โดยส่วนตัวตั้งแต่แรกผมตั้งกรอบเวลาการลงทุนของผมไว้ 28 ปี โดยปีที่ผ่านมาก็ถือว่าผ่านมาได้ 1 ควอเตอร์แล้ว ผลตอบแทนก็ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรกมาก คือเจ็ดปีที่ผ่านมาผลตอบแทนทบต้นอยู่ที่ 39.1% ปีที่ได้ผลตอบแทนสูงที่สุดและเป็นปีเดียวที่ผลตอบแทนแพ้ตลาดคือ ปี 2546 ได้ 103.43% ปีที่ผลตอบแทนต่ำสุดคือ ปี 2547 ติดลบ 11.58% ซึ่งก็เป็นปีเดียวที่พอร์ตติดลบ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของผลตอบแทน 7 ปี อยู่ที่ 44.49%
เท่าที่สังเกตุการลงทุนที่ผ่านมาในรอบ 7 ปี ก็พบว่ามีหุ้นอยู่ไม่กี่ตัวที่ทำผลตอบแทนหลักให้พอร์ตซึ่งก็แปลว่ามีการตัดสินใจเพียงไม่กี่ครั้งที่ส่งผลทำให้พอร์ตโตขึ้นมาได้ ไล่เรียงมาก็มี SPSU TVO IRP PTTEP UEC TUF OISHI โดยที่ระยะเวลาการถือหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ปี ระยะเวลาการถือหุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณปีเศษๆ ส่วนการลงทุนหลักๆที่เสียหายไม่ประสบความสำเร็จก็มี EGCOMP ILINK TNH STANLY และจำนวนหุ้นที่ลงทุนในแต่ละช่วงเวลาอยู่ระหว่าง 2 ตัว ถึง 8 ตัว โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 ตัวโดยจะเน้นน้ำหนักหลักๆในหุ้นไม่เกิน 3 ตัว
ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าการตัดสินใจในการลงทุนแต่ละครั้งมีความสำคัญมาก ผมจะพยายามตัดสินใจให้น้อยครั้งที่สุดโดยคิดถึงการรักษาเงินต้นไว้ก่อน (กฏที่สำคัญข้อนึงคือไม่เล่นมาร์จิ้นครับ) และจะไม่ทำอะไรผลีผลามและคาดหวังผลตอบแทนที่สูงเกินจริง โดยไม่ผ่านการวิเคราะห์ทั้งทาง MACRO และ ในตัวกิจการเองอย่างระมัดระวังและอนุรักษ์นิยม รวมไปถึงจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้นด้วย ผมมีความรู้สึกว่าเจ็ดปีแรกที่ผ่านไปผลตอบแทนก็ถือว่าได้สูงกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก (ประมาณ 10-15% ทบต้น) มาก ทำให้มีความรู้สึกว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือจะต้องไม่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงเกินจริงและจะต้องไม่ประมาท ไม่เหลิงไปกับผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา
สวัสดีปีใหม่ ไม่เจ็บไม่จนครับ :8)