

สัมภาษณ์ผมเอง


ออกอากาศช่อง TNN2 วันพฤหัสบดีที่ 19 พค 22 น.
และฉายซ้ำ วันศุกร์ที่ 20 พค 8 โมงเช้า
ผมมีเพื่อนเทรนresident ob-gynอยู่คน โดนฟ้องร้องเมื่อ 2-3 ปีก่อน จนลาออก เลิกเป็นแพทย์ไปแล้วครับ น่าเสียดาย แต่เขาเสียกำลังใจมากPaul VI เขียน:อ่านจุลสาร สูตินรีแพทย์ ที่ส่งมาให้อ่าน ของราชวิทยาลัย
อ่านเคสที่โดนฟ้อง แต่ละราย
เห็นแล้วเหนื่อยใจแทน สูติที่ยัง practice แบบเต็มตัว
croyoty เขียน:ผมว่าหมอที่มีความสุขและประสบความสำเร็จนั้น
ไม่จำเป็นต้องให้เวลาทำงานส่วนใหญ่กับความเป็นหมอ แต่มีความเป็นหมอทำงานหมอเป็นส่วนประกบหนึ่งของชีวิต
และสามารถใช้เวลาและชีวิตได้หลากหลายครับ
หมอทำแบบพาร์ทททาม + VI + ลงทุนจริงๆด้านที่ถนัดชอบหรือสนใจ
น่าจะมีความสุขและเวลาและความมั่นคงยั่งยืนที่สุดแล้วมั้งคับ
สำหรับ VI ที่มุ่งมั่นแล้ว การวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตนเองจะดีกว่าการ “ลอกการบ้าน” แน่นอน แม้ว่าเราจะไม่เก่งเท่าเซียน
viหัดคลาน เขียน:เดี๋ยวนี้หมอฟันก็โดนฟ้องเหมือนกันครับพี่ ทุกวันนี้นั่งทำคนไข้ไปก็นั่งเสียวสันหลังไปว่าจะโดนกับเขาไหม ตอนจบใหม่ๆไฟแรงอยากช่วยทุกคนยากแค่ไหนก็จะพยายามทำให้ เฮ้อกลุ้มอ่ะ
navapon เขียน:
ผมมีเพื่อนเทรนresident ob-gynอยู่คน โดนฟ้องร้องเมื่อ 2-3 ปีก่อน จนลาออก เลิกเป็นแพทย์ไปแล้วครับ น่าเสียดาย แต่เขาเสียกำลังใจมาก
รบกวนคุณหมอ kotaro อีกนิดครับ ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ผิดรึเปล่าครับ ขอบคุณครับkotaro เขียน:Net Operating working capital = [Current assets - Cash & Securities]
- [Current liabilities - Non interest bearing current liabilities]
ส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ที่ไม่เอาเข้ามารวม ก็เพราะคิดว่าไม่เกียวกับกับ กิิจกรรมดำเนินงาน ข้อดีที่ใช้ Net operating working capital มาใช้แทน net working capital เพราะคิดว่าจะเห็นสภาพคล่องดีกว่า เพราะบางครั้งกิจการเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ก็สามารถกู้เงินมาได้
จำได้ว่าอ่านเรื่องนี้จากหนังสือของพี่สุมาอี็้้ครับโอรสสวรรค์ เขียน:รบกวนคุณหมอ kotaro อีกนิดครับ ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ผิดรึเปล่าครับ ขอบคุณครับkotaro เขียน:Net Operating working capital = [Current assets - Cash & Securities]
- [Current liabilities - Non interest bearing current liabilities]
ส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ที่ไม่เอาเข้ามารวม ก็เพราะคิดว่าไม่เกียวกับกับ กิิจกรรมดำเนินงาน ข้อดีที่ใช้ Net operating working capital มาใช้แทน net working capital เพราะคิดว่าจะเห็นสภาพคล่องดีกว่า เพราะบางครั้งกิจการเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ก็สามารถกู้เงินมาได้
แล้วทำไมเวลาหมอถูกคนไข้ลวนลามถึงไม่เป็นข่าวบ้าง
ผมเคยครุ่นคริดปัญหาพวกนี้อยู่นาน แล้วผมก็พบความจริงครับ เพราะบ่อยครั้งที่หมอถูกคนไข้ลวนลามนั้น คนไข้จะมีความสามารถในการลวนลามแบบมีชั้นเชิงมากครับ แบบว่ายังไม่ทันให้คุณรู้สึกผิดปกติ ก็จะจู่โจมแบบไม่ตั้งตัว
และเรื่องที่ผมจะเล่า ก็คือคนไข้สามคนที่เคยลวนลามผม ทั้งหนุ่มน้อย สาวน้อย ป้าแก่ ซึ่งเขาและเธอแต่ละคนก็มีลีลาชั้นเชิงที่แตกต่างกันออกไป ผมไม่รู้่ว่าพวกเขาคิดอะไรกับผมหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าผมคิดละกันนะครับ คนหน้าตาดีอย่างผมจึงต้องเจอเรื่องพวกนี้
สำหรับสาวๆทั้งหลายที่อยากลวนลามหมอหนุ่มๆ ผมมีสองวิธีที่เรียนรู้จากคนไข้มาฝากครับ
กรณีที่ 1 สำหรับคนเริ่มฝึกลวนลาม --> หลอกให้จับแล้วงับซะ
เธอเป็นสาวสวยน่ารัก อายุประมาณยี่สิบกว่าๆ
อาการสำคัญ: ปวดข้อมือ
ผมพบเธอที่แผนกอุบัติเหตุ ในวันที่คนไข้เยอะมากๆวันหนึ่ง
"คุณหมอคะ หนูปวดข้อมือค่ะ"
ตรงไหนครับ
"ตรงนี้ค่ะ" เธอชี้ให้ผมดูบริเวณข้อมือข้างขวาด้านนอก ซึ่งก็เป็นตำแน่งที่คนทั่วไปปวดบ่อยๆ
ผมซึ่งกำลังใจจดใจจ่อกำการบันทึกประวัติ จึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดูเธอ พระเจ้า เธอสวยครับ แต่ว่าสายตาที่เธอมองผมสิ มันไม่ใช่แบบคนไข้มองหมอเลย เธอส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ผมพร้อมอธิบายต่อ
"คุณหมอลองจับตรงนี้สิค่ะ" ผมเอื้อมมือขวาไปแตะดูที่ข้อมือขวาของเธอ ส่วนเธอนั้นก็เอามือซ้ายมากุมมือขวาของผมไว้อย่างแผ่วเบาเทำให้หนุ่มอย่างผมต้องชะงักไปชั่วครู่ (พยายามคิดเป็นวิชาการหน่อยนะครับ นั่น เธอทำผมเองนะ..
"เอ่อตรงนี้เหรอครับ"
"ไม่ใช่ค่ะ อีกนิดนึง อีกนิดนึง ใกล้ละคะ นั่นละค่ะ ตรงนั้นล่ะค่ะ โอ้ นั่นล่ะค่ะ ใช่เลย" เอ๋ ทำไมสีหน้าเธอมันดูเหมือนคนมีความสุขมากกว่าปวดว่ะเนี่ย แถมใช้คำพูดแปลกๆ
ยังไม่ทันได้คิดเธอก็เลื่อน มือของเธอทั้งสองข้างมากุมมือผม ตอนนี้ผมตกอยู่ในกุมมือเธอแล้วครับ
" เอ๋ มือหมอเย็นจังเลย ไม่สบายหรือเปล่าค่ะ" นั่นไง มึงจะให้กูตรวจหรือจะตรวจกุะเนี่ย ผมคิด
" เพิ่งจบใหม่หรือเปล่าค่ะ หน้าเด็กจัง" เธอพูดพร้อมกระพริบตาปริบๆ
โอ้ เธอเริ่มเปลี่ยนเรื่องแล้วครับ
" ใครมีแฟนเป็นหมอ คงดีเนอะ รักษาที่บ้านได้จะได้ไม่ต้องมาโรงบาลบ่อย" เธอพูดขณะที่มือข้างหนึ่งยังกุมข้อมือผม และมืออีกข้างก็ใช้นิ้วชี้เขี่ยเบาๆ
พระเจ้า ทั้งสายตา สีหน้า คำพูด และการสัมผัสนั้น เป็นใครก็ต้องคิดเหมือนผมล่ะครับ นี่ผมกำลังโดนเธอลวนลามทางวาจาและการกระทำเหรอเนี่ย ไม่ได้การแล้ว
"เอ่อ โรคเส้นเอ็นอักเสบครับ กินยาแก้อักเสบ พักการใช้แขนนะครับ"
" ผมไปตรวจคนไข้อุบัติเหตุก่อนนะครับ" ผมรีบบอกเธอ เขียนใบสั่งยา และหนีหายไปโดยเร็ว เฮ้อ เกือบเสียทีแล้วเรา
กรณีที่ 2 ถ้ากรณีที่ 1 ผิดพลาด -->มึงไม่ต้องจับกูจับเอง
เธอเป็นป้าแก่ๆคนหนึ่ง ประมาณ ห้าสิบปลายๆ แน่นอนครับจากอายุของเธอ ผมเชื่อว่าสมัยสาวๆ เธออาจจะเคยวิธีที่หนึ่งมาแล้ว และตอนนี้เธอก็มาด้วยวิธีที่น่าตรึงตาตรึงใจครับ
อาการสำคัญ : ปวดหลัง
ผมพบเธอที่ห้องตรวจผู้ป่วย
"ป้าปวดหลังเหรอครับ"
"จ้ะ ตรงสะโพกเลย"
"เอ่อ คุณป้าช่วยยืนให้หมอดูได้มั้ยครับ จะได้รู้ว่าปวดตรงไหน"
"ยืนไม่ไหวหรอกจ้ะ" คุณป้าบอก
"อ้อ"ด้วยความรักคนแก่เป็นทุนเดิมผมจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะไปจับตรวจแกดู
"ตรงนี้เหรอครับ" ผมถามเธอพร้อมกดที่บั้นเอว
"ไม่ใช่หมอๆ"
เธอส่ายหัวว่าไม่ใช่
ผมเลื่อนไปกดตรงบริเวณสะโพก"ตรงนี้ล่ะครับ"
"นั่นก็ไม่ใช่จ้ะ"
" แล้วตรงไหนล่ะครับคุณป้า"
เธอรีบลุกจากเก้าอี้ มือคว้าข้อมือผมไว้ และเอื้อมมือมาจับตรงก้นผมทันทีแบบตั้งตัวไม่ทั้น
"ตรงนี้ๆ " โอ้ คุณป้าแกเล่นลูบตูดผมทั้งสองข้าง เล่นเอาไม่ทั้นตั้งตัวเลย เท่านั้นไม่พอครับเธอยังเสริมด้วยว่า
"แล้วก็ร้าวมาแนวนี้เลย" เธอใช้มือของเธอลูบมาตามร่องตูดผมเลยครับ
โอ้ อะไรของป้าวะเนี่ย
"เอ่อๆทราบละครับ" ผมรีบนั่งโดยเร็ว ไม่ปล่อยโอกาสให้แกได้ทะลวงจู่โจมไปลึกซึ้งกว่านี้
แต่ป้าก็ยังไม่จบ เธอพยายามจะลุกจากเก้าอี้มาอธิบายประกอบการแสดงกับผมอีก จนผมต้องรีบตัดบท
"น่าจะเป็นกระดูกสันหลังเสื่อมน่ะครับ เดี๋ยวผมจ่ายยาให้นะป้านะ เอางี้ดีกว่า ป้ารอหน้าห้องยาเลยนะ เดี่ยวผมให้คนเอาใบสั่งยาไปให้"
โอ้ โดนดีอีกแล้วกู ผมรู้นะ ป้าไม่ได้คิดอะไร แต่ผมคิด
นี่ก็เป็นสองวิธีเบื้องต้น สำหรับสาวๆที่อยากฝึกลวนลามหมอให้จำไปใช้ อาจจะลองเปลี่ยนเป้นปวดท้องน้อย ขาหนีบ ทวารหนัก แล้วแต่จะครีเอทเลยครับ แล้วลองดูแบบเนียนๆ แต่ผมแนะนำว่าควรใช้เฉพาะกับหมอผู้ชายนะครับ เพราะถ้าคุณเป็นคนไข้ผู้ชายแล้วไปใช้กับหมอผู้หญิงนี่ คุกครับคุก ลองจินตนาการสิครับ ถ้าเป็นวิธีที่สอง โอ้ ไม่ยากจะคิด
jo7393 เขียน:เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าหมอก็มีโดนลวนลามด้วย![]()