MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
-
- Verified User
- โพสต์: 3763
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 1
Source - ข่าวหุ้น (Th)
Tuesday, March 07, 2006 04:09
กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--ข่าวหุ้น
MCS คุย 3 ปีข้างหน้ากำไรโตปีละ 20% หลังตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตอีก 50,000 ตันต่อปี ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าร่วมลงทุนในจีน และญี่ปุ่นรวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตในไทย ผู้บริหารย้ำปีนี้กำไรขยับ 20% แถมมีรายได้รวม 2.7 พันล้านบาท ระบุเตรียมเสนอบอร์ดจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 48 อัตรา 0.16 บาท
ดร.ไนยวน ชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. สตีล จำกัด (มหาชน)หรือ MCS เปิดเผยว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้าบริษัทอาจมีกำไรสุทธิเติบโตปีละประมาณ 20%เนื่องจากบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ในระดับ 50,000 ตันต่อปีภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยอาจจะเป็นในลักษณะการเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทที่เกี่ยวเนื่องในประเทศญี่ปุ่นและจีน ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาคาดว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าจะได้ข้อสรุปการร่วมลงทุนในจีน เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนในจีนประมาณ 100-200ล้านบาท
ส่วนในประเทศไทยอาจเป็นในลักษณะขยายการผลิตคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 200-250ล้านบาท โดยจะนำเงินลงทุนมาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ในมือประมาณ 500 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีแผนเช่าหรือซื้อท่าเรือส่งสินค้าคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ล่าสุดยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวนเท่าไร
สำหรับผลประกอบการในปี 49 เชื่อว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิเติบโตประมาณ 20%เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 282 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.62 บาท และมีรายได้รวมประมาณ 2,700 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 2,356 ล้านบาทโดยการประมาณการณ์ดังกล่าวตั้งอยู่ภายใต้สมมุติฐานค่าเงินเยนในระดับ 34 บาทต่อ 100 เยน
ปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปในประเทศญี่ปุ่นสัดส่วน 90% ส่วนที่เหลือจะผลิตเพื่อขายในประเทศ สาเหตุที่เน้นส่งออกเนื่องจากเห็นว่าญี่ปุ่นมีความต้องการใช้เหล็กในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากในปี 47 ที่มีความต้องการใช้เหล็กสูงถึง 7 ล้านตันเทียบกับปี 46 ที่อยู่ในระดับ 6.60 ล้านตัน อย่างไรก็ดีบริษัทมีต้นทุนวัตถุดิบ 55% ต้นทุนค่าขนส่ง 10-15% และอุปกรณ์เสริม 30%
ดร.ไนยวน กล่าวต่อว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าบริษัทเตรียมนำเรื่องจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 48 เข้าเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเบื้องต้นอาจจ่ายในอัตรา 0.16 บาทต่อหุ้น หลังจากจ่ายงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตรา 0.12 บาท ส่งผลให้ทั้งปี 48 บริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.28 บาทต่อหุ้น อย่างไรก็ดีบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผล 50% ของกำไรสุทธิ
"ผมตั้งเป้าถือหุ้น MCS ไม่เกิน 35% จากปัจจุบันที่ถือหุ้นอยู่ในระดับ 32.17% ซึ่งถ้าหากในอนาคตถือหุ้นเกิน 35% ก็จะทยอยขายออกทันที เนื่องจากต้องการความโปร่งใส ดังนั้นหากนักลงทุนรายใดกลัวว่าผู้บริหารจะขายหุ้นออกก็ไม่ต้องเข้ามาลงทุนในหุ้น MCS"ดร.ไนยวน กล่าว--จบ--
เอากับเค้าสิ ฮิฮิ
Tuesday, March 07, 2006 04:09
กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--ข่าวหุ้น
MCS คุย 3 ปีข้างหน้ากำไรโตปีละ 20% หลังตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตอีก 50,000 ตันต่อปี ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าร่วมลงทุนในจีน และญี่ปุ่นรวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตในไทย ผู้บริหารย้ำปีนี้กำไรขยับ 20% แถมมีรายได้รวม 2.7 พันล้านบาท ระบุเตรียมเสนอบอร์ดจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 48 อัตรา 0.16 บาท
ดร.ไนยวน ชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. สตีล จำกัด (มหาชน)หรือ MCS เปิดเผยว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้าบริษัทอาจมีกำไรสุทธิเติบโตปีละประมาณ 20%เนื่องจากบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ในระดับ 50,000 ตันต่อปีภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยอาจจะเป็นในลักษณะการเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทที่เกี่ยวเนื่องในประเทศญี่ปุ่นและจีน ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาคาดว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าจะได้ข้อสรุปการร่วมลงทุนในจีน เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนในจีนประมาณ 100-200ล้านบาท
ส่วนในประเทศไทยอาจเป็นในลักษณะขยายการผลิตคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 200-250ล้านบาท โดยจะนำเงินลงทุนมาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ในมือประมาณ 500 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีแผนเช่าหรือซื้อท่าเรือส่งสินค้าคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ล่าสุดยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวนเท่าไร
สำหรับผลประกอบการในปี 49 เชื่อว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิเติบโตประมาณ 20%เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 282 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.62 บาท และมีรายได้รวมประมาณ 2,700 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 2,356 ล้านบาทโดยการประมาณการณ์ดังกล่าวตั้งอยู่ภายใต้สมมุติฐานค่าเงินเยนในระดับ 34 บาทต่อ 100 เยน
ปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปในประเทศญี่ปุ่นสัดส่วน 90% ส่วนที่เหลือจะผลิตเพื่อขายในประเทศ สาเหตุที่เน้นส่งออกเนื่องจากเห็นว่าญี่ปุ่นมีความต้องการใช้เหล็กในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากในปี 47 ที่มีความต้องการใช้เหล็กสูงถึง 7 ล้านตันเทียบกับปี 46 ที่อยู่ในระดับ 6.60 ล้านตัน อย่างไรก็ดีบริษัทมีต้นทุนวัตถุดิบ 55% ต้นทุนค่าขนส่ง 10-15% และอุปกรณ์เสริม 30%
ดร.ไนยวน กล่าวต่อว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าบริษัทเตรียมนำเรื่องจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 48 เข้าเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเบื้องต้นอาจจ่ายในอัตรา 0.16 บาทต่อหุ้น หลังจากจ่ายงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตรา 0.12 บาท ส่งผลให้ทั้งปี 48 บริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.28 บาทต่อหุ้น อย่างไรก็ดีบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผล 50% ของกำไรสุทธิ
"ผมตั้งเป้าถือหุ้น MCS ไม่เกิน 35% จากปัจจุบันที่ถือหุ้นอยู่ในระดับ 32.17% ซึ่งถ้าหากในอนาคตถือหุ้นเกิน 35% ก็จะทยอยขายออกทันที เนื่องจากต้องการความโปร่งใส ดังนั้นหากนักลงทุนรายใดกลัวว่าผู้บริหารจะขายหุ้นออกก็ไม่ต้องเข้ามาลงทุนในหุ้น MCS"ดร.ไนยวน กล่าว--จบ--
เอากับเค้าสิ ฮิฮิ
Impossible is Nothing
-
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 2
ระวังเรื่องข่าวนิดนึงครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นข่าวลือข่าวลวงไปที่ MCS 006/2549
วันที่ 7 มีนาคม 2549
เรื่อง ปฏิเสธข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์
เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตามที่มีข่าวปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ IQ Biz และรอยเตอร์เมื่อวานนี้ว่าทางผู้บริหาร
ของบริษัทได้ให้ข่าวว่าในปี 2549คาดจะมีกำไรสุทธิโตขึ้นประมาณ 20% ทางผู้บริหารขอปฏิเสธว่าไม่เป็น
ความจริงและไม่ได้ให้ข่าวดังกล่าว ซึ่งทางผู้บริหารได้บอกเพียงว่าบริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,700
ล้านบาทและได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ไป เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549 และทางบริษัทฯก็ไม่อยู่ในฐานะ
ที่จะแจ้งได้ว่ากำไรสุทธิจะเป็นเท่าไหร่ตามคำแนะนำของตลาดหลักทรัพย์
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
( นายสมพงษ์ เมธาสถิตย์สุข )
กรรมการผู้อำนวยการ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 3
ผมมายืนยันว่าได้ยินกับหูเลยครับ ว่า ดร. พูดว่าจะพยายามโตให้ได้ปีละ 20% ใน 3 ปีข้างหน้า ตอนแรก ดร. แกไม่อยากคาดการณ์ แต่ถูกนักวิเคราะห์คาดคั้น เลยหลุดออกมาอ่ะครับ :D (แกคงกลัวให้ข่าวเรื่องกำไรแล้วจะมีปัญหามั๊งครับ)
It's earnings that count
-
- Verified User
- โพสต์: 593
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 4
เอาที่ผมจดมานะ
ยอดขายปี 49 ตั้งเป้าไว้ 2700 ล้านที่อัตราแลกเปลี่ยน .34
ตั้งเป้าว่าจะได้ gross profit ที่ 20 %
การลงทุน ใช้เงินที่มีไม่หมด ยังจะไม่มีเงินกู้
เดือนหน้าสรุปเรื่องท่าเรือ
ในไทย ผมฟังว่าจะร่วมทุนกับอีกบริษัทนึงนะ คุยกันอยู่ ลงทุน 100-200 ล้าน
(กับใคร ก็อ่านใน sheet ที่แจก แล้วเดากันเอาเองครับ)
ในจีนก็จะสรุปใน 3 เดือน ลงทุน 100-200 ล้าน
ในญี่ปุ่นก็คุยกันอยู่ ลงทุนไม่สูงมาก 20-50 ล้าน
ในแต่ละที่มีนัยยะการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน และดร. ก็อยากลงทุกที่
ผมเข้าใจเอาเองว่า
ไทย เพิ่ม cap. เพิ่มอำนาจต่อรองเรื่องวัตถุดิบ และค่าขนส่ง
จีน เกาะติดการเติบโตของอุตสากรรม และการผลิตเหล็กเกรดนี้ รวมถึงตลาดในอนาคต
ญี่ปุ่น เพื่อปรับภาพลักษณ์ ให้บริษัทมีความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น
(จะได้ไม่ต้องลดราคามากถึง 10-15 % เมือเทียบกับราคาของบริษัทญี่ปุ่นแท้ ๆ :D )
ดร. มั่นใจว่า ตลอด 3 ปีข้างหน้า น่าจะบริหารให้เกิดการเติบโตของ ...
ได้ 20 % ต่อปีครับ
ยอดขายปี 49 ตั้งเป้าไว้ 2700 ล้านที่อัตราแลกเปลี่ยน .34
ตั้งเป้าว่าจะได้ gross profit ที่ 20 %
การลงทุน ใช้เงินที่มีไม่หมด ยังจะไม่มีเงินกู้
เดือนหน้าสรุปเรื่องท่าเรือ
ในไทย ผมฟังว่าจะร่วมทุนกับอีกบริษัทนึงนะ คุยกันอยู่ ลงทุน 100-200 ล้าน
(กับใคร ก็อ่านใน sheet ที่แจก แล้วเดากันเอาเองครับ)
ในจีนก็จะสรุปใน 3 เดือน ลงทุน 100-200 ล้าน
ในญี่ปุ่นก็คุยกันอยู่ ลงทุนไม่สูงมาก 20-50 ล้าน
ในแต่ละที่มีนัยยะการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน และดร. ก็อยากลงทุกที่
ผมเข้าใจเอาเองว่า
ไทย เพิ่ม cap. เพิ่มอำนาจต่อรองเรื่องวัตถุดิบ และค่าขนส่ง
จีน เกาะติดการเติบโตของอุตสากรรม และการผลิตเหล็กเกรดนี้ รวมถึงตลาดในอนาคต
ญี่ปุ่น เพื่อปรับภาพลักษณ์ ให้บริษัทมีความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น
(จะได้ไม่ต้องลดราคามากถึง 10-15 % เมือเทียบกับราคาของบริษัทญี่ปุ่นแท้ ๆ :D )
ดร. มั่นใจว่า ตลอด 3 ปีข้างหน้า น่าจะบริหารให้เกิดการเติบโตของ ...
ได้ 20 % ต่อปีครับ
ต้องเรียนรู้ให้ได้
Li .. Zhi .. Ren
Li .. Zhi .. Ren
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 5
เพิ่มเติมส่วนที่ผมจดมานะครับ เก็บไว้อ่าน 
- เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ ดร. คือ อยู่ให้นานที่สุดให้ได้ แล้วกำไรจะตามมาเอง
- ปัจจุบันที่บอกว่ากำลังการผลิตคือ 50000 ตันต่อปีนั้น จริงๆแล้วผลิตได้ 60000 แต่ 50000 คือดีที่สุดหรือประหยัดที่สุดเนื่องจากไม่ต้องมีค่าบริหารเพิ่มเติม
- บริษัทจะส่งให้ Kajima แค่ 30000 ตัน ที่เหลือจะหาลูกค้าอื่น
- มีเป้าหมายจะขยายกำลังการผลิตเป็น 100000 ตันต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้าโดยไปลงทุนซึ่งมีทางเลือก คือ ไทย จีน ญี่ปุ่น หรืออาจจะทั้ง 3 ที่เลย โดยในไทย จะใช้เงินประมาณ 200-250 ล้านบาท จีน 100-200 ล้านบาท และ ญี่ปุ่น 20-30 ล้านบาท (เพิ่มเติม ที่ไหนถูกค่าบริหารจัดการก็จะแพง)
- บริษัทไม่ต้องการทำกำไร(หรือขาดทุน) จากวัตถุดิบ(เหล็ก) จึงมีนโยบายล็อคราคาวัตถุดิบกับราคาขายให้สอดคล้องกัน ดังนั้นไม่ว่าราคาเหล็กจะเป็นอย่างไรก็ไม่ส่งผลกับกำไรของบริษัท
- บริษัทคงไม่สามารถทำอัตรากำไรให้ดีกว่าปัจจุบันได้มากนัก ถ้าไม่เพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากจะสามารถทำให้ซื้อวัตถุดิบได้ถูกลง และการขนส่งครั้งละมากๆทำให้บริษัทหาเรือได้ง่าย ทำให้ส่งของให้ลูกค้าได้ตรงเวลา
- บริษัทเป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่สามารถจัดการเองทั้งสามส่วนคือ ผลิตเหล็ก ขนส่งทางเรือ และขนส่งภายในญี่ปุ่นเอง ซึ่งถ้าทำตรงนี้ได้ดี ก็จะทำกำไรได้มาก และ ดร. มั่นใจว่าไม่มีใครมีต้นทุนที่ต่ำกว่า mcs
- บริษัทมีสภาพคล่องดีเนื่องจากซื้อวัตถุดิบได้เครดิตนานกว่าขาย
- ธุรกิจของบริษัทไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการขายมากเพราะรู้กันในวงการอยู่แล้ว
- งานในมือตอนนี้มีมูลค่า 2700-2800 ล้านบาท (ค่าเงิน 0.34)
- ตั้งเป้าจะมีกำไรโตปีละ 20%
- ปกติ ธุรกิจของบริษัท จะมีเศษเหล็กทิ้งประมาณ 6-7% (พอคุณสมพงษ์ ท้วงว่าน้อยกว่านี้ ดร. บอกว่าบอกให้มากไว้ก่อนจะดีกว่า
)
- ปันผลทั้งปีไม่น่าจะน้อยกว่า 28.5 สตางค์
- ธุรกิจก่อสร้างจะตามเศรษฐกิจอยู่ 2-3 ปี
- gross margin ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 19.6% (อันนี้ก็พูดน้อยไว้ก่อนเหมือนกัน
)
รอเพื่อนๆท่านอื่นแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เห็นคนในเว็ปไปกันหลายคนเลย

- เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ ดร. คือ อยู่ให้นานที่สุดให้ได้ แล้วกำไรจะตามมาเอง
- ปัจจุบันที่บอกว่ากำลังการผลิตคือ 50000 ตันต่อปีนั้น จริงๆแล้วผลิตได้ 60000 แต่ 50000 คือดีที่สุดหรือประหยัดที่สุดเนื่องจากไม่ต้องมีค่าบริหารเพิ่มเติม
- บริษัทจะส่งให้ Kajima แค่ 30000 ตัน ที่เหลือจะหาลูกค้าอื่น
- มีเป้าหมายจะขยายกำลังการผลิตเป็น 100000 ตันต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้าโดยไปลงทุนซึ่งมีทางเลือก คือ ไทย จีน ญี่ปุ่น หรืออาจจะทั้ง 3 ที่เลย โดยในไทย จะใช้เงินประมาณ 200-250 ล้านบาท จีน 100-200 ล้านบาท และ ญี่ปุ่น 20-30 ล้านบาท (เพิ่มเติม ที่ไหนถูกค่าบริหารจัดการก็จะแพง)
- บริษัทไม่ต้องการทำกำไร(หรือขาดทุน) จากวัตถุดิบ(เหล็ก) จึงมีนโยบายล็อคราคาวัตถุดิบกับราคาขายให้สอดคล้องกัน ดังนั้นไม่ว่าราคาเหล็กจะเป็นอย่างไรก็ไม่ส่งผลกับกำไรของบริษัท
- บริษัทคงไม่สามารถทำอัตรากำไรให้ดีกว่าปัจจุบันได้มากนัก ถ้าไม่เพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากจะสามารถทำให้ซื้อวัตถุดิบได้ถูกลง และการขนส่งครั้งละมากๆทำให้บริษัทหาเรือได้ง่าย ทำให้ส่งของให้ลูกค้าได้ตรงเวลา
- บริษัทเป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่สามารถจัดการเองทั้งสามส่วนคือ ผลิตเหล็ก ขนส่งทางเรือ และขนส่งภายในญี่ปุ่นเอง ซึ่งถ้าทำตรงนี้ได้ดี ก็จะทำกำไรได้มาก และ ดร. มั่นใจว่าไม่มีใครมีต้นทุนที่ต่ำกว่า mcs
- บริษัทมีสภาพคล่องดีเนื่องจากซื้อวัตถุดิบได้เครดิตนานกว่าขาย
- ธุรกิจของบริษัทไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการขายมากเพราะรู้กันในวงการอยู่แล้ว
- งานในมือตอนนี้มีมูลค่า 2700-2800 ล้านบาท (ค่าเงิน 0.34)
- ตั้งเป้าจะมีกำไรโตปีละ 20%
- ปกติ ธุรกิจของบริษัท จะมีเศษเหล็กทิ้งประมาณ 6-7% (พอคุณสมพงษ์ ท้วงว่าน้อยกว่านี้ ดร. บอกว่าบอกให้มากไว้ก่อนจะดีกว่า

- ปันผลทั้งปีไม่น่าจะน้อยกว่า 28.5 สตางค์
- ธุรกิจก่อสร้างจะตามเศรษฐกิจอยู่ 2-3 ปี
- gross margin ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 19.6% (อันนี้ก็พูดน้อยไว้ก่อนเหมือนกัน

รอเพื่อนๆท่านอื่นแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เห็นคนในเว็ปไปกันหลายคนเลย

It's earnings that count
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 6
เพิ่มเติมอีกนิดครับ
ดร. บอกว่าเหตุผลที่เข้าตลาดคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดการบริหารอย่างโปร่งใส บริษัทถึงจะอยู่ได้ในระยะยาว
ซึ่ง ดร. บอกว่า ถ้าเค้ายังถืออยู่เกิน 50% ก็จะทำไม่ได้ ดังนั้นจึงมีแผนที่จะถือหุ้นไม่เกิน 35% และยังบอกอีกว่าใครที่กลัวการขายหุ้นของเค้าในอนาคตก็ไม่ต้องมาถือ mcs ครับ
ดร. บอกว่าเหตุผลที่เข้าตลาดคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดการบริหารอย่างโปร่งใส บริษัทถึงจะอยู่ได้ในระยะยาว
ซึ่ง ดร. บอกว่า ถ้าเค้ายังถืออยู่เกิน 50% ก็จะทำไม่ได้ ดังนั้นจึงมีแผนที่จะถือหุ้นไม่เกิน 35% และยังบอกอีกว่าใครที่กลัวการขายหุ้นของเค้าในอนาคตก็ไม่ต้องมาถือ mcs ครับ

It's earnings that count
- bigshow
- Verified User
- โพสต์: 730
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 8
Blueblood เขียน:เพิ่มเติมอีกนิดครับ
ดร. บอกว่าเหตุผลที่เข้าตลาดคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดการบริหารอย่างโปร่งใส บริษัทถึงจะอยู่ได้ในระยะยาว
ซึ่ง ดร. บอกว่า ถ้าเค้ายังถืออยู่เกิน 50% ก็จะทำไม่ได้ ดังนั้นจึงมีแผนที่จะถือหุ้นไม่เกิน 35% และยังบอกอีกว่าใครที่กลัวการขายหุ้นของเค้าในอนาคตก็ไม่ต้องมาถือ mcs ครับ
น่าจะขายให้กองทุนนะ ถ้าขนมาขายในตลาดผมก็กลัวเหมือนกันนะ

เป็นคนเลว ในสายตาคนอื่น ดีกว่าโกหกตัวเอง ให้เทิดทูนบูชา ติดกับมายาคติ ที่กะลาครอบ
- Raphin Phraiwal
- Verified User
- โพสต์: 1342
- ผู้ติดตาม: 0
MCSขอ3ปีตัวเลขกำไรเพิ่ม20% ดึงพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุน
โพสต์ที่ 9
ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์จดมาครับ
- nam
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1434
- ผู้ติดตาม: 0
ผลกระทบของค่าเงินต่อ mcs
โพสต์ที่ 11
[quote="Blueblood"]เพิ่มเติมส่วนที่ผมจดมานะครับ เก็บไว้อ่าน 
- งานในมือตอนนี้มีมูลค่า 2700-2800 ล้านบาท (ค่าเงิน 0.34)
- ตั้งเป้าจะมีกำไรโตปีละ 20%
- ธุรกิจก่อสร้างจะตามเศรษฐกิจอยู่ 2-3 ปี
- gross margin ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 19.6% (อันนี้ก็พูดน้อยไว้ก่อนเหมือนกัน
)
quote]
ผมไม่เข้าใจเรื่องค่าเงินต่อผลดำเนินงานของ mcs ครับ กรณีไหนจึงจะกระทบในเชิงลบ (ค่าเงินมากกว่าหรือน้อยกว่า .34)
ใครทราบช่วย บอกด้วยครับ ขอบคุณครับ

- งานในมือตอนนี้มีมูลค่า 2700-2800 ล้านบาท (ค่าเงิน 0.34)
- ตั้งเป้าจะมีกำไรโตปีละ 20%
- ธุรกิจก่อสร้างจะตามเศรษฐกิจอยู่ 2-3 ปี
- gross margin ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 19.6% (อันนี้ก็พูดน้อยไว้ก่อนเหมือนกัน

quote]
ผมไม่เข้าใจเรื่องค่าเงินต่อผลดำเนินงานของ mcs ครับ กรณีไหนจึงจะกระทบในเชิงลบ (ค่าเงินมากกว่าหรือน้อยกว่า .34)
