ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 1

โพสต์

รูปภาพ

มาเตรียมตัวและกระเป๋าสตางค์ไปดูละครกัน

จากวรรณกรรมอมตะของเสปนที่เป็นหนึ่งในสิบหนังสือที่โลกยกย่องให้อ่าน
ดอนกีโฮเต้ ของ  มิเกล เดอ เซอร์วานเต้  มาเป็นละครเพลง
ที่นำกลับมาเล่นอีกครั้ง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ( Don Quixote : Man of La Mancha)

เคยดูตั้งแต่เป็นภาพยนตร์ยุคเก๋าที่ ปีเตอร์ โอทูล เล่น
ยืนตัวผอมเปล่งเสียงร้องเพลง To Dream, The Impossible Dream
ต่อหน้า อัลดอนซ่าที่แสดงโดย โซเฟีย ลอเร็น (ฮืมม์ ขอโทษ หน้าอกเธอสวยมาก)
(เชื่อมั้ย  กลายเป็นเพลงโปรดของปัญญาชนยุคนั้น
ที่ผลักดันให้เข้าป่าหาอุดมการณ์เชียวล่ะ)

เคยดูเป็นละครเวทีของคณะ 28 ที่น้าหง่าว ยุทธนา มุกดาสนิท
และ พี่ป้อม รัศมี เผ่าเหลืองทอง ที่ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด
ในการสรรค์สร้างและบรรจง  ลงโรงที่โรงละครแห่งชาติ
ตั้ว ศรัญญู วงศ์กระจ่างเล่นสลับรอบเป็นอัศวินกับจรัล มโนเพ็ชร
(เจ้าของบทเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน)
มีนรินทร ณ บางช้าง เปล่งเสียงร้องเป็นโสเภณีแจ้งเกิดอย่างยอดเยี่ยมมาก

ทั้งหมดคือเรื่องราวที่ผ่านไปกับกาลเวลาเมื่อยี่สิบปีมาแล้ว
(สังเกต ปี พ.ศ.ที่คณะละครตั้งขึ้น ละครเรื่องแรกคือ กาลิเลโอ
เคยเล่ามาบ้างแล้ว สู่ฝันฯ เริ่มเล่นประมาณปี 30)

กลับมาปี 51 ล่วงรู้มาว่า เจมส์ ข้าวมันไก่  (เรืองศักดิ์  ลอยชูศักดิ์)
นักร้องหนุ่มหน้าหยกมารับบทเป็น อัศวินผู้เฒ่า ดอนกีโฮเต้
อันเป็นวาระที่ท้าทายยิ่งนัก เพราะเป็นความฝันของเหล่าศิลปิน
ที่ครั้งหนึ่งจะเข้าถึงบทบาททองอันมีไม่บ่อยนัก

สำหรับเพื่อนๆที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวมาก่อน
จะขอเล่าให้ฟังคร่าวๆโดยไม่สปอยล์เนื้อหา

ดอน กีโฮเต้ คือ เรื่องราวของผู้เฒ่าคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ในวิถีของอัศวิน
วันๆหมกมุ่นอยู่กับการอ่านเรื่องโรแมนซ์และฝันเฟื่องถึงแต่เรื่องการสู้รบ
ปราบอริราช เหล่าอธรรม์ทั้งหลาย  จนในที่สุด ความฝันได้สุกงอม
ชายผู้เฒ่าออกจากบ้านพร้อมคนรับใช้อ้วนเตี้ย
ดำเนินวิถีชีวิตเยี่ยงอัศวินที่ฝันถึงอย่างภาคภูมิ
ใส่เสื้อเกราะ และเตรียมศัตราวุธพร้อมพรัก
(คือบรรดาเศษผ้าและภาชนะเครื่องครัวเก่าๆซอมซ่อ)
วิ่งรี่เข้าปราบศัตรูร้ายหมายเลขหนึ่ง (คือกังหันลมที่หมุนติ้ว)  
เข้าไปพักในพระราชวังแห่งหนึ่ง (คือซ่องข้างทาง)
และได้เจอเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ "ดัลซิเนีย "ผู้เป็นนางคู่ใจของอัศวิน
(คืออัลดอนซ่า โสเภณีกร้านโลกประจำซ่อง)
แล้ววิถีการผจญภัยของ ดอนกีโฮเต้ ผู้เพ้อพกก็ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน
อย่างไม่เคยย่อท้อต่อภารกิจและปฎิญาณอัศวินบนสังขารที่อ่อนเปลี้ย
ท่ามกลางการเฝ้ามองอย่างฉงนของคนรอบข้างว่า
นี่คือคนบ้าสุดขั้วที่หลุดมาจากขุมไหน
จนกระทั่งวันหนึ่งอัศวินผู้เฒ่าตื่นขึ้นมา  
รำลึกได้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเอ่ยนอกจากคนแก่ที่กำลังรอปลิดขั้ว....

แต่ในภวังค์ฝันเฟื่องระหว่างที่สวมบทบาทอัศวินต่างหากล่ะ
ที่กระตุกมโนธรรมสำนึก ชั่วดีของมนุษย์ให้ตื่นขึ้นมา
พร้อมกับความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งปวง
ที่จะโอบอุ้มความเหนื่อยอ่อนของมนุษยชาติ
ที่จะยอมร่วมทนทรมานไปกับความทุกข์ยากของผองชน
ที่จะฝันสุดไกล (แม้ไปไม่ถึง)เพื่อโลกใหม่ของทุกคน


นี่คือบทคัดย่อของละครเพลงเรื่องนี้ที่อยากจะเชิญชวนให้ทุกคนไปชม
แล้วมาช่วยกันตอบว่า คนบ้าคือใคร

คนที่กล้าฝันถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ฤาคือ คนบ้า
คนที่ก้าวออกจากนอกกรอบเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริง ฤาคือคนบ้า
คนที่ดำเนินชีวิตในวิถีที่ควรจะเป็น มากกว่าปล่อยให้เป็นไป ฤาคือคนบ้า



ไปร่วมค้นหาคนบ้าใน ดอนกิโฮเต้ : Man of La Mancha
หรือพากย์ไทย  สู่ฝันอันยิ่งใหญ่
ที่รัชดาลัย เธียเตอร์ เร็วๆนี้  
(บัตรคงสมราคากับความยิ่งใหญ่ของละคร 500-1,300 บาท)
เปิดแสดงทั้งหมด 13 รอบ เริ่ม 13 มิ.ย. แสดง อังคาร-พฤหัส  
ละครคงยาวประมาณ 3 ชั่วโมง ทำไมไม่แสดงวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่รู้

นัดกันไปดูก็ดีนะ รอบ VI จะได้เสวนาก่อนและหลังละครจบ

บางที   อาจจะเจอ คนบ้าที่แฝงอยู่ในตัวเราเองก็ได้
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 2

โพสต์

นิยายที่ยิ่งใหญ่และให้แรงบันดาลใจมากที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา
ไม่แปลกเลยที่ผมอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง
ผมมาเจ็บใจตอนที่ต้องอ่านวิจารณ์แล้วค่อยรู้เรื่อง
ตีความมาได้มากอีกหน่อย
แต่ก็ไม่กล้ากลับไปอ่านอยู่ดีแหละครับ
ถ้าอ่านแล้วยังต้องไปอ่านวิจารณ์
ผมไม่แน่ใจว่าคนวิจารณ์จะเก่งกว่าผมหรือเปล่า
แต่ถ้าพี่กูรู ยอมอธิบายให้ฟัง
อย่างนี้จึงจะเชื่อได้
เพราะผมว่าเรื่องนี้พี่กูรูเก่งกว่าผมมากมายนัก...
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 3

โพสต์

The Impossible Dream

"To dream the impossible dream
To fight the unbeatable foe
To bear with unbearable sorrow
To run where the brave dare not go

To right the unrightable wrong
To love pure and chaste from afar
To try when your arms are too weary
To reach the unreachable star

This is my quest
To follow that star
No matter how hopeless
No matter how far

To fight for the right
Without question or pause
To be willing to march into Hell
For a heavenly cause

And I know if I'll only be true
To this glorious quest
That my heart will lie peaceful and calm
When I'm laid to my rest

And the world will be better for this
That one man, scorned and covered with scars
Still strove with his last ounce of courage
To reach the unreachable star"
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 4

โพสต์

เวอร์ชั่นภาษาไทยที่คุ้นหูและคุ้นเคยครับ โดยท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ส่วนทำนองเป็นพระราชนิพนธ์ของในหลวงของเราครับ

ความฝันอันสูงสุด

"ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง

จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป

นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน

โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย"
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 5

โพสต์

por_jai เขียน:นิยายที่ยิ่งใหญ่และให้แรงบันดาลใจมากที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา
ไม่แปลกเลยที่ผมอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง
ผมมาเจ็บใจตอนที่ต้องอ่านวิจารณ์แล้วค่อยรู้เรื่อง
ตีความมาได้มากอีกหน่อย
แต่ก็ไม่กล้ากลับไปอ่านอยู่ดีแหละครับ
ถ้าอ่านแล้วยังต้องไปอ่านวิจารณ์
ผมไม่แน่ใจว่าคนวิจารณ์จะเก่งกว่าผมหรือเปล่า
แต่ถ้าพี่กูรู ยอมอธิบายให้ฟัง
อย่างนี้จึงจะเชื่อได้
เพราะผมว่าเรื่องนี้พี่กูรูเก่งกว่าผมมากมายนัก...
พี่ท่านถ่อมตัวอีกแล้ว
พี่พอใจเป็นหนึ่งใน "ความฝัน สุดใจคว้าจะเอื้อมถึง"
ของหลายๆคนในเวปทีเดียว
แต่พี่ดีกว่าตรงที่ เอื้อมที่ แตะถึงและเข้าถึง ได้

คุณ ayethebing
มีบทแปลเป็นเพลง ความฝันอันสูงสุด มาเปรียบเทียบด้วย ดีจัง

กูรูเลยเอาเนื้อเพลงร้องในละครคราวที่แล้วมาเทียบอีก
คำอาจจะสั้นๆห้วนๆแต่ก็ได้อารมณ์อีกแบบ ตามนี้เลย
อ้อ...ลืมบอกไป ประพันธ์ด้วยครูชาลี อินทรวิจิตร


สุดมือ เอื้อมคว้าข้าจะฝัน
กล้าหาญ รานรบอริร้าย
ชีวิต จะปลิดปลดมิลดละง่าย
จะไป ถิ่นอันคนกล้ายังถอย

อะไร ชั่วแท้จะแก้ไข
อันไหน ถ้าใจรักสลักร้อย
แรงน้อย เหนื่อยอ่อนสู้มิรู้ถอยดั่ง
ใจหวัง จะลอยลิบหยิบดาว

จะไกลแค่ไหน ไม่เคยสิ้นหวัง
จะไม่มีหยุดยั้ง พลังฝันอันเร่งเร้า
ไม่ลังเลและขลาดเขลา
สู่เป้าหมายอันใฝ่หา

อาจจะล้มเซถลามากี่ครั้งก็ยังรักยุติธรรม...
สิ่งดีงามจะค้ำจุนโลกไว้
ตายแล้วยังนอนตาหลับ
โลกจะดีกว่านี้ควรต้อนรับ ประทับใจทุกคนได้..

ผู้ทนง เท่านั้นจึงจะมี
บาดแผลนี้ ถี่เป็นแถวแนวเลือดไหล
ความหวังที่ตั้งมั่นคือความฝันใฝ่
โลกจะสวย..ด้วยความฝันบินสู่..ฟ้า


สำหรับผู้ที่อยากดูตัวอย่างพอเป็นน้ำย่อย
ลองดูฉบับเกาหลีแล้วกัน ตามเวปนี้
Man of La Mancha Korean Cast]
ดูแล้วก็ตื่นเต้นตระการตา คนเล่นเป็น Sancho เด็กรับใช้ ตุ้งติ้งน่ารักดี
เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นละครซ้อนละคร เกิดขึ้นในคุกนักโทษเตรียมประหาร
ที่ผู้ประพันธ์ถูกจองจำรอเวลา
ก็เอาคนคุกเหล่านั้นแหละมาสวมบทบาทเล่นเป็นตัวละครต่างๆอีกทอดหนึ่ง

ตอนจบ ผู้ประพันธ์(คือคนเล่นเป็นตาแก่ดอนกีโฮเต้)
ถูกขานชื่อนำเข้าสู่ลานประหาร
ขณะก้าวขึ้นบันไดจากห้องขังขึ้นไป
นักโทษทั้งหมดก็ร้องเพลงสรรเสริญส่งขึ้นสวรรค์
ด้วยเพลง The Impossible Dream
ขนลุกมาก....

ชะอุ้ย ว่าจะไม่สปอยล์แล้วเชียวนะ
hyde
Verified User
โพสต์: 9
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ไปร่วมค้นหาคนบ้าใน ดอนกิโฮเต้ : Man of La Mancha
หรือพากย์ไทย  สู่ฝันอันยิ่งใหญ่
ที่รัชดาลัย เธียเตอร์ เร็วๆนี้  
(บัตรคงสมราคากับความยิ่งใหญ่ของละคร 500-1,300 บาท)
เปิดแสดงทั้งหมด 13 รอบ เริ่ม 13 มิ.ย. แสดง อังคาร-พฤหัส  
ละครคงยาวประมาณ 3 ชั่วโมง ทำไมไม่แสดงวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่รู้


รบกวนพี่กูรู ช่วยแจ้ง รายละเอียดเพิ่มเติมอีกสักนิดได้ไหมคะ

อย่างเช่น ข้อมูลการเปิดจองบัตรวันที่เท่าไหร่  หรือว่าเว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้อง

หรือว่าจองที่ thaiticketmaster คะ
นัดกันไปดูก็ดีนะ รอบ VI จะได้เสวนาก่อนและหลังละครจบ
แล้วพี่ๆใน เวปนี้ จะมีใครไปบ้างคะ
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 7

โพสต์

ลอกมาจาก กรุงเทพธุรกิจ เซคชั่นจุดประกาย วันนี้
หมายเหตุ : ละครสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ โปรดักชั่นของบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ
ร่วมกับคณะละครสองแปด เปิดแสดงทั้งหมด 13 รอบ
เริ่มวันที่ 13 มิถุนายน 2551 แสดงวันอังคาร-พฤหัส
บัตรราคา 500 -3,000 บาท (บัตรราคา 1,000 ขึ้นไป ลด 200 บาททุกที่นั่ง)
เริ่มขายบัตรตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2551
ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 02-262 3456
ที่บอกราคาบัตรตอนแรกผิดไปตั้งหลายร้อยหลายพัน (500-1,300 บาท)
ขอโทษด้วยคร้าบ ตาลาย  :roll:
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 8

โพสต์

เฮอ...เจอราคาบัตร 500 - 3000 บาท
หลายคนยอมไม่ค้นหา คนบ้า ดีกว่า
กูรูก็เริ่มขอค้นหาคนบ้าแบบถูกๆตามฉบับ VI

เผอิญในบล็อคส่วนตัว มีเจ้าของเรื่องเปิดไปเจอและเข้ามาตอบ
น่าจะเป็นคุณน้าผู้กำกับ มาแจ้งว่า ทำไมบัตรถึงแพงนักหนา
นี่ลิ้งค์ไปยูทูปโปรโมขั่นเวอร์นี้ที่เจมส์ร้องครับ

ผมว่าใช้ได้เลยทีเดียวแหละ

http://www.youtube.com/watch?v=h2r05KwgG1Q

โดย: คอละครเวที IP: 58.64.123.75 19 เมษายน 2551 1:30:00 น.  
ปล.ทีเรียกป้อมเรียกว่า พี่

เรียกยุทธนา เรียกว่า น้า

ป้อมเขาแก่กว่าผม 2 ปีนะครับ อิอิอิ

โดย: คอละครเวที IP: 58.64.123.75 19 เมษายน 2551 1:47:34 น.  

ฮืมม์ น้าเข้ามาตอบเองเลยหรือเนี่ย
ว่าแต่ว่าบัตรทำไมแพงจัง ไม่ใช่ข้างบนที่เขียนนะ
ไปดูใหม่ 500-3,000 บาท
แถว 500 นี่ ต้องเอากล้องส่องม้าไปด้วยหริอเปล่า
สงสัยงวดนี้จะอด..ว้า

โดย: กูรูขอบสนาม  19 เมษายน 2551 6:26:13 น.  

ครับ....ผมก็ว่าแพงไป

แต่ทาง28 และผมไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคาบัตรอ่ะครับ
มันเป็นราคามาตรฐานของลครเพลงที่เล่นที่นี่ทุกเรื่อง
ประกอบกับฝรั่งมันคิดค่าลิขสิทธ์เป็นเปอร์เซนต์สูงต่อรอบในทุกรอบครับ
ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เคยเอามาทำ
มันคิดเหมาในราคาถูก จำได้ว่าไม่เกิน10000 us.$

แต่ไม่ต้องห่วงว่าบัตรราคาถูกจะไกลไปนะครับ โรงเขาไม่ใหญ่
เล็กว่าโรงลครแห่งชาติมาก ใหญ่กว่าเฉลิมกรุงหน่อยเดียว.....
แล้วเห็นเขาลดราคาบัตรด้วย สงสัยไม่ค่อยมีคนจอง อิอิอิ
นั่งแถวหลังสุดก็ยังเห็นชัดครับ

ปล.ตกลงจะเรียกผมว่าน้าจิงๆเหรอ...ผมอ่อนกว่าป้อมจริงๆนา 55555

โดย: คอละครเวที IP: 58.64.123.75 19 เมษายน 2551 7:23:36 น.  
เออ...ไม่รู้มาตรฐานละครเพลงของฝรั่ง
สงสัยจะประมาณประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือญี่ปุ่นแน่ๆ
hyde
Verified User
โพสต์: 9
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 9

โพสต์

อืม..บัตรแพงจิงๆอ่ะ

แต่ว่าก็อยากดู  ขอเป็นราคากลางๆละกัน

เคยไปดูแบบติดขอบเวที เหอๆ เห็นนักแสดงชัดค่ะ

แต่ว่า ถ้านักแสดงเค้าแสดงแบบว่า สามารเดินได้ทั่วโรง

อยู่ด้านหน้าก็ไม่ไหวค่ะ
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

Re: ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 10

โพสต์

เคยดูตั้งแต่เป็นภาพยนตร์ยุคเก๋าที่ ปีเตอร์ โอทูล เล่น
ยืนตัวผอมเปล่งเสียงร้องเพลง To Dream, The Impossible Dream
ต่อหน้า อัลดอนซ่าที่แสดงโดย โซเฟีย ลอเร็น (ฮืมม์ ขอโทษ หน้าอกเธอสวยมาก)
(เชื่อมั้ย  กลายเป็นเพลงโปรดของปัญญาชนยุคนั้น
ที่ผลักดันให้เข้าป่าหาอุดมการณ์เชียวล่ะ)
เออ...ขออนุญาตเข้ามาขยายความอีกนิดเดียวครับ
ไปโพสที่อีกเวปย่อย  ถูกซักถามว่า  
หนังหรือเพลงเรื่องนี้มันมีอิทธิฤทธิ์อหังการ์เพียงใด
ถึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนเข้าป่ายุคหนึ่งเชียวหรือ

เลยต้องรีบมาอธิบาย ไม่งั้นจะเลยเถิดไปกันใหญ่
แม้ใน VI จะไม่มีใครสงสัย
แต่ก็ต้องเข้ามารับผิดชอบกับข้อเขียนของตัวเอง
เลยขอเรียนชี้แจงดังนี้

กูรูจะย้อนกลับไปสมัยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้ามาฉายในบ้านเรา
พากย์ไทยว่า"ฝัน" ประมาณ ปี 2515 หรือ 2516 ถ้าจำไม่ผิด
(น่าจะก่อน 14 ตุลาคม 2516)
กูรูยังโตไม่ทัน แต่มีพี่ๆคนรู้จักอยู่ในวัยนักศึกษาร่วมแสวงหาเหมือนกัน

ช่วงนั้นมีหนังฝรั่งดีๆเยอะมาก ที่ฉุกและจุดประกายความคิด นอกเหนือจาก  "ฝัน"  เช่น

Francesco and Claire หรือ Brother Sun, Sister Moon
เรื่องของนักบุญ St. Francis (มีตัวตนจริง)
ที่เคยเป็นหนุ่มหล่อ รวย เจ้าสำราญที่วันๆมีแต่ชีวิตไร้สาระ
ไปเข้าร่วมสงครามการรบ เห็นความตายต่อหน้าต่อตา
เมื่อกลับถึงบ้านก็เปลี่ยนทัศนะคติ ต้องการหาคำตอบอันหลุดพ้น
โดยเริ่มเข้าทางทางธรรม ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจบวชเป็นบาทหลวง
แล้วไปใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยกับคนยากจน คนโรคเรื้อน
มีความสุขในบั้นปลาย ในการสั่งสอนและเทศนาผองชน
ทว่า ยิ่งใหญ่ขนาดจักรพรรดิลงมาก้มเท้าจุมพิต
(เรื่องเกิดในโรมัน ประมาณนั้น)
บทภาพยนตร์และคำพูดยอดเยี่ยมมาก เพื่อนๆลองเปิดยูทูบหาชื่อเรื่อง
Brother Sun , Sister Moon ยังพอมีอยู่
หนังเรื่องนี้มีอทธิพลกับบรรดาฮิปปี้สมัยนั้นอย่างแรง
ถึงกับชวนกันออกเดินธุดงค์ แสวงหาความจริงเป็นการใหญ่

โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล
มาจากหนังสือชื่อดังของ ริชาร์ด บาค
พูดถึงชีวิตนกนางนวลตัวเองที่แหวกฝูงนก ปฏิบัติการผิดประเพณี
ด้วยการเรียนรู้ที่จะบินวับหายไปกับจักรวาล
แทนที่จะจะเสาะหาอาหารกินตามท่าเรือเยี่ยงบรรพชนนก
ทั้งเรื่องมีแต่นกนางนวลบินไปบินมาตลอด
ผู้กำกับสามารถกำกับให้นกเอียงคอไปมาน่ารักดี
เพลงเพราะมากๆ และเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักแต่งเพลงรุ่นหลังๆหลายคน
เช่น "Be" "Sky Bird" "Dear Father" Lonely Looking Star"

หนังรักบางเรื่องก็จัดอยู่ในกลุ่มที่สร้างแรงบันดาลใจนี้เช่นกัน
"The Way We Were" ที่ บาร์บาร่า สไตร์แซนด์
เล่นเป็นแอคตีวิทส์สาวผู้ยึดมั่นอุดมการณ์
ตกหลุมรักกับผู้ชายแสนธรรมดาคนหนึ่ง
ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลาง Elite เสรีชนคนธรรมดา
(แสดงโดยน้าโรเบิร์ต เร็ดฟอร์ด หล่อแค่ไหนนึกถึงแบรด์ พิทท์ ตอนนี้)
ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถดำเนินเส้นทางเดียวกันได้
ก็ต้องขอแยกทางออกมาเป็น "สุดทางรัก"
เพลง The Way We Were เลยเป็นเพลงประจำตัวของ บาร์บาร่า ไปเลย

และหนังกึ่งตลกบางเรื่อง ก็คือ Paper Chase ภาษาไทยว่า "เรียนแหลก"
พูดถึงชีวิตนักศึกษาใน Ivy League (รู้สึกจะเป็นฮาวาร์ดหรือพรินซตัน)
ที่แข่งกันเรียนเป็นบ้าเป็นหลัง พระเอกของเราก็เช่นกัน  
ถึงกับต้องเปิดห้องในโรงแรมติวหนังสืออย่างเดียวเพราะอยู่ในคณะไม่ได้
แต่พระเอกมีวิธีเรียนแบบพินิจพิเคราะห์อย่างถ่องแท้และเข้าถึงแก่นวิชาจริงๆ
หลังจากได้เกรด A แล้ว ก็พับใบคะแนนเป็นจรวดปลิวว่อนอย่างสะใจ
(อันนี้ สุดท้ายได้กระดาษแผ่นเดียวเหมือนกันนะ
แต่กว่าจะได้ก็ผ่านการทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจมากมาย)

ยังมีอีกหลายเรื่องครับ

ที่เขียนขึ้นมาเพื่อบอกเล่าบรรยากาศของแวดวงปัญญาชน นักศึกษายุคนั้น
ที่เริ่มตื่นตัวจาก "ฉันจึงมาหาความหมาย" สู่  "เราไม่เหงา เราไม่ซึม เราไม่เซื่อง"

มาถึงเรื่อง "ฝัน" ทั้งเพลงและทั้งเนื้อหา
มันช่างเข้ากับความฝันยุคโรแมนติคของคนหนุ่มสาวสมัยนั้นมาก
ทุกคนอึดอัดกับบรรยากาศที่ปิดกั้นทั้งทางวิชาการและการเมือง
พอมีอะไรที่มาปลดปล่อยคล้อยตามได้ก็รู้สึกว่า "ใช่" ทันที
คนกลุ่มหนึ่งจึงชอบและหลงใหลเรื่องนี้เป็นนักเป็นหนา
(กูรูยังไม่ได้ดูนะครับช่วงนั้น มาดูตอนหลังถึงค่อยๆซาบซึ้ง)

ถามอาจารย์ นักศึกษาสมัยนั้นดูซิครับ ว่ายังชอบและร้องเพลง
To Dream , The Impossible Dreamได้หรือไม่

เป็นเพลงโปรดของ ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ที่กูรูนับถืออย่างสูง
เป็นเพลงโปรดของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
เป็นเพลงโปรดของ กวีซีไร้ต จิระนันท์ พิตรปรีชา
และเป็นเพลงโปรดของอีกหลายๆคนที่ไม่เคยประกาศออกมา
(ทั้ง 3 คนเคยบอกแล้วว่าชอบเพลงนี้)

เผอิญกลุ่มคนในผู้โปรดเพลงนี้ ไปผจญภัยในราวป่าด้วย
ก็คือไปแสวงหาความฝันที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับอัศวิน ดอนกีโฮเต้
ที่จะทวงคืนความยุติธรรม์ให้กับมนุษยชาติ

(อ้อ  อาจารย์รังสรรค์ ไม่ได้ไปผจญภัยในราวป่ากับพวกเขาด้วยนะครับ )

ก็เลยเปรียบเปรยว่า หนังเรื่องนี้ ฉุดประกายความคิดให้คนนึกถึง
พลังความบ้าที่สามารถแปรเปลี่ยนและขับเคลื่อนโลกได้

ขอยกตัวอย่างที่ใกล้เข้ามานิดหนึ่งคือ หนังเรื่อง JFK
โดยลักษณะของเนื้อหนังและบทสนทนาที่พูดเยอะมาก
และต้องติดตามตลอดในแต่ละจุดๆที่ขยายความออกมา
ปมสังหารที่ถูกแก้ทีล่ะเปลาะๆ ทำให้คนดูค่อยๆถลำลึกเข้าไป
เหมือนอยู่ในเหตุการณ์วันลอบสังหารประธานาธิบดี เคนเนดี้

ถ้าฉายในวาระปกติ รับรอง หนังเรื่องเรียบร้อยแน่
พอ 4 วันอันตรายเสร็จ ต้องถูกถอดโปรแกรมออก
แต่เพราะเข้ามาฉายในช่วง เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535
ขณะที่ ถ.ราชดำเนินกำลังคุกรุ่นด้วยกระแสการเรียกร้องถามหาความจริง

จึงไม่แปลกที่คนดูหนัง JFK จบ หลายคนก็รีบตรงรี่ไปที่ ถนนราชดำเนิน
เพื่อตะโกนถามหาความจริงที่ถูกปิดบังด้วยสื่อทุกชนิด

อยากจะเล่าอีกเรื่องคือ Antigone ฉบับที่เล่นในโรงละครฝรั่งเศส
สมัยที่ปารีสถูกยึดโดยพวกนาซี ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
(พวกเรารู้จักในละครดัดแปลงชื่อ อันตราคนี เล่นที่ธรรมศาสตร์)

เนื้อเรื่องค่อนข้างซับซ้อน ตัวละครเยอะ ชื่อภาษากรีก เรียกยากๆ
แต่สรุปสั้นๆก็คือตัวเอกของเรื่องคือ Antigone (อ่าน แอนตี้โกเน่)
ยอมเป็นขบถต่อกฏเกณฑ์ของบ้านเมือง
ด้วยความเชื่อมั่นในอุดมคติส่วนตัว
ถึงกับประกาศลั่นประมาณว่า

"ถ้าให้ฉันหายใจด้วยจมูกเพียงรูเดียว
แล้วเที่ยวบอกทุกคนว่าช่างเป็นลมหายใจที่หอมสดชื่นเสียเหลือเกิน  
ฉันขอกลั้นใจตายดีกว่า"


ความหมายที่เปรียบกระทบไปถึงชาวปารีสขณะนั้นก็คือ
ขอยอมตายไปกับเกียรติยศเต็มภาคภูมิของคนฝรั่งเศส
ดีกว่าจะทนมีชีวิตอยู่ใต้อุ้ง(xx)ทรมานของเหล่านาซี

พอละครจบเท่านั้น คนชมทุกคนซึ่งเป็นคนฝรั่งเศสลุกขึ้นยืนปรบมิอกราวใหญ่
น้ำตาซึม บางคนถึงกับนองหน้า  ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
เพราะทหารนาซีถือปืนยืนคุมเชิงในโรงละครทุกจุด

บางครั้งในบรรยากาศที่ถูกปิดหู ปิดตา ปิดปากจนแทบจะสิ้นลมหายใจ
มีเพียงเพลงหรือหนัง หรือละครบางฉากแวบเข้ามา
เราก็แทบอยากจะกกกอด ฉวยไว้นานๆแล้วบอกว่า นี่แหละคือตัวกูเฟ้ย
                            It's Me


ขอบคุณครับที่ให้โอกาสอธิบายความข้องใจ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 11

โพสต์

เพิ่งไปดูมาเมื่อวาน ชอบมากครับ แต่แฟนบอกไม่ค่อยชอบ เพราะ นานตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่งแนะ

เจมส์แสดงและร้องได้ดีมากๆ เกินคาดเลย
นางเอก ชื่อเมย์ มั้ง ร้องไม่ค่อยดี แต่แสดงดีมาก ถ้าเธอมีเสียงที่ดีกว่านี้ละครจะเปอร์เฟคต์มากขึ้นครับ

ชอบที่ไม่ได้สอนอะไร แต่มีคำถามให้ไปคิดต่อเอง

เหลืออีกแค่ถึงวันที่ 22 นี้นะครับ ใครยังไม่อยากพลาดละครเพลงดีๆ ต้องรีบหน่อยแล้วครับ

เอาเพลงนี้มาฝากครับ ภาษาอังกฤษต้นฉบับมาให้

Dulcinea

I have dreamed thee too long,
Never seen thee or touched thee.
But known thee with all of my heart.
Half a prayer, half a song,
Thou hast always been with me,
Though we have been always apart.

Dulcinea... Dulcinea...
I see heaven when I see thee, Dulcinea,
And thy name is like a prayer
An angel whispers... Dulcinea... Dulcinea!

If I reach out to thee,
Do not tremble and shrink
From the touch of my hand on thy hair.
Let my fingers but see
Thou art warm and alive,
And no phantom to fade in the air.

Dulcinea... Dulcinea...
I have sought thee, sung thee,
Dreamed thee, Dulcinea!

Now I've found thee,
And the world shall know thy glory,
Dulcinea... Dulcinea!

ภาษาไทย
ดัลซีเนีย(1)

เนื้อร้อง ชาลี อินทรวิจิตร

 

ดอนกิโฮเต้
(เป็นผู้ขับร้อง)
แต่นานนับชั่วกัปกัลย์
ข้าเคยฝันไม่เว้น ได้เห็นจนใกล้ชิดชัดเจนใจ
ไม่เคยแม้สัมผัสกาย
แต่ยังรู้ในส่วนลึกผนึกไว้ในหทัยแด่จอมขวัญ
ดัลซีเนีย... ดัลซีเนีย

นางสวยเกินกว่าแดดแผดเผา
ลมจะพัดพา
เห็นภาพคงเหมือนฟ้าประทาน
จากแดนพิมานไหน
ดัลซีเนีย... ดัลซีเนีย...
ข้าจะขอเพียงแตะกาย
ด้วยปลายนิ้วเพียงเท่านี้
วานอย่าหนีวานอย่าถือ
หรือเอียงอาย
ให้ข้ารู้แน่แก่ใจ
ใช่นางไม้อันวูบไหว
อันอาจหายไปกับ
แสงแห่งตะวัน
ดัลซีเนีย... ดัลซีเนีย...

ข้าจะฝันจะเสาะจะหา
นางดัลซีเนีย
ทั่วโลการับรู้ความจริง
ค่าความเป็นยอดหญิง
ดัลซีเนีย... ดัลซีเนีย...
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ดอนกีโฮเต้ : คนที่ฝันเฟื่องเพื่อมนุษย์นั้นฤา คือคนบ้า

โพสต์ที่ 12

โพสต์

ยังไม่ได้ดูเลยครับ  อุตส่าห์ตั้งกระทู้ตั้งแต่ไก่โห่
เหลืออีก 2 วัน ก็มีตารางอย่างอื่นเต็มหมด
แต่คิดว่าเขาน่าจะต่อรอบออกไปอีกสักอาทิตย์
ต้องคอยฟังข่าว :wink:

เอ้า..งั้นดูฉบับเกาหลีไปพลางๆก่อนครับ
Man of La Mancha Korean Cast

ดัลซิเนีย เล่นครั้งที่แล้วรับบทโดย นรินทร ณ บางช้าง
ออกมาฉากแรกก็เรียกเสียงปรบมือเลย
เสียงร้องมีพลังมาก ร้องได้ดีกว่าพระเอกเสียอีก
ลองเปิดเวปพันทิป ห้องเฉลิมกรุง  ห้องย่อยละครเวที ดูซิครับ
คำวิจารณ์เยอะมากๆ ล้วนไปในทางบวกทั้งนั้น :lol:
โพสต์โพสต์