กาลิเลโอ
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
กาลิเลโอ
โพสต์ที่ 1
เพิ่งฟังรายการ CEO Vision ทาง 96.5 จบ เรื่อง ชีวประวัติของกาลิเลโอ
เลยขอแจมด้วยในเวปนี้ คิดว่า หลายคนก็คงฟังรายการนี้อยู่
เรารู้จักกาลิเลโอในฐานะของนักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า
ผู้ต้านทฤษฎีเก่าๆซึ่งมีศาสนจักรเป็นศูนย์กลาง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้านความเชื่อโลกคือศูนย์กลางจักรวาล
การค้านการทดลองเรื่องทฤษฎีโน้มถ่วงของโลกซึ่งอริสโตเติลเคยทดลอง เรื่องการปล่อยขนนกและก้อนหินลงสู่พื้นดิน
ต่อมาเซอร์ไอแซค นิวตันได้ขยายผลการทดลองของกาลิเลโอกลายเป็นทฤษฎีแรงโน้มถ่วง - Gravitys Law
แต่มีอีกมุมมองหนึ่งในแง่ของความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ต้องการเอมอิ่มกับรสชาติอาหารโอชา
มนุษย์ปุถุชนที่สะพรั่นกลัวกับการถูกกักขังและความตาย
มนุษย์ปุถุชนที่ต้องการดำเนินชีวิตตามครรลองปกติ
ในบทละคร กาลิเลโอ Bertolt Brecth นักเขียนบทละครชาวเยอรมันชื่อดัง
ได้นำประวัติกาลิเลโอ กาลิเลอิ มาตีความหมายอีกมุมมองหนึ่ง
ในเรื่องกาลิเลโอถูกบังคับให้ขอโทษและลบล้างในสิ่งที่ตัวเองค้นพบ
มิฉะนั้นจะถูกฝังตายทั้งเป็นในถ้ำ ระหว่างความตายและการมีชีวิตอยู่
กาลิเลโอเลือกอย่างหลัง เพราะการมีชีวิตอยู่หมายถึงการได้สูดลมหายใจบริสุทธิ์ การได้กินอาหารอิตาลีดีๆ การได้ดื่มไวน์รสชาติเยี่ยม
การได้มีโอกาสร้องเพลง ชมความบันเทิงสนุกสนาน
เหนืออื่นใด การมีชีวิตอยู่หมายถึงโอกาสที่จะได้ทดลองและค้นคว้าวิทยาศาสตร์ใหม่ แม้จะต้องหลบๆซ่อนๆก็ตาม
เมื่อกาลิเลโอประกาศยอมจำนนต่อแรงกดดัน
ขอลบล้างการค้นพบใหม่ๆที่ตรงข้ามกับคำสอนของศาสนจักร
บรรดาลูกศิษย์ที่เคยชื่นชมก็ผิดหวัง เพราะคิดว่าอาจารย์กาลิเลโอน่าจะยืนหยัดในความคิดของตัวเองแม้จนชีวาวาตม์ก็ตาม
ลูกศิษย์ส่วนใหญ่จึงประณามและทิ้งประโยคนัยสำคัญดังนี้
บ้านเมืองนั้นอับเฉาแน่ ถ้าขาดแคลนวีรบุรุษ
กาลิเลโอ โต้กลับไปทันที บ้านเมืองนั้น อับเฉาแน่ ถ้าจำเป็นต้องมีวีรบุรุษ
กาลิเลโอกลับมาเป็นชายชรางุ่นง่านตามเดิม ช่างบ่น ช่างกิน ช่างสรรหา ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมหยุดเลิกละการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
เพื่อเผยแพร่ความคิดของตนโดยไม่ให้ศาสนจักรปิดกั้น
กาลิเลโอจึงบันทึกสิ่งที่ค้นพบลงในกระดาษแผนที่เดินทาง
แล้วให้ศิษย์ที่ยังนับถือ นำคำสอนซึ่งซ่อนอยู่ในแผนที่ดังกล่าวหนีหลบหลีกออกไปเผยแพร่ในดินแดนที่เสรีภาพทางความคิดไม่ถูกกีดกัน
ด้วยความเชื่อว่า หากความรู้ที่เขาคินค้นเป็นสากลแล้วล่ะก้อ...สักวันจะถูกเผยแพร่และนำกลับเข้ามาในดินแดนต้นกำเนิดท้ายสุด
(ไม่รู้ว่า กาลิเลโอเข้าใจเรื่อง Knowledge Transferring หรือเปล่า แต่นี่คือยุคแรกทีเดียว)
เรามองกาลิเลโอคือผู้ที่กล้าคิด ต่อยอด ขยัน ไม่ย่อท้อ
แต่ขณะเดียวกันเขาก็คือปุถุชนธรรมดาที่กลัวตาย
ไม่ใช่ Hero ที่ยอมฝังตัวเองพร้อมกับความเชื่อของตัวเอง
และนี่เองคือจึงทำให้ผลงานการค้นคว้าของกาลิเลโอยังเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกในกาลต่อมา
เลยขอแจมด้วยในเวปนี้ คิดว่า หลายคนก็คงฟังรายการนี้อยู่
เรารู้จักกาลิเลโอในฐานะของนักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า
ผู้ต้านทฤษฎีเก่าๆซึ่งมีศาสนจักรเป็นศูนย์กลาง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้านความเชื่อโลกคือศูนย์กลางจักรวาล
การค้านการทดลองเรื่องทฤษฎีโน้มถ่วงของโลกซึ่งอริสโตเติลเคยทดลอง เรื่องการปล่อยขนนกและก้อนหินลงสู่พื้นดิน
ต่อมาเซอร์ไอแซค นิวตันได้ขยายผลการทดลองของกาลิเลโอกลายเป็นทฤษฎีแรงโน้มถ่วง - Gravitys Law
แต่มีอีกมุมมองหนึ่งในแง่ของความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ต้องการเอมอิ่มกับรสชาติอาหารโอชา
มนุษย์ปุถุชนที่สะพรั่นกลัวกับการถูกกักขังและความตาย
มนุษย์ปุถุชนที่ต้องการดำเนินชีวิตตามครรลองปกติ
ในบทละคร กาลิเลโอ Bertolt Brecth นักเขียนบทละครชาวเยอรมันชื่อดัง
ได้นำประวัติกาลิเลโอ กาลิเลอิ มาตีความหมายอีกมุมมองหนึ่ง
ในเรื่องกาลิเลโอถูกบังคับให้ขอโทษและลบล้างในสิ่งที่ตัวเองค้นพบ
มิฉะนั้นจะถูกฝังตายทั้งเป็นในถ้ำ ระหว่างความตายและการมีชีวิตอยู่
กาลิเลโอเลือกอย่างหลัง เพราะการมีชีวิตอยู่หมายถึงการได้สูดลมหายใจบริสุทธิ์ การได้กินอาหารอิตาลีดีๆ การได้ดื่มไวน์รสชาติเยี่ยม
การได้มีโอกาสร้องเพลง ชมความบันเทิงสนุกสนาน
เหนืออื่นใด การมีชีวิตอยู่หมายถึงโอกาสที่จะได้ทดลองและค้นคว้าวิทยาศาสตร์ใหม่ แม้จะต้องหลบๆซ่อนๆก็ตาม
เมื่อกาลิเลโอประกาศยอมจำนนต่อแรงกดดัน
ขอลบล้างการค้นพบใหม่ๆที่ตรงข้ามกับคำสอนของศาสนจักร
บรรดาลูกศิษย์ที่เคยชื่นชมก็ผิดหวัง เพราะคิดว่าอาจารย์กาลิเลโอน่าจะยืนหยัดในความคิดของตัวเองแม้จนชีวาวาตม์ก็ตาม
ลูกศิษย์ส่วนใหญ่จึงประณามและทิ้งประโยคนัยสำคัญดังนี้
บ้านเมืองนั้นอับเฉาแน่ ถ้าขาดแคลนวีรบุรุษ
กาลิเลโอ โต้กลับไปทันที บ้านเมืองนั้น อับเฉาแน่ ถ้าจำเป็นต้องมีวีรบุรุษ
กาลิเลโอกลับมาเป็นชายชรางุ่นง่านตามเดิม ช่างบ่น ช่างกิน ช่างสรรหา ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมหยุดเลิกละการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
เพื่อเผยแพร่ความคิดของตนโดยไม่ให้ศาสนจักรปิดกั้น
กาลิเลโอจึงบันทึกสิ่งที่ค้นพบลงในกระดาษแผนที่เดินทาง
แล้วให้ศิษย์ที่ยังนับถือ นำคำสอนซึ่งซ่อนอยู่ในแผนที่ดังกล่าวหนีหลบหลีกออกไปเผยแพร่ในดินแดนที่เสรีภาพทางความคิดไม่ถูกกีดกัน
ด้วยความเชื่อว่า หากความรู้ที่เขาคินค้นเป็นสากลแล้วล่ะก้อ...สักวันจะถูกเผยแพร่และนำกลับเข้ามาในดินแดนต้นกำเนิดท้ายสุด
(ไม่รู้ว่า กาลิเลโอเข้าใจเรื่อง Knowledge Transferring หรือเปล่า แต่นี่คือยุคแรกทีเดียว)
เรามองกาลิเลโอคือผู้ที่กล้าคิด ต่อยอด ขยัน ไม่ย่อท้อ
แต่ขณะเดียวกันเขาก็คือปุถุชนธรรมดาที่กลัวตาย
ไม่ใช่ Hero ที่ยอมฝังตัวเองพร้อมกับความเชื่อของตัวเอง
และนี่เองคือจึงทำให้ผลงานการค้นคว้าของกาลิเลโอยังเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกในกาลต่อมา
-
- Verified User
- โพสต์: 1301
- ผู้ติดตาม: 0
กาลิเลโอ
โพสต์ที่ 2
"กาลิเลโอ"
คำร้อง ทำนอง ...สุรชัย จันทิมาธร
(พูด) ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านสุภาพบุรุษ ท่านสุภาพสตรี
ก่อนที่ขบวนแห่ของผู้ประกอบการจะมาถึง
เราขอเสนอ
บทเพลงที่สร้างขึ้นด้วยความยากลำบาก
และความพยายามอันมากมายมหาศาล
กว่าจะได้นำเสนอต่อท่านในที่นี้
บทเพลงนี้มีชื่อว่าความฝัน
และความคิดอันชั่วร้าย
ของนักฟิสิกซ์ ประจำราชสำนัก ท่าน กาลิเลโอ
หรืออีกชื่อหนึ่งว่า การลิ้มลองอนาคต
(ดนตรี)
อันลูกโลกเรามีมากาเล
พระเจ้าแสร้งเสปั้นทรงลงลาย
ทรงสร้างคนทรงสร้างดินทรงสร้างน้ำ
สร้างความชุ่มช่ำ สร้างไฟส่องฉาย
ให้ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกเรา
มีทุกข์สุขเศร้าเวียนวนกันไป
สุขโศกสีสันดั่งวันราตรี
ใจเราน้องพี่ต่างพลีกาย
(ใจกาย..ใจกาย)
ถวายชีวิตไกล้ชิดพระองค์
ภักดีมั่นคงไม่เคยแหนงหน่าย
เมื่อใครหน่ายแหนงสำแดงฤทธิ์
ความพินาจบัดสีจะมาเยี่ยมกราย
(เยี่ยมกราย...)
เยี่ยมกราย ความพินาจบัดสีจะมาเยี่ยมกราย
(เยี่ยมกราย...)
รอบสันตะปาปา ก็คือคาดินัล
รอบลงไปอีกนั่นก็ลดลั่นกันไป
บิชอพเสนาข้าทาสบริวาร
ขโมย ขอทาน คนโซโคควาย
สังคมยอมเขาพระเจ้าคือจอม
คุมความเหม็นหอม คุมความเป็นตาย
(เป็นตาย....)
ข้าแต่พระองค์ (เดี๋ยวก่อน....)
ข้าแต่พระองค์ (เดี๋ยวก่อน....)
(ดนตรี)
ยังมีชายหนึ่งชื่อ กาลิเลโอ
หัวโตพุงโรทิ้งพระคัมภีร์
ส่องกล้องดูดาวด้วยวิทยาการ
อันฉลาดอาจหาญไม่กลัวบัดสี
ไม่มีพระเจ้าไม่มีพระองค์
มีแต่ความหลุ่มหลงงมโง่สิ้นดี
โลกเราดวงเราก็คือบริวาร
ดวงดาวไพศาลเปรียบดั่งผงธุลี
(ธุลี....)
ดวงสุริยันมันก็ลอยอยู่เฉยๆ
ชะเออเอิ่งเอยแบบใหนกันนี่
(ดนตรี)
เอ๊ะมันไม่เข้าที อ๊ะหรือว่าเข้าที
(อะไรกันนะ อะไรกันนะ..)
(ไม่รู้ซิ ไม่รู้ซิ เอ๊ะอะไรกัน ฮึม..)
(ดนตรี)
หนุ่มสาวที่แข็งกระด้าง สุนัขที่แข็งกระด้าง
เด็กวัดที่แข็งกระด้าง
คนงานขิ้เมาไม่ยอมไปทำงาน
(ดนตรี)
เมื่อเป็นเช่นนิ้จะได้ไฉน
พี่น้องทั้งหลายนั่นพระคัมภีร์
กฏเกณฑ์โบราณมันไม่ตลก
สวรรค์นรกมีเชิงบ่งชี้
เชือกที่แขวนคอคนกำแหง
มันยังแข็งแรงหักคอได้ดี
ชีวิตขื่นขมแทบล้มกระอัก
ใครหนอไม่รักอิสระเสรี
(เสรี....)
(ดนตรี)
ฮึม....
ช่างก่อสร้างขุดดินก่อสร้าง
ก่ออิฐจัดวางโบกหิน โบกปูน
สร้างเสร็จสม เขาก็เข้าไปอยู่
เหมือนดั่งปูมันขุดรูของมันอยู่เอง
(ดนตรี)
เมื่อเป็นเช่นนิ้จะได้ไฉน
พี่น้องทั้งหลายนั่นพระคัมภีร์
ไม่ใช่เรื่องราวต้องสาวความเปลือง
เชือกบ่วงเขื่องๆพิษสงยังมี
ชีวิตขื่นขมแทบจมอาจม
อิสราสุขสมคืออิสระเสรี
(เสรี....)
(ดนตรี)
ฉันกำลังมองหา ดวงอาทิตย์ฆ่าเวลา
ส่องโลมไล้จันทราของฉัน
ทั้งอาทิตย์ดวงจันทร์ ขอให้เป็นของเรา
(ดนตรี)
ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้หรอกหนา
ฟังคำร้องขอเถอะกาลิเลโอ
จะถอดตะกร้อออกจากปากหมาบ้า
มันหมายความว่าอันตรายอักโข
ความหายนะระรานชีวิต
ความถูกกลับผิดลุกลาม
โอโฮ โอโฮ.....กาลิเลโอ...กาลิเลโอ...
มวลมิตรทั้งผองต้องทุกข์ลำเค็ญ
ไม่ว่าจะอยู่หรือเป็น ต้องลำบากลำบน
จงปลดโซ่ตรวน ที่มันกวนรังควาน
ด้วยความกล้าหาญเยี่ยงนรชน
กาลิเลโอ กาลิเลอี
คือเทียนช่วยชี้พ้นทางมืดมน
ความคิดอ่อนแอแพ้ภัยทั้งปวง
คือสิ่งเหนี่ยวหน่วงหัวใจของตน
อิสระเสรีก็คือดวงวิญญาณ
ตัวเรานี่แหละหนาที่เรียกว่าคน
(คน.......)
คำร้อง ทำนอง ...สุรชัย จันทิมาธร
(พูด) ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านสุภาพบุรุษ ท่านสุภาพสตรี
ก่อนที่ขบวนแห่ของผู้ประกอบการจะมาถึง
เราขอเสนอ
บทเพลงที่สร้างขึ้นด้วยความยากลำบาก
และความพยายามอันมากมายมหาศาล
กว่าจะได้นำเสนอต่อท่านในที่นี้
บทเพลงนี้มีชื่อว่าความฝัน
และความคิดอันชั่วร้าย
ของนักฟิสิกซ์ ประจำราชสำนัก ท่าน กาลิเลโอ
หรืออีกชื่อหนึ่งว่า การลิ้มลองอนาคต
(ดนตรี)
อันลูกโลกเรามีมากาเล
พระเจ้าแสร้งเสปั้นทรงลงลาย
ทรงสร้างคนทรงสร้างดินทรงสร้างน้ำ
สร้างความชุ่มช่ำ สร้างไฟส่องฉาย
ให้ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกเรา
มีทุกข์สุขเศร้าเวียนวนกันไป
สุขโศกสีสันดั่งวันราตรี
ใจเราน้องพี่ต่างพลีกาย
(ใจกาย..ใจกาย)
ถวายชีวิตไกล้ชิดพระองค์
ภักดีมั่นคงไม่เคยแหนงหน่าย
เมื่อใครหน่ายแหนงสำแดงฤทธิ์
ความพินาจบัดสีจะมาเยี่ยมกราย
(เยี่ยมกราย...)
เยี่ยมกราย ความพินาจบัดสีจะมาเยี่ยมกราย
(เยี่ยมกราย...)
รอบสันตะปาปา ก็คือคาดินัล
รอบลงไปอีกนั่นก็ลดลั่นกันไป
บิชอพเสนาข้าทาสบริวาร
ขโมย ขอทาน คนโซโคควาย
สังคมยอมเขาพระเจ้าคือจอม
คุมความเหม็นหอม คุมความเป็นตาย
(เป็นตาย....)
ข้าแต่พระองค์ (เดี๋ยวก่อน....)
ข้าแต่พระองค์ (เดี๋ยวก่อน....)
(ดนตรี)
ยังมีชายหนึ่งชื่อ กาลิเลโอ
หัวโตพุงโรทิ้งพระคัมภีร์
ส่องกล้องดูดาวด้วยวิทยาการ
อันฉลาดอาจหาญไม่กลัวบัดสี
ไม่มีพระเจ้าไม่มีพระองค์
มีแต่ความหลุ่มหลงงมโง่สิ้นดี
โลกเราดวงเราก็คือบริวาร
ดวงดาวไพศาลเปรียบดั่งผงธุลี
(ธุลี....)
ดวงสุริยันมันก็ลอยอยู่เฉยๆ
ชะเออเอิ่งเอยแบบใหนกันนี่
(ดนตรี)
เอ๊ะมันไม่เข้าที อ๊ะหรือว่าเข้าที
(อะไรกันนะ อะไรกันนะ..)
(ไม่รู้ซิ ไม่รู้ซิ เอ๊ะอะไรกัน ฮึม..)
(ดนตรี)
หนุ่มสาวที่แข็งกระด้าง สุนัขที่แข็งกระด้าง
เด็กวัดที่แข็งกระด้าง
คนงานขิ้เมาไม่ยอมไปทำงาน
(ดนตรี)
เมื่อเป็นเช่นนิ้จะได้ไฉน
พี่น้องทั้งหลายนั่นพระคัมภีร์
กฏเกณฑ์โบราณมันไม่ตลก
สวรรค์นรกมีเชิงบ่งชี้
เชือกที่แขวนคอคนกำแหง
มันยังแข็งแรงหักคอได้ดี
ชีวิตขื่นขมแทบล้มกระอัก
ใครหนอไม่รักอิสระเสรี
(เสรี....)
(ดนตรี)
ฮึม....
ช่างก่อสร้างขุดดินก่อสร้าง
ก่ออิฐจัดวางโบกหิน โบกปูน
สร้างเสร็จสม เขาก็เข้าไปอยู่
เหมือนดั่งปูมันขุดรูของมันอยู่เอง
(ดนตรี)
เมื่อเป็นเช่นนิ้จะได้ไฉน
พี่น้องทั้งหลายนั่นพระคัมภีร์
ไม่ใช่เรื่องราวต้องสาวความเปลือง
เชือกบ่วงเขื่องๆพิษสงยังมี
ชีวิตขื่นขมแทบจมอาจม
อิสราสุขสมคืออิสระเสรี
(เสรี....)
(ดนตรี)
ฉันกำลังมองหา ดวงอาทิตย์ฆ่าเวลา
ส่องโลมไล้จันทราของฉัน
ทั้งอาทิตย์ดวงจันทร์ ขอให้เป็นของเรา
(ดนตรี)
ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้หรอกหนา
ฟังคำร้องขอเถอะกาลิเลโอ
จะถอดตะกร้อออกจากปากหมาบ้า
มันหมายความว่าอันตรายอักโข
ความหายนะระรานชีวิต
ความถูกกลับผิดลุกลาม
โอโฮ โอโฮ.....กาลิเลโอ...กาลิเลโอ...
มวลมิตรทั้งผองต้องทุกข์ลำเค็ญ
ไม่ว่าจะอยู่หรือเป็น ต้องลำบากลำบน
จงปลดโซ่ตรวน ที่มันกวนรังควาน
ด้วยความกล้าหาญเยี่ยงนรชน
กาลิเลโอ กาลิเลอี
คือเทียนช่วยชี้พ้นทางมืดมน
ความคิดอ่อนแอแพ้ภัยทั้งปวง
คือสิ่งเหนี่ยวหน่วงหัวใจของตน
อิสระเสรีก็คือดวงวิญญาณ
ตัวเรานี่แหละหนาที่เรียกว่าคน
(คน.......)
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
กาลิเลโอ
โพสต์ที่ 3
สวัสดีครับ คุณ Boring
หายไปเสียนาน นึกว่าเบื่อบอร์ดไปแล้ว
ขอบคุณสำหรับเนื้อเพลง กาลิเลโอ
เป็นหนึ่งในละครของ 28 ที่ประสบความสำเร็จด้านการนำเสนอของละคร"ผอม"
ด้วยตัวบทและนักแสดง (คำรณ คุณะดิลก)
ทุกวันนี้ยังจำประโยคโต้ตอบเฉียบคมเบื้องบนได้อยู่
หายไปเสียนาน นึกว่าเบื่อบอร์ดไปแล้ว
ขอบคุณสำหรับเนื้อเพลง กาลิเลโอ
เป็นหนึ่งในละครของ 28 ที่ประสบความสำเร็จด้านการนำเสนอของละคร"ผอม"
ด้วยตัวบทและนักแสดง (คำรณ คุณะดิลก)
ทุกวันนี้ยังจำประโยคโต้ตอบเฉียบคมเบื้องบนได้อยู่
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
กาลิเลโอ
โพสต์ที่ 4
อีกท่านหนึ่งที่ทุกข์ระทมไม่แพ้กาลิเลโอก็คือ ชาร์ล ดาร์วิน
เขาเป็นลูกนายแพทย์ ซึ่งมีชื่อพอสมควรในสังคม
เขาถูกคาดหวังว่าจะได้เป็นนายแพทย์สืบต่อกันไป
แต่เขากลับเป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้น
เขาชอบชีววิทยา
ชอบสิงสาราสัตว์
ประสบการณ์การท่องเที่ยว
โดยเฉพาะที่เกาะกาลาปากอส
ทำให้เขาค้นพบทฤษฏีใหม่
เขาค้นพบว่า
คนเรานั้นไม่ได้เกิดมาจากพระเจ้า
แต่มีวิวัฒนาการมาจากลิง
ง่า.........
อย่าว่าแต่สูงส่งขนาดบาทหลวงหรือคาร์ดินาลเลยครับ
ที่รับความคิดนี้ไม่ได้
แม้แต่คนธรรมดาก็ยังร่วมประนามเขา
เขาตัองเก็บตัวโดดเดี่ยวจากสังคม
ไม่กล้าพูดจาในสิ่งที่ตนเองค้นพบ
เพื่อนฝูงหายหน้าหายตาไม่คบด้วย
แม้แต่ภรรยาเองก็ระแวงแคลงใจในตัวเขา
เขามีชีวิตหวานอมขมกลืน
เพราะเป็นศัตรูกับพระเจ้า
พระเจ้าที่คนค่อนโลกเคารพนับถือ
ตอนมีชีวิตเขาไม่เคยได้รับการยอมรับ
แต่.....แม้ศาสนจักรจะเล่นตลกกับเขา
ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง
เขาได้รับการยอมรับจากมนุษย์ทั่วโลกหลังจากที่เขาสียชีวิตนานอักโข
ปัจจุบันเขาเป็นหนึ่งในสามของนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุดของโลก
มีไอสไตน์
มีไอแซค นิวตัน
และก็ ชาร์ล ดาร์วิน
ใครล่ะจะไม่รู้จักทฤษฏีแห่งวิวัฒนาการ
ทฤษฏี "Natural Selection" ที่ทรงพลัง
เขาเป็นลูกนายแพทย์ ซึ่งมีชื่อพอสมควรในสังคม
เขาถูกคาดหวังว่าจะได้เป็นนายแพทย์สืบต่อกันไป
แต่เขากลับเป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้น
เขาชอบชีววิทยา
ชอบสิงสาราสัตว์
ประสบการณ์การท่องเที่ยว
โดยเฉพาะที่เกาะกาลาปากอส
ทำให้เขาค้นพบทฤษฏีใหม่
เขาค้นพบว่า
คนเรานั้นไม่ได้เกิดมาจากพระเจ้า
แต่มีวิวัฒนาการมาจากลิง
ง่า.........
อย่าว่าแต่สูงส่งขนาดบาทหลวงหรือคาร์ดินาลเลยครับ
ที่รับความคิดนี้ไม่ได้
แม้แต่คนธรรมดาก็ยังร่วมประนามเขา
เขาตัองเก็บตัวโดดเดี่ยวจากสังคม
ไม่กล้าพูดจาในสิ่งที่ตนเองค้นพบ
เพื่อนฝูงหายหน้าหายตาไม่คบด้วย
แม้แต่ภรรยาเองก็ระแวงแคลงใจในตัวเขา
เขามีชีวิตหวานอมขมกลืน
เพราะเป็นศัตรูกับพระเจ้า
พระเจ้าที่คนค่อนโลกเคารพนับถือ
ตอนมีชีวิตเขาไม่เคยได้รับการยอมรับ
แต่.....แม้ศาสนจักรจะเล่นตลกกับเขา
ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง
เขาได้รับการยอมรับจากมนุษย์ทั่วโลกหลังจากที่เขาสียชีวิตนานอักโข
ปัจจุบันเขาเป็นหนึ่งในสามของนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุดของโลก
มีไอสไตน์
มีไอแซค นิวตัน
และก็ ชาร์ล ดาร์วิน
ใครล่ะจะไม่รู้จักทฤษฏีแห่งวิวัฒนาการ
ทฤษฏี "Natural Selection" ที่ทรงพลัง
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
กาลิเลโอ
โพสต์ที่ 5
โอ้โฮ คุณแผ่วเบา
บรรยายเรื่องของชาร์ลส์ ดาร์วิน เสียน่าสงสารจริงๆ
เลยขอเสริมอีกคนหนึ่ง ซึ่งเกิดในยุคเดียวกันและต่างก็มีอิทธิพลส่งถึงกัน
นั่นก็คือ บาทหลวง(เอ..หรือเรียกว่าท่านสาธุคุณ) Gregor Mendel
นักบวชนิกาย Augustine ชาวออสเตรีย ผู้คิดค้นทฤษฎีพันธุกรรมอันโด่งดัง Laws of Inheritance
คงยังจำกันได้ Mendel ทดลองพืชพันธุ์ถั่วของเขา
Mendel ได้ทดลองผสมถั่วที่มีลักษณะ (คือยีนส์)ต่างๆ กัน
เช่น ถั่วที่มีลำต้นสูง( ลักษณะเด่น)กับลำต้นเตี้ย (ลักษณะด้อย)
สายพันธุ์แรกจะได้ถั่วลูกต้นสูงหมด เมื่อนำมาผสมกันใหม่ สายพันธุ์รุ่นหลานจะปรากฏพันธุ์สูง:พันธุ์เตี้ย 3:1
( ฉะนั้นไม่แปลกใจที่บางครอบครัวมีลูก 4 คน คนหนึ่งจะเตี้ยผิดกว่าพี่น้องคนอื่นๆ)
แน่ะล่ะ การค้นคว้าของเขาไม่เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะในวงการศาสนจักรที่ตัวเองดำรงอยู่
พระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์ ยีนส์ เยินที่ไหนกันมารู้จักตัวตนมนุษย์ดีกว่าพระเจ้า
แต่โชคดีของ Mendel ที่เขาอยู่ในสถานะของพระ ไม่ถูกบรรพชนียกรรมเหมือนนักคิดคนอื่นๆ
ด้วยภาระกิจการบริหารโบสถ์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาไม่มีเวลาทดลองอะไรได้อีก
จนกระทั่งเสียฃีวิตไปเมื่อ 6 มกราคม 2427 อายุ 61 ปี เขาตายไปโดยปราศจากชื่อเสียงใดๆ ตายในฐานะนักบวชธรรมดา
ไม่มีใครรู้ว่า ทฤษฎีพันธุกรรมที่เขาคิดค้นได้กลายเป็นคัมภีร์ศึกษาถึงวิชาพันธุศาสตร์ในปัจจุบัน
Mendel เคยอ่านผลงานการเขียนค้นคว้าของดาร์วิน The Origin ในภาคที่แปลเป็นภาษาเยอรมัน
หลังจากการทดลองปลูกถั่วสิ้นสุดลง แต่ก่อนหน้าจะพิมพ์ผลงานตัวเองเผยแพร่
ทั้งดาร์วินและเมนเดล ได้ปฏิวัติแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์ให้โลกรู้ในกาลต่อมา
บรรยายเรื่องของชาร์ลส์ ดาร์วิน เสียน่าสงสารจริงๆ
เลยขอเสริมอีกคนหนึ่ง ซึ่งเกิดในยุคเดียวกันและต่างก็มีอิทธิพลส่งถึงกัน
นั่นก็คือ บาทหลวง(เอ..หรือเรียกว่าท่านสาธุคุณ) Gregor Mendel
นักบวชนิกาย Augustine ชาวออสเตรีย ผู้คิดค้นทฤษฎีพันธุกรรมอันโด่งดัง Laws of Inheritance
คงยังจำกันได้ Mendel ทดลองพืชพันธุ์ถั่วของเขา
Mendel ได้ทดลองผสมถั่วที่มีลักษณะ (คือยีนส์)ต่างๆ กัน
เช่น ถั่วที่มีลำต้นสูง( ลักษณะเด่น)กับลำต้นเตี้ย (ลักษณะด้อย)
สายพันธุ์แรกจะได้ถั่วลูกต้นสูงหมด เมื่อนำมาผสมกันใหม่ สายพันธุ์รุ่นหลานจะปรากฏพันธุ์สูง:พันธุ์เตี้ย 3:1
( ฉะนั้นไม่แปลกใจที่บางครอบครัวมีลูก 4 คน คนหนึ่งจะเตี้ยผิดกว่าพี่น้องคนอื่นๆ)
แน่ะล่ะ การค้นคว้าของเขาไม่เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะในวงการศาสนจักรที่ตัวเองดำรงอยู่
พระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์ ยีนส์ เยินที่ไหนกันมารู้จักตัวตนมนุษย์ดีกว่าพระเจ้า
แต่โชคดีของ Mendel ที่เขาอยู่ในสถานะของพระ ไม่ถูกบรรพชนียกรรมเหมือนนักคิดคนอื่นๆ
ด้วยภาระกิจการบริหารโบสถ์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาไม่มีเวลาทดลองอะไรได้อีก
จนกระทั่งเสียฃีวิตไปเมื่อ 6 มกราคม 2427 อายุ 61 ปี เขาตายไปโดยปราศจากชื่อเสียงใดๆ ตายในฐานะนักบวชธรรมดา
ไม่มีใครรู้ว่า ทฤษฎีพันธุกรรมที่เขาคิดค้นได้กลายเป็นคัมภีร์ศึกษาถึงวิชาพันธุศาสตร์ในปัจจุบัน
Mendel เคยอ่านผลงานการเขียนค้นคว้าของดาร์วิน The Origin ในภาคที่แปลเป็นภาษาเยอรมัน
หลังจากการทดลองปลูกถั่วสิ้นสุดลง แต่ก่อนหน้าจะพิมพ์ผลงานตัวเองเผยแพร่
ทั้งดาร์วินและเมนเดล ได้ปฏิวัติแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์ให้โลกรู้ในกาลต่อมา
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
กาลิเลโอ
โพสต์ที่ 6
พอดี๊ พอดี ได้อ่านเจอคอลัมน์แนะนำหนังสือในหนังสือพิมพ์วันนี้
"The Reluctant Mr. Darwin : An Intimate Portrait of Charels Darwin and the Making of His Theory of Evolution"
เขียนโดย David Quammen แปลเป็นภาคไทยเรียบร้อยแล้ว
ในชื่อ ขาร์ลส์ ดาร์วิน : อัจฉริยะผู้ลังเล โดย อุทัย วงศ์ไวศยวรรณ
สำนักพิมพ์คบไฟ ราคา 265 บาท
เอ..ไม่รู้ในงานสัปดาห์หนังสือจะมีหรือเปล่า หรือลดเท่าไหร่ ต้องแวะไปเมียงมอง
ใครอ่านแล้วบ้างเอ่ย
"The Reluctant Mr. Darwin : An Intimate Portrait of Charels Darwin and the Making of His Theory of Evolution"
เขียนโดย David Quammen แปลเป็นภาคไทยเรียบร้อยแล้ว
ในชื่อ ขาร์ลส์ ดาร์วิน : อัจฉริยะผู้ลังเล โดย อุทัย วงศ์ไวศยวรรณ
สำนักพิมพ์คบไฟ ราคา 265 บาท
เอ..ไม่รู้ในงานสัปดาห์หนังสือจะมีหรือเปล่า หรือลดเท่าไหร่ ต้องแวะไปเมียงมอง
ใครอ่านแล้วบ้างเอ่ย