
คุณสมบัติของเหรียญบาท
มีอะไรบ้าง ใช้ประโยชน์ซื้อของ ใช้ทับกระดาษ ใช้ตัดสินใจแบ่งข้างทีมฟุตบอล ใครทายถูกได้เลือกข้าง เหรียญบาทถูกใช้ในการซื้อขายหุ้น ในกรณีที่ไม่รู้จะขยหรือซื้อดี เพื่อนผมคหนนึ่งใช้ทำข้อสอบจนถูกครูเชิญออกจากห้องมาแล้ว
ความจริงคือ .ความน่าจะเป้นที่เหรียญจะออกหัวมีอยู่..ครึ่งหนึ่ง
ความน่าจะเป็นครึ่งหนึ่งนี้..ติดอยู่กับเหรียญ และมันคือคุณสมบัติของเหรียญ
ในงาน ปาร์ตี้ของผู้รอดชีวิต หรือ meeting ของชมรม ทันทีที่เจอหน้ากันทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ก่อน แม้แต่สิ่งที่เรียกว่าวรรณะ ยังถูกเก็บไว้หมดสิ้น
ผมชอบคุยกับเพื่อนอยู่ท่านหนึ่ง เราจะคุยกันถึงเกรแฮมและบัฟเฟตแกล้มกับหมูอบ ถั่วอบ แลเบียร์
ตอนที่ผมพบเขาครั้งแรกในปี 2007 เขาดูจะเร่งรีบไม่มีเวลาอยู่เสมอ แต่เขาเป็นนักลงทุนที่มีพรสววค์มาก โหน่ง แกทัก เป้นไงสบายดี ให้เราสมมุติว่า หุ้นตัวนี้มีค่าต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น และมีเหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดขึ้นกับบริษัท
ข้อดีของการคุยกับแกคือ การที่เราได้คิดอะไรใหม่ที่แตกต่างจากในกฏ 3 ข้อของ Graham อะไรที่เราสามารถเอาไปใช้ได้ตลอดชีวิต และเรามีสิทธิที่เราจะสร้างกฏบางอย่างขึ้นมาเองได้ อย่างที่พวกเราบอก PE ใช้ชั่งน้ำหนักราคาหุ้น ก้โอเค ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่ามันเป้นอย่างนั้น แต่ถ้ามันใช้ไม่ได้ในทุกกรณีละ ผลคืออะไร? ทำไมบางคนขับรถด้านขวาเสมอในเมื่อตามกฎหมายถ้าขับช้าๆ ควรจะขับด้านซ้าย
มันทำให้เราเกิดความคิดว่า เราน่าจะจัดงานสัมนาหุ้นประเภทสุดขั้ว เราจะเชิญพวกที่มีคุณสมบัติแปลกประหลาดที่สุดใน thaiv ที่เราเคยรู้จักมาร่วมงาน โดยที่เราไม่บอกว่าทำไมเขาถึงได้รับเชิญ ปล่อยให้พวกเขาคิดกันเองว่าจะคิดออกไหม
เขาบอกผมว่า......
ทฤษฎี 3 ข้อ ของ Graham
1. Circle of Competence -เป้นคุณสมบัติของตัวเรา
2. Mr. Market เป็นคุณสมบัติของตลาด
3. Margin of Safety เป็นคุณสมบัติของหุ้น
3 สิ่งนี้อยู่เวลาเดียวกันเมือไหร ใครๆ ก็รวยได้ทั้งนั้น แต่นั่นละครับคือปัญหา
เขาชอบเรียกทั้งสามข้อนี้ว่า ทฤษฎีบทดำ ใครก็ตามถ้าไปจริงจังกับมันมากไป อาจจะบ้าได้ อย่างข้อ 1. มีหลายคนที่เก่ง ๆ ที่เลิกลงทุน เพราเขารู้สึกแย่เมือพบว่าการเข้าใจทุกอย่างเป้นสิ่งที่เป็นไปไมได้ อย่างถ้าเราชอบสะสมสแตมป์ เราสามารถหาทุกดวงได้จนครบ แต่ในการลงทุน เราไม่สามารถเข้าใจทุกบริษัทได้
ในหนังสือ Intelligent Investor นั้น Graham ไม่ได้แสดงการพิสูจน์กฏ 3 ข้อ ไว้มากนัก และมันไม่ใช่การพิสูจน์อย่างที่นักลงทุนในยุคนั้นเขาทำกัน การเรียนเรื่องการลงทุนในสมัยนั้นก็ไม่ต่างจากสมัยนี้เท่าใดนัก หนังสือ value investing ทั่วไปทั้งหลายจะพูดแก่นของเรื่องโดยรวม จากนั้นก็ให้คนอ่านไปพิสูจน์เอาเอง ไล่ไปทีละขั้นตามตรรกะวิธีที่คนแต่งเขียนให้ไว้ อาจจะเติมอะไรเล็กน้อยๆ ไม่ถูกเป๊ะ เหมือนกับในหนังสือเลยทีเดียว
วิธีเรียน value investing ที่ดีที่สุดไม่ใช่การรับมาอย่างเออ ๆ ออ ๆ ตามกัน หรือปล่อยให้มันซึมซาบเหมือนอ่านนิยายโรแมนติก ในการเรียน value investing เราควรที่กล้ารุก กล้าที่จะท้าทาย ต้องก้าวร้าว และตื่นตัวเสมอเหมือนกับนักเล่นหมากรุก
การศึกษาบทที่ Graham ให้ไว้แล้วเหมือนเป็นเครื่องจักร และไม่ได้ส่งเสริมให้เราคิดเองเลยเพราะมันจะเหลือโอกาสให้เราทำอะไรด้วยตัวเองน้อยมาก บางเล่มที่ได้มีโอกาสศึกษาในสองสามปีมานี้ มันเป็นแบบเรียนที่จะเรียนตามๆ กันไปมากกว่าเป็นอะไรที่จะสนับสนุนให้พวกเรากำหนดเส้นทางของตัวเอง
หนังสือ Inteeligent Investor มีผลต่อนักเรียนหัวปานกลาง หรือแม้แต่ที่ฉลาดในระดับปกติขนาดไหนนั้น เราพอขาดเดาได้แล้ว
แต่ในกรณีของ Warren Buffet มันเหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง In..In ได้จุดไฟอัฉริยะของเขา ทำให้สมองของเขาเป็นอิสระ.มันได้ให้ทิศทางแก่เขา
และที่สำคัญที่สุด..
ความทีมันเป็นวิธีใหม่ในสมัยนั้นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนี่เอง ด้วยเหตุนี้ Buffett จึงต้องบุกตะลุยเข้าไปในป่าดงดิบของหนังสือ In..In ที่หนาทึบด้วยทฤษฎีบทมากมายหลายสิบข้อ แต่ออกมาจากป่าเล่มนั้นด้วยวิธีที่เขาคิดขึ้นเองและหยิบออกมาเพียง 3 ข้อเท่านั้น
ในโลกที่เปิดออกแก่เขานั่นเอง ที่ Buffett ได้เป็นผู้เผยแพร่ value investing ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือสิ่งที่เราทราบกันทุกคน
เขาอ่านหนังสือตอนอายุ 19 ปี 1949 แต่ Buffett เริ่มมีชื่อเสียงตอนปี 1996-97
ช่วงเวลา 25-30 ปี เหล่านั้น.เขาหายไปไหน
ความแตกต่างที่สมองที่จะได้รับจากการอ่าน กับการลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเองเป้นบางส่วนหรือทั้งหมดนั้น ยิ่งใหญ่กว่ากันมาก เปรียบได้กับการสัมผัสความเพลิดเพลินในการเดินทางด้วยตนเอง กับความเพลิดเพลินที่ได้จากการอ่าหนังสือท่องเที่ยว ทางหนึ่งนั้นนักเดินทางจะถูกพาเดินไปตามทางที่นิยายบอกไว้ ไม่มีโอกาสได้สำรวจดูสถานที่แปลกๆ ขณะที่อีกทางหนึ่ง เราจะได้ค้นพบทางด้วยตนเองโดยใช้แผนที่ช่วยเท่านั้น
ความจริงแล้ว Graham ไมได้ให้ไว้แม่แต่แผนที่เลย เพียงแต่บอกคร่าวๆ ทำนองว่า
พอออกจากตัวเมืองแล้วให้เลี้ยวซ้าย
นิสัยการหาทางเปิดโลกใหม่ด้วยตัวเอง..ติดอยู่กับ Buffett มันคือคุณสมบัติของเขา เหมือนคุณสมบัติของเหรียญที่ติดตัว และมันจะติดตัวไปตลอดชีวิต