ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 1

โพสต์

รูปภาพ

ใน thaivi มี
ชมรมคนนอนดึก
ชมรมกอล์ฟ
ชมรมวิ่ง
ชมรมแบต
ชมรมคนรัชดา
ชมรมบาส
ผมเลยขอตั้งอีกชมรม

       ชมรมศิษย์เก่านักเรียนอเมริกัน


 อ่านกระทู้คุณ hot เรืองความหนาว เห็นว่ามีหลายท่าน อาจารย์หมอ mp เคยอยู่ที่ chicago  อยากฟังมากเลยครับ ผมเคยสอบสัมภาษณ์เข้าศศินทร์ ที Northwestern ด้วยเดินในมหาลัยหัวแม่โป้งแถบหลุด หนาวจริงๆ

        หลายท่านยังอยู่ที่อเมริกา มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

    ตอนนี้เป้นอย่างไรบ้าง supprime มีผลอย่างไรแค่ไหน

   ผมเคยอยุ่ Kansas ต้องคอยหลบทอเนดอ มันลงที่เมือง ตายไปหลายคน  

   เคยใครอยากแจมมาเล่าเรื่องเก่าๆ ให้ฟัง ประสบการณ์ที่อยู่ที่นั่น เป้นเรื่องปัจจุบันก็อยากฟังครับ  
   
     กระผมมารอฟังคนแรก  :wink:
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ผมเคยอยุ่ Kansas ต้องคอยหลบทอเนดอ มันลงที่เมือง ตายไปหลายคน  
คล้ายกับสถานะการ์ณตลาดตอนนี้จังคับ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 3

โพสต์

[quote="hot"][quote]ผมเคยอยุ่ Kansas ต้องคอยหลบทอเนดอ มันลงที่เมือง ตายไปหลายคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 4

โพสต์

เอาเรื่องนี้แล้วกัน เขียนไว้ใน  Blog

ตำรวจกับใบสั่งในอเมริกา

เดือนกันยายนปี 2000 ได้ไปทำโปรเจ็คที่ Pittsburg คืนแรกหลังจา่กเช็คอินโรงแรมที่เ่มือง Carnegie ก็ออกไปกินอาหารมื้อค่ำในเมือง ออกจากร้านก็ขับรถกลับโีีรงแรม แต่ขับวนอยู่ในเมืองหลายรอบก็ยังไม่เจอทางกลับโรงแรม มาถึงแยกไฟแดงหนึ่งจึงเลี้ยวขวา โดยไม่ทันเห็นป้าย No turn on red

เห็นตำรวจเปิดไฟแว๊ปๆอยู่ข้างหลังก็เลยจอดรถ รออยู่ครู่หนี่งเห็นตำรวจไม่ยอมลงเดินมาหาเสียที ก็เลยออกจากรถจะเดินไปที่รถตำรวจ โดนตำรวจตะโกนไล่ให้กลับไปที่รถและอยู่ในรถ แล้วเดินมาขอดูใบขับขี่และทะเบียนรถ เรายื่นใบขับขี่ ให้ตำรวจพร้อมสัญญาเช่ารถ แล้วอธิบายกับตำรวจว่าเรามาเพิ่งมาถึงวันนี้ กำลัีงหาทางกลับโรงแรมอยู่ ตำรวจไม่ได้ออกใบสั่งแถมยังบอกทางกลับโรงแรมให้อีก

หลายปีผ่านไปกับการขับรถด้วยความเร็ว เหนือ speed limit โดยไม่โดนตำรวจเรียก ต้นปี 2004 ขณะขัึบรถอยู่บนไฮเวย์ I70 ใกล้เมือง Frederick รัฐ Maryland ตามหลัีงรถอีกหลายคัน เลนซ้ายสุดไม่มีรถอยู่เลย เลยเปลี่ยนไปอยู่เลนซ้ายสุด หลังจากแซงรถทุกคันในกลุ่มก็เปลี่ยนไปขับรถเลนกลางแทน มีรถคันหนึ่งในกลุ่มตามมาเหมือนพยายามจับความเร็วรถของเรา เราจึงขับช้าลงประมาณ speed limit

รถคนนั้นตามมาซักพักจึงเริ่มเปิดไฟกระพริบให้เราจอด ก็เลยรู้ว่าเราได้แซงรถตำรวจมา พอตำรวจเดินมาที่รถเราถามตำรวจว่าให้เราจอดรถด้วยข้อหาอะไร ตำรวจบอกว่าขับรถเร็ว เราก็บอกว่าขับอยู่ตาม speed limit แต่ตำรวจก็เอาใบขับขี่ไปเช็คดูข้อมูลในรถ คงเป็นเพราะเราไม่เคยโดนใบสั่งเลย ตำรวจจึงกลับมาพร้อมกับใบเตือนแทนที่จะออกใบสั่ง

หลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์เราก็ต้องขับรถไป Site อีกครั้งด้วยความเร่งรีบเพราะมีนัดกับ project manager บนไฮเวย์ I70 ใกล้เมือง Frederick ตำรวจพร้อมเรดาร์จับความเร็วข้างทาง โบกมือให้หยุดรถ คราวนี้ตำรวจเอาใบขับขี่ไปตรวจ แล้วกลับพร้อมใบสั่ง เขียนว่า ขัีบรถด้วยความเร็ว 85 mph บนสปีดลิมิต 65 mph ค่าปรับ $275 เหรียญ พร้อมวันนัดไปขึ้นศาลถ้าไม่จ่ายค่าปรับ หลังจา่กปรึกษากับเพื่อนชาวอเมริกันผู้เคยโดนใบสั่ง แนะนำว่าให้ไปบอกศาลว่าเพิ่งโดนใบสั่งครั้งแรก ขอเป็นทันบน (probation) แทน

วันนัดไปศาล ไปก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อตรวจรายชื่อหน้าห้องรับฟังคดี (Hearing) มีคนเข้าช่วงเดียวกันประมาณยี่สิบคน พอผู้พิพากษาเข้า่ห้องจะเรียกรับฟังคดีเป็นรายคน โดยจะเริ่มจากเีรียกให้ตำรวจที่ให้ใบสั่งเข้ามาก่อน (ถ้าตำรวจไม่มาใบสั่งจะถูกยกเลิก) แล้วเรียกผู้ถูกใบสั่ง ผู้พิพากษาจะถามว่าเคยได้รับใบสั่งมาก่อนหรือเปล่า และครั้งสุดท้ายที่ไ้ด้ใบสั่งเมื่อไหรและข้อหาอะไร (จริงๆแล้วผู้พิพากษาก็มีข้อมูลพวกนี้จาก driving records อยู่แล้ว) แล้วจึงเริ่มรับฟังคดี

พอถึงคิวเราก็บอกผู้พิพากษาว่าเราเพิ่งจะได้ใบสั่งครั้งแรก ขอเป็นทันบนแทนการจ่ายค่าปรับ ผู้พิพากษาบอกว่าเราขับรถเกินสปีดลิมิตถึง 20 mph ไม่สามารถขอเป็นทันบนได้ แต่จะลดโทษลงหนึ่งขั้นเป็นปรับ $175 หักคะแนน 1 คะแนน

ปกติค่าปรับและการหักคะแนนการขับขี่ จะมีเป็นขั้นๆตามความเร็วส่วนเกินจากสปีดลิมิต เช่น

-เร็วเกิน 10-19 mph ค่าปรับ $175 หักคะแนน 1 คะแนน
-เร็วเกิน 20-29 mph ค่าปรับ $275 หักคะแนน 2 คะแนน
-เร็วเกิน 30-39 mph ค่าปรับ $475 หักคะแนน 3 คะแนน และอาจพักใบขับขี่เป็นเวลา 3 เดือน
-เร็วเกิน 40 mph อาจเข้าคุก

ถ้าโดนหักคะแนนครบ 5 คะแนน จะถูกพักใบอนุญาติขับขี่ 3 เดือน

เวลาผ่านไปอีกสองเดือนมีจดหมาย พร้อมรูปถ่ายรถของเรา และความเร็วขณะขับขี่ โดยมีป้ายสปีดลิมิตเป็นแบกกราวด์ ระบุว่าเราขับรถใน Washington DC ด้วยความเร็ว 54 mph ในโซนสปีดลิมิต 40 mph ให้เสียค่าปรับ $50 ภายใน 14 วัน จะไม่โดนหักคะแนน โดยไม่รอช้าเรารีบส่งค่าปรับโดยพลัน

เดือนกันยายน 2006 ขับรถกลับจากไปเที่ยว Tucson รัฐ Arizona ไปยังเมือง El Paso รัฐ Texas ขณะขับรถด้วยความเร็ว 89 mph บน Interstate Highway I10 เขตจำกัดความเร็วที่ 70 mph ก็โดนเรดาร์ของตำรวจที่ซ่อนไว้ในรถเสียข้างทางคันหนึ่ง และตำรวจที่รออยู่ก็ขับรถตามมาให้ใบสั่งค่าปรับ $280 เหรียญ

สองอาทิตย์ถัดมาขณะขับรถจะออก Exit หนึ่งบน I10 ออกจากตัวเมือง El Paso โดยไม่ทันสังเกตุว่าได้ขับแซงหน้ารถตำรวจ ด้วยความเร็วเกินกำหนด 15 mph แล้วก็ได้ใบสั่งมาอีกใบ ค่าปรับ $175 เหรียญ

คำแนะเมื่อถูกตำรวจเรียกให้จอดรถ What to do when pulled over? จาก CNN

1. จอดในที่ปลอดภัย โดยเร็ว ไม่ปลอดภัยอย่าจอด
2. อย่าขับไปเรื่อย ทำเป็นไม่รู้ไม่เก็น
3. อย่าดับเครื่องรถ
4. เมื่อตำรวจเดินมาหา มือจับพวงมาลัย อย่าขยุกขยิกไปล้วงโน่นนี่
5. อย่าออกนอกรถ
6. ระวังคำพูดให้มาก คนขับมีแต่เสียเปรียบกับเสียเปรียบ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 5

โพสต์

คุณต๊อกโดนอ่วมเลยนะนี่   :wink:

     มันมีลุ้นดีนะครับ เวลาขับเร็ว ลุ้นว่าจะโดนจับไหม  :wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 6

โพสต์

[quote=".^O-O^"]คุณต๊อกโดนอ่วมเลยนะนี่
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 7

โพสต์

มีคนเริ่มแล้ว งั้นผมเล่าเรื่อง speed limit กับตำรวจนี่แหละ

ตามปกติเรื่อง speed limit กับการโดนตำรวจจับนี่เป็นเรื่องเฉพาะที่ใช้มาตรฐานอะไรได้ยากจริง ๆ ครับ

speed limit ที่เห็นตาม high way ทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นการขับไม่ให้เกินที่กำหนด โดยปกติถ้าในเมืองมักจะเป็น 20-40mph แล้วแต่สถานที่, ถ้าเป็น highway ก็จะเป็น 55 หรือ 65mph

ถนนบางสายมีการกำหนด speed ขั้นต่ำด้วย เช่น I-55 แถบชิคาโก จะมี speed limit ว่าขับไม่เกิน 55 แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกป้ายใกล้ ๆ กันบอกว่าห้ามขับต่ำกว่า 45 .. เออ แปลกดี เร่งความเร็วได้ไม่เกิน 10

ส่วนการจับความเร็วของตำรวจ อันนี้ขึ้นกับเมือง รัฐ และถนนเลยครับว่า มันจะเฮี๊ยบมากน้อยขนาดไหน

แถบชิคาโก ถ้าเป็น Lakeshore drive มักจะเกินได้ไม่เกิน 10mph (ขับได้ 65 ในเขต 55) แต่ถ้าเป็น 95th street อันนี้ต้องไม่เกิน 5mph (ขับได้ 45 ในเขต 40) เข้าใจว่าเป็น margin เผื่อความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดกับเครื่องจับความเร็วของตำรวจเขา

มีกรณีที่เขาถามว่า ถ้าตำรวจจับด้วยเรดาห์ว่าเกิน แต่หน้าปัดความเร็วเราไม่เกิน อย่างนี้ใครถูก - คำตอบคือ เขาถือเรดาห์เขาเป็นหลักครับ แต่เหตุการณ์อย่างนี้มีน้อยเพราะกว่ามันจะจับต้องเกินเยอะหน่อยครับ (ค่าปรับจะได้แพง ส่วนแบ่งเยอะดี) ประเภทเกิน 3-5 มันเถียงได้ แถมถ้าชะลอหรือเบรคหน่อยความเร็วก็ตกแล้ว จนมุมด้วยหลักฐานยาก

พวกเครื่อง radar detector นี่มักเป็นที่นิยมของคนใช้ความเร็ว จะทำการจับสัญญาณว่ารถโดนยิงเรดาห์หรือเปล่า ถ้ายิงมันจะร้องทันทีให้คนขับรถความเร็วลง เดี๋ยวนี้เครื่องต้องจับสัญญาณได้หลายแบบ เพราะตำรวจก็พัฒนาไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน บางรุ่นร้ายมาก claim ว่าปล่อยสัญญาณรบกวนเรดาห์ตำรวจ (jammer) ให้อ่านค่าความเร็วไม่ได้ด้วย ร้ายจริง ๆ  :twisted:

เครื่องนี้มีขายตาม Circuitcity หรือ Bestbuy ทุกที่ครับ "ยกเว้นรัฐเดียว คือ Virginia" เพราะมีกฏหมายห้ามเด็ดขาด ใครใช้ก็โดน ขับรถเข้ารัฐนี้มีป้ายเตือนมาแต่ไกล

นอกจาก Virginia จะห้ามขายเครื่อง/ใช้เครื่องแล้ว เขตรัฐนี้ตำรวจยังเหี้ยมกว่ารัฐข้างเคียงอีก สมัยผมย้ายไปอยู่ DC/Maryland มีเหตุการณ์ให้เห็นประจำ (ไม่เคยโดนเรียกเอง มีแต่เพื่อน ๆ โดน) ..

รู้กันดีว่า ขับรถใน Beltway (I-495) หรือ I-270 ฝั่ง Maryland นี่มี speed limit 55 แต่ถ้าผมขับช้ากว่า 65 นี่เป็นเต่า ต้องขับหลบชิดขวา เพราะรถคันอื่นจะจี้ท้ายตลอด ตำรวจเองยังขับเร็วกว่านี้เลย

แต่ถ้าข้ามไปฝั่ง Virginia นี่อีกเรื่อง โดยเฉพาะ 395S นี่แกเกินไป 10 ฉันจับ มีวันนึงเห็นรถตำรวจซุ่มในพุ่มไม้ข้างทางทุก ๆ ครึ่งไมล์ มันโหดจริง ๆ เคยชี้ให้เพื่อนดู มันบอกว่านี่ยังน้อย ตำรวจเคยใช้ถึงขนาดจ้างยายแก่ ๆ มานั่งข้างทางถือเรดาห์อำพราง พอรถขับไม่เห็นรถตำรวจคนขับก็จะชะล่าใจ เหยียบกันเร็ว สุดท้ายตำรวจดักอยู่ออกมาซิว แผลบ ๆ หวานค่าปรับ..

คนเมกันเองก็ยังบ่นเลยว่าไอ้ตำรวจรัฐนี้มันจับคนร้ายไม่เป็น ไล่จับแต่คนดีแต่ขับรถเร็วหน่อยเพราะเงินดีกว่าเยอะ ไม่ลำบาก ไม่เสี่ยงด้วย
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 8

โพสต์

โห.....มันเกิดมาเพื่อจับจริงๆ ครับ  :roll:
สถิติการตายบนทางหลวง เขาคงต่ำมากนะครับ  :o
ภาพประจำตัวสมาชิก
bankniti
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 9

โพสต์

อ้าว! พี่หมอ mp ก็อยู่ chicago เหรอเนี้ย ผมอยู่ที่นั้นก็เกือบ 6 ปี เสียดายไม่รู้จักพี่หมอเลยตอนนั้น (จะได้พึ่งพิงยามเจ็บป่วยบ้างเพราะค่าหมอแพงจริงๆ) อย่างไรเราก็ศิษย์เก่า chicago เหมือนกัน เฮ! :B

เรื่องตำรวจจับเนี้ย มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเขาไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ คือฟังไม่ค่อยเข้าใจ วันนั้นตอนกลางคืน เพื่อนคนนี้ก็ขับฝ่าไฟแดงเพราะมัวคุยโทรศัพท์เพลิน ลืมดูสัญญาณไฟ ตำรวจข้างทางก็เปิดไฟกระพริบตามเลย เพื่อนก็เลยจอดรถ พอตำรวจเดินมาหาก็พูดอะไรสักอย่างเหมือนกับให้เดินรถไปข้างหน้าพร้อมกับชี้มือชี้ไม้(ตอนหลังถึงมาเข้าใจว่าจอดรถไม่แอบข้างทาง ให้เดินหน้าจอดให้ชิดข้างทางหน่อย) เพื่อนก็เข้าใจว่าให้ไปได้ ก็ขับไปเลยไม่ยอดจอด ตำรวจก็เปิดไซเรนเสียงดังตามเลยทีนี้ เพื่อนก็จอดให้อีกที แล้วก็เปิดประตูออกไปจะไปถามตำรวจว่าทำไมให้จอดอีก ตำรวจแกก็ตะโกนเสียงดุมาเลยว่าให้อยู่ในรถห้ามออกมานอกรถ เพื่อนก็กลับเข้าไป คราวนี้ตำรวจมาที่รถโดนด่าเป็นชุดเลย สุดท้ายได้ ticket ไม่หยุดตามสัญญาณไฟ ให้ไปขึ้นศาลเสียตังค์ (โชคดีที่ไม่โดนข้อหาพยายามหลบหนีด้วย)
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 10

โพสต์

[quote=".^O-O^"]โห.....มันเกิดมาเพื่อจับจริงๆ ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 11

โพสต์

มีเพือนคนหนึ่งจะใช้ใบขับขี่อินเตอร์ถ้าโดนตำรวจเรียก เพราะถ้าได้ใบสั่งก็จะไม่มีการบันทึกใน driving record
และจะไม่ถูกหักคะแนน รวมถึงค่าประกันรถจะไม่ขึ้นเพราะเราเคยได้ใบสั่ง

อีกคนแนะนำว่า ให้ทำเป็นพูดภาษาอังกถษไม่ได้ หลังจากให้ใบขับขี่อินเตอร์กับตำรวจ

เวลาตำรวจถามอะไรก็ตอบว่า "I speak no England."
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 12

โพสต์

tok เขียน:มีเพือนคนหนึ่งจะใช้ใบขับขี่อินเตอร์ถ้าโดนตำรวจเรียก เพราะถ้าได้ใบสั่งก็จะไม่มีการบันทึกใน driving record
และจะไม่ถูกหักคะแนน รวมถึงค่าประกันรถจะไม่ขึ้นเพราะเราเคยได้ใบสั่ง

อีกคนแนะนำว่า ให้ทำเป็นพูดภาษาอังกถษไม่ได้ หลังจากให้ใบขับขี่อินเตอร์กับตำรวจ

เวลาตำรวจถามอะไรก็ตอบว่า "I speak no England."
     :lol:  :cool:  :B จะโดนส่งกลับไหมครับนี่
triathlon
Verified User
โพสต์: 551
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 13

โพสต์

อืม  ตามมาแจม  ไม่เคยมีปัญหาเรื่องใบสั่ง เพราะอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน เดินกะนั่งซับเวย์อย่างเดียว :D
just one life, use it!
BHT
Verified User
โพสต์: 1822
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 14

โพสต์

อีกหลายปีข้างหน้า หวังว่าผมจะได้มาอยู่ชมรมนี้ด้วยคนนะครับ อ่านแล้วอยากไปมั่งจัง
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 15

โพสต์

.^O-O^ เขียน:
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 16

โพสต์

อีกเรื่องที่อยากจะเอามาแชร์กันคือ เรื่องภาษาปะกิตนี่แหละ

กับการเถียง (ด่า) กับฝรั่ง หนุกมาก ๆ ทั้งด่ากันด้วยภาษาปะกิตต่อหน้า ด่าแบบระยะประชิดโดยคนโดนด่าไม่รู้เรื่อง รูปภาพ
...
Verified User
โพสต์: 1817
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 17

โพสต์

แมงเม่าบินเข้ากลางใจ
terati20
Verified User
โพสต์: 1104
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 18

โพสต์

ไม่มีรถขับ นั่งเเต่รถเมล์ เเต่ งงมากๆ เจอรถเมล์มี ตารางเวลาด้วย มาตรงเป๊ะๆ  ไม่มีกระเป๋าเก็บตังค์


เเต่ที่ชอบ มากๆ คือได้ทำความฝันให้เป็นจริง
ผมได้เล่นบาสกับพวกไอ้มืด โดนมัน  Dunk  ใส่หน้าสะใจสุดๆ ตอนหลังเล่นๆ ไป มันให้ผมออกไปพัก
เเล้วเอาคนอื่นเล่นเเทน หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เล่น
อีกเลย ( มันคงเห็นว่า คนละ class กัน )

ต้องมาเล่นกับพวก คน จีน เกาหลี เออ ค่อยสูสีหน่อย

8)  8)  8)
สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ เเละดับไปในที่สุด
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 19

โพสต์

เรื่องโฮมซิกนี้ผมเคยเป็น ครั้งแรกที่ไปทำงานต่างประเทศ ตอนนั้นไปทำงานอยู่ประเทศ Morocco แล้วต้องอยู่แปดเดือน หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน และมีช่วงหนึ่งต้องอยู่คนเดียวแล้วไปไหนมาไหนคนเดียว จะรู้สึกเหมือนท้องฟ้าหม่นๆมีเมฆหมอก ยิ่งช่วงใกล้ค่ำที่พระอาทิตย์เพิ่งตก เป็นความรู้สึกเหงาๆเดียวดาย

แต่เป็นอยู่แค่แป๊ปเดียว เพราะส่วนใหญ่จะมีเพื่อนอยู่เป็นกลุ่ม ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไม่ค่อยมีเวลาเหงา :drink:

ตอนกลับมาพักร้อนทีเมืองไทยหลังจากอยู่ครบสามเดือน พอขึ้นเครื่องบินแล้วได้ยินเสียงคนพูดภาษาไทย มันรู้สึกอบอุ่นดีใจ ยังจำความรู้สึกนั้นได้

อีกครั้งตอนไปทำงานที่เยอรมันนี ตอนนั้นไปตอนช่วงเดือนตุลาคมย่างเข้าหน้าหนาว ท้องฟ้าหม่นหมอง ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน พระอาทิตย์ไม่ยอมขึ้น บรรยากาศหดหู่ ยิ่งต้องอยู่คนเดียวไปไหนมาไหนคนเดี่ยว ความเหงาก็จะมาเยือน :(
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 20

โพสต์

tok เขียน:ตอนกลับมาพักร้อนทีเมืองไทยหลังจากอยู่ครบสามเดือน พอขึ้นเครื่องบินแล้วได้ยินเสียงคนพูดภาษาไทย มันรู้สึกอบอุ่นดีใจ ยังจำความรู้สึกนั้นได้
        ที่ไหนไม่เท่าบ้านเรานะครับ
        รักประเทศไทยจัง   :oops:
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 21

โพสต์

terati20 เขียน:ต้องมาเล่นกับพวก คน จีน เกาหลี เออ ค่อยสูสีหน่อย
         ต้องคบกันเองครับ  :wink:
adi
Verified User
โพสต์: 1155
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 22

โพสต์

.^O-O^ เขียน:
A Cynic Knows the Price of Everything and the Value of Nothing
-Oscar Wilde, Lady Windemeres Fan
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 23

โพสต์

adi เขียน:มุกเดียวกันครับ แต่ผมพูดว่า "uhh.....you know........yesterday thailand, today USA"
อ๋อ เพิ่งมาถึง  :welcome:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Basketman
Verified User
โพสต์: 1208
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 24

โพสต์

[quote="mprandy"]
เรื่องส่งกลับคงทำไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรงถึงกับต้องส่งกลับ เรื่องละเมิดสิทธินี่พวกเมกามันยอมกันไม่ได้เด็ดขาด ไล่ฟ้องดะ ตำรวจก็ตำรวจเหอะ ซวยเอาง่าย ๆ เดี๋ยวว่าง ๆ จะเอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้ฟังกับการซื้อของ หรือคืนของ มันส์มาก ชนิดขาดเหรียญเดียวกรูก็ไม่ยอม
"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องไปปั่นเอาเอง"
...
Verified User
โพสต์: 1817
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 25

โพสต์

Basketman เขียน:ปรากฎว่าในเตาเผานั้นมีทั้ง วีดีโอ ซีดี หนังสือ กองอยู่ในเตาเต็มเอียดรอเผาอยู่ก่อนแล้ว....
:lol:  :lol:  :lol:
แมงเม่าบินเข้ากลางใจ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Muffin
Verified User
โพสต์: 874
ผู้ติดตาม: 0

เข้าด้วยได้มั้ย

โพสต์ที่ 26

โพสต์

เข้าด้วยได้มั้ยครับ club นี้
ผมอยู่ Ann Arbor มาเกือบ 7 ปี

แต่ไปโดนตำรวจจับที่ Arkansas เงี้ย
ที Big Island, Hawaii เงี้ย

ว่าแล้วพอมาดูเรื่อง subprime ก็มานึกถึงตัวเองว่า

ถ้ารู้งี้นะ ซื้อบ้านตั้งแต่ไปปีแรก แล้วขายตอนปีกลับมา
ก็กำไร เกิน 100% ไปแล้ว

ฮ่าๆๆๆ รู้อะไร ไม่สู้รู้งี้จริงๆ


ส่วนเรื่องเล่นบาสกับพี่มืด พี่มืดเล่น one-on-one เป็นปรกติ
เวลาเล่น จะชอบโชว์ลีลา head fake บ้าง  โยกหลอกบ้าง หมุนตัวสารพัดสารเพ ไม่รู้จะทำทำไม ข้าพเจ้าโดนหลอกไปตั้งแต่ทีแรกแล้วเฟ้ย
น่าจะชวนพวกนี้เล่นตะกร้อแทนนะครับ
"Hope is not a strategy"
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

Re: เข้าด้วยได้มั้ย

โพสต์ที่ 27

โพสต์

Muffin เขียน:เข้าด้วยได้มั้ยครับ club นี้
ผมอยู่ Ann Arbor มาเกือบ 7 ปี]
          :rofl:
แบงค์ต้องทำหน้างง ๆ เหมือนพี่ มันจะได้หลอกทีเดียว
 เวลาสาวๆ หลอก เป็นไงบ้างน้อ  :wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 28

โพสต์

มีอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องรถกับตำรวจ(อีกแล้ว) :)

ปกติเวลาไปทำ Project ใหม่ หลังจากซื้อตั๋วเครื่องบิน ก็จะจองรถเช่าที่สนามบิน (พอหมด project ก็เอารถกลับไปคืนที่สนามบินแล้วบินกลับ) การเช่ารถก็จะเช่าเป็นรายเดือน พร้อมทำสัญญา่เช่าระยะยาวเพิ่มเพื่อเช่ารถได้มากกว่าสามสิบวัน ตามกฎบริษัีทเช่ารถจะอนุญาติให้่เช่ามากสุดครั้งละสามสิบวัน พอครบหนึ่งเดือนพนักงานบริษัทรถเช่าก็จะทำสัญญาเช่าฉบับใหม่ให้ทุกเดือน

กิจกรรมหนึ่งที่ผมชอบ คือการเอารถไปเปลี่ยนที่สนามบิน เมื่อรถเริ่มสกปรก การไปเลือกรถใหม่ทำให้รู้สึกเหมือนไปเลือกซื้อรถใหม่ ตั้งแต่เปลี่ยนบริษัทเช่ารถมาเป็น National พร้อมสมัครเป็นสมาชิก Emerald Club ซึ่งมีสิทธิ์ไปเลือกรถคันไหนก็ได้ในขนาดเดี่ยวกันซึ่งจะมีหลายยี่ห้อและหลายรุ่น

ถ้าสะสมการเช่าได้ครบก็จะได้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ Executive ซึ่งจะสามารถเลือกรถในแถว Executive ทีมีรถรุ่นดีหน่อยหรือไม่ก็มีของแถมเช่น XM satellite radio หรือ มีกล้องสำหรับดูข้างหลังเวลาถอยรถ โดยจองแึค่รถขนาดกลาง เราได้เป็นสมาชิก Executive ทันทีสองเดือนหลังจากเป็นสมาชิก

ตอนนี้เช่า Honda Prius มาใช้ เป็นรถ Hybrid ประหยัดค่าน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง สองเดือนก่อนเคยได้ Toyota Camry แบบ Hybrid ชอบมากอยากจะเก็บไว้ใช้นานๆ แต่เช่ามาได้อาทิตย์เดียว ยางแตกต้องเอาไปเปลี่ยน พอเอาไปเปลี่ยนเค้ากลับเปลี่ยนรุ่นนี้ให้อยู่ไปอีกคลาสหนึ่งเลยเช่าไม่ได้ บริษัทให้เช่ารถขนาดกลาง

เหมือนกับสองปีก่อนที่ดีซี ตอนนั้นเพิ่งมี Emerald Club ไปเช่ารถแล้วได้รถ Pontiac V6  ซึ่งเพิ่งออกใหม่ รุ่นมีล้อแมกซ์ แถมมี XM radio ให้ด้วย ชอบมากอยากเก็บไว้ตลอดไป ถึงเวลาก็เอาไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ด้วยเพราะไม่อยากเอาไปคืน แต่หลังจากนั้นหนึ่งอาืทิตย์ มีเพื่อนมาเที่ยว เลยพากันไปท่องราตรีแถว DuPont Circle ในดีซี คืนนั้นก็กินเบียร์ไปสองขวดเพราะได้ข่าวว่ามีการกวดขันเรื่องเมาแล้วขับรถ ส่วนเพื่อนซัดไปเต็มที่เหมือนรู้หน้าที่

ขากลับบนถนน 295 (Washington Baltimore Parkway) ซึ่งปกติจะมีตำรวจคอยดักจับความเร็วอยู่ คืนนั้นผมขับเกินสปีดลิมิตอยู่นิดหน่อยประมาณ 10 mph แต่ด้วยดวงที่ถูกกับตำรวจในช่วงนั้น ทำให้มีรถตำรวจขับตามมา ทำให้ผมลดความเร็วลงมาที่สปีดลิมิต ตำรวจตามอยู่พักหนึ่งก็เปิดไซเรนให้ผมจอดรถ หลัีงจอดรถตำรวจก็ลงมาขอดูใบขับขี่และทะเบียนรถ เพื่อนที่เมาก็หลับอยู่อย่างไม่รู้สึกตัว

ตอนนั้นก็กลัวว่าตำรวจอาจมีเครื่องตรวจแอลกอฮอล์ เพราะในทีวีเคยบอกว่าให้ดื่มเบียร์ได้ไม่เกินหนึ่งขวด (และให้อ่านฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง) ซึ่งตอนนั้นก็เกินไปขวดหนึ่ง หลังจากเฮียตำรวจมองเข้ามาในรถและคงเห็นว่ามีเพื่อนหลับอยู่ เฮียบอกว่าผมขับรถเร็ว ผมแก้ตัวว่าขับอยู่ตามสปีตลิมิต (ก็รถตำรวจขับตามอยู่จะเร็วได้ยังไง) หลังจากนั้นเฮียก็เรียกผมว่า "ไอส์ไตน์" แต่ไม่รู้อะไรมาดลใจ หรือเห็นว่าผมสนับสนุนนโยบายขับรถให้คนเมา designated driver เลยไม่ออกใบสั่งให้

พอใกล้ถึงที่พักเพื่อนตื่นมาบอกว่าอยากจะอ๊วก แล้วมันก็เปิดกระจกออกอ๊วกอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงลมทำให้คราบติดอยู่นอกรถที่ประตูด้านผู้โดยสารทั้งสองบานและบางส่วนก็ติดอยู่หน้ากระจก หลังจากตื่นมาตอนเช้าและไปส่งเพื่อนทีสนามบิน ก็ต้องเอารถไปเปลี่ยนพร้อมบอกลา Pontiac V6 และ XM radio :(
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 29

โพสต์

ในเมกานั้น การซื้อรถนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายอีกเป็นพรวน ซึ่งต่างจากเมืองไทยเหมือนกัน ดังนั้นจะซื้อรถหรือไม่ก็ขึ้นกับว่าจำเป็นต้องมีรถเป็นของตัวเองหรือเปล่าในการทำงาน หรือใช้ชีวิต

สิ่งแรกที่ต้องจ่ายแน่ ๆ เวลาซื้อรถก็คือ เบี้ยประกัน ซึ่งต่างกับบ้านเราอยู่หลายอย่างเหมือนกัน

บางรัฐ เขาบังคับว่ารถทุกคันต้องมีประกัน ไม่มีไม่ได้ (คือต่อทะเบียนไม่ได้เลย) บางรัฐไม่กำหนด (เช่นอิลลินอยส์) คือมีก็ได้ไม่มีก็ได้

บางรัฐ กำหนดว่าต้องทำประกันกับบริษัทที่ได้ใบอนุญาตจากรัฐเท่านั้น (คือเป็นบางบริษัท) ทำให้ลำบากขึ้นหน่อย แต่บริษัทประกันใหญ่ ๆ มักจะมี

เบี้ยประกันจะมากหรือน้อย ขึ้นกับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเขาดูละเอียดมาก (โดยรวมก็คือดูว่าไอ้คน ๆ นี้มันจะมีโอกาสเคลมมากน้อยแค่ไหน ถ้าโอกาสสูง เบี้ยก็สูง) ปัจจัยที่จะทำให้เบี้ยประกันถูกกว่าได้แก่

1. Driving record ดูว่าประวัติการขับขี่ดีแค่ไหน ถ้าภายใน 3 (บางที่ 5) ปีที่ผ่านมาประวัติสะอาด ไม่เคยมีอุบัติเหตุ ไม่เคยเคลม ไม่มี speed ticket ก็สบาย จะมีส่วนลดให้
ใครไม่เคยมี driving record เลย เช่นเพิ่งขับรถครั้งแรก หรือเพิ่งได้ใบขับขี่ หรือเพิ่งซื้อรถครั้งแรก อันนี้เบี้ยแพง

2. อายุ ถ้าอายุเกิน 24-25 ปี เบี้ยจะถูก อายุน้อย ๆ เบี้ยแพง ยิ่งต่ำกว่า 20 นี่จะแพงมาก เพราะ high risk เบี้ยกับอายุจะแปรตามกันไปจนอายุเกิน 60 หรือ 70 ปีนี่แหละ เบี้ยจะขยับขึ้นอีก (แก่แล้วโอกาสเฟอะฟะจะมากขึ้น ตาฟ่าฟาง หรือมีโรคประจำตัว)

3. สถานภาพสมรส ถ้าแต่งงานแล้วเบี้ยถูกกว่า (ประมาณว่าเริ่มรู้จักผิดชอบชั่วดี คิดถึงลูก เมีย)

4. ชนิดของรถ ถ้ารถหรู เบี้ยแพง เพราะเฉี่ยวชน หรือหาย แล้วจ่ายแพง, รถบางรุ่นบางยี่ห้อ หายบ่อย (เขาเก็บสถิติไว้ทุกปี ว่า top ten stolen cars นี่ยี่ห้อ รุ่น ปีไหนบ้าง) ก็จะแพงกว่า, รถ 2 ประตูเบี้ยแพงกว่ารถ 4 ประตู, สีรถนี่ก็สำคัญ ถ้าสีโทนผู้ใหญ่ เช่นสีเงิน จะถูกสุด สีรถที่เบี้ยแพงคือ สีแดง, สีดำสนิท อุปกรณ์ในรถก็ทำให้เบี้ยถูกลงได้ เช่น รถที่มี ABS, VSC (vehicle skid control), double airbag, side airbag, automatic seat belt (คือเข็มขัดนิรภัยที่ด้านหนึ่งติดกับที่นั่ง อีกด้านติดกับขอบบนของประตู พอนั่งแล้วปิดประตูจะเป็นการบังคับคาด) พวกนี้ทำให้ถูกลง นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ที่กันขโมย เช่น Lo-Jack (อุปกรณ์ติดตามรถโดยดาวเทียม กรณีรถหาย) ก็ทำให้เบี้ยถูกลงได้

5. อื่น ๆ เท่าที่นึกออกเช่น บ้านอยู่ไหน (ถิ่นขโมยขโจรหรือเปล่า), ที่จอดรถเป็นแบบกลางแจ้งหรือในร่ม, ที่จอดส่วนตัวหรือสาธารณะ (แบบอพาร์ทเมนต์) หรือจอดข้างถนน, เคยเข้าเรียนคอร์สขับขี่ปลอดภัยหรือเปล่า, แม้กระทั่งเกรดตอนเรียน ถ้าดีก็เบี้ยถูกลง (ประหลาดดี), ระยะทางจากบ้านไปที่ทำงานไกลแค่ไหน (ใกล้ ๆ ก็ถูกกว่า)

ดังนั้น เบี้ยประกันรถที่รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน ปีเดียวกัน ราคาเดียวกัน ก็มักจะไม่เท่ากัน (ต่างกับเมืองไทย) ขึ้นกับว่าทำประกันที่ไหน บริษัทอะไร ขับขี่ที่ไหน
Windy
Verified User
โพสต์: 543
ผู้ติดตาม: 0

ชมรมศิษยืเก่านักเรียนอเมริกา

โพสต์ที่ 30

โพสต์

บริษัทประกันบางแห่งเค้าจะคิดค่าประกันภัยแพงกว่าสำหรับคนที่สูบบุหรี่ด้วยนะครับ
โพสต์โพสต์