ค่า P/E ที่มองเห็น
-
- Verified User
- โพสต์: 66
- ผู้ติดตาม: 0
ค่า P/E ที่มองเห็น
โพสต์ที่ 2
ไม่ค่อยเ้ข้าใจอ่ะครับ :?
ในสมองคิดออกแค่ว่า มดปีนข้ามได้ ควายพุ่งชนพังกำแพงเอา :lol:
ในสมองคิดออกแค่ว่า มดปีนข้ามได้ ควายพุ่งชนพังกำแพงเอา :lol:
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
ค่า P/E ที่มองเห็น
โพสต์ที่ 3
เห็นด้วยกับพี่แว่นนะครับ
ขอปรบมือให้ดังๆ ๆ ๆ ๆ
ที่จริงเรื่องนี้สร้างความเครียดให้ผมยาวนานหลายปีเลยทีเดียว
คือผมคิดว่า
แนวทางวีไอนั้น
มีหลักอยู่อย่างหนึ่ง คือเลือกหุ้นที่ undervalue
ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้เรามีทางเลือกที่มากขึ้น
เพราะเราสามารถซื้อหุ้นที่คุณภาพไม่เยี่ยมนักได้ด้วยถ้าราคา undervalue มากๆ
การมองหาหุ้น growth หรือ greate นั้น
แน่นอนว่าหุ้นที่ไม่ดีนักจะถูกตัดทิ้งโดยอัตโนมัติ ทำให้เหลือทางเลือกไม่มาก
แต่ก็ใช่ว่าเราจะซื้อหุ้นดีๆเหล่านั้นได้ทุกราคา
ถ้า overvalue ไปแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องซื้อ
แม้ชาร์ลี มังเกอร์จะมีกฏว่า
หุ้นที่ดีเลิศในราคาที่เหมาะสม
นั้นดีกว่ามากๆเมื่อเทียบกับ
หุ้นที่ดีปานกลางแต่ราคาดีเลิศก็ตาม
แต่ถ้าสังเกตุดู ก็จะพบว่าชาร์ลี มังเกอร์เองก็ไม่ได้บอกว่า
หุ้นที่ดีเลิศในราคาที่แย่มากๆ จะน่าลงทุนเสียเมื่อไหร่
การประเมินคุณค่าของหุ้นออกมาเป็นราคาที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน
เพื่อเทียบดูว่า undervalue อยู่ไหม
หรือ overvalue ไปแล้ว
จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
ขอปรบมือให้ดังๆ ๆ ๆ ๆ

ที่จริงเรื่องนี้สร้างความเครียดให้ผมยาวนานหลายปีเลยทีเดียว
คือผมคิดว่า
แนวทางวีไอนั้น
มีหลักอยู่อย่างหนึ่ง คือเลือกหุ้นที่ undervalue
ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้เรามีทางเลือกที่มากขึ้น
เพราะเราสามารถซื้อหุ้นที่คุณภาพไม่เยี่ยมนักได้ด้วยถ้าราคา undervalue มากๆ
การมองหาหุ้น growth หรือ greate นั้น
แน่นอนว่าหุ้นที่ไม่ดีนักจะถูกตัดทิ้งโดยอัตโนมัติ ทำให้เหลือทางเลือกไม่มาก
แต่ก็ใช่ว่าเราจะซื้อหุ้นดีๆเหล่านั้นได้ทุกราคา
ถ้า overvalue ไปแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องซื้อ
แม้ชาร์ลี มังเกอร์จะมีกฏว่า
หุ้นที่ดีเลิศในราคาที่เหมาะสม
นั้นดีกว่ามากๆเมื่อเทียบกับ
หุ้นที่ดีปานกลางแต่ราคาดีเลิศก็ตาม
แต่ถ้าสังเกตุดู ก็จะพบว่าชาร์ลี มังเกอร์เองก็ไม่ได้บอกว่า
หุ้นที่ดีเลิศในราคาที่แย่มากๆ จะน่าลงทุนเสียเมื่อไหร่
การประเมินคุณค่าของหุ้นออกมาเป็นราคาที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน
เพื่อเทียบดูว่า undervalue อยู่ไหม
หรือ overvalue ไปแล้ว
จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
ค่า P/E ที่มองเห็น
โพสต์ที่ 4
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครสามารถตีราคาออกมาเป๊ะๆเป็นตัวเลขได้
ไม่ว่าจะใช้สูตรอะไรก็ตาม
ทั้ง DCF หรืออะไรที่ฮิตๆกันอยู่
หรือนำไปเทียบกับพันธบัตรที่มีความแน่นอนสูงมากๆ
ก็ยังไม่ได้ตัวเลขเป๊ะๆออกมา
สาเหตุคงเป็นเพราะว่า
คุณค่า(หรือมูลค่า)นั้น เราย่อมจะมองไกลออกไปในอนาคต
ซึ่งอนาคตนั้นมีสิ่งที่ไม่แน่นอนรออยู่
การคาดหวังย่อมมีน้ำหนักเป็นเพียงการคาดหวัง
การคาดเดาย่อมมีโอกาสพลาดเพราะเป็นการคาดเดา
การตีค่าออกมาเป๊ะๆจึงเป็นไปไม่ได้
ดร.นิเวศน์เองก็มองตัวเลขนี้เป็น "ตัวเลขในจินตนาการ"
ซึ่งอาจจะสัมผัสได้ด้วยจิตใจและความรู้สึก
แต่ไม่ใช่ไม้บรรทัด
ความเครียดที่ต้องการหามูลค่าที่แท้จริง(intrinsic value)
จึงยังคงอยู่เสมอมา
แต่ตอนนี้
พี่โหน่งได้มาปลดแอกให้เรียบร้อยแล้ว
เราไม่จำเป็นต้องรู้มูลค่าสัมบูรณ์(absolute value)
เพราะในตลาดหุ้นนั้น
ค่าเหล่านี้มีให้เลือกมากมาย
เราเลือกค่าที่ under value มากกว่า
หรือมีค่า intrinsic มากกว่ามากๆ
ได้สบายๆ
ตราบใดที่มันยังอยู่ในกรอบที่เรายอมรับได้
เพราะค่าเหล่านี้มันเป็นความสัมพันธ์ (relative หรือค่าสัมพัทธ์)นั่นเอง
ไม่ว่าจะใช้สูตรอะไรก็ตาม
ทั้ง DCF หรืออะไรที่ฮิตๆกันอยู่
หรือนำไปเทียบกับพันธบัตรที่มีความแน่นอนสูงมากๆ
ก็ยังไม่ได้ตัวเลขเป๊ะๆออกมา
สาเหตุคงเป็นเพราะว่า
คุณค่า(หรือมูลค่า)นั้น เราย่อมจะมองไกลออกไปในอนาคต
ซึ่งอนาคตนั้นมีสิ่งที่ไม่แน่นอนรออยู่
การคาดหวังย่อมมีน้ำหนักเป็นเพียงการคาดหวัง
การคาดเดาย่อมมีโอกาสพลาดเพราะเป็นการคาดเดา
การตีค่าออกมาเป๊ะๆจึงเป็นไปไม่ได้
ดร.นิเวศน์เองก็มองตัวเลขนี้เป็น "ตัวเลขในจินตนาการ"
ซึ่งอาจจะสัมผัสได้ด้วยจิตใจและความรู้สึก
แต่ไม่ใช่ไม้บรรทัด
ความเครียดที่ต้องการหามูลค่าที่แท้จริง(intrinsic value)
จึงยังคงอยู่เสมอมา
แต่ตอนนี้
พี่โหน่งได้มาปลดแอกให้เรียบร้อยแล้ว
เราไม่จำเป็นต้องรู้มูลค่าสัมบูรณ์(absolute value)
เพราะในตลาดหุ้นนั้น
ค่าเหล่านี้มีให้เลือกมากมาย
เราเลือกค่าที่ under value มากกว่า
หรือมีค่า intrinsic มากกว่ามากๆ
ได้สบายๆ
ตราบใดที่มันยังอยู่ในกรอบที่เรายอมรับได้
เพราะค่าเหล่านี้มันเป็นความสัมพันธ์ (relative หรือค่าสัมพัทธ์)นั่นเอง
- สามัญชน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 5162
- ผู้ติดตาม: 0
ค่า P/E ที่มองเห็น
โพสต์ที่ 6
ถ้าซื้อ undervalue แล้วเจ๊งก้อนหิน เขียน:แต่ undervalue ของเราแล้วเจ๊ง ก็มีเยอะนะครับ เพราะว่า มันเป็น relative กับ ความคิดเรานี่แหละ
ลงทุนหุ้นเลยกลายเป็น ศิลปะ ไปมากกว่า คณิตศาสตร์ เลย
ยากจัง แต่ก็สนุกดีครับ
พวกซื้อ overvalue ไม่น่าจะรอดนะครับ
ปัญหาเรื่อง undervalue นั้น
จะว่าง่ายก็ง่าย
จะว่ายากก็ยาก
การตีค่าแบบผิดๆถูกๆของเราต่างหากที่เป็นปัญหา
เราตีว่ามัน undervalue
แล้วจริงๆมัน undervalue ไหม
เราตีค่าผิดพลาดได้หรือไม่
อันนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่า
ตามที่น้องก้อนหินว่าไว้นั่นแหละ
เพราะไป relative กับความคิดเรา
ที่เจอบ่อยๆก็เรื่องความลำเอียงซึ่งเกิดมาจากความชอบในตัวหุ้นนั้นๆ
วิธีแก้จึงต้องตีคราคาแบบไม่ลำเอียง
ก็น่าจะแก้ปัญหาได้
ส่วนเรื่องศาสตร์และศิลป์นั้น
ผมว่าหลักการวีไอเป็นศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้
ว่าได้กำไรมากกว่าขาดทุน
แต่ต้องทอดระยะเวลาให้ยาวนานพอ
ไม่ถึงกับเป็นศิลป์ที่พิสูจน์อะไรไม่ได้เลย
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
-
- Verified User
- โพสต์: 1104
- ผู้ติดตาม: 0
ค่า P/E ที่มองเห็น
โพสต์ที่ 7
ผมว่า
1. เราต้อง หา intrinsic value ให้ได้อะคับ ก่อนจะซื้อ
2. ต้อง หา ปัจจัย อะไรบ้างที่ทำให้ intrinsic value เป็นจริง หรืออะไรที่จะทำให้มัน เพิ่ม หรือ ลด ลงบ้าง
3. ตามราคาไปเรื่อย รอโอกาศเข้าตี โดยมี MOS ที่เหมะๆในใจ รอ Mr. market อารมณ์เสีย
ฟังดูง่าย เเต่ทำยากเหมือนกัน การลงทุนนี่มัน เป็น Arts ที่ อยู่บนฐานของ Sciences อะครับ

1. เราต้อง หา intrinsic value ให้ได้อะคับ ก่อนจะซื้อ
2. ต้อง หา ปัจจัย อะไรบ้างที่ทำให้ intrinsic value เป็นจริง หรืออะไรที่จะทำให้มัน เพิ่ม หรือ ลด ลงบ้าง
3. ตามราคาไปเรื่อย รอโอกาศเข้าตี โดยมี MOS ที่เหมะๆในใจ รอ Mr. market อารมณ์เสีย
ฟังดูง่าย เเต่ทำยากเหมือนกัน การลงทุนนี่มัน เป็น Arts ที่ อยู่บนฐานของ Sciences อะครับ

สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ เเละดับไปในที่สุด