มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
-
- Verified User
- โพสต์: 307
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 1
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี โดยเฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะได้ปันผลเดือนละ 10,000+ ครับ เอาแบบความเสี่ยงต่ำๆนะครับ
ขอแบบเน้นภาคปฏิบัติเลยครับ ไม่ต้องบอกเช่นให้ไปหาหนังสืออ่าน
แล้วมีเวบไหนให้ดูผลประกอบการของพวกบริษัทเปิดใหม่ๆในตลาดหุ้นบ้าง หรือให้เลือกดูแบบเยอะๆ
ขอบคุณครับ
ขอแบบเน้นภาคปฏิบัติเลยครับ ไม่ต้องบอกเช่นให้ไปหาหนังสืออ่าน
แล้วมีเวบไหนให้ดูผลประกอบการของพวกบริษัทเปิดใหม่ๆในตลาดหุ้นบ้าง หรือให้เลือกดูแบบเยอะๆ
ขอบคุณครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1372
- ผู้ติดตาม: 0
Re: มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 2
มือใหม่มากแต่อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี ขอเน้นภาคปฎิบัติ ไม่ต้องบอกว่าให้ไปหาหนังสืออ่านkk-rich เขียน:มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี โดยเฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะได้ปันผลเดือนละ 10,000+ ครับ เอาแบบความเสี่ยงต่ำๆนะครับ
ขอแบบเน้นภาคปฏิบัติเลยครับ ไม่ต้องบอกเช่นให้ไปหาหนังสืออ่าน
แล้วมีเวบไหนให้ดูผลประกอบการของพวกบริษัทเปิดใหม่ๆในตลาดหุ้นบ้าง หรือให้เลือกดูแบบเยอะๆ
ขอบคุณครับ
บอกได้คำเดียวว่ายากครับ ขนาดพี่ๆที่อยู่มานานยังศึกษาข้อมูลเยอะมากก่อนลงทุน
ถ้าอยากเน้นภาคปฏิบัติก็ซื้อเลยครับ ลองซื้อดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่าทำไมพี่ๆหลายๆท่านจึงแนะนำมือใหม่ว่าให้ อ่าน อ่าน และอ่าน
-
- Verified User
- โพสต์: 1817
- ผู้ติดตาม: 0
Re: มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 4
ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอกครับ อยากว่ายน้ำเป็นแต่ไม่ยอมลงน้ำ ถึงเวลาก็จมสิครับkk-rich เขียน:ขอแบบเน้นภาคปฏิบัติเลยครับ ไม่ต้องบอกเช่นให้ไปหาหนังสืออ่าน
เอาเงินไปฝากธนาคารหรือไม่ก็ซื้อกองทุนพันธบัตรคงพอได้kk-rich เขียน:หรือเอาแบบผลตอบแทนต่ำๆก็ได้ครับ ซัก 2-3 พันต่อเดือน
แมงเม่าบินเข้ากลางใจ
- saleman
- Verified User
- โพสต์: 164
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 5
เมื่อเดือนที่แล้ว อยากวิ่งเพื่อออกกำลังกาย เลยไปวิ่งรอบสนามกอล์ฟ
(6 กม.) โดยตั้งใจว่าต้องวันนี้ต้องวิ่งให้ได้ 1 รอบ โดยไม่หยุดเดิน (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยวิ่งไกล ๆ แบบนี้มาก่อน)
วันแรกของการวิ่ง วิ่งไม่ครบรอบครับ ต้องเดิน
วันที่สองไปวิ่งใหม่ โดยตั้งใจว่าฉันต้องวิ่งให้ได้ 1 รอบ โดยไม่หยุดเดิน วันที่สองก็ยังไม่ครบรอบ ต้องเดิน
วันที่สาม เอาใหม่ ตั้งใจว่า วันนี้ ฉันจะวิ่งให้ได้ 1 รอบโดยไม่หยุดเดิน สุดท้ายผมก็วิ่งไม่ครบรอบอีก ต้องเดินทนอีกแหละ
วันที่สี่ ผมเลิก ตั้งใจว่าวันนี้ผมจะวิ่งให้ได้ 1 รอบโดยไม่หยุดเดิน โดยผมตั้งใจใหม่ว่าจะวิ่งไปเรื่อยๆ ครบไม่ครบไม่เป็นไรให้ได้ กม มากที่สุดก็พอ ผมก็ วิ่งไปมองวิวไป เด็ดดอกไม้ไป หันหน้ามาอีกที อ้าว ครบรอบโดยที่ไม่ต้องหยุดเดินแล้ววุ้ย และแล้ว ทุกวันนี้ผมก็สามารถ วิ่งครบรอบโดยไม่ต้องตั้งเป้าแล้วว่าผมต้องวิ่งให้ครบรอบโดยไม่ต้องหยุดเดิน เย้ ๆ !!!!!
(6 กม.) โดยตั้งใจว่าต้องวันนี้ต้องวิ่งให้ได้ 1 รอบ โดยไม่หยุดเดิน (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยวิ่งไกล ๆ แบบนี้มาก่อน)
วันแรกของการวิ่ง วิ่งไม่ครบรอบครับ ต้องเดิน
วันที่สองไปวิ่งใหม่ โดยตั้งใจว่าฉันต้องวิ่งให้ได้ 1 รอบ โดยไม่หยุดเดิน วันที่สองก็ยังไม่ครบรอบ ต้องเดิน
วันที่สาม เอาใหม่ ตั้งใจว่า วันนี้ ฉันจะวิ่งให้ได้ 1 รอบโดยไม่หยุดเดิน สุดท้ายผมก็วิ่งไม่ครบรอบอีก ต้องเดินทนอีกแหละ
วันที่สี่ ผมเลิก ตั้งใจว่าวันนี้ผมจะวิ่งให้ได้ 1 รอบโดยไม่หยุดเดิน โดยผมตั้งใจใหม่ว่าจะวิ่งไปเรื่อยๆ ครบไม่ครบไม่เป็นไรให้ได้ กม มากที่สุดก็พอ ผมก็ วิ่งไปมองวิวไป เด็ดดอกไม้ไป หันหน้ามาอีกที อ้าว ครบรอบโดยที่ไม่ต้องหยุดเดินแล้ววุ้ย และแล้ว ทุกวันนี้ผมก็สามารถ วิ่งครบรอบโดยไม่ต้องตั้งเป้าแล้วว่าผมต้องวิ่งให้ครบรอบโดยไม่ต้องหยุดเดิน เย้ ๆ !!!!!
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
L O N G
L O N G
- นักรบครบสลึง
- Verified User
- โพสต์: 11
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 6
สุดยอดครับ คุณ saleman นับถือๆ
ผมใช้เวลาศึกษาแนวทาง VI
เพื่อ"ลงทุน"ในหุ้น
เพื่อ"ลงทุน"ในหุ้น
- smart_investor
- Verified User
- โพสต์: 131
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 8
อยากได้ปันผลอย่างน้อย 10,000 ต่อเดือน ปีหนึ่งก็คือ 120,000 บาท
โดยทั่วๆไปหุ้นให้ปันผลประมาณ 5% นั่นคือต้องมีพอร์ตใหญ่ประมาณ 2.4 ล้านบาทครับ (120,000/0.05)
ถ้าเริ่มต้นด้วยเงิน 500,000 บาทและทำได้ผลตอบแทนทบต้น 20% ต่อปี ต้องใช้เวลาประมาณ 9 ปี เพื่อให้พอร์ตกลายเป็น 2.4 ล้าน (500,000*1.2^9)
อยากได้แบบความเสี่ยงต่ำๆ ไม่ต้องหาหนังสืออ่าน มันยากมาก ไม่งั้นทุกคนคงรวยกันไปหมดแล้ว อย่างที่เค้าว่ากันว่า High Risk High Return คุณอยากได้ผลตอบแทนสูงๆโดยไม่มีความเสี่ยง มันคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ความเสี่ยงนั้นเรากำจัดไม่ได้ แต่เราจำกัดมันได้โดยการเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในสิ่งที่เราลงทุน
โดยทั่วๆไปหุ้นให้ปันผลประมาณ 5% นั่นคือต้องมีพอร์ตใหญ่ประมาณ 2.4 ล้านบาทครับ (120,000/0.05)
ถ้าเริ่มต้นด้วยเงิน 500,000 บาทและทำได้ผลตอบแทนทบต้น 20% ต่อปี ต้องใช้เวลาประมาณ 9 ปี เพื่อให้พอร์ตกลายเป็น 2.4 ล้าน (500,000*1.2^9)
อยากได้แบบความเสี่ยงต่ำๆ ไม่ต้องหาหนังสืออ่าน มันยากมาก ไม่งั้นทุกคนคงรวยกันไปหมดแล้ว อย่างที่เค้าว่ากันว่า High Risk High Return คุณอยากได้ผลตอบแทนสูงๆโดยไม่มีความเสี่ยง มันคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ความเสี่ยงนั้นเรากำจัดไม่ได้ แต่เราจำกัดมันได้โดยการเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในสิ่งที่เราลงทุน
ไม่มีใครไม่เคยขาดทุน
แต่เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต
เพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นไป
แต่เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต
เพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นไป
-
- Verified User
- โพสต์: 307
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 9
ตอนนี้ผมอ่านหนังสือ เงินทองต้องใส่ใจของตลาดหลักทรัพย์จบแล้วครับ ได้รู้เกี่ยวกับการจัดPortมานิดหน่อย
ผมชอบปอดแบบที่4 ครับเป็นปอดแบบเน้นการเติบโต ระดับความเสี่ยงค่อนข้างสูง
- ระยะเวลาลงทุน 10-15 ปี
- ลงทุนหุ้น 60% แบ่งเป็นหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 30% ขนาดเล็ก 15% ต่างชาติ 15%
- ตราสารหนี้ 30%
- เงินสด 10%
- ผลตอบแทนก่อน/หลังหักภาษี 11.31%/ปี หลังปรับเงินเฟ้อ 9.31 %/ปี
เงินก้อนนี้ได้จากบุพการีครับ ผมกะเล่นแบบชิวๆครับไม่รีบร้อนมากเพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรเลย ทรัพย์สินก็ค่อนข้างมีพร้อมแล้ว สามารถเอากำไรมาลงทุนต่อได้เต็ม 100% แต่ไม่อยากเสี่ยงมากเกินไปครับ
อ่านหนังสือเกี่ยวกับ warren buffet จบไป 2-3 เล่ม และ พ่อรวยสอนลงทุน (Richdad)จบแล้วครับ ตอนนี้กำลังจะอ่านหนังสือของ ดร.นิเวศ
ผมชอบปอดแบบที่4 ครับเป็นปอดแบบเน้นการเติบโต ระดับความเสี่ยงค่อนข้างสูง
- ระยะเวลาลงทุน 10-15 ปี
- ลงทุนหุ้น 60% แบ่งเป็นหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 30% ขนาดเล็ก 15% ต่างชาติ 15%
- ตราสารหนี้ 30%
- เงินสด 10%
- ผลตอบแทนก่อน/หลังหักภาษี 11.31%/ปี หลังปรับเงินเฟ้อ 9.31 %/ปี
เงินก้อนนี้ได้จากบุพการีครับ ผมกะเล่นแบบชิวๆครับไม่รีบร้อนมากเพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรเลย ทรัพย์สินก็ค่อนข้างมีพร้อมแล้ว สามารถเอากำไรมาลงทุนต่อได้เต็ม 100% แต่ไม่อยากเสี่ยงมากเกินไปครับ
อ่านหนังสือเกี่ยวกับ warren buffet จบไป 2-3 เล่ม และ พ่อรวยสอนลงทุน (Richdad)จบแล้วครับ ตอนนี้กำลังจะอ่านหนังสือของ ดร.นิเวศ
-
- Verified User
- โพสต์: 3345
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 12
ผมอ่านหนังสือเยอะครับ และพยายามดู "สไตล์" การเล่นหุ้นของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร ผลตอบแทนจริงๆ มากน้อยแค่ไหน
แล้วประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตัวเอง กำหนดกรอบการลงทุนกว้างๆ ไว้ แล้วพยายามศึกษาหาความรู้ในกรอบกว้างๆ นั้นจนหมด
ฝึกสมาธิ และสติ โดยการเปิด market ticker ทุกวัน แต่ก้อไม่ได้ทำอะไร
ผมว่าพี่ลงทุนกับความรู้ก่อนดีกว่าครับ ในตลาดน่ะ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ควายป่า หมูป่า หมาไน เยอะแยะไปหมด จะฟันคนอื่นเขาแต่ตัวเองไม่มีดาบ
มันยังไงยังไงอยู่นะครับ :8) ...
แล้วประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตัวเอง กำหนดกรอบการลงทุนกว้างๆ ไว้ แล้วพยายามศึกษาหาความรู้ในกรอบกว้างๆ นั้นจนหมด
ฝึกสมาธิ และสติ โดยการเปิด market ticker ทุกวัน แต่ก้อไม่ได้ทำอะไร
ผมว่าพี่ลงทุนกับความรู้ก่อนดีกว่าครับ ในตลาดน่ะ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ควายป่า หมูป่า หมาไน เยอะแยะไปหมด จะฟันคนอื่นเขาแต่ตัวเองไม่มีดาบ
มันยังไงยังไงอยู่นะครับ :8) ...
-
- Verified User
- โพสต์: 1219
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 13
เห็นด้วยกับ พี่ beamy น๊ะครับ
เราคงต้องเริ่มจากหาความรู้ก่อนครับ
แล้วก็ที่ เจ้าของกระทู้ทำ ก็เป็นอีกแนวทางที่ผมว่าทำถูกแล้ว คือการถามผู้รู้ครับ(โดยเฉพาะพี่ๆในเวปนี้แหละครับ) ผมก็ใช่วิธีนี้เสริมจากการอ่าน
เพราะบางอย่างได้พูดคุยกับผู้รู้จะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นกว่าการอ่านอย่างเดียวครับ
เราคงต้องเริ่มจากหาความรู้ก่อนครับ
แล้วก็ที่ เจ้าของกระทู้ทำ ก็เป็นอีกแนวทางที่ผมว่าทำถูกแล้ว คือการถามผู้รู้ครับ(โดยเฉพาะพี่ๆในเวปนี้แหละครับ) ผมก็ใช่วิธีนี้เสริมจากการอ่าน
เพราะบางอย่างได้พูดคุยกับผู้รู้จะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นกว่าการอ่านอย่างเดียวครับ
- house
- Verified User
- โพสต์: 683
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 14
ลองถามตัวเองต่อครับผมชอบปอดแบบที่4 ครับเป็นปอดแบบเน้นการเติบโต ระดับความเสี่ยงค่อนข้างสูง
- ระยะเวลาลงทุน 10-15 ปี
- ลงทุนหุ้น 60% แบ่งเป็นหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 30% ขนาดเล็ก 15% ต่างชาติ 15%
- ตราสารหนี้ 30%
- เงินสด 10%
- ผลตอบแทนก่อน/หลังหักภาษี 11.31%/ปี หลังปรับเงินเฟ้อ 9.31 %/ปี
ทำไม ต้องหุ้น 60% ไม่ใช่ 100%
ทำไม เป็น ใหญ่ เล็ก ต่างชาติ 30 15 15?
ใหญ่ คืออะไร? เล็ก คืออะไร?
แล้วใหญ่ๆก็มีตั้งหลายบริษัท จะซื้อตัวไหน?
แล้วซื้อเมื่อไหร่ ขายเมื่อไหร่?
ของพวกนี้มันมีเหตุผลของมันอยู่ เราต้องศึกษาจนเข้าใจว่า ทำไมมันจึงเป็นอย่างนั้น ถ้าเราเข้าใจ เราก็ปรับเปลี่ยนมันได้ เพราะเรารู้ผลกระทบว่า ปรับตรงไหน จะกระเทือนตรงไหน
ลงทุนมาสี่ปี ตอนนี้ผมก็พึ่งชั้นอนุบาลครับ ยังต้องอ่านอีกเยอะ
ทำให้เต็มที่ เพื่อจะไม่เสียใจภายหลัง
-
- Verified User
- โพสต์: 347
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 16
อย่างที่คุณ beammy และคุณhouse ตอบนะครับ ถ้ายังไม่มีความรู้แต่หวังผลตอบแทนสูงตั้ง 20% เนี่ยลำบากนะครับ ผมเองเพิ่งจะเริ่มเหมือนกันปอดยังแดงอยู่เลย
ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องตามสูตรแบบที่ 4 หุ้น 100% จะได้ไหม แล้วจะซื้อตัวไหนละเนี่ย เหตุผลทำไมต้องตัวนั้น
ผมว่าให้เตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมก่อนดีกว่า โอกาสเปิดตลอดและตลาดเปิดทุกวันทำการ ดังนั้นมึความรู้พร้อมเมื่อไรค่อยลุย ลองอ่านกระทู้ตะแกรงร่อนคุณ VIB007 คลังกระทู้คุณค่า etc.
ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องตามสูตรแบบที่ 4 หุ้น 100% จะได้ไหม แล้วจะซื้อตัวไหนละเนี่ย เหตุผลทำไมต้องตัวนั้น
ผมว่าให้เตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมก่อนดีกว่า โอกาสเปิดตลอดและตลาดเปิดทุกวันทำการ ดังนั้นมึความรู้พร้อมเมื่อไรค่อยลุย ลองอ่านกระทู้ตะแกรงร่อนคุณ VIB007 คลังกระทู้คุณค่า etc.
-
- Verified User
- โพสต์: 11
- ผู้ติดตาม: 0
แค่ 20% ต่อปีเองหรือครับ
โพสต์ที่ 17
แค่ 20% ต่อปีเองหรือครับ ผมว่าน้อยไปนะสำหรับ vi
คำแนะนำจากผม..
1.หนังสือสำหรับแนว vi เล่มแรกน่าจะเป็น ตีแตก ของอ.นิเวศน์ นะครับ อ่านช้าๆให้เข้าใจว่า หุ้นตีแตก หรือ'สถานการณ์' ตีแตกมันสามารถเกิดขึ้นตอนไหน ส่วนใหญ่เรารู้เอา 'ภายหลัง' มันเกิดแล้ว แต่ก็ยังดีที่สังเกตเห็น
2.พยายามหาเวลาอ่านกระทู้บ่อยๆ ทั้งเรื่องแนว vi และในหุ้นที่เราซื้อ และสนใจจะซื้อ
3.เมื่อได้หุ้นที่จะลงแล้ว ลอง post ถามดูก็ได้จะได้คำตอบในมุมมองที่บางทีเราไม่ได้มอง
4.กำไรจากการลงทุนในหุ้น มีทั้ง capital gain (คือราคาหุ้นที่ขึ้น) กับเงินปันผล (กรณีกิจการนั้นมีนโยบายให้ปันผลมากพอ) นอกจากนี้ก็มีหุ้นปันผล วอแรนและอื่นๆ
5. ผมคิดเอาเองว่า vi หวังการเติบโตของบริษัทเป็นสัดส่วนมากกว่าเงินปันผลครับ
6. ควรลงทุนไม่เกิน 2-3 ตัวครับ เพราะ
- แค่นี้ก็ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมง ดูข้อมูลของบริษัทและองค์ประกอบอื่นที่อาจกระทบบริษัทนั้นได้อีก
- งบ 500,000 บาท พอได้สำหรับที่จะเห็นกำไรที่มีนัยสำคัญ แต่คงเป็นหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 20 บาทมั้ง ซึ่งมีเยอะครับ
- ถ้าเป็นผม ผมจะ spare ไว้ 100,000 เผื่อช้อนหุ้นที่เราจ้องไว้ แล้ววันดีคืนดีมันลงมาต่ำๆ
7. อีกวิธีคือ hands on experience สัก 3-4 เดือน จะได้จำและรู้จักสถานการณ์ต่างๆในไตรมาสรวมทั้งสถานการณ์ตีแตกที่มันผ่านหน้าเราไป แต่เราไม่รู้
- เลือกหุ้นสัก 10 ตัว ลงตัวละ 50,000 แลัวสังเกตการปปของธุรกิจ,หุ้น, การเมือง, บริษัทจดทะเบียน,ราคาหุ้นกับข่าวรูปแบบต่างๆ, เมื่อไหร่หุ้นกลุ่มนี้จะขึ้นหรือลง, vi รายไตรมาสคือยังไง, ข้อเท็จจริง vs ความเชื่อ
- อย่าลืมจดไว้ด้วยว่าอะไรทำให้เราตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้น และกลับมาดูซิว่าเราทำถูกหรือปล่าว แต่จะเหนื่อยหน่อยนะ
8. อ้อ อย่าลืมอ่านกท ธุรกิจอย่างละเอียดทั้งฉบับนะครับ มักมีข่าวดีๆในวงการธุรกิจและข่าวอื่นๆที่กระทบตลาดหุ้นเช่นข่าวการเมือง นโยบายเศรษฐกิจ
9.หุ้นถึงจะดี แต่ก่อนซื้อควรเช็คราคาก่อนว่าตอนนี้อยู่สูงหรือต่ำ ย้อนหลัง1ปี
ถ้ามันสูง 'รอ' ครับ หาข้อมูลไปก่อน ไม่ต้องซื้อสักตัว จะได้มี margin of safety หน่อย เผื่อมีเหตุการณ์อะไรทำให้มันร่วงลงมา จะได้ไม่เจ็บหนัก
"รอหุ้นให้ราคาลงมา แล้วค่อยซื้อ โดยที่ถือเงินสดไว้
ดีกว่าซื้อตอนแพงแล้วรอให้มันขึ้น เหมือนติดคุก จะออกจากคุกก็ต้องไถ่ตัวด้วยผลขาดทุน"
Good Luck ครับ
คำแนะนำจากผม..
1.หนังสือสำหรับแนว vi เล่มแรกน่าจะเป็น ตีแตก ของอ.นิเวศน์ นะครับ อ่านช้าๆให้เข้าใจว่า หุ้นตีแตก หรือ'สถานการณ์' ตีแตกมันสามารถเกิดขึ้นตอนไหน ส่วนใหญ่เรารู้เอา 'ภายหลัง' มันเกิดแล้ว แต่ก็ยังดีที่สังเกตเห็น
2.พยายามหาเวลาอ่านกระทู้บ่อยๆ ทั้งเรื่องแนว vi และในหุ้นที่เราซื้อ และสนใจจะซื้อ
3.เมื่อได้หุ้นที่จะลงแล้ว ลอง post ถามดูก็ได้จะได้คำตอบในมุมมองที่บางทีเราไม่ได้มอง
4.กำไรจากการลงทุนในหุ้น มีทั้ง capital gain (คือราคาหุ้นที่ขึ้น) กับเงินปันผล (กรณีกิจการนั้นมีนโยบายให้ปันผลมากพอ) นอกจากนี้ก็มีหุ้นปันผล วอแรนและอื่นๆ
5. ผมคิดเอาเองว่า vi หวังการเติบโตของบริษัทเป็นสัดส่วนมากกว่าเงินปันผลครับ
6. ควรลงทุนไม่เกิน 2-3 ตัวครับ เพราะ
- แค่นี้ก็ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมง ดูข้อมูลของบริษัทและองค์ประกอบอื่นที่อาจกระทบบริษัทนั้นได้อีก
- งบ 500,000 บาท พอได้สำหรับที่จะเห็นกำไรที่มีนัยสำคัญ แต่คงเป็นหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 20 บาทมั้ง ซึ่งมีเยอะครับ
- ถ้าเป็นผม ผมจะ spare ไว้ 100,000 เผื่อช้อนหุ้นที่เราจ้องไว้ แล้ววันดีคืนดีมันลงมาต่ำๆ
7. อีกวิธีคือ hands on experience สัก 3-4 เดือน จะได้จำและรู้จักสถานการณ์ต่างๆในไตรมาสรวมทั้งสถานการณ์ตีแตกที่มันผ่านหน้าเราไป แต่เราไม่รู้
- เลือกหุ้นสัก 10 ตัว ลงตัวละ 50,000 แลัวสังเกตการปปของธุรกิจ,หุ้น, การเมือง, บริษัทจดทะเบียน,ราคาหุ้นกับข่าวรูปแบบต่างๆ, เมื่อไหร่หุ้นกลุ่มนี้จะขึ้นหรือลง, vi รายไตรมาสคือยังไง, ข้อเท็จจริง vs ความเชื่อ
- อย่าลืมจดไว้ด้วยว่าอะไรทำให้เราตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้น และกลับมาดูซิว่าเราทำถูกหรือปล่าว แต่จะเหนื่อยหน่อยนะ
8. อ้อ อย่าลืมอ่านกท ธุรกิจอย่างละเอียดทั้งฉบับนะครับ มักมีข่าวดีๆในวงการธุรกิจและข่าวอื่นๆที่กระทบตลาดหุ้นเช่นข่าวการเมือง นโยบายเศรษฐกิจ
9.หุ้นถึงจะดี แต่ก่อนซื้อควรเช็คราคาก่อนว่าตอนนี้อยู่สูงหรือต่ำ ย้อนหลัง1ปี
ถ้ามันสูง 'รอ' ครับ หาข้อมูลไปก่อน ไม่ต้องซื้อสักตัว จะได้มี margin of safety หน่อย เผื่อมีเหตุการณ์อะไรทำให้มันร่วงลงมา จะได้ไม่เจ็บหนัก
"รอหุ้นให้ราคาลงมา แล้วค่อยซื้อ โดยที่ถือเงินสดไว้
ดีกว่าซื้อตอนแพงแล้วรอให้มันขึ้น เหมือนติดคุก จะออกจากคุกก็ต้องไถ่ตัวด้วยผลขาดทุน"
Good Luck ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 307
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 18
ขอบคุณสำหรับสุดยอดคำแนะนำครับ ผมก็เห็นด้วยว่าการวิเคราะห์สถานการณ์นั้นสำคัญมากจริงๆ การเล่นกับตลาดก็เหมือนกับการเล่นกับพฤติกรรมของมนุษย์ที่สุดยากจะคาดเดา คงจะใช้แค่ทฤษฎีไม่ได้ ต้องขอไปฝึกเรียนรู้ก่อน
-
- Verified User
- โพสต์: 70
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 19
เป็น มือใหม่ เหมือน กันครับ
ลงทุนมาไม่นาน แต่อาศัย อ่าน และก็ ศึกษา จากทั้งใน เว็ปนี้ ผู้รุ้หลายๆคน ให้คำแนะนำ นอกจากนี้ ยังอ่านหนังสือ สั่งสม ทั้ง ของ บัฟเฟฟต์ ดร นิเวศน์ และ ก็ หนังสือที่เขียนจาก สมาชิก ใน เว้ปนี้ ได้ความรุ้มากมาย
ผมว่ามันช่วย ให้เรา นิ่งขึ้น มี แนวคิดในการตัดสินใจอะไร อย่างเป็นระบบ และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ทำให้รุ้ได้เลยว่า มือระดับเซ๊ยน จากที่นี่ หลายๆคนก็ อ่าน อ่าน และ อ่าน ศึกษา กัน ต่อเนื่องยาวนานมากครับ อีกอย่างการคุยกับผู้รุ้ แม้เพียงสั้นๆ ก็ให้ความรุ้ได้มากมาย
ผมเชื่อว่าสุดท้ายเราจะได้ แนวทางที่เหมาะกับ เรา ในไม่ช้าครับ
ลงทุนมาไม่นาน แต่อาศัย อ่าน และก็ ศึกษา จากทั้งใน เว็ปนี้ ผู้รุ้หลายๆคน ให้คำแนะนำ นอกจากนี้ ยังอ่านหนังสือ สั่งสม ทั้ง ของ บัฟเฟฟต์ ดร นิเวศน์ และ ก็ หนังสือที่เขียนจาก สมาชิก ใน เว้ปนี้ ได้ความรุ้มากมาย
ผมว่ามันช่วย ให้เรา นิ่งขึ้น มี แนวคิดในการตัดสินใจอะไร อย่างเป็นระบบ และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ทำให้รุ้ได้เลยว่า มือระดับเซ๊ยน จากที่นี่ หลายๆคนก็ อ่าน อ่าน และ อ่าน ศึกษา กัน ต่อเนื่องยาวนานมากครับ อีกอย่างการคุยกับผู้รุ้ แม้เพียงสั้นๆ ก็ให้ความรุ้ได้มากมาย
ผมเชื่อว่าสุดท้ายเราจะได้ แนวทางที่เหมาะกับ เรา ในไม่ช้าครับ
- ch_army
- Verified User
- โพสต์: 1352
- ผู้ติดตาม: 0
มือใหม่มาก มีเงินทุน 500,000 อยากได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี
โพสต์ที่ 20
ผมแนะนำว่า ให้ลองซื้อขายหุ้นดูตามที่คุณคิดไว้แหละครับ ตามที่อ่านหนังสือมานั้นแหละ แต่เอาเงินแค่ไม่เกิน 30000 บาท ซึ่งหากใช้บัญชีอินเตอร์เน็ต ก็ค่าคอมถูกดี แล้วก็ คิดว่าไม่ต้องมีค่าคอมขั้นต่ำ
ก็ลองดูครับ พวก ตราสารหนี้อไรก็ กองทุนรวมก็ได้ครับ ก็โอเค มั่นคงด้วยครับ
ก็จะได้เข้าใจมากขึ้นว่า เล่นหุ้นเป็นยังไง ลงทุน เป็นยังไง
ได้รับรู้อารมณ์จริง ของจริง จะเข้าใจมากกว่าอ่านหนังสือธรรมดา แล้วหากว่าเกิดขาดทุนมากๆ เราจะกลับไปตั้งต้นหาความรู้เองครับ แล้วทีนี้ จะกลับมาเล่นใน พอร์ตจำลอง ของ พันทิพ หรือว่า ของ setrade ก็ได้ครับ
ผมเริ่มต้นแบบนี้เด๊ะเลยครับ ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างที่คุณต้องการเลยครับ เพราะว่า ยังไงก็ลงทุนก็ต้องลงแรงศึกษามากๆอยู่ดีครับ
ที่สำคัญคือหาวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับจิตใจ และตัวตนของเราครับ แล้วเราก็จะสบายใจ
และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้รับจากการลงทุน คือ เราต้องพยายามไม่ให้ขาดทุน ครับ รู้สึกว่า บัฟเฟต จะใช้คติทำนองนี้เช่นกัน ผมยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ว่า ผมก็จะพยายามเล่นเกมส์เฉพาะที่ผมมีโอกาสชนะมากๆ ครับ ที่เหลือเป็นแค่กองเชียร์ หรือนักวิเคราะห์ เกมส์ไปก็พอครับ เพราะว่าค่าเล่นเสียมันแพงครับ
ก็การที่เรามีความรู้จะทำให้เรามีความชำนาญพอที่จะมองออกว่าเกมส์ไหน เราถนัด เราควรลงเล่น เกมส์ไหนเราไม่ลงดีกว่า เพราะว่าเราไม่เก่งพอ ไม่ชำนาญพอ ไม่อึดพอ จิตใจของเราไม่แกร่งพอจะเล่นครับ
ผมคิดว่า ลงทุนมีหลากหลายมากครับ หากคุณเก่งจริง เล่น ออปชั่นที่มีความเสี่ยงสูงๆ ไปเลยก็ได้ครับ หรือว่าไปเทรด ข้าว ยาง ฟิวเจอร์ก็ได้ หากว่าคุณมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าคุณจะเล่นชนะในเกมส์เหล่านี้ มากกว่า 50% ครับ
แต่ 5 แสนนี่คงเอาไปลงงทุนน้ำมันกะทองคำ พวกออปชั่น ไม่ได้นะครับ เพราะต้องไปเปิดบัญชีที่เมืองนอก(แต่ไม่แน่ใจนะครับ ผมรู้ไม่เยอะจริงๆครับ)
ก็ผมว่าเราก็ช่วยกันเตือน และให้กำลังใจให้เราเล่นในเกมส์ที่เราพอจะชนะได้มากกว่าครึ่ง อย่างเวปนี้จะดีมาก เพราะว่า ยังไง ผลประกอบการที่ดี ที่ทุกคนให้คำแนะนำ ในบริษัทดีๆ ก็จะกลายเป็นโอกาสที่เราชนะเกมส์การลงทุนอยู่แล้วครับ เพราะว่า สุดท้าย บริษัทที่กำไรดี พีอีต่ำ ปันผลสูง วันนึงย่อมเป็นที่ต้องตาต้องใจ แน่นอนครับ และที่สำคัญ มันไม่ค่อยจะล้มละลาย ไม่ต้องเพิ่มทุน ไม่อะไรทั้งนั้น แต่พวก หุ้นร้อนแรง พีอีสูงลิบ กำไรยังหาไม่เจอ แต่ว่าป่นทีหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ หากคุณเก่ง ก็ลองดูครับ ผมลองแล้วเข็ด ผมขอยอมแพ้ครับ เรพะว่าผม อ่านไม่ออกจริงๆ ว่า เกมส์นี้ผมมีโอกาสเท่าไร ไม่เหมือนการเลือกลงทุนในสิ่งที่เรารู้ดีสุดๆ มีแต่แต้มต่อครับ โอกาสเสียต่ำ ทำใจลงทุนได้นานด้วยครับ
ก็ลองดูครับ พวก ตราสารหนี้อไรก็ กองทุนรวมก็ได้ครับ ก็โอเค มั่นคงด้วยครับ
ก็จะได้เข้าใจมากขึ้นว่า เล่นหุ้นเป็นยังไง ลงทุน เป็นยังไง
ได้รับรู้อารมณ์จริง ของจริง จะเข้าใจมากกว่าอ่านหนังสือธรรมดา แล้วหากว่าเกิดขาดทุนมากๆ เราจะกลับไปตั้งต้นหาความรู้เองครับ แล้วทีนี้ จะกลับมาเล่นใน พอร์ตจำลอง ของ พันทิพ หรือว่า ของ setrade ก็ได้ครับ
ผมเริ่มต้นแบบนี้เด๊ะเลยครับ ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างที่คุณต้องการเลยครับ เพราะว่า ยังไงก็ลงทุนก็ต้องลงแรงศึกษามากๆอยู่ดีครับ
ที่สำคัญคือหาวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับจิตใจ และตัวตนของเราครับ แล้วเราก็จะสบายใจ
และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้รับจากการลงทุน คือ เราต้องพยายามไม่ให้ขาดทุน ครับ รู้สึกว่า บัฟเฟต จะใช้คติทำนองนี้เช่นกัน ผมยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ว่า ผมก็จะพยายามเล่นเกมส์เฉพาะที่ผมมีโอกาสชนะมากๆ ครับ ที่เหลือเป็นแค่กองเชียร์ หรือนักวิเคราะห์ เกมส์ไปก็พอครับ เพราะว่าค่าเล่นเสียมันแพงครับ
ก็การที่เรามีความรู้จะทำให้เรามีความชำนาญพอที่จะมองออกว่าเกมส์ไหน เราถนัด เราควรลงเล่น เกมส์ไหนเราไม่ลงดีกว่า เพราะว่าเราไม่เก่งพอ ไม่ชำนาญพอ ไม่อึดพอ จิตใจของเราไม่แกร่งพอจะเล่นครับ
ผมคิดว่า ลงทุนมีหลากหลายมากครับ หากคุณเก่งจริง เล่น ออปชั่นที่มีความเสี่ยงสูงๆ ไปเลยก็ได้ครับ หรือว่าไปเทรด ข้าว ยาง ฟิวเจอร์ก็ได้ หากว่าคุณมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าคุณจะเล่นชนะในเกมส์เหล่านี้ มากกว่า 50% ครับ
แต่ 5 แสนนี่คงเอาไปลงงทุนน้ำมันกะทองคำ พวกออปชั่น ไม่ได้นะครับ เพราะต้องไปเปิดบัญชีที่เมืองนอก(แต่ไม่แน่ใจนะครับ ผมรู้ไม่เยอะจริงๆครับ)
ก็ผมว่าเราก็ช่วยกันเตือน และให้กำลังใจให้เราเล่นในเกมส์ที่เราพอจะชนะได้มากกว่าครึ่ง อย่างเวปนี้จะดีมาก เพราะว่า ยังไง ผลประกอบการที่ดี ที่ทุกคนให้คำแนะนำ ในบริษัทดีๆ ก็จะกลายเป็นโอกาสที่เราชนะเกมส์การลงทุนอยู่แล้วครับ เพราะว่า สุดท้าย บริษัทที่กำไรดี พีอีต่ำ ปันผลสูง วันนึงย่อมเป็นที่ต้องตาต้องใจ แน่นอนครับ และที่สำคัญ มันไม่ค่อยจะล้มละลาย ไม่ต้องเพิ่มทุน ไม่อะไรทั้งนั้น แต่พวก หุ้นร้อนแรง พีอีสูงลิบ กำไรยังหาไม่เจอ แต่ว่าป่นทีหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ หากคุณเก่ง ก็ลองดูครับ ผมลองแล้วเข็ด ผมขอยอมแพ้ครับ เรพะว่าผม อ่านไม่ออกจริงๆ ว่า เกมส์นี้ผมมีโอกาสเท่าไร ไม่เหมือนการเลือกลงทุนในสิ่งที่เรารู้ดีสุดๆ มีแต่แต้มต่อครับ โอกาสเสียต่ำ ทำใจลงทุนได้นานด้วยครับ