
อ่านหนังสือพิมพ์ ทราบข่าวว่า ของใช้ต่างๆ กำลังจะทยอยปรับราคาขึ้น
ผมคุยกับแฟน ถึง การจัดการด้านต่างๆ ทั้งการหาเงิน การเก็บเงิน การใช้จ่าย ค่าเทอมลูก ค่าประกันชีวิต ค่ากินข้าวนอกบ้าน อะไรต่างๆ ที่ต้องลดลงไปตามสัดส่วน
เพื่อนๆ มีเทคนิคการประหยัดอย่างไรบ้างครับ ?
โอกาศนี้ผมขอนุญาติติดบทความของท่าน ทำนอง อาศรี ซึ่งท่านเขียนฝากไว้ดังนี้.........
มุมมอง นักบริหารหนี้
ปี 2550 ที่ไม่หมูสำหรับบางท่านผ่านไป และปีใหม่กำลังจะมาเยือน หลายคนคงได้บทเรียนจากมาตรการ 30 % ของทางการ ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ผู้ที่สามารถปรับตัวได้ก็ไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะผู้ที่ดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คงมีภูมิคุมกันการผันผวนของภาวะเศณษฐกิจได้เป็นอย่างดี
ในปี 2551 นี้คาดกันว่า เศรษฐกิจยังคงผันผวนต่อเนื่อง โดยอาจมีปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศที่ไม่ลงตัว ส่งผลต่อกี่ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้า และภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ชีวิตฝืดเคืองขึ้นได้ หากการใช้จ่ายเงินไม่ประหยัดหรือคุ้มค่า
ในโอกาสวันใหม่และเดือนใหม่ปี 2551 นี้ ควรทบทวนพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคอุปโภค รวนทั้งค่าใช้จ่ายด้นอื่น ๆ ด้วยว่า มีอะไรที่ต้องรับปรุงให้ดีขึ้นได้บ้าง ใครที่ได้บันทึกรายรับ รายจ่ายเป็นประจำจนเป็นนิสัยก็ง่ายแก่การทบทวน นอกจากนั้นก็จะรู้ได้ด้วยว่า ของสิ่งนั้นราคาเท่าไร จากร้านไหน ต่อไปหากจำเป็นต้องการซื้ออีก ก็จะง่ายต่อการต่อรอง หากราคาเพิ่มสูงมากก็ใช้สินค้าอื่นทดแทน
การบันทึกค่าใช่จ่ายเป็นประจำ เป้นเครื่องมือสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งที่หล่อหลอมการรู้จักใช้ชีวิตอย่างประหยัด มีคุณค่า เป็นสุข และ ปราศจากการเป็นหนี้เกินความจำเป็นได้ ทั้งนี้ขอให้ทำเป็นประจำ และต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยหลังเกษียณ เมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งก็จะประเมินได้ว่าเมื่อใดต้องใช้จ่ายสิ่งของจำเป็นและไม่จำเป็นอะไรบ้าง จะได้วางแผนการใช้จ่ายได้อย่างถูกต้อง และหากมีเงินเหลือเก็บออม ก็สามารถนำเงินไปลงทุนเพ่มพูนเงินได้ต่อไป
ในปีใหม่นี้ ควรทบทวนของที่ได้ซื้อมา ทั้งของแถมและคนอื่นให้มา มีอะไรเป็นประโยชน์และใช้ได้อยู่ อาจนำของเก่ามาใช้ใหม่หรือนำมาปรับปรุงซ่อมแซม มาใช้ประโยชน์อีกครั้ง หากใช้ไมได้ ก็นำไปบริจาค ผ่านกระบวนการเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบอื่นๆ
สำหรับท่านที่ต้องขับรถไปทำงานทุกวัน จำเป็นต้องใช้รถ ควรวางแผนการเดินทางเป็นอย่างดี การเติมน้ำมันถูกเวลาจะทำให้ประหยัดได้ เวลาเหมาะสมคือตอนเช้า เพราะเป็นช่วงอากาศเย็น โอกาสของการระเหยก็น้อยลงตามไปด้วย และควรเติมเมื่อระดับน้ำมันลดลงมาเหลือครึ่งถัง หากปล่อยให้เกือบหมดถังแล้วค่อยเติม อากาศในถังจะมีมาก เวลาเติมน้ำมัน น้ำมันส่วนหนึ่งจะระเหยไป
นอกจากใช้ชีวิตให้เหมาะสมดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่แต่ละคนจะใช้ให้เหมาะสม เช่น การประหยัดการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า ซึ่งหากท่านมีประสบการณ์ หรือมีแนวคิดในเรื่องการประหยัดและการออม จะให้คนอื่นนำไปประยุกต์ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดี ซึ่งโดยรวมจะทำให้ประเทศมีเงินออมมากขึ้น นำไปลงทุนในโคงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
จาก มุมมอง นักบริหารหนี้
จาก ท่าน ทำนอง ดาศรี
อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปรับปรุงโครงสร้างหนี้และที่ปรึกษาธนาคารแห่งประเทศไทย
นสพ. ผู้จัดการรายวัน