ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ความฝันแสนงามท่ามกลางควันปืน

เมื่อเร็วๆนี้ได้มีโอกาสไปเสวนาในรายการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่จัดขึ้นในกรุงเทพ  ซึ่งมีผลงานการแสดงและกำกับจากชาติต่างๆเข้ามาฉาย  หนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมฟื้นอดีตอีกครั้งก็คือ ผีเสื้อและดอกไม้ ภาพยนตร์ชื่อโรแมนติกที่เคยกวาดรางวัลระดับชาติและต่างประเทศ จากฝีไม้ลายมือผู้กำกับชื่อดัง ยุทธนา มุกดาสนิท นั่นเอง น่าภูมิใจที่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า เป็น 1 ใน 100 ภาพยนตร์ไทยที่ควรดู

ภาพยนตร์ที่ดีย่อมมีพื้นฐานจากบทประพันธ์ที่ดี   ผู้เขียนเรื่องนี้คือ  นิพพาน  ( นามจริง คือ มกุฎ อรฤดี บรรณาธิการหนุ่มใหญ่แห่งผีเสื้อ  อีกหนึ่งสำนักพิมพ์คุณภาพที่ให้ความประณีตในศิลปะการทำหนังสือ) เรียงร้อยเรื่องราวการต่อสู้กับบรรดาเด็กๆชาวมุสลิมในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่ตนคุ้นเคย    ดูเหมือนจะเป็นวรรณกรรมไทยเรื่องเดียวที่ตีแผ่ความขัดแย้งของชนชาติในสี่จังหวัดภาคใต้ได้อย่างถึงแก่นโดยผ่านเสี้ยวประสบการณ์ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาบอกกล่าว

เรื่องย่อ  ฮูยันเป็นเด็กมุสลิมเกิดในครอบครัวที่ฐานะยากจน มีพ่อเป็นกรรมกรรถไฟซึ่งกำลังจะตกงาน มีน้องๆอีก 2 คนในความดูแล ฮูยันต้องออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ากระดาษสอบทั้งที่เป็นเด็กที่เรียนเก่ง จากนั้นก็ต้องดิ้นรนหาเงินมาจุนเจือครอบครัวด้วยวิธีต่างๆ เริ่มแรกจากเดินขายไอติมก็ไปไม่รอด   จนกระทั่งเข้าไปอยู่ในขบวนการกองทัพมดลอบขนข้าวสารข้ามประเทศ ในวัยที่เปรียบเสมือนดอกไม้แรกผลิ  ฮูยันกลับต้องเผชิญภยันตรายเสี่ยงภัยต่างๆ ท่ามกลางความขัดแย้ง อาชญากรรมและควันปืนคุกรุ่นในชุมชนที่ยากจนซ้ำซาก

ผู้เข้าร่วมวงเสวนาครั้งนี้มี ยุทธนา มุกดาสนิท  นิพพานและนันทขว้าง สิรสุนทร จากกรุงเทพธุรกิจ บทเสวนาที่นำมาสรุปประเด็นเป็นการผสมผสานระหว่างการพูดคุยและบทความสัมภาษณ์ที่ลงในกรุงเทพธุรกิจ เซคชั่นจุดประกาย  

ก่อนจะมาเป็น ผีเสื้อและดอกไม้ ฉบับฟิลม์
ก่อนหน้าที่คุณยุทธนาจะมาทำ ผีเสื้อและดอกไม้  ภาพยนตร์เรื่อง น้ำพุ ที่ออกฉายก่อนหน้าได้สร้างรายได้ถล่มทลาย จนทำให้นายทุนสบายใจพอที่จะให้ผู้กำกับคนเดิมสร้างหนังเรื่องไหนก็ได้   หลังจากได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของบทประพันธ์ พร้อมได้รับคำชี้แนะถึงสถานที่ที่เล่าเรื่อง  ทีมงานจึงระดมสรรพกำลังเต็มที่ทำวิจัย ศึกษาลงพื้นที่จริงเพื่อสังเกตชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอยู่ร่วมเดือน  เฝ้าดูการใช้ชีวิตประจำวัน  พิธีกรรมต่างๆและขบวนการลักลอบขนสินค้าข้ามชายแดน  มีผู้เขียนบทคือ คุณรัศมี เผ่าเหลืองทอง คอยติดตามรายละเอียดแต่ละบริบทให้สอดคล้องกับบทประพันธ์เดิม  เป็นภาพยนตร์ที่ Set On Location ทั้งหมด  จึงหมดเงินไปเยอะ ประมาณ 25 ล้าน เมื่อภาพยนตร์ฉายเสร็จก็ได้รายได้ประมาณนั้น  เสมอตัว

จาก น้ำพุ ถึง ผีเสื้อและดอกไม้ ความเหมือนที่แตกต่าง
ทั้งๆที่เป็นเรื่องของวัยรุ่นเหมือนกัน (น้ำพุอาจจะแก่กว่าหน่อย)แต่ตัวละครที่นำเสนอมีวิธีเอาตัวรอดไม่เหมือนกัน  น้ำพุอยู่ในสถานการณ์ที่ภัยร้ายรอบตัวมีน้อยกว่า เติบโตในชนชั้นกลาง อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยในเมืองหลวง มีบ้านเรือนเป็นหลักแหล่ง  มีครอบครัวพี่น้อง มีแม่ที่ทำงานหาเงินให้ใช้ได้พอสมควร  ได้เรียนหนังสือและทำอะไรได้ตามใจฝัน แต่น้ำพุกลับจบชีวิตด้วยภัยในจิตใจของตัวเอง คือการติดยาเสพติด   ขณะที่ฮูยันอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงและด้อยกว่าทุกอย่าง กลับฮึดมานะดิ้นหลุดให้พ้นจากบ่วงอาชญากรรมหวุดหวิด หันกลับมาดำเนินชีวิตปกติตามสถานภาพ

Romantic Realism ความฝันในความจริง
ตัวละคร โรงเรียน บ้านและฉากต่างๆ ตลอดจนเหตุการณ์ที่ดำเนินไปในบทประพันธ์ ล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานความจริง  ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า เรื่องราวทั้งหมดไม่มีอยู่ในเขตแดนแคว้นไทย   ปัญหาของชนกลุ่มน้อยมุสลิมโดยเฉพาะเยาวชนที่ถูกละเลย  ไม่ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกับเยาวชนในภาคอื่นๆ  หากวิธีการนำเสนอ แทนที่จะโจมตี ก้าวร้าว ปลุกปั่น  เหมือนบทประพันธ์หรือภาพยนตร์ปลุกใจ กลับเป็นโทนเรื่องที่นุ่มนวล  ผ่านการกรองและนิ่งมาชั่วระยะ  เสียดทานลึกๆซุกอารมณ์ขัน  ขณะเดียวกันก็แฝงความฝัน ความหวังไว้  ซึ่งจะเห็นชัดยิ่งขึ้นในมิติของภาพยนตร์ที่ถ่ายออกมาในแนว Soft Tone ฟุ้งๆตลอด

20 ปีผ่านพ้น ความจริงยิ่งร้าวลึก
บทประพันธ์เขียนเมื่อประมาณปี  2518 ลงเป็นตอนๆในนิตยสารสตรีสาร ( นิตยสารที่ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดและเคร่งครัดในการคัดเลือกเรื่องลงยิ่งนัก) และรวมเล่มเมื่อประมาณปี 2521  สร้างเป็นภาพยนตร์ปี 2528 สาระสำคัญของเรื่องราวที่สะท้อนออกตอนนั้น 20 ปีผ่านมา ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย  (ยกเว้นกองทัพมดที่ไม่มีแล้ว การขนสินค้าข้ามแดนทำอย่างเปิดเผยมากขึ้นโดยการจ่ายเงินอย่างเป็นระบบ) ซ้ำร้ายยิ่งหนักสาหัสซ้ำเติมลงอีก ตั้งแต่ เรื่องความยากจน  การถูกละเลยด้านสาธารณสุขตลอดจนการศึกษาพื้นฐาน  การเอาชีวิตรอดท่ามกลางอาชญากรรม   ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประจำวัน   ฮูยันรุ่นใหม่ๆเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงจนเห็นเป็นความเคยชิน  แล้วจะหาทางหลุดพ้นจากวังวนลวดหนามเหล่านี้ได้อย่างไร  จะมีกำลังใจอะไรบ้างที่จะให้พวกเขายึดถือเพื่อดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าและความหมาย   (มีการแซวกันว่า รัฐบาลทุกยุคที่ผ่านมา ควรจะดูหนังเรื่องนี้กันบ้าง  เหมือนกับที่ดูเรื่องสุริโยทัย นเรศวร )

ถ้าจะนำมากลับมาทำใหม่จะเสนอประเด็นอะไรบ้าง
คงไม่มีการกลับมาทำอีกแล้ว  หากใครจะทำก็สุ่มเสี่ยงกับการถ่ายทำพอสมควร โดยเฉพาะถ้าอยากจะใช้สถานที่จริงๆ  เพราะขนาดที่ยังไม่มีความขัดแย้งรุนแรงเมื่อยี่สิบปีก่อน  ก็ยังเกิดปัญหาความยุ่งยากขณะถ่ายทำ ฉากหนึ่งที่ฮูยันและน้องๆเข้าไปในสุเหร่าเพื่อขอพรศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพ่อซึ่งกำลังนอนป่วยในโรงพยาบาล ฉากถ่ายเกือบเสร็จแล้ว  เกิดการมุงล้อมของชาวบ้านที่ไม่ต้องการให้กองถ่ายเข้ามายุ่มย่ามในสถานที่ต้องห้ามสำหรับคนนอกศาสนา แม้จะอ้อนวอนขอความเห็นใจก็ตาม  ในที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องบานปลาย กองถ่ายรีบจัดแจงขนอุปกรณ์ออกไปในที่สุด  อันนี้เป็นเรื่องระเบียบของศาสนาซึ่งทุกคนเข้าใจ  แต่ปัญหาปัจจุบันคือเรื่องของความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน  ลามออกไปทุกตารางนิ้วออกนอกสุเหร่า

ผ่านมานับสิบๆปี ตัวละครทั้งหมดป่านนี้เป็นอย่างไร
บทประพันธ์ : ทุกคนน่าจะมีชีวิตอยู่   ดิ้นรนเอาตัวรอดเหมือนชาวบ้านชายแดนธรรมดาๆ  อีกทั้งต้องระแวดระวังภัยจากความคลางแคลงใจที่ถูกจุดเชื้อทั้งหลาย
ภาพยนตร์ : นักแสดงนำแต่งงานมีลูก มีครอบครัวไปหมด  ยกเว้นผู้ที่เล่นเป็น นาคา (ผู้ร้ายที่กลายเป็นมิตรภายหลัง) ได้ผูกคอฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดาย

อยากจะบอกอะไรสั้นๆหลังจากอ่านหรือชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ
ไม่ว่าจะยากดีมีจนเช่นไร ทุกคนต้องมีความฝัน  ความฝันนี่แหละที่จะหล่อเลี้ยงให้ชีวิตดำรงอยู่ได้  พยุงให้จิตใจใฝ่หาคุณธรรมท่ามกลางความแร้นไร้และหดหู่ทั้งปวง

จบเสวนาวันนั้น  ได้หนังสือ ผีเสื้อและดอกไม้ เล่มใหม่พร้อมลายเซ็น คุณนิพพาน   และได้เสื้อยืดลายเขียนวิจิตรฝีมืออาจารย์ช่วง มูลพินิจ  ซึ่งผลิตสำหรับแฟนผู้ร่วมเสวนาวันผีเสื้อโบยบินและดอกไม้บาน อีกครั้ง
hamtaro
Verified User
โพสต์: 7
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ผมเคยอ่านหนังสือเรื่องนี้เป็นหนังสือนอกเวลา ผมจำได้เลยครับว่า ผีเสื้อและดอกไม้ เป็นหนังสือไม่กี่เล่มที่ผมอ่านจบ น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ดูภาพยนตร์(เพิ่งไม่กี่ขอบในตอนนั้น)  นี่ก็เพิ่งรู้ว่าเค้าสร้างเป็นภาพยนตร์ ตอนนี้คงหาดูได้ยากแล้ว คงต้องกลับมาคนตู้หนังสือเพื่อนำมาอ่านอีกครั้ง  :)
121
Verified User
โพสต์: 843
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 3

โพสต์

แหม....ว่าแล้วก็อยากอ่านหนังสือเรื่องนี้อีกสักครั้ง

ถ้าจำไม่ผิดผมว่าหนังไม่ประทับใจผมเท่าไร

หรือไงนะเนี่ย...อืมม์  นาน....นานมากแล้ว

ขอบคุณครับ
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 4

โพสต์

[quote="121"]แหม....ว่าแล้วก็อยากอ่านหนังสือเรื่องนี้อีกสักครั้ง

ถ้าจำไม่ผิดผมว่าหนังไม่ประทับใจผมเท่าไร

หรือไงนะเนี่ย...อืมม์
121
Verified User
โพสต์: 843
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ผมสงสัยว่าเด๋ยวนี้หนังไทย แบบนี้หายไปไหน

ทำไมไม่สร้างกันอีก

ทองพูน  ....เงี้ย

หรือว่าสังคมเราดีขึ้นแล้ว
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 6

โพสต์

สงสัยรสนิยมดูหนังจะใกล้เคียงกันนะครับ คุณ 121

จำได้ว่าดู "ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น"
ยุคที่คุณ จตุพล ภูอภิรมย์ เล่น (เสียชีวิตไปแล้ว) ชอบมาก
เป็นหนังที่ได้รางวัลมากมาย ก่อนจะเข้าโรงฉาย

ตอนนั้นได้ยินชื่อก็แปลกใจครามครัน
หนังอะไร(ฟะ) ชื่อโคตรเชยเลย แต่ได้รางวัลเยอะแยะ
พอไปดูถึงประจักษ์ซึ้งในความงดงามของหนัง
แม้ว่าคนขับแทกซี่จะหล่อมากเกินซะหน่อย

ชอบลีลาและภาษาหนังมาก
เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ท่านมุ้ยสามารถสร้างได้ดีกว่าต้นเรื่อง
ชอบฉากสุดท้าย ที่ทองพูนบุกเข้าอู่แท๊กซี่เพื่อตามแท๊กซี่ของตัวเองที่ถูกจี้และขโมยไป  
แต่ในที่สุดก็หาไม่เจอถูกคุมตัวเข้าห้องขังฐานบุกรุกยามวิกาล

และแล้วกล้องก็แพนมาที่เศษป้าย กท. แท๊กซี่ ที่กองพะเนินท่ามกลางเศษเหล็กทั้งปวง

โอ้โฮ...แค่นี้ก็เล่าเรื่องแท๊กซี่หายได้หมดเลยทีเดียว
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 7

โพสต์

พอพูดเรื่องหนัง
ก็อยากจะทำหนังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับคนหาย
คล้ายๆเรื่อง Missing ที่เคยโด่งดัง
นักข่าวเข้าไปทำข่าวในประเทศละตินอเมริกา แล้วไม่กลับมาบ้าน
ทำให้พ่อต้องออกตามหา จนรู้ว่า ร่างของลูกถูกโบกกับซีเมนต์ที่ผนังกำแพง
รู้เพราะกำแพงอืดออกมาพร้อมกับมีหนอนตัวเล็กๆยั้วเยี้ย

แต่เรื่องที่กูรูอยากจะทำเป็นเรื่องของคนไทยนี่แหละครับ
พ่อ-แม่ ตามหาลูกชายที่หายไปตอนเกิดเหตุโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในธรรมศาสตร์
และช็อค เมื่อได้เห็นภาพสุดท้ายของลูกชายที่ถูกทารุณกรรมจนจำไม่ได้

กว่า 25 ปีที่ตามมา ก็ยังไม่พบร่างที่จะนำไปประกอบพิธีครั้งสุดท้าย

เออ..ได้แต่ฝันเฟื่องไป มีใครจะให้ทำมั้ยหนอ แค่ขอเขียนบท หรือทำเป็นบทละครก็ยังดี

อีกเรื่องหนึ่ง ดีลยิ่งใหญ่แห่งทศวรรษ
ที่มีคนในวงการยอมเปลืองตัว เปลืองอาชีพออกมาเขียนชำแหละเป็นข้อๆ
คล้ายๆกับ Deep Throat ในเรื่อง All the President's Men
121
Verified User
โพสต์: 843
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 8

โพสต์

ขอสารภาพก่อนว่า ตอนหนังพวกนี้ดังผมยังเป็นเด็ก     :oops:

มาได้รับรู้เอาทีหลัง

ทองพูน  นี่ จำได้อยู่นิดเดียวตอนท้าย...ยังไงนะ...เอ๊..

พระเอกถือท่อนอะไรจะไปทุบ  ไรหว่า

น้ำพุ...ก็ถูกโ รงเรียนเกณฑ์ไปดู  จึงจำอะไรไม่ได้เลย

หนังสือก็ไม่เห็นสนุก  จดหมายอะไรก็ไม่รู้

มาบังคับให้อ่านทำไมวะ   :x

แต่ ผีเสื้อดอกไม้  เป็นหนังสือที่งามเล่มนึง ยามคนึงถึง
แผ่วเบา
Verified User
โพสต์: 391
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 9

โพสต์

กูรูขอบสนาม เขียน:สงสัยรสนิยมดูหนังจะใกล้เคียงกันนะครับ คุณ 121

จำได้ว่าดู "ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น"
ยุคที่คุณ จตุพล ภูอภิรมย์ เล่น (เสียชีวิตไปแล้ว) ชอบมาก
เป็นหนังที่ได้รางวัลมากมาย ก่อนจะเข้าโรงฉาย
ฮ่า ๆ ๆ ๆ

แปลว่าอายุพอๆกัน
ตอนนี้ผมจะ 40 แล้วนะ อิอิ

ว่าแต่ได้ดู"วัยอลวน"ไหมครับ
จำได้ว่า ไพโรจน์ สังวรบุตร กับ ลลนา นามสกุลจำไม่ได้
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ฮ่า ๆ ๆ ๆ

แปลว่าอายุพอๆกัน
ตอนนี้ผมจะ 40 แล้วนะ อิอิ

ว่าแต่ได้ดู"วัยอลวน"ไหมครับ
จำได้ว่า ไพโรจน์ สังวรบุตร กับ ลลนา นามสกุลจำไม่ได้
ไม่ได้ดูในโรงภาพยนตร์ครับ
เพราะตอนนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ
เพิ่งจบโศกนาฎกรรมหลัง 6 ตุลาคมใหม่ๆ
ยังเด็กอยู่ ที่บ้านไม่ยินยอมให้ออกนอกบ้าน
เดี๋ยวกลัวเกิดอาการเดือดขึ้นมา  เตลิดออกนอกเมืองไป  :evil:

นี่เองคือสาเหตุที่ภาพยนตร์เรื่อง "วัยอลวน" จึงดังเป็นพลุ
เพราะทุกคนเครียดและมึนงงกับอาการช็อตทางบ้านเมือง
และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร
เข้าโรงหนังดูอะไรสนุกๆยั่วหัวเราะดีกว่า
พระเอกก็ดำดี  ผอมชะลูด (ไพโรจน์ สังวริบุตร) มาจากไหนไม่รู้
นางเอก ลลนา สุลาวัลย์ ก็น่ารักดี
ตั๋ม กับ โอ๋ เลยกลายเป็นคู่ขวัญรายใหม่ บรรเจิดจนต้องมีต่อภาค 2 และ 3
มิหนำซ้ำพลอยให้เพลง สุขาอยู่หนใด ดังเป็นพลุ
จำได้มั้ยครับ "..พบกันที่อินทรา...ลลนางามสมใจ"
เออ..หรือกูรูจำได้อยู่คนเดียว  :roll:
แผ่วเบา
Verified User
โพสต์: 391
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 11

โพสต์

เอ๊ะ....เธอจะไปไหน
เอ๊ะ.....เธอพูดกับใคร
เอ๊ะ.....เธอพูดอะไร

แล้วใยเธอยิ้มมา

เอ๊ะ....เธอเดินมาหา
เอ๊ะ.....เธอมองสบตา
แล้วเธอก็ถามว่า........

ซุขาอยู่ฮ้นใด่......

:lol:  :lol:  :lol:
121
Verified User
โพสต์: 843
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 12

โพสต์

ลลนา สุลาวัลย์   มั้งครับถ้าจำไม่ผิด

วัยอลวน มีภาค 2 และ 3  ด้วย เพื่งรู้

ได้ ดู ภาคล่าสุดรุ่นลูก ก็งั้นๆ
121
Verified User
โพสต์: 843
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 13

โพสต์

กลับมาทำเป็นละครอีกครั้งทาง ไทยทีวี

ผมยังไม่ได้ดู แต่เห็นแว๊บๆ..

ตัวละครดูไม่เข้ากับบทเท่าไรนัก

ตัวพ่อก็หน้าจีน เป็นต้น
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

ผีเสื้อและดอกไม้ จากหนังสือสู่ฟิลม์

โพสต์ที่ 14

โพสต์

121 เขียน:กลับมาทำเป็นละครอีกครั้งทาง ไทยทีวี

ผมยังไม่ได้ดู แต่เห็นแว๊บๆ..

ตัวละครดูไม่เข้ากับบทเท่าไรนัก

ตัวพ่อก็หน้าจีน เป็นต้น
อย่างไรไม่ทราบ
ตัวละครทำไมหน้าขาวไปหมดเลย
ดูแล้ว ง่า...จนปลอมๆอะ

ข้อเสียเปรียบของละครเรื่องนี้ก็คือ
สมัยเป็นหนังฟิล์มทำได้ดี
เลยถูกเปรียบเทียบ :roll:

แต่ก็รอดูไปเรื่อยๆ(ถ้าเปิดเจอ)
จบเรื่องนี้แล้ว แว่วว่าจะมีเรื่องใหม่
"แสงดาวแห่งศรัทธา"
ประวัติของนายแพทย์ สงวน แห่งสำนักงานประกันสุขภาพ
ที่เสียชีวิตไปแล้ว
ไม่รู้จะทำได้ดีแค่ไหน
ชีวิตเกิดและตายเพียงอย่างละหน ส่วนที่เหลือตรงกลางต้องค้นพบเอง
โพสต์โพสต์