว
แตถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ซึ่งอาจจะเป็นความขัดแย้งทางธุรกิจ เราก็อาจจะตกเป็นเครื่องมือโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพราะฉะนั้น ข้อความจำพวก Forward mail หรือ กระทู้ที่ Post Discredit กันเนี่ยผมว่าต้องใช้วิจารณญาณให้มาก
ผมตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ครับผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเอาโน้ตบุ๊กไปซ่อมร้าน โน้ตบุ๊ก เฮาส์ชั้นสาม พันทิพย์ หลายครั้ง โดยแรก ๆ ก็ดีแม้จะค่าซ่อมแพงหน่อยก็ยินดี เปลี่ยนชิพอะไรตัวหนึ่งก็ต้อง 3,000 อัพตลอด
1. มากกว่า 80% ของอาการที่เรียกว่า "คอมพิวเตอร์เสีย" มาจาก Software แล้วก็ความไม่รู้ของ User เช่น
- Computer Virus, Worm, Spyware
- Bug จาก Software ต่างๆ ที่ติดตั้ง รวมทั้งระบบปฏิบัติการ
(โดยเฉพาะ Windows ที่มักจะรีบเข็น Software ออกมาขายก่อน แล้วค่อยทยอยออก Service Pack มาตามแก้ปัญหา)
- หรือแม้กระทั่งความไม่รู้ของ User ในการใช้งานโปรแกรม
และไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ จึงยกเครื่องไปซ่อม
- ปัญหาเกี่ยวกับ Driver
- etc.
ส่วนใหญ่แล้ววิธีการซ่อมก็คือ ลง Windows ให้ใหม่แบบ Clean Installation
2. ปัญหาเรื่อง Hardware
หากปัญหาที่ว่ามาจาก Hardware จริง
ส่วนใหญ่แล้วช่างจะใช้วิธีค้นหาสาเหตุของอาการเสีย (Diagnostic)
เมื่อพบว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนเสียแล้ว ช่างมักจะทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวให้
เช่น หากพบว่าปัญหาอยู่ที่ CPU ช่างก็เปลี่ยน CPU
ปัญหาอยู่ที่ Harddisk ช่างก็เปลี่ยน Harddisk
มักจะไม่ค่อยมาซ่อมในลักษณะบัดกรีวงจรกันใหม่ เปลี่ยนชิพ
เนื่องจากไม่คุ้มค่าในการซ่อม และซ่อมไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า
อีกอย่างการที่จะซ่อมแบบนี้ได้ ช่างคนนั้นต้องมีความรู้ในเรื่องวงจรของอุปกรณ์ที่ซ่อมเป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ในการมาไล่วงจรหาชิพหรือ IC ที่เสีย...
3. การ Diagnostic ดังกล่าว
หากเป็นช่างที่มีความชำนาญงาน จะระบุได้ไม่ยากนักว่าอุปกรณ์ชิ้นใดเสีย
แล้วก็สามารถประเมินราคาให้ลูกค้าทราบ รวมทั้งระยะเวลาในการซ่อม
(หากร้านมีอะไหล่ก็สามารถเปลี่ยนให้ได้เลย หากไม่มีต้องสั่งอะไหล่
ทางร้านก็จะแจ้งให้ทราบว่าต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
ส่วนราคาอะไหล่ ทางร้านก็ต้องทราบอยู่แล้ว)
หลังจากแจ้งรายละเอียดดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ ก็ให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือไม่
ถ้าไม่ซ่อมก็สามารถมารับครื่องกลับได้
การซ่อมใช้เวลาถึง 4 เดือน ซึ่งผู้เสียหายเขียนในลักษณะ ไม่พอใจที่ซ่อมนานถึงขนาดนั้นเหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนมกราคม 49 (ปีนี้) ผมได้เอาโน้ตบุ๊ก ไปซ่อม ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่เคยผ่านการซ่อมจากที่อื่นมาแล้ว (ส่งให้เพื่อนเอาไปซ่อม แล้วเอาไปซ่อมผิดร้าน) ก็ยอมรับว่ามันมีปัญหาเปิดไม่ติด ก็บอกว่าให้ดูถ้าซ่อมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่นาย จ.เข้าของร้าน ก็ดี ได้พยายามซ่อมให้ ด้วยการหาอะไหล่นั่น อะไหล่นี่มาเปลี่ยน รวมเวลาทั้งสิ้น 4 เดือน ผมซึ่งได้บอกไปตั้งแต่เดือนแรกแล้วว่า ซ่อมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาคืนมา เขาก็ยืนยัน ซ่อมได้ ขาดอะไรนิดหน่อย ซ่อมเสร็จแล้ว นี่มีเมนบอร์ดจากลูกค้าอื่น แต่ผลจากคำพูดทั้งหมดคือ โกหก จากการติดตามโทรหารวมทั้งไปหาที่ร้านกว่า 20 ครั้ง ความอดทนผมจึงหมดลง ยืนยันเสียงแข็งให้เอาของกลับมา และส่งคนไปยืนเฝ้า รอเอากลับมา เขาจึงยอมประกอบคืนให้ แต่ความดีของเจ้าของร้านก็ยังพอมี จึงให้ความหวังผมด้วยการบอกว่า ให้เอาตัวอื่นมาซ่อม จะไม่คิดค่าช่าง คิดแต่ค่าอะไหล่
ซึ่งผมไม่เห็นประโยชน์ที่ร้านซ่อมจะดองเครื่องลูกค้าไว้ทำไมถึง 4 เดือน โดยที่ไม่สามารถบอกเป้าหมายให้ลูกค้าทราบด้วยว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
เมื่อเทียบกับรายได้จากการซ่อมเพียงเล็กน้อย และเจอ case ที่ซ่อมยาก
ร้านค้าน่าจะปฏิเสธการซ่อมแล้วให้ลูกค้ามารับเครื่องกลับ โดยเฉพาะหากลูกค้าไม่พอใจ
ยกเว้นในกรณีที่ร้านซ่อมยิ่งทำให้เครื่องของลูกค้าพังมากกว่าเก่า
แต่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากเครื่องนี้เปิดก็ไม่ติด ลูกค้าไม่มีทางทราบว่าอะไรเสียเพิ่มขึ้น
และดูจากที่ Post แล้ว ผู้เสียหายไม่มีความรู้เกี่ยวกับ Computer Hardware มากนัก
ดังนั้นหากร้านค้าไม่สุจริตจริง ถึงจะมีอะไรเสียเพิ่มก็ไม่เห็นเป็นไร ก็แค่คืนเครื่องให้ลูกค้า
ในกรณีนี้ผมตั้งข้อสังเกตว่าลูกค้ารายนี้ไม่ใช่ผู้ใช้งานโดยทั่วไป
เนื่องจากสังเกตว่าจะมี Laptop ที่เสียเป็นจำนวนมาก
ดีไม่ดีอาจจะทำธุรกิจขาย Laptop มือสอง โดยการนำ Laptop เสียๆมาซ่อมขายด้วยซ้ำไป
ส่วนร้านค้าก็ต้องการรักษาลูกค้ารายนี้ไว้จึงพยายามซ่อมให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เสียลูกค้ารายใหญ่
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 3
ประเด็นที่น่าสงสัยถัดมา...วันที่ 16/5/49 ผมก็จึงเอาโน้ตบุ๊ก อีกสองตัวไปซ่อม ผลปรากฏว่า 1 ตัวซ่อมได้เพราะแค่สวิทช์ไฟเสีย แต่เสียค่าอะไหล่ สวิทช์ 1 ตัว ไป 2,400.- (นี่นะไม่คิดค่าช่าง ซิพ..อะไรมันจะแพงนักหนา ) ไม่เป็นไรจ้า ได้ใช้ของก็ดีใจมากแล้ว ส่วนอีกตัวหนึ่งเกิดอาการแฮงค์ตอนเข้าวินโดว์ หลังจากนั้นอีก 5 วันผมโทรไปอีก ทางร้านได้บอกว่าเสร็จแล้วให้ไปรับได้ ผมจึงส่งคนไปรับ ผลปรากฏว่า มันแฮงค์เหมือนเดิม จึงทิ้งเครื่องไว้ให้ทำต่อก่อน
จะเห็นได้ว่า ผู้เสียหายโดนโกหกครั้งแล้วครั้งเล่าจากการถูกดองเครื่องนาน 4 เดือน แต่ผู้เสียหายยังนำ Laptop อีก 2 เครื่องไปซ่อมที่ร้านเดิม
ตรงนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ดูไม่สมเหตุสมผล ถึงแม้ว่าร้านค้าจะบอกว่า
"ไม่คิดค่าช่าง คิดแต่ค่าอะไหล่"
แต่จากประสบการณ์ที่ต้องโทรตาม 20 ครั้ง ถ้าเป็นผม ผมคงไม่มาอุดหนุดร้านนี้อีกเด็ดขาด
แล้วบอกคนที่รู้จักให้ทราบด้วยว่า อย่ามาซ่อมร้านนี้อีกเป็นอันขาด
แต่ผู้เสียหายรายนี้เลือกนำ Laptop อีก 2 เครื่องมาซ่อมที่ร้านเดิม (ไม่เข็ด)
ดูๆแล้วระยะเวลาไม่นาน มีเครื่อง Laptop เสียไปแล้วถึง 3-4 เครื่อง เพราะฉะนั้นไม่ใช่ผู้ใช้งานทั่วไปค่อนข้างแน่
การซ่อมที่บอกว่าเปลี่ยนแค่ Switch แต่ปรากฎว่าค่าซ่อมสูงถึง 2,400 ตรงนี้ก็ฟังดูแปลกๆ
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ร้านค้าไม่น่าจะบอกว่าเปลี่ยน Switch แต่น่าจะบอกว่าเปลี่ยนอะไหล่ตัวอื่นที่แพงๆ ให้สมเหตุสมผล
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 5
ประเด็นต่อมา...- 3 วันต่อมาผมโทรไป นาย จ. บอกว่ากำลังรออะไหล่บางตัว คราวนี้ซ่อมได้แน่ ผมถามก็วันก่อนบอกซิพ ซีพียูไหม้ อะไรอีกมากมายก็ไหม้ไปแล้วจะทำไง เขาตอบง่าย เขาเป็นช่าง เขาเอาไปเคลมได้ รออีกซัก 2-4 วัน (ของหมดประกันนี่นะจะเอาไปเคลม หรือจะเอาไปแกะเปลี่ยนใส่ให้ใครกันแน่)
เครื่องอีกเครื่องที่มีปัญหา Windows แฮงค์
ทวงถามไปทวงถามมา ทางร้านบอกว่า CPU ไหม้แล้ว อันนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลมากๆ
เพราะก่อนหน้านี้ที่ windows แฮงค์ แสดงว่า CPU ทำงานได้ และอุปกรณ์ Hardware อื่นๆทำงานได้
ส่วนมันจะแฮงค์จากปัญหา Software หรือจะแฮงค์จากปัญหา Hardware หรือความร้อน ก็ต้องตรวจสอบกันให้ละเอียดอีกที
แต่ร้านค้ากลับบอกว่าได้ทำ CPU และชิ้นส่วนอื่นๆไหม้แล้ว
มันจะไหม้ได้อย่างไร... มันก็น่าจะมาจากช่างสะเพร่าแล้วทำให้เกิดการลัดวงจรขึ้น
หากร้านไม่สุจริตจริง การบอกเช่นนี้ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากคุณต้องชดใช้ให้ลูกค้า
ซึ่งร้านค้าที่ไม่สุจริตแต่ได้เผลอทำเครื่องลูกค้าพังมากกว่าเดิม น่าจะรีบประกอบเครื่องกลับ จากนั้นบอกว่าซ่อมไม่ได้
เครื่องเสียมากเกินไป จากนั้นเรียกให้ลูกค้ามารับ น่าจะสมเหตุสมผล กว่าการที่พยายามดองเครื่องลูกค้า แล้วบอกว่า CPU และชิ้นส่วนอื่นๆไหม้
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 6
อีกประเด็นนึง ผู้เสียหายเขียนในลักษณะให้เชื่อว่า
ขอแค่ให้ซ่อมได้ ค่าซ่อมไม่เกี่ยง ได้ใช้เครื่องก็ดีใจแล้ว
ดังนั้น...
- หากเครื่องอยู่ในประกันทำไมคุณถึงไม่ส่ง Claim ร้านที่คุณซื้อ
- หากเครื่องหมดประกันทำไมคุณถึงไม่ส่งศูนย์
ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Acer, Compaq, HP, Toshiba, Fujitsu, Asus, IBM หรือยี่ห้ออื่นๆ
ศูนย์บริการ เขาจะรู้ปัญหาดีที่สุด ถึงแม้ว่าค่าซ่อมอาจจะแพงกว่าร้านค้าทั่วไป
แต่คุณก็มั่นใจได้ว่าได้อะไหล่แท้ และมีรับประกันการซ่อม
สรุปว่า ยากที่จะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ถึงเป็นเรื่องจริงก็ยากที่จะเชื่อว่าไม่มีการแต่งเติม และเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
และดูจะเป็นการฟังความข้างเดียวไปหน่อย โดยที่เราไม่มีโอกาสรับฟังข้อเท็จจริงจากร้านค้าดังกล่าวเลย...
ขอแค่ให้ซ่อมได้ ค่าซ่อมไม่เกี่ยง ได้ใช้เครื่องก็ดีใจแล้ว
ดังนั้น...
- หากเครื่องอยู่ในประกันทำไมคุณถึงไม่ส่ง Claim ร้านที่คุณซื้อ
- หากเครื่องหมดประกันทำไมคุณถึงไม่ส่งศูนย์
ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Acer, Compaq, HP, Toshiba, Fujitsu, Asus, IBM หรือยี่ห้ออื่นๆ
ศูนย์บริการ เขาจะรู้ปัญหาดีที่สุด ถึงแม้ว่าค่าซ่อมอาจจะแพงกว่าร้านค้าทั่วไป
แต่คุณก็มั่นใจได้ว่าได้อะไหล่แท้ และมีรับประกันการซ่อม
สรุปว่า ยากที่จะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ถึงเป็นเรื่องจริงก็ยากที่จะเชื่อว่าไม่มีการแต่งเติม และเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
และดูจะเป็นการฟังความข้างเดียวไปหน่อย โดยที่เราไม่มีโอกาสรับฟังข้อเท็จจริงจากร้านค้าดังกล่าวเลย...
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 1301
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 7
คุณ HVI วิเคราะห์ได้ดีมากเลย สงสัยเป็นพวกปัวโรต์ หรือโฮมส์ แน่เลย
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 8
>>> HVI ตั้งขอสังเกตุได้ดี
ผมอ่านแล้วก็ทะแม่ง แต่ไม่อยากออกความเห็น คงเป็นหน้าที่ของ เว็บมาสเตอร์ครับ
อย่างไรก็ตามกระทู้แบบนี้ สมัยก่อน ผมลบหมดครับ
เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเว็บ ในการที่จะเข้าไปตรวจสอบว่า จริงหรือไม่จริง
เพราะถ้าไม่จริง เว็บก็ตกเป็นเครืองมือ ในการทำลายคนบริสุทธิ์ ยิ่งเมืองไทยด้วยแล้ว แค่มีข่าวลือ ก็เชื่อไว้ก่อนครับ
ถ้าจริง เว็บก็ไม่ได้มีหน้าที่ในการรับเรืองร้องทุกข์ ที่ระบุชื่อร้าน หรือ ชื่อบุคคล เพราะเว็บอาจจะโดนฟ้องร้องได้ครับ
( ต่อให้เรืองจริง ก็ไม่ได้แปลว่าเว็บจะไม่โดนฟ้องร้องครับ )
ผมอ่านแล้วก็ทะแม่ง แต่ไม่อยากออกความเห็น คงเป็นหน้าที่ของ เว็บมาสเตอร์ครับ
อย่างไรก็ตามกระทู้แบบนี้ สมัยก่อน ผมลบหมดครับ
เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเว็บ ในการที่จะเข้าไปตรวจสอบว่า จริงหรือไม่จริง
เพราะถ้าไม่จริง เว็บก็ตกเป็นเครืองมือ ในการทำลายคนบริสุทธิ์ ยิ่งเมืองไทยด้วยแล้ว แค่มีข่าวลือ ก็เชื่อไว้ก่อนครับ
ถ้าจริง เว็บก็ไม่ได้มีหน้าที่ในการรับเรืองร้องทุกข์ ที่ระบุชื่อร้าน หรือ ชื่อบุคคล เพราะเว็บอาจจะโดนฟ้องร้องได้ครับ
( ต่อให้เรืองจริง ก็ไม่ได้แปลว่าเว็บจะไม่โดนฟ้องร้องครับ )
- bluesky
- Verified User
- โพสต์: 332
- ผู้ติดตาม: 0
ประสบการณ์ชีวิต อุทาหรณ์ จากร้านซ่อมโน้ตบุ๊ก
โพสต์ที่ 9
ขอบคุณครับ
สำหรับทุกความคิดเห็น
ที่ผมเอามาโพสต์ต่อ
เพราะรู้ว่า พี่ๆในนี้เก่งๆกันทั้งนั้น
ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงไม่จริงอย่างไร
เดี๋ยวผมจะได้รู้แน่
แต่ถ้าการมาโพสต์ของผม
อาจจะทำให้เว็บเสียหาย
ก็ลบได้เลยนะครับ
ไม่เป็นไรครับ
เพื่อความสบายใจ
ได้ความรู้แล้ว เป็นอันว่า พอใจแล้วครับ
สำหรับทุกความคิดเห็น
ที่ผมเอามาโพสต์ต่อ
เพราะรู้ว่า พี่ๆในนี้เก่งๆกันทั้งนั้น
ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงไม่จริงอย่างไร
เดี๋ยวผมจะได้รู้แน่
แต่ถ้าการมาโพสต์ของผม
อาจจะทำให้เว็บเสียหาย
ก็ลบได้เลยนะครับ
ไม่เป็นไรครับ
เพื่อความสบายใจ
ได้ความรู้แล้ว เป็นอันว่า พอใจแล้วครับ
มีบางคนบอกว่า คนเราเกิดมาเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเรา