|0 คอมเมนต์
Jimmy เขียน:หวัดดีครับพี่วิบูลย์
ตอนนี้ราคาน้ำมันลงมาประมาณ 129 USD ผมอยากทราบมุมมองของพี่วิบูลย์เกี่ยวกับราคาน้ำมันว่าลงขนาดนี้จะลงตาม demand and supply ความต้องการใช้น้ำมันจริง ๆ หรือว่าเป็นการทำกำไรของพวกกองทุนต่าง ๆ แต่ถ้าราคาน้ำมันลงตาม demand and supply จริง ๆ และมีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น จะกระทบการทำกำไรของ PTTEP ยังไงครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
อย่างที่ผมบอกเสมอว่าราคาน้ำมันไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเป็นเท่าไหร่จริงๆ
ส่วนใหญ่ก็"เดา"กันทั้งนั้น
ผมจำได้ว่าตอนน้ำมัน 70 เหรียญ
บางสำนักบอกจะเหลือ 35 เหรียญ
บางสำนักบอกจะไป 100 เหรียญ
สุดท้ายสำนักหลังทายถูกเลยดัง
ตอนนี้เลยทำนายกันว่าจะไป 150 ถึง 200 เหรียญ
ถ้าดูกันที่ต้นทุนการผลิตน้ำมันจะพบว่า
ซาอุดิอารเบียมีต้นทุนการผลิตที่ 5 เหรียญต่อบาร์เรล
แหล่งนำ้มันดิบที่กำลังผลิตอยู่ในประเทศอื่นๆอยู่ที่ 25-30 เหรียญต่อบาร์เรล
ดังนั้นราคาน้มันที่กว่าร้อยเหรียญ
บริษัทน้ำมันและประเทศส่งออกน้ำมันเลยได้กำไรมหาศาล
แต่ถ้าดูต้นทุนการผลิตของแหล่งนำ้มันที่พัฒนาใหม่จะอยู่ที่ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรล
เพราะการก่อสร้างแพงขึ้น
การขุดเจาะยากขึ้น
ดังนั้นราคาน้ำมันในอนาคตไม่น่าต่ำกว่าต้นทุนการผลิตใหม่ๆนี้
มิฉะนั้นบริษัทน้ำมันจะหยุดผลิต ทำให้ราคาน้ำมันกลับไปจุดที่คุ้มต่อการลงทุน
ส่วนการดูว่าราคาน้ำมันตอนนี้เป็นเพราะ Demand Supply
หรือการเก็งกำไร
ให้ดูที่ข้อมูลของ EIA ของสหรัฐ
ความต้องการใช้น้ำมันของโลกอยู่ที่ 86.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะที่กำลังการผลิตอยู่ที่ 86.48 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จะเห็นว่ามีส่วนต่างน้อยมากระหว่าง Demand Supply
เพียงมีเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่มีผลต่อกำลังการผลิต
ก็เป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นทันที
ส่วนพลังงานทดแทนเช่น เอทานอล
คงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรถึงจะมาทดแทนน้ำมันได้
ทราบมั๊ยครับว่า
ถ้าเอาข้าวโพดทั้งหมดที่สหรัฐผลิตได้มาทำเอทานอล
จะทดแทนการใช้น้ำมันของสหรัฐเองได้เพียง 10%
ทราบมั๊ยครับว่า
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ล้ำหน้าที่สุดใเอเซีย
ในเรื่องของพลังงานทดแทน เช่น เอทานอล
ถึงกระนั้นเราก็ใช้เอทานอลเพียง 10-20% เท่านั้น
พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม
มีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของการใช้พลังงานทั้งหมด
ที่จะมาแทนได้ในการผลิตไฟฟ้าคงเป็นพลังงานนิวเคลียร์
แต่ก็ใช้เวลาก่อสร้างหลายสิบปี
รวมทั้งการประท้วงของกลุ่ม NGO อีก
สุดท้ายก็ต้องทำใจกับสภาพน้ำมันแพงไปอีกพอสมควรครับ
อย่างน้อยที่สุดก็หนึ่งถึงสองปีข้างหน้า