กำไรต่อหุ้น หรือ Earnings per Share: EPS หมายถึงจำนวนเฉลี่ยของกำไรสุทธิในระหว่างงวดต่อหนึ่งหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้ว กำไรต่อหุ้นบอกถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทน(กำไร)ของบริษัท ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานสำหรับงวดเดียวกันของกิจการต่างๆและผลการดำเนินงานสำหรับงวดต่างๆของกิจการเดียวกัน กำไรต่อหุ้นแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic Earnings per Share) คำนวณสำหรับกิจการที่มีโครงสร้างทุนแบบไม่ซับซ้อนนั่นคือบริษัทมีเพียงหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญ โดยไม่เคยให้สิทธิแปลงสภาพหรือออกเครื่องมือการเงินใดๆที่กำหนดให้บริษัทต้องออกหุ้นสามัญเพิ่มเติมในอนาคต (หรือที่เรียกว่า "หุ้นสามัญเทียบเท่า") กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน คำนวณโดยการนำกำไรสุทธิระหว่างงวด หักด้วยเงินปันผลสำหรับงวดของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิแล้วหารด้วยจำนวนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักสำหรับงวดของหุ้นสามัญที่ถือโดยบุคคลภายนอก
ตัวอย่างเช่น: สมมติบริษัทมีกำไรสุทธิระหว่างงวดจำนวน 25 ล้านบาท และได้จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมด 1 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา บริษัทมีหุ้นสามัญ10 ล้านหุ้น ซึ่งออกและเรียกชำระ ณ วันที่ 31 เดือนมีนาคม และระหว่างปีบริษัทได้ออกและเรียกชำระหุ้นเพิ่ม 5 ล้านหุ้น ณ วันที่ 1 กรกฎาคม ทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดเป็น 15 ล้านหุ้น ณ วันสิ้นปี บริษัทไม่มีหุ้นสามัญเทียบเท่าใดที่ถือโดยบุคคลภายนอก
จำนวนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญสำหรับปีคือ 10 ล้านหุ้น ซึ่งคำนวณได้ดังนี้ ((9/12) x 10 ล้านหุ้น + (6/12) x 5 ล้านหุ้น) = 10 ล้านหุ้น นั่นคือจำนวนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วของปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทถือหุ้นสามัญ 10 ล้านหุ้นที่ออก ณ วันที่ 31 มีนาคม เป็นเวลาทั้งหมด 9 เดือน และถือหุ้นสามัญ 5 ล้านหุ้นที่ออก ณ วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นเวลาทั้งหมด 6 เดือน
ดังนั้นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานของบริษัทในปีนี้คือ 2.4 บาทต่อหุ้น ((25 ล้านบาท – 1 ล้านบาท) / 10 ล้านหุ้น))
กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted Earnings per Share) คำนวณสำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างทุนแบบซับซ้อนนั่นคือ บริษัทมีหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญเทียบเท่า เช่น บริษัทออกหุ้นสามัญเทียบเท่าในรูปของใบสำคัญแสดงสิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือสัญญาชนิดอื่นที่อาจทำให้บริษัทต้องออกหุ้นเพิ่มในอนาคต กำไรต่อหุ้นปรับลดคำนวณโดยนำกำไรสุทธิระหว่างงวดเฉพาะที่เป็นของหุ้นสามัญและหุ้นสามัญเทียบเท่า (คือกำไรสุทธิที่ปรับเงินปันผลของผู้ถือห้นบุริมสิทธิออกและรวมผลตอบแทนของหุ้นสามัญเทียบเท่ากลับเข้ามา) หารด้วยจำนวนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญที่ถือด้วยบุคคลภายนอกและผลกระทบของหุ้นสามัญเทียบเท่า (โดยสมมติว่าหุ้นสามัญเทียบเท่าที่จะก่อให้เกิดการปรับลดของกำไรต่อหุ้นทุกรายการได้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ) บริษัทที่ออกหุ้นสามัญเทียบเท่าต้องแสดงกำไรต่อหุ้นปรับลดควบคู่ไปกับกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นข้อมูลช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น
เหตุผลที่บริษัทต้องแสดงกำไรต่อหุ้นปรับลดควบคู่ไปกับกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานก็เพื่อแสดงให้นักลงทุนเห็น Dilutive Effect ของหุ้นสามัญปรับลด ตัวอย่างเช่น บริษัทหนึ่งให้สิทธิพนักงานในการซื้อหุ้นสามัญหรือจ่ายสวัสดิการให้พนักงานในรูปของหุ้นสามัญ (employee stock options)สมมติว่าบริษัทมีหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจำนวน5 ล้านหุ้น และมีหุ้นสามัญเทียบเท่าในรูปของการให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน (ซึ่งยังไม่ถูกใช้) จำนวน 10 ล้านหุ้น ดังนั้น หากสิทธิซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดถูกใช้จะมีผลทำให้จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น15 ล้านหุ้น แม้สิทธิซื้อหุ้นนั้นยังไม่ถูกใช้บริษัทก็ยังคงต้องแสดงกำไรต่อหุ้นปรับลดเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนว่า กำไรต่อหุ้นจะถูกปรับลดลงเท่าไรหากหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจำนวน 15 ล้านหุ้น
หวังว่าคงช่วยให้ทุกท่านมีความเข้าใจมากขึ้นนะคะ หากใครมีข้อสงสัยอะไร โพสถามได้เลยนะคะ
