Risk Free Rate?
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
Risk Free Rate?
โพสต์ที่ 1
โดยปกติแล้ว เขาใช้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ระยะ 1 ปีเป็นตัวแทนของ Risk Free Rate ซึ่งต้องใช้เป็น input สำหรับ model ทางการเงินหลายๆ model เช่น CAPM ใช่หรือเปล่าครับ?
"Winners never quit, and quitters never win."
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
Risk Free Rate?
โพสต์ที่ 2
บางคนเชื่อว่า risk free rate ต้อง risk free จริงๆ ก็เลยใช้ อัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังอายุสั้นที่สุด ซึ่งรู้สึกจะสั้นกว่า 1 ปี อีก เพื่อให้ interate rate risk ต่ำสุด
บางคนเชื่อว่า risk free rate นอกจากจะต้อง risk free แล้ว จะต้องมี investment period เท่ากับ การลงทุนของเราด้วย จึงเลือกใช้พันธบัตรอายุยาวๆ ส่วนใหญ่นิยม 10 ปี (พันธบัตร 20 ปี 30 ปี ผลตอบแทนต่อปีไม่ต่างจาก 10 ปีมากนัก)
แล้วแต่ค่ายครับ
บางคนเชื่อว่า risk free rate นอกจากจะต้อง risk free แล้ว จะต้องมี investment period เท่ากับ การลงทุนของเราด้วย จึงเลือกใช้พันธบัตรอายุยาวๆ ส่วนใหญ่นิยม 10 ปี (พันธบัตร 20 ปี 30 ปี ผลตอบแทนต่อปีไม่ต่างจาก 10 ปีมากนัก)
แล้วแต่ค่ายครับ
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
Risk Free Rate?
โพสต์ที่ 3
ขอบคุณ คุณสุมาอี้ครับ
ในกรณีที่ผมมองหา เข้าใจว่าน่าจะใช้ Rate ของ Government Bond ที่มีระยะเท่ากับ Investment Peroid เป็นตัวแทน Risk Free Rate ที่เหมาะสม
ในกรณีที่ผมมองหา เข้าใจว่าน่าจะใช้ Rate ของ Government Bond ที่มีระยะเท่ากับ Investment Peroid เป็นตัวแทน Risk Free Rate ที่เหมาะสม
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 73
- ผู้ติดตาม: 0
...
โพสต์ที่ 4
ตามความเข้าใจ Risk free rate คือ ผลตอบแทนที่มากที่สุดในช่วงเวลาที่จะลงทุนโดยไม่มีความเสี่ยง ดังนั้นในการคำนวณใน CAPM ตามทฎษฎี ต้องใช้Rf ที่มีperiod เท่ากันกับช่วงเวลาที่ใช้ในการลงทุนครับ..
ถ้าเป็น US , พันธบัตรรัฐบาลก็เป็นตัวหนึ่งที่ใช้กันครับ แต่ถ้าเป็นในเมืองไทย ใช้ พันธบัตรUS ไม่ได้(แม้จะมีเรทติ้งดีกว่าประเทศไทย) เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนครับ..
รายละเอียดลองหาอ่านได้ตาม ทฤษฎี I-CAPM ครับ
ถ้าเป็น US , พันธบัตรรัฐบาลก็เป็นตัวหนึ่งที่ใช้กันครับ แต่ถ้าเป็นในเมืองไทย ใช้ พันธบัตรUS ไม่ได้(แม้จะมีเรทติ้งดีกว่าประเทศไทย) เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนครับ..
รายละเอียดลองหาอ่านได้ตาม ทฤษฎี I-CAPM ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
Risk Free Rate?
โพสต์ที่ 5
ขอบคุณครับคุณ kongsiri81
สำหรับ Rf ผมใช้พันธบัตรรัฐบาลที่มี Time to maturity ใกล้เคียงกับ Investment period โดยเข้าไปค้นข้อมูลที่ website ธนาคารแห่งประเทศไทยครับ
สำหรับ Rf ผมใช้พันธบัตรรัฐบาลที่มี Time to maturity ใกล้เคียงกับ Investment period โดยเข้าไปค้นข้อมูลที่ website ธนาคารแห่งประเทศไทยครับ
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 73
- ผู้ติดตาม: 0
...
โพสต์ที่ 6
ครับๆ แต่ผมมีคำถามครับ ถ้าเทียบตราสารของ JP ในรูปสกุลเงินบาท กับ รัฐบาลไทย พบว่า ตราสารของ JP มีเครดิตเรทติ้งที่ดีกว่า(เครดิตดีกว่าประเทศไทย) แต่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า คำถามคือ อะไรควรเป็น Rf มากกว่ากัน..
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
Risk Free Rate?
โพสต์ที่ 7
ผมตอบตามความเข้าใจแล้วกันนะครับ ไม่ยืนยันความถูกต้อง
สมมติหลักทรัพย์ในตลาดญี่ปุ่น ก็ควรใช้
Government Bond ของญี่ปุ่นเป็น Rf
หากเป็นหลักทรัพย์ของ America ก็ควรใช้
Government Bond ของ America เป็น Rf
และคิดออกมาในสกุลเงินของหลักทรัพย์นั้นก่อน
จากนั้นค่อยแปลงมาเป็นบาทไทย
สมมติหลักทรัพย์ในตลาดญี่ปุ่น ก็ควรใช้
Government Bond ของญี่ปุ่นเป็น Rf
หากเป็นหลักทรัพย์ของ America ก็ควรใช้
Government Bond ของ America เป็น Rf
และคิดออกมาในสกุลเงินของหลักทรัพย์นั้นก่อน
จากนั้นค่อยแปลงมาเป็นบาทไทย
"Winners never quit, and quitters never win."