นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว ผมว่าสิ่งที่ลำบากยิ่งกว่าก็คือ ความกล้าตัดสินใจ หรือ กล้าที่จะเปลี่ยนมุมมอง เมื่อสถานการณ์ต่างๆ ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่การลงทุนนั้นอยู่ในภาวะขาดทุน หรือ สถานการณ์ต่างๆ ยังคลุมเครือ
หุ้นที่เคยถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีในช่วงก่อน หลายๆ ตัว เริ่มถูก เคลือบแคลง สงสัย และแน่นอนว่า ความไม่แน่ใจ เหล่านั้น ก็เข้าไปส่งผลกระทบกับราคาหุ้น อย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ที่เห็นพูดถึงกันบ่อยๆ ใน บอร์ดนี้ก็เช่น FANCY, OGC, GRAMMY เป็นต้น
เคยไหมครับ ที่รู้สึกว่า หุ้นตัวนี้ ไม่น่าจะดีแล้ว แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ คิดว่าราคาหุ้นมันน่าจะสูงกว่านี้ ทำให้มีความรู้สึกว่า ขายไม่ลง และในขณะเดียวกันก็ ซื้อไม่ลง เพราะรู้สึกว่าไม่ควรจะเพิ่มความเสี่ยงให้กับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป
บางครั้ง การที่เราได้ทำการวิเคราะห์หุ้นตัวใดตัวหนึ่งเป็นอย่างดี ก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราไม่กล้าขาย เพราะรู้สึกเสียดายเวลา เสียดายความพยายามที่ได้ศึกษามา รวมทั้งการไปร่วมประชุมผู้ถือหุ้น พบกับผู้บริหาร การรับเงินปันผล รายงานประจำปี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผมว่ามีผลทางจิตวิทยาทำให้คิดเข้าข้างตัวเองได้ทั้งนั้น
ผมว่า การป้องกันความเสี่ยง โดยการตัดขาดทุนตรงจุดที่เหมาะสม น่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นนะ ถึงแม้จะเป็นการลงทุนที่เราพิจารณาโดยใช้ปัจจัยพื้นฐานก็ตาม แต่จะว่าไปแล้ว เรื่องแบบนี้ มันก็ทำใจได้ยาก สำหรับผมเองนั้นตั้งแต่ซื้อหุ้นมา เคยทำสำเร็จอยู่ครั้งเดียว (กรณี CEI) ส่วนอีกหลายตัวนั้น ก็คงปล่อยให้เน่าคาพอร์ตต่อไป
