แนะนำหนังสือ พูดอย่างไร...ไม่ให้พัง (crucial conversations)
-
- Verified User
- โพสต์: 14
- ผู้ติดตาม: 0
แนะนำหนังสือ พูดอย่างไร...ไม่ให้พัง (crucial conversations)
โพสต์ที่ 1
หนังสือเล่มนี้แปลมาจากหนังสือภาษาอังกฤษชื่อ Crucial Conversations: Tools for talking when stakes are high เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับการสนทนาที่น่าลำบากใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับตัวเรา ในชีวิตของเราต้องเจอกับสถานการณ์พวกนี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือชีวิตส่วนตัวก็ตาม เช่น
- เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ คุณชอบทำนิสัยบางอย่างที่คุณไม่ชอบเอาเสียเลย
- เพื่อนคุณยืมเงินไปแล้วทำเป็นเฉย
- เพื่อนร่วมทีมของคุณทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่เคยเสร็จเลย คุณก็เลยต้องทำแทนตลอด
- แม่สามีของคุณชอบเข้ามายุ่งเรื่องภายในครอบครัวของคุณ
- คุณสงสัยว่าแฟนจะมีกิ๊ก
- คุณทำธุรกิจส่งสินค้าให้กับ chain ขนาดใหญ่ แล้วถูกบีบให้ต้องเพิ่มส่วนแบ่ง
- เพื่อนสนิทของคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก แต่เพื่อน ๆ ทุกคนไม่ใครกล้าบอกเขา ทั้ง ๆ ที่มันอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา
พอดีได้เคยเข้าอบรมในหลักสูตรนี้มาแล้ว ซึ่งเป็นหลักสูตรที่นำเข้ามาจากเมืองนอก และเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อยากจะบอกว่ามันเป็นหลักสูตรที่ดีมาก ๆ เลย อาจารย์ที่สอนแสดงให้เห็นสด ๆ เลยว่าเครื่องมือที่สอนสามารถนำไปใช้ได้จริง ๆ โดยให้ผู้อบรมแต่ละคนยกการสนทนาในเรื่องที่ตัวเองหนักใจที่สุดขึ้นมาคนละเรื่อง แล้วอาจารย์ก็จะนำเครื่องมือมาใช้ให้เห็นว่าจะพูดในเรื่อง sensitive เหล่านั้นอย่างไรให้อีกฝ่ายยอมฟังและปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันได้
คือแบบว่า หลังจากออกจากห้องอบรมออกมาแล้ว รู้สึกเหมือนชีวิตเรามันมีแสงสว่างมากขึ้นอะไรประมาณนั้นเลย
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีทักษะในเรื่องการพูดสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องที่น่าหนักใจมาก ๆ (ซึ่งเป็นประเด็นหลักของหลักสูตรและหนังสือเล่มนี้) เรียกว่าพูดไม่ได้เรื่องเลย พูดแล้วอย่างดีก็แค่เสมอตัว ดังนั้น บางทีก็เลือกที่จะไม่พูดเลยดีกว่า เพราะคิดว่าถ้าพูดไปแล้วปัญหามันจะยิ่งบานปลายจนคุมไม่อยู่
แต่การไม่พูดก็ทำให้เราต้องทนรับความลำบากใจนั้นไปอีกนานแสนนาน อาจจะเป็นเดือน เป็นปี เป็นสิบปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าที่การงานของเราไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะเวลาเราขึ้นเป็นระดับบริหาร ทักษะพวกนี้จะมีความสำคัญมาก ๆ
หลังจากเข้าอบรมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้นำเครื่องมือพวกนี้มาใช้กับงานและชีวิตส่วนตัวหลายครั้งเลยครับ และมันก็ช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นมากเลย เพราะถ้าจะให้ว่ากันจริง ๆ เราเจอเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเวลาแหละครับ
แต่ผมอยากจะเล่าถึงการสนทนาครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ผมได้นำเครื่องมือนี้ไปใช้
มันเป็นเรื่องระหว่างผมก็แฟนน่ะครับ คือว่าผมกับแฟนคนปัจจุบันคบกันมาได้แปดปีแล้ว ตั้งแต่แรกเราก็คบกันด้วยดีมาตลอด จนถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นและมันทำให้ผมสะเทือนใจมาก มันเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากในความคิดของผม (แต่เธอไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องนี้) จนถึงขั้นที่ผมคิดจะขอเลิกกับเธอเลยทีเดียว มันทำให้ผมหายหน้าไปหลายอาทิตย์ทั้ง ๆ ที่ปกติเราเจอกันทุกวัน แต่เนื่องจากผมรักเธอมาก ผมก็เลยไม่เคยถามความจริงเรื่องนี้กับเธอ แล้วเราก็คบกันต่อมาเรื่อย ๆ ถึงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราสองคนคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน แต่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ความสงสัยดังกล่าวยังคงอยู่ในใจผมตลอดมา ผมก็เลยเอาเครื่องมือนี้ไปใช้ถามความจริงจากเธอ...
ผลก็คือ เราสองคนเข้าใจกันแล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ผมกับเธอจะแต่งงานกันปลายปีนี้
และที่สำคัญ มันทำให้เรารักกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
คิดดูสิครับ ถ้าไม่ได้รู้จัก Crucial Conversations ผมก็อาจจะไม่ได้แต่งงานกับเธอ หรือถ้าแต่งไปโดยไม่ทำความเข้าใจกัน ผมก็จะต้องเก็บความสงสัยไปตลอดชีวิต และมันจะทำให้ความรักของเรามีอะไรบางอย่างมาขวางกั้นเอาไว้
หลักสูตรนี้ค่อนข้างแพงกันครับ จำไม่ได้ว่ากี่หมื่นบาท แต่ตอนนี้มีหนังสือฉบับแปลภาษาไทยออกมาแล้วครับ เพิ่งซื้อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง อ่านแล้วแปลดีใช้ได้เลย มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่อาจารย์ไม่ได้สอนในห้องด้วย ถ้าใครมีปัญหาแบบเดียวกับผม ลองหาเล่มนี้มาอ่านได้เลยครับ
328 หน้า ราคา 229 บาทครับ
- เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ คุณชอบทำนิสัยบางอย่างที่คุณไม่ชอบเอาเสียเลย
- เพื่อนคุณยืมเงินไปแล้วทำเป็นเฉย
- เพื่อนร่วมทีมของคุณทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่เคยเสร็จเลย คุณก็เลยต้องทำแทนตลอด
- แม่สามีของคุณชอบเข้ามายุ่งเรื่องภายในครอบครัวของคุณ
- คุณสงสัยว่าแฟนจะมีกิ๊ก
- คุณทำธุรกิจส่งสินค้าให้กับ chain ขนาดใหญ่ แล้วถูกบีบให้ต้องเพิ่มส่วนแบ่ง
- เพื่อนสนิทของคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก แต่เพื่อน ๆ ทุกคนไม่ใครกล้าบอกเขา ทั้ง ๆ ที่มันอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา
พอดีได้เคยเข้าอบรมในหลักสูตรนี้มาแล้ว ซึ่งเป็นหลักสูตรที่นำเข้ามาจากเมืองนอก และเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อยากจะบอกว่ามันเป็นหลักสูตรที่ดีมาก ๆ เลย อาจารย์ที่สอนแสดงให้เห็นสด ๆ เลยว่าเครื่องมือที่สอนสามารถนำไปใช้ได้จริง ๆ โดยให้ผู้อบรมแต่ละคนยกการสนทนาในเรื่องที่ตัวเองหนักใจที่สุดขึ้นมาคนละเรื่อง แล้วอาจารย์ก็จะนำเครื่องมือมาใช้ให้เห็นว่าจะพูดในเรื่อง sensitive เหล่านั้นอย่างไรให้อีกฝ่ายยอมฟังและปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันได้
คือแบบว่า หลังจากออกจากห้องอบรมออกมาแล้ว รู้สึกเหมือนชีวิตเรามันมีแสงสว่างมากขึ้นอะไรประมาณนั้นเลย
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีทักษะในเรื่องการพูดสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องที่น่าหนักใจมาก ๆ (ซึ่งเป็นประเด็นหลักของหลักสูตรและหนังสือเล่มนี้) เรียกว่าพูดไม่ได้เรื่องเลย พูดแล้วอย่างดีก็แค่เสมอตัว ดังนั้น บางทีก็เลือกที่จะไม่พูดเลยดีกว่า เพราะคิดว่าถ้าพูดไปแล้วปัญหามันจะยิ่งบานปลายจนคุมไม่อยู่
แต่การไม่พูดก็ทำให้เราต้องทนรับความลำบากใจนั้นไปอีกนานแสนนาน อาจจะเป็นเดือน เป็นปี เป็นสิบปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าที่การงานของเราไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะเวลาเราขึ้นเป็นระดับบริหาร ทักษะพวกนี้จะมีความสำคัญมาก ๆ
หลังจากเข้าอบรมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้นำเครื่องมือพวกนี้มาใช้กับงานและชีวิตส่วนตัวหลายครั้งเลยครับ และมันก็ช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นมากเลย เพราะถ้าจะให้ว่ากันจริง ๆ เราเจอเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเวลาแหละครับ
แต่ผมอยากจะเล่าถึงการสนทนาครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ผมได้นำเครื่องมือนี้ไปใช้
มันเป็นเรื่องระหว่างผมก็แฟนน่ะครับ คือว่าผมกับแฟนคนปัจจุบันคบกันมาได้แปดปีแล้ว ตั้งแต่แรกเราก็คบกันด้วยดีมาตลอด จนถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นและมันทำให้ผมสะเทือนใจมาก มันเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากในความคิดของผม (แต่เธอไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องนี้) จนถึงขั้นที่ผมคิดจะขอเลิกกับเธอเลยทีเดียว มันทำให้ผมหายหน้าไปหลายอาทิตย์ทั้ง ๆ ที่ปกติเราเจอกันทุกวัน แต่เนื่องจากผมรักเธอมาก ผมก็เลยไม่เคยถามความจริงเรื่องนี้กับเธอ แล้วเราก็คบกันต่อมาเรื่อย ๆ ถึงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราสองคนคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน แต่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ความสงสัยดังกล่าวยังคงอยู่ในใจผมตลอดมา ผมก็เลยเอาเครื่องมือนี้ไปใช้ถามความจริงจากเธอ...
ผลก็คือ เราสองคนเข้าใจกันแล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ผมกับเธอจะแต่งงานกันปลายปีนี้
และที่สำคัญ มันทำให้เรารักกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
คิดดูสิครับ ถ้าไม่ได้รู้จัก Crucial Conversations ผมก็อาจจะไม่ได้แต่งงานกับเธอ หรือถ้าแต่งไปโดยไม่ทำความเข้าใจกัน ผมก็จะต้องเก็บความสงสัยไปตลอดชีวิต และมันจะทำให้ความรักของเรามีอะไรบางอย่างมาขวางกั้นเอาไว้
หลักสูตรนี้ค่อนข้างแพงกันครับ จำไม่ได้ว่ากี่หมื่นบาท แต่ตอนนี้มีหนังสือฉบับแปลภาษาไทยออกมาแล้วครับ เพิ่งซื้อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง อ่านแล้วแปลดีใช้ได้เลย มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่อาจารย์ไม่ได้สอนในห้องด้วย ถ้าใครมีปัญหาแบบเดียวกับผม ลองหาเล่มนี้มาอ่านได้เลยครับ
328 หน้า ราคา 229 บาทครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 14
- ผู้ติดตาม: 0
แนะนำหนังสือ พูดอย่างไร...ไม่ให้พัง (crucial conversations)
โพสต์ที่ 4
มันเป็นหลักสูตรของ VitalSmarts น่ะครับ เท่าที่จำได้คือก่อตั้งโดยทีมผู้บริหารจาก Franklin Covey เจ้าของหลักสูตร 7 Habits ครับ
หนังสือเล่มนี้ก็เลยมีคำชมของ Stephen R. Covey ผู้เขียน 7 Habits ด้วย
"หนังสือเล่มนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นมา มันได้เปลี่ยนแปลงความคิดของผมไปอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าให้กับผมด้วย"
ลองอ่านดูนะครับ รับประกันว่ามันดีจริง ๆ
หนังสือเล่มนี้ก็เลยมีคำชมของ Stephen R. Covey ผู้เขียน 7 Habits ด้วย
"หนังสือเล่มนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นมา มันได้เปลี่ยนแปลงความคิดของผมไปอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าให้กับผมด้วย"
ลองอ่านดูนะครับ รับประกันว่ามันดีจริง ๆ
-
- Verified User
- โพสต์: 132
- ผู้ติดตาม: 0
Re: แนะนำหนังสือ พูดอย่างไร...ไม่ให้พัง (crucial conversatio
โพสต์ที่ 5
[quote="banla"]หนังสือเล่มนี้แปลมาจากหนังสือภาษาอังกฤษชื่อ Crucial Conversations: Tools for talking when stakes are high เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับการสนทนาที่น่าลำบากใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับตัวเรา ในชีวิตของเราต้องเจอกับสถานการณ์พวกนี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือชีวิตส่วนตัวก็ตาม เช่น
- เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ คุณชอบทำนิสัยบางอย่างที่คุณไม่ชอบเอาเสียเลย
- เพื่อนคุณยืมเงินไปแล้วทำเป็นเฉย
- เพื่อนร่วมทีมของคุณทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่เคยเสร็จเลย คุณก็เลยต้องทำแทนตลอด
- แม่สามีของคุณชอบเข้ามายุ่งเรื่องภายในครอบครัวของคุณ
- คุณสงสัยว่าแฟนจะมีกิ๊ก
- คุณทำธุรกิจส่งสินค้าให้กับ chain ขนาดใหญ่ แล้วถูกบีบให้ต้องเพิ่มส่วนแบ่ง
- เพื่อนสนิทของคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก แต่เพื่อน ๆ ทุกคนไม่ใครกล้าบอกเขา ทั้ง ๆ ที่มันอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา
พอดีได้เคยเข้าอบรมในหลักสูตรนี้มาแล้ว ซึ่งเป็นหลักสูตรที่นำเข้ามาจากเมืองนอก และเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อยากจะบอกว่ามันเป็นหลักสูตรที่ดีมาก ๆ เลย อาจารย์ที่สอนแสดงให้เห็นสด ๆ เลยว่าเครื่องมือที่สอนสามารถนำไปใช้ได้จริง ๆ โดยให้ผู้อบรมแต่ละคนยกการสนทนาในเรื่องที่ตัวเองหนักใจที่สุดขึ้นมาคนละเรื่อง แล้วอาจารย์ก็จะนำเครื่องมือมาใช้ให้เห็นว่าจะพูดในเรื่อง sensitive เหล่านั้นอย่างไรให้อีกฝ่ายยอมฟังและปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันได้
คือแบบว่า หลังจากออกจากห้องอบรมออกมาแล้ว รู้สึกเหมือนชีวิตเรามันมีแสงสว่างมากขึ้นอะไรประมาณนั้นเลย
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีทักษะในเรื่องการพูดสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องที่น่าหนักใจมาก ๆ (ซึ่งเป็นประเด็นหลักของหลักสูตรและหนังสือเล่มนี้) เรียกว่าพูดไม่ได้เรื่องเลย พูดแล้วอย่างดีก็แค่เสมอตัว ดังนั้น บางทีก็เลือกที่จะไม่พูดเลยดีกว่า เพราะคิดว่าถ้าพูดไปแล้วปัญหามันจะยิ่งบานปลายจนคุมไม่อยู่
แต่การไม่พูดก็ทำให้เราต้องทนรับความลำบากใจนั้นไปอีกนานแสนนาน อาจจะเป็นเดือน เป็นปี เป็นสิบปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าที่การงานของเราไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะเวลาเราขึ้นเป็นระดับบริหาร ทักษะพวกนี้จะมีความสำคัญมาก ๆ
หลังจากเข้าอบรมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้นำเครื่องมือพวกนี้มาใช้กับงานและชีวิตส่วนตัวหลายครั้งเลยครับ และมันก็ช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นมากเลย เพราะถ้าจะให้ว่ากันจริง ๆ เราเจอเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเวลาแหละครับ
แต่ผมอยากจะเล่าถึงการสนทนาครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ผมได้นำเครื่องมือนี้ไปใช้
มันเป็นเรื่องระหว่างผมก็แฟนน่ะครับ คือว่าผมกับแฟนคนปัจจุบันคบกันมาได้แปดปีแล้ว ตั้งแต่แรกเราก็คบกันด้วยดีมาตลอด จนถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นและมันทำให้ผมสะเทือนใจมาก มันเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากในความคิดของผม (แต่เธอไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องนี้) จนถึงขั้นที่ผมคิดจะขอเลิกกับเธอเลยทีเดียว มันทำให้ผมหายหน้าไปหลายอาทิตย์ทั้ง ๆ ที่ปกติเราเจอกันทุกวัน แต่เนื่องจากผมรักเธอมาก ผมก็เลยไม่เคยถามความจริงเรื่องนี้กับเธอ แล้วเราก็คบกันต่อมาเรื่อย ๆ ถึงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราสองคนคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน แต่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ความสงสัยดังกล่าวยังคงอยู่ในใจผมตลอดมา ผมก็เลยเอาเครื่องมือนี้ไปใช้ถามความจริงจากเธอ...
ผลก็คือ เราสองคนเข้าใจกันแล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ผมกับเธอจะแต่งงานกันปลายปีนี้
และที่สำคัญ มันทำให้เรารักกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
คิดดูสิครับ ถ้าไม่ได้รู้จัก Crucial Conversations ผมก็อาจจะไม่ได้แต่งงานกับเธอ หรือถ้าแต่งไปโดยไม่ทำความเข้าใจกัน ผมก็จะต้องเก็บความสงสัยไปตลอดชีวิต และมันจะทำให้ความรักของเรามีอะไรบางอย่างมาขวางกั้นเอาไว้
หลักสูตรนี้ค่อนข้างแพงกันครับ จำไม่ได้ว่ากี่หมื่นบาท แต่ตอนนี้มีหนังสือฉบับแปลภาษาไทยออกมาแล้วครับ เพิ่งซื้อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง อ่านแล้วแปลดีใช้ได้เลย มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่อาจารย์ไม่ได้สอนในห้องด้วย ถ้าใครมีปัญหาแบบเดียวกับผม ลองหาเล่มนี้มาอ่านได้เลยครับ
328 หน้า ราคา 229 บาทครับ[/quote]
ยกตัวอย่างเรื่องการเอาไปใช้กับแฟนได้ไหมครับ
- เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ คุณชอบทำนิสัยบางอย่างที่คุณไม่ชอบเอาเสียเลย
- เพื่อนคุณยืมเงินไปแล้วทำเป็นเฉย
- เพื่อนร่วมทีมของคุณทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่เคยเสร็จเลย คุณก็เลยต้องทำแทนตลอด
- แม่สามีของคุณชอบเข้ามายุ่งเรื่องภายในครอบครัวของคุณ
- คุณสงสัยว่าแฟนจะมีกิ๊ก
- คุณทำธุรกิจส่งสินค้าให้กับ chain ขนาดใหญ่ แล้วถูกบีบให้ต้องเพิ่มส่วนแบ่ง
- เพื่อนสนิทของคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก แต่เพื่อน ๆ ทุกคนไม่ใครกล้าบอกเขา ทั้ง ๆ ที่มันอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา
พอดีได้เคยเข้าอบรมในหลักสูตรนี้มาแล้ว ซึ่งเป็นหลักสูตรที่นำเข้ามาจากเมืองนอก และเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อยากจะบอกว่ามันเป็นหลักสูตรที่ดีมาก ๆ เลย อาจารย์ที่สอนแสดงให้เห็นสด ๆ เลยว่าเครื่องมือที่สอนสามารถนำไปใช้ได้จริง ๆ โดยให้ผู้อบรมแต่ละคนยกการสนทนาในเรื่องที่ตัวเองหนักใจที่สุดขึ้นมาคนละเรื่อง แล้วอาจารย์ก็จะนำเครื่องมือมาใช้ให้เห็นว่าจะพูดในเรื่อง sensitive เหล่านั้นอย่างไรให้อีกฝ่ายยอมฟังและปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันได้
คือแบบว่า หลังจากออกจากห้องอบรมออกมาแล้ว รู้สึกเหมือนชีวิตเรามันมีแสงสว่างมากขึ้นอะไรประมาณนั้นเลย
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีทักษะในเรื่องการพูดสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องที่น่าหนักใจมาก ๆ (ซึ่งเป็นประเด็นหลักของหลักสูตรและหนังสือเล่มนี้) เรียกว่าพูดไม่ได้เรื่องเลย พูดแล้วอย่างดีก็แค่เสมอตัว ดังนั้น บางทีก็เลือกที่จะไม่พูดเลยดีกว่า เพราะคิดว่าถ้าพูดไปแล้วปัญหามันจะยิ่งบานปลายจนคุมไม่อยู่
แต่การไม่พูดก็ทำให้เราต้องทนรับความลำบากใจนั้นไปอีกนานแสนนาน อาจจะเป็นเดือน เป็นปี เป็นสิบปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าที่การงานของเราไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะเวลาเราขึ้นเป็นระดับบริหาร ทักษะพวกนี้จะมีความสำคัญมาก ๆ
หลังจากเข้าอบรมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้นำเครื่องมือพวกนี้มาใช้กับงานและชีวิตส่วนตัวหลายครั้งเลยครับ และมันก็ช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นมากเลย เพราะถ้าจะให้ว่ากันจริง ๆ เราเจอเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเวลาแหละครับ
แต่ผมอยากจะเล่าถึงการสนทนาครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ผมได้นำเครื่องมือนี้ไปใช้
มันเป็นเรื่องระหว่างผมก็แฟนน่ะครับ คือว่าผมกับแฟนคนปัจจุบันคบกันมาได้แปดปีแล้ว ตั้งแต่แรกเราก็คบกันด้วยดีมาตลอด จนถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นและมันทำให้ผมสะเทือนใจมาก มันเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากในความคิดของผม (แต่เธอไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องนี้) จนถึงขั้นที่ผมคิดจะขอเลิกกับเธอเลยทีเดียว มันทำให้ผมหายหน้าไปหลายอาทิตย์ทั้ง ๆ ที่ปกติเราเจอกันทุกวัน แต่เนื่องจากผมรักเธอมาก ผมก็เลยไม่เคยถามความจริงเรื่องนี้กับเธอ แล้วเราก็คบกันต่อมาเรื่อย ๆ ถึงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราสองคนคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน แต่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ความสงสัยดังกล่าวยังคงอยู่ในใจผมตลอดมา ผมก็เลยเอาเครื่องมือนี้ไปใช้ถามความจริงจากเธอ...
ผลก็คือ เราสองคนเข้าใจกันแล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ผมกับเธอจะแต่งงานกันปลายปีนี้
และที่สำคัญ มันทำให้เรารักกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
คิดดูสิครับ ถ้าไม่ได้รู้จัก Crucial Conversations ผมก็อาจจะไม่ได้แต่งงานกับเธอ หรือถ้าแต่งไปโดยไม่ทำความเข้าใจกัน ผมก็จะต้องเก็บความสงสัยไปตลอดชีวิต และมันจะทำให้ความรักของเรามีอะไรบางอย่างมาขวางกั้นเอาไว้
หลักสูตรนี้ค่อนข้างแพงกันครับ จำไม่ได้ว่ากี่หมื่นบาท แต่ตอนนี้มีหนังสือฉบับแปลภาษาไทยออกมาแล้วครับ เพิ่งซื้อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง อ่านแล้วแปลดีใช้ได้เลย มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่อาจารย์ไม่ได้สอนในห้องด้วย ถ้าใครมีปัญหาแบบเดียวกับผม ลองหาเล่มนี้มาอ่านได้เลยครับ
328 หน้า ราคา 229 บาทครับ[/quote]
ยกตัวอย่างเรื่องการเอาไปใช้กับแฟนได้ไหมครับ