ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
- ภรรโยโฟเบีย
- Verified User
- โพสต์: 253
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 4
เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน
นาท่านเจ๋งนา
นาท่านเจ๋งนา

-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 8
เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว มิน่าเล่า 38.25 ขายจัง แต่ขายแล้วราคาไม่ลง โห ขายไปตั้งเยอะ
สงสัย ว่า ทำไมถึงยังมีหุ้นมาทุบให้ลงอีก บทจะทุบ ไม่กี่ล้านหุ้น ก็หลุด 32
อืม เรื่องหุ้น นี่นั่งดูก็เพลินดี แต่ถ้าเข้าไปเล่น คงเครียดน่าดู
สงสัย ว่า ทำไมถึงยังมีหุ้นมาทุบให้ลงอีก บทจะทุบ ไม่กี่ล้านหุ้น ก็หลุด 32
อืม เรื่องหุ้น นี่นั่งดูก็เพลินดี แต่ถ้าเข้าไปเล่น คงเครียดน่าดู
-
- Verified User
- โพสต์: 2326
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 9
ระยะยาวดัชนี ลงซึมได้อีก งวดนี้น่าจะเห็นต่ำกว่า 600 จุด
ตัวเลขบัญชีเดินสะพัดออกมาไม่ดี ผลประกอบการโดยรวบถดถอยกว่าปีก่อน
แต่ทิศทางเศษรฐกิจระยะยาว ไม่ได้ดูแย่อะไรครับ
ตัวเลขบัญชีเดินสะพัดออกมาไม่ดี ผลประกอบการโดยรวบถดถอยกว่าปีก่อน
แต่ทิศทางเศษรฐกิจระยะยาว ไม่ได้ดูแย่อะไรครับ
งด เลิก เสพ สุรา บุหรี่ วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีของท่าน
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 14
ถ้าใช้หลัก cut loss ถ้าซื้อไปที่ 39.50 บาท ได้ปันผล 2 บาท ทุน 37.50 แล้วมันลงมาที่ 32.50 นี่เท่ากับขาดทุนไป 13.34 % อืม ต้อง cut loss หรือเปล่า
ถือแล้วก็ยังหนาวว่าจะลงต่อหรือไม่ ไม่ถือก็เห็นกำไรตั้งเยอะ เพราะถ้าเอากำไร 6 เดือนนี้ 3566 คูณ 2 ก็เท่ากับกำไร 7132 ราคา 32.50 มาเก็ตแค๊ป 20919.60 เท่ากับ PE 2.94 อืม
น่าสนใจจริงๆ ราคา 32 บาท ที่เคยทำการบ้านไว้
แต่เรื่องของราคาก็มีขึ้นมีลง ไม่มีผิดมีถูกแล้ว แล้วแต่นาย ของนายตลาด
ถือแล้วก็ยังหนาวว่าจะลงต่อหรือไม่ ไม่ถือก็เห็นกำไรตั้งเยอะ เพราะถ้าเอากำไร 6 เดือนนี้ 3566 คูณ 2 ก็เท่ากับกำไร 7132 ราคา 32.50 มาเก็ตแค๊ป 20919.60 เท่ากับ PE 2.94 อืม
น่าสนใจจริงๆ ราคา 32 บาท ที่เคยทำการบ้านไว้
แต่เรื่องของราคาก็มีขึ้นมีลง ไม่มีผิดมีถูกแล้ว แล้วแต่นาย ของนายตลาด
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 16
โค้ด: เลือกทั้งหมด
ถือแล้วก็ยังหนาวว่าจะลงต่อหรือไม่ ไม่ถือก็เห็นกำไรตั้งเยอะ เพราะถ้าเอากำไร 6 เดือนนี้ 3566 คูณ 2 ก็เท่ากับกำไร 7132 ราคา 32.50 มาเก็ตแค๊ป 20919.60 เท่ากับ PE 2.94 อืม
ไม่เหมือนหุ้นที่คาดหวังกันว่าจะดี จะดี PE ไป 15 ต้องได้กำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัวเพื่อให้ได้ PE 7.5
นี่ต้องคาดว่ากำไรลดเท่าตัวเพื่อหวัง PE 6
อืม เหตุผลระเบิดไปเลย เล่นหุ้นนี่
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 18
โค้ด: เลือกทั้งหมด
นายตลาดอาจจะถูกก็ได้คราวนี้ ^o^
อะไรที่มันดีเกินจริง...มักจะไม่จริง
อืม
- nana
- Verified User
- โพสต์: 209
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 19
สำหรับฉัน กำไร 2Q เกือบเท่า ทั้งปี
net Margin 45%
ผลตอบแทนปันผล 13%
...............เวอร์ไปค่ะ
นายตลาดอาจเจ้าอารมณ์ แต่เค้าไม่โง่นะ
net Margin 45%
ผลตอบแทนปันผล 13%
...............เวอร์ไปค่ะ
นายตลาดอาจเจ้าอารมณ์ แต่เค้าไม่โง่นะ
Markets can remain irrational longer than you can remain solvent. -John Maynard Keynes
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 20
ผมว่าไม่เว่อนะครับ คือบางกิจการ เวลายอดขายเพิ่มการลงทุน ต้องเพิ่ม เช่นสร้างโรงงานใหม่
อย่างโรงพยาบาล ยอดขาย 2000 ล้าน ถ้าจะให้มียอดขาย 3000 ล้านก็ต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม
แต่เรื่องเรือนี่ เวลาค่าระวางขึ้น เรือก็เรือลำเดิม รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นกำไรล้วนๆ
และในทางกลับกันถ้าค่าระวางลง รายได้ก็ลดลง ทำให้กำไรลดลงล้วนๆเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยไปกระทบกับ book เท่าไร
คือบางท่านอาจจะคิด ว่าโอ้โห เทรดกันสูงกว่า book ตั้งเยอะ ผมคิดว่า ก็เป็นเพราะกิจการเรือ เวลาค่าระวางขึ้น เรือก็เอาไปซ่อมตามปกติ ถ้าเรือไม่ปลดระวาง ต่อให้ค่าระวางลงก็เอาไปซ่อมปกติ ไม่เหมือนการสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ ที่อาจจะตกรุ่น ผลิตไม่ได้แล้ว
พูดไปเหมือนเข้าข้างเรือ ในหนังสือของวอเรนมักจะพูดถึงเครื่องจักรเก่าๆ ที่ยังทำเงินได้ อะไรทำนองนี้
ก็ความเห็นส่วนตัวครับ ใจจริงอยากให้ลงเยอะๆ
อย่างโรงพยาบาล ยอดขาย 2000 ล้าน ถ้าจะให้มียอดขาย 3000 ล้านก็ต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม
แต่เรื่องเรือนี่ เวลาค่าระวางขึ้น เรือก็เรือลำเดิม รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นกำไรล้วนๆ
และในทางกลับกันถ้าค่าระวางลง รายได้ก็ลดลง ทำให้กำไรลดลงล้วนๆเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยไปกระทบกับ book เท่าไร
คือบางท่านอาจจะคิด ว่าโอ้โห เทรดกันสูงกว่า book ตั้งเยอะ ผมคิดว่า ก็เป็นเพราะกิจการเรือ เวลาค่าระวางขึ้น เรือก็เอาไปซ่อมตามปกติ ถ้าเรือไม่ปลดระวาง ต่อให้ค่าระวางลงก็เอาไปซ่อมปกติ ไม่เหมือนการสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ ที่อาจจะตกรุ่น ผลิตไม่ได้แล้ว
พูดไปเหมือนเข้าข้างเรือ ในหนังสือของวอเรนมักจะพูดถึงเครื่องจักรเก่าๆ ที่ยังทำเงินได้ อะไรทำนองนี้
ก็ความเห็นส่วนตัวครับ ใจจริงอยากให้ลงเยอะๆ
- ksnk
- Verified User
- โพสต์: 414
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 22
เอามาให้ดูอย่าพึ่งเมาคลื่น
26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548
เรื่อง การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่จำนวน 1 บริษัท
เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งประชุมเมื่อ
วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 โดยคณะกรรมการได้มีมติให้ลงทุนในบริษัทย่อยที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ จำนวน 1
บริษัท ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วันที่เกิดรายการ ประมาณต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548
2. ชื่อบริษัทย่อยที่จะลงทุนและจัดตั้งใหม่ บริษัท ทอร์ เอนเนอร์ยี ชิปปิ้ง จำกัด
3. ประเภทธุรกิจ ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล
4. ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว ในช่วงแรกทุนจดทะเบียนและชำระแล้วคือ 100,000,000
(หนึ่งร้อยล้าน) บาท แบ่งออกเป็น 1,000,000 (หนึ่งล้าน) หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 (หนึ่งร้อย) บาท และจะมีการเพิ่มทุน
ในอนาคต เมื่อบริษัทฯ มีการซื้อเรือ
5. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ
99.9
6. แหล่งเงินทุนที่ใช้ จากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด
(มหาชน)
7. วัตถุประสงค์ในการลงทุน เพื่อรองรับการซื้อเรือในอนาคต ตามปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่ม
มากขึ้นของกลุ่มบริษัทโทรีเซน
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548
เรื่อง การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่จำนวน 1 บริษัท
เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งประชุมเมื่อ
วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 โดยคณะกรรมการได้มีมติให้ลงทุนในบริษัทย่อยที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ จำนวน 1
บริษัท ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วันที่เกิดรายการ ประมาณต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548
2. ชื่อบริษัทย่อยที่จะลงทุนและจัดตั้งใหม่ บริษัท ทอร์ เอนเนอร์ยี ชิปปิ้ง จำกัด
3. ประเภทธุรกิจ ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล
4. ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว ในช่วงแรกทุนจดทะเบียนและชำระแล้วคือ 100,000,000
(หนึ่งร้อยล้าน) บาท แบ่งออกเป็น 1,000,000 (หนึ่งล้าน) หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 (หนึ่งร้อย) บาท และจะมีการเพิ่มทุน
ในอนาคต เมื่อบริษัทฯ มีการซื้อเรือ
5. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ
99.9
6. แหล่งเงินทุนที่ใช้ จากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด
(มหาชน)
7. วัตถุประสงค์ในการลงทุน เพื่อรองรับการซื้อเรือในอนาคต ตามปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่ม
มากขึ้นของกลุ่มบริษัทโทรีเซน
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
- CEO
- Verified User
- โพสต์: 1243
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 24
เห็นบ่นอยากได้แถวๆ 33 บาทไม่ใช่หรือครับ
ก่อนนี้ผมก็ซื้อแถวๆนี้ แต่งวดนี้
ไม่เอาแล้วครับ
หนูเลิกแล้วค่ะ
ขอลาขาดชาตินี้
เอิ๊กๆ
:lol: :lol:
ก่อนนี้ผมก็ซื้อแถวๆนี้ แต่งวดนี้
ไม่เอาแล้วครับ
หนูเลิกแล้วค่ะ
ขอลาขาดชาตินี้
เอิ๊กๆ
:lol: :lol:
การซื้อกิจการอาจไม่ใช่การเทคโอเวอร์ และการเทคโอเวอร์ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อหุ้น..
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 26
เดาเล่นว่าลงครับ แต่เดาว่าไม่ลงถึงครึ่งของปัจจุบัน เหตุผลที่เดาว่าลง เพราะเมื่อมีใครได้กำไรเยอะๆ เดี๋ยวคู่แข่งก็ตามมา เหตุผลที่เดาว่าลงไม่ถึงครึ่ง เพราะคิดว่าจีนยังโตไปอีก 10 - 20 ปีอย่างสบายๆ
ยกเว้นจีนกับเมกา เปิดสงครามโลกกัน
ยกเว้นจีนกับเมกา เปิดสงครามโลกกัน
- สามัญชน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 5162
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 27
:lol: :lol: :lol: :lol:
สมมติว่าพี่เจ๋งเดาถูก
อีกห้าปีค่าระวางเหลือครึ่งหนึ่ง รุ่น tta psl ก็จะเหลือประมาณ 8,000 ดอลลาร์/วัน
ต้นทุนเดินเรือ psl ประมาณ 5,500 ดอลลาร์/วัน/ลำ ( รวมค่าเสื่อมและสารพัดแล้ว )
ก็กำไร 2,500 ดอลลาร์/วัน/ลำ อิอิอิ กำไรก็ยังอยู่ในเกณฑ์สูง
แต่ผมเดาว่าอีกห้าปีค่าระวางเรือไม่น่าตำกว่า 10,000 ดอลลาร์/วัน เพราะ
1. ปี 2005 - 2006 เรือรุ่น psl tta มีโอกาสขาดตลาดสูงเนื่องจากเรือที่ถึงกำหนดหมดอายุสูงถึง 24.3% ขณะที่มีเรือใหม่เข้ามาเพียง 4.1%
2. ถ้านับถึงปี 2007 เรือที่ถึงกำหนดหมดอายุสูงถึง 40 + %เรือใหม่ 5+%
3. สมมติเกิดเหตุการณ์ที่มีคู่แข่งเข้ามาเพิ่มเยอะ เพราะค่าระวางเรือสูง เรือใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องใช้เวลาในการต่อเรือเกือบ 2 ปี ยอดของจำนวนเรือก็จะไปเพิ่มในปี 2008 - 2010 ก็ต้องรอดูกัน แต่ตอนนี้อู่ต่อเรือชอบต่อเรือขนาดใหญ่มากกว่า เพราะกำไรดีกว่า ถ้าใครอยากได้เรือขนาดเล็กรุ่นเดียวกับ psl tta ก็ต้องยอมจ่ายแพงๆ อู่ถึงจะต่อให้ ก็รอดูว่าใครจะยอมทุ่มจ่ายแพงๆ ทั้งๆที่รู้ว่าค่าระวางเรือขึ้นลงป็นวัฏจักร ต่อเสร็จอาจจะเจอช่วงขาลงพอดีก็ได้ อิอิอิ
4. ผมเดาว่าในช่วง2005 - 2006 มีโอกาสที่ค่าระวางเรือจะปรับลงอย่างน้อยหนึ่งครั้งเนื่องจากเรือที่ถึงกำหนดหมดอายุยังไม่ยอมปลดระวางทำให้ปริมาณเรือที่ยังวิ่งอยู่ดูเหมือนจะมีเยอะ แต่เมื่อค่าระวางลงมาต่ำๆสักครั้งหนึ่ง เรือเหล่านี้ก็จะไม่คุ้มทุนที่จะวิ่งต่อ และก็ต้องยอมแพ้ต่อสังขาร เมื่อนั้นจะเกิดอะไรขึ้น อิอิอิ
5.จีนกับอินเดียน่าจะโตขึ้น GDPสองประเทศนี้รวมกัน ยังเล็กกว่าอเมริกาอีก ทั้งๆที่มีประชากรเป็นสิบเท่าของอเมริกา นี่คือจุดที่ยังขาดสมดุลอยู่
:lol: :lol: :lol: :lol:
สมมติว่าพี่เจ๋งเดาถูก
อีกห้าปีค่าระวางเหลือครึ่งหนึ่ง รุ่น tta psl ก็จะเหลือประมาณ 8,000 ดอลลาร์/วัน
ต้นทุนเดินเรือ psl ประมาณ 5,500 ดอลลาร์/วัน/ลำ ( รวมค่าเสื่อมและสารพัดแล้ว )
ก็กำไร 2,500 ดอลลาร์/วัน/ลำ อิอิอิ กำไรก็ยังอยู่ในเกณฑ์สูง
แต่ผมเดาว่าอีกห้าปีค่าระวางเรือไม่น่าตำกว่า 10,000 ดอลลาร์/วัน เพราะ
1. ปี 2005 - 2006 เรือรุ่น psl tta มีโอกาสขาดตลาดสูงเนื่องจากเรือที่ถึงกำหนดหมดอายุสูงถึง 24.3% ขณะที่มีเรือใหม่เข้ามาเพียง 4.1%
2. ถ้านับถึงปี 2007 เรือที่ถึงกำหนดหมดอายุสูงถึง 40 + %เรือใหม่ 5+%
3. สมมติเกิดเหตุการณ์ที่มีคู่แข่งเข้ามาเพิ่มเยอะ เพราะค่าระวางเรือสูง เรือใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องใช้เวลาในการต่อเรือเกือบ 2 ปี ยอดของจำนวนเรือก็จะไปเพิ่มในปี 2008 - 2010 ก็ต้องรอดูกัน แต่ตอนนี้อู่ต่อเรือชอบต่อเรือขนาดใหญ่มากกว่า เพราะกำไรดีกว่า ถ้าใครอยากได้เรือขนาดเล็กรุ่นเดียวกับ psl tta ก็ต้องยอมจ่ายแพงๆ อู่ถึงจะต่อให้ ก็รอดูว่าใครจะยอมทุ่มจ่ายแพงๆ ทั้งๆที่รู้ว่าค่าระวางเรือขึ้นลงป็นวัฏจักร ต่อเสร็จอาจจะเจอช่วงขาลงพอดีก็ได้ อิอิอิ
4. ผมเดาว่าในช่วง2005 - 2006 มีโอกาสที่ค่าระวางเรือจะปรับลงอย่างน้อยหนึ่งครั้งเนื่องจากเรือที่ถึงกำหนดหมดอายุยังไม่ยอมปลดระวางทำให้ปริมาณเรือที่ยังวิ่งอยู่ดูเหมือนจะมีเยอะ แต่เมื่อค่าระวางลงมาต่ำๆสักครั้งหนึ่ง เรือเหล่านี้ก็จะไม่คุ้มทุนที่จะวิ่งต่อ และก็ต้องยอมแพ้ต่อสังขาร เมื่อนั้นจะเกิดอะไรขึ้น อิอิอิ
5.จีนกับอินเดียน่าจะโตขึ้น GDPสองประเทศนี้รวมกัน ยังเล็กกว่าอเมริกาอีก ทั้งๆที่มีประชากรเป็นสิบเท่าของอเมริกา นี่คือจุดที่ยังขาดสมดุลอยู่
:lol: :lol: :lol: :lol:
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 28
ทางทหาร เค้าประมาณว่า.................. 30 นาที เค้าว่าเต็มที่ 1 ชม ..... สำหรับสงครามนิวเคลียร์ ....... รอแป๊บเดียวก็ได้ซื้อหุ้นถูกๆต่อแระ ... ถ้ายังอยู่นะครับ ...Jeng เขียน:
ยกเว้นจีนกับเมกา เปิดสงครามโลกกัน

The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 29
ราคาที่พี่สามัญชนบอกว่าลดลงครึ่งนึงคือ เหลือ 8000 นั้นคิดจากฐานสัญญาระยะยาวที่ 16000 ใช่มั๊ยครับ แต่ค่าระวางที่เป็น spot rate ปัจจุบันเห็นเค้าว่าสูงกว่านี้ เพราะปกติทำสัญญาระยะยาวช่วงดีๆแบบนี้จะต้อง discount มาประมาณ 30% (เคยอ่านเจอหรือได้ฟังจากคุณคาลิดอ่ะครับ แต่จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ และที่ไหน) ดังนั้นถ้าจะคิดว่าให้ค่าระวางลดลงครึ่งหนึ่งจากปัจจุบันซึ่งขนาด psl tta ตอนนี้ น่าจะไม่ตํากว่า 18000-20000 นะสามัญชน เขียน::lol: :lol: :lol: :lol:
สมมติว่าพี่เจ๋งเดาถูก
อีกห้าปีค่าระวางเหลือครึ่งหนึ่ง รุ่น tta psl ก็จะเหลือประมาณ 8,000 ดอลลาร์/วัน
ต้นทุนเดินเรือ psl ประมาณ 5,500 ดอลลาร์/วัน/ลำ ( รวมค่าเสื่อมและสารพัดแล้ว )
ก็กำไร 2,500 ดอลลาร์/วัน/ลำ อิอิอิ กำไรก็ยังอยู่ในเกณฑ์สูง
แต่ผมเดาว่าอีกห้าปีค่าระวางเรือไม่น่าตำกว่า 10,000 ดอลลาร์/วัน เพราะ
1. ปี 2005 - 2006 เรือรุ่น psl tta มีโอกาสขาดตลาดสูงเนื่องจากเรือที่ถึงกำหนดหมดอายุสูงถึง 24.3% ขณะที่มีเรือใหม่เข้ามาเพียง 4.1%
2. ถ้านับถึงปี 2007 เรือที่ถึงกำหนดหมดอายุสูงถึง 40 + %เรือใหม่ 5+%
3. สมมติเกิดเหตุการณ์ที่มีคู่แข่งเข้ามาเพิ่มเยอะ เพราะค่าระวางเรือสูง เรือใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องใช้เวลาในการต่อเรือเกือบ 2 ปี ยอดของจำนวนเรือก็จะไปเพิ่มในปี 2008 - 2010 ก็ต้องรอดูกัน แต่ตอนนี้อู่ต่อเรือชอบต่อเรือขนาดใหญ่มากกว่า เพราะกำไรดีกว่า ถ้าใครอยากได้เรือขนาดเล็กรุ่นเดียวกับ psl tta ก็ต้องยอมจ่ายแพงๆ อู่ถึงจะต่อให้ ก็รอดูว่าใครจะยอมทุ่มจ่ายแพงๆ ทั้งๆที่รู้ว่าค่าระวางเรือขึ้นลงป็นวัฏจักร ต่อเสร็จอาจจะเจอช่วงขาลงพอดีก็ได้ อิอิอิ
4. ผมเดาว่าในช่วง2005 - 2006 มีโอกาสที่ค่าระวางเรือจะปรับลงอย่างน้อยหนึ่งครั้งเนื่องจากเรือที่ถึงกำหนดหมดอายุยังไม่ยอมปลดระวางทำให้ปริมาณเรือที่ยังวิ่งอยู่ดูเหมือนจะมีเยอะ แต่เมื่อค่าระวางลงมาต่ำๆสักครั้งหนึ่ง เรือเหล่านี้ก็จะไม่คุ้มทุนที่จะวิ่งต่อ และก็ต้องยอมแพ้ต่อสังขาร เมื่อนั้นจะเกิดอะไรขึ้น อิอิอิ
5.จีนกับอินเดียน่าจะโตขึ้น GDPสองประเทศนี้รวมกัน ยังเล็กกว่าอเมริกาอีก ทั้งๆที่มีประชากรเป็นสิบเท่าของอเมริกา นี่คือจุดที่ยังขาดสมดุลอยู่
:lol: :lol: :lol: :lol:
ผมเลยลองคิดดูว่าถ้าค่าระวาง psl ลดเหลือ 9000-10000 จะได้กำไรสักไตรมาสละเท่าไหร่ก็ได้ออกมาว่า 0.89-1.26 บาทต่อหุ้นต่อไตรมาสครับ ซึ่งคิดเป็นปีก็ตกประมาณ 3.6-5 บาท (คิดค่าระวางลดลงครึ่งนึงแล้วจาก spot rate ในปัจจุบันนะครับ และยังไม่ได้คิดเรื่องดอกเบี้ยจ่ายที่จะลดลงปีละเป็นหลักร้อยล้านบาทที่จะหายไปจากนโยบายปลอดหนี้ภายในสิ้นปีนี้) p/e ตอนช่วงนั้นที่ราคา 40 กว่าบาท ในปัจจุบัน ก็จะอยู่ประมาณ 8 -12 เท่า ... คิดว่าไงครับ นี่คือ p/e ของหุ้น cyclical ในช่วงเวลาที่ประเมินว่าแย่แล้วนะครับ
ถ้าใครเชื่อว่าจีนจะยังเจริญเติบโตต่อไปและค่าระวางเรือเทกองในอนาคตสัก 10 ปีต่อจากนี้จะไม่ตํากว่า 9,000-10,000 usd/day/ship ราคานี้ก็ถือว่ามี margin of safety มากพอดูแล้วนะครับ

It's earnings that count
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
ผมโดน TTA ตีหัว อิอิ
โพสต์ที่ 30
วันนี้โดดเกาะขากางเกงคุณเลือดฟ้า ขึ้น psl ไปนึด แล้วก็โดดเกาะขากางเกงคุณสามัญชนขึ้น tta ไปนิดเหมือนกัน ... หนุกๆ อิอิ 

The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying