ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 1
ผมเรียน ทำงานเกี่ยวกับการถ่ายภาพมาด้วยครับ ตอนนี้กล้องเดิมมันพังไปแล้ว อยากซื้อใหม่ก็ตังค์ไม่มี รอหุ้นขึ้นมากๆคงขายได้เงินบ้าง ท่านใดที่สนใจเรื่องนี้จะมาคุยหรือมาถามได้นะครับ ผมค่อนข้างจะรู้มาก การเลือกกล้องถ่ายภาพ ผมทำได้ดีกว่าเลือกหุ้นอีกนะ ไม่ได้โม้ เพราะหุ้นมาติดตามจริงจังปีกว่า แต่กล้องนี่ 6 ปีแล้วครับ
แก้ไขล่าสุดโดย harry เมื่อ เสาร์ ก.พ. 28, 2004 1:12 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
Expecto Patronum!!!!!!
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 3
pinklady เขียน:สนใจกล้อง digital SLR อยู่ค่ะ
ช่วยแนะนำรุ่นที่คุ้มค่าหน่อยค่ะ เพราะราคาค่อนข้างสูง
ช่วยบอกหน่อยครับ ว่ามีเงินเท่าไหร่ ต้องการใช้อะไร แบบไหน ถ่ายเล่น หรือไว้ใช้ถ่ายหาเงิน แล้วมีอุปกรณ์อะไรอยู่บ้างแล้วหรือป่าวครับ
Expecto Patronum!!!!!!
- pinklady
- Verified User
- โพสต์: 778
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 4
-ตั้งใจว่าไม่ควรเกิน 50,000 ทั้งขึ้นอยู่กับ set
-ไม่ได้เป็นมืออาชีพ แต่ชอบถ่ายรูปสวยๆ
-มีเลนส์ของ cannon eos rebel อยู่ รวมทั้ง filter ต่างๆ
-ที่อยากได้ digital slr เพราะ กล้อง digital sony dsc s85 ที่มีอยู่ถ่ายมาแล้วไม่ได้ดังใจ ภาพดูแบนมาก (ไม่น่าซื้อมาเลย) ไม่สามารถ focus วัตถุที่ไม่อยู่ตรงกลางได้ ทำให้ภาพไม่ช้ดเท่าที่ควร
-เล็งๆ cannon eos digital slr อยู่ไม่รู้ดีไหม หรือ nikon จะดีกว่า วานบอกที

-ไม่ได้เป็นมืออาชีพ แต่ชอบถ่ายรูปสวยๆ
-มีเลนส์ของ cannon eos rebel อยู่ รวมทั้ง filter ต่างๆ
-ที่อยากได้ digital slr เพราะ กล้อง digital sony dsc s85 ที่มีอยู่ถ่ายมาแล้วไม่ได้ดังใจ ภาพดูแบนมาก (ไม่น่าซื้อมาเลย) ไม่สามารถ focus วัตถุที่ไม่อยู่ตรงกลางได้ ทำให้ภาพไม่ช้ดเท่าที่ควร
-เล็งๆ cannon eos digital slr อยู่ไม่รู้ดีไหม หรือ nikon จะดีกว่า วานบอกที
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 5
คำตอบง่ายมากคือ canon eos300d ครับ แต่ไม่ครบเซ็ทนะ เพราะว่าคุณจะได้กล้องกับเลนส์ 1 ตัวในราคา ที่เห็นมา 43000 บาท ง่ายมากเพราะคุณมีกล้อง canon อยู่แล้ว ส่วนสิ่งที่คุณจะต้องซื้อเพิ่มนั้นก็แล้วแต่แนวทางการถ่ายภาพของคุณ แนะนำว่าคุณควรศึกษาการถ่ายภาพด้วยกล้อง slr ให้เข้าใจก่อน เพราะถึงคุณใช้กล้องราคาแพง แต่คุณไม่เข้าใจก็ไม่มีทางได้ภาพดี เหมือนกับคุณได้รถสปอร์ตหรูความเร็วสูง แต่คุณไม่ชำนาญการขับรถ ก็ไม่มีทางรีดความเร็วออกมาได้ โดยเฉพาะในสนามแข่งที่มาเพื่อให้คุณได้ใช้ความเร็วสูง
ส่วนการที่คุณบอกว่าถ่ายภาพออกมาแบนนั้น ผมใช้กล้องดิจิตอลคอมแพ็คออกมาแล้วก็มีมิติสวยงามดีครับ
ขอแถมว่า การเล่นกล้อง การถ่ายภาพ ใช้เงินมากครับ เพราะของแต่ละอย่างหลักหมื่นขึ้นทั้งนั้น กล้องที่ผมจะซื้อนั้นราคามือสองสี่หมื่นกว่า ของใหม่เกือบแสน เศร้า ไม่ได้ซื้อซะที เอาเงินมาซื้อหุ้นแทน
ส่วนการที่คุณบอกว่าถ่ายภาพออกมาแบนนั้น ผมใช้กล้องดิจิตอลคอมแพ็คออกมาแล้วก็มีมิติสวยงามดีครับ
ขอแถมว่า การเล่นกล้อง การถ่ายภาพ ใช้เงินมากครับ เพราะของแต่ละอย่างหลักหมื่นขึ้นทั้งนั้น กล้องที่ผมจะซื้อนั้นราคามือสองสี่หมื่นกว่า ของใหม่เกือบแสน เศร้า ไม่ได้ซื้อซะที เอาเงินมาซื้อหุ้นแทน

Expecto Patronum!!!!!!
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 6
เย้ ในที่สุดก็เจอคนงานอดิเรกเหมือนเรา ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับคุณ Harry
ซื้อ 300D ต้องทำใจหลายอย่างนาครับ คุณ Pink Lady
ข้อดีมีให้เห็นเยอะ แต่เอาข้อเสียก่อนนะครับ
สรุปแล้วผมก็ยังเชียร์ Canon ครับ อ้าว!!! เหตุผลก็คือ lens ของ Canon โดยรวมแล้วคุ้มค่าเงินมากกว่าครับ และค่อนข้าง aggressive ในเรื่องเทคโนโลยีพอควร
แต่ถ้าจะซื้อ แนะนำให้ซื้อช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ครับ คิดว่าปลายปีนี้ Canon คงจะออก replacement ของ 10D (เช่น 10D Mark II) ซึ่งจะทำให้ราคาของ 300D และ 10D รุ่นเก่าราคาถูกลง แต่ถ้าซื้อได้ 40,000 เฉพาะ body ก็น่าสนครับ ผมขาย 17-55mm ของผมให้ในราคาถูกๆ
เดี๋ยวจะขอโพสต์ถามคุณ harry ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ่ายภาพนะครับ แต่ขอเป็นอีกกระทู้ก็แล้วกัน
ซื้อ 300D ต้องทำใจหลายอย่างนาครับ คุณ Pink Lady
ข้อดีมีให้เห็นเยอะ แต่เอาข้อเสียก่อนนะครับ
- Field of View มี crop factor เป็น 1.6 หมายความว่าเลนส์ 50mm ธรรมด๊าธรรมดาจะถ่ายได้เทียบเท่ากับเลนส์ 80mm ในกล้อง EOS ปกติครับ ทำให้ช่วง Wide Angle หายไป
- ระบบ Focus เป็นแบบ Auto ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรือแบบติดตามต่อเนื่อง (AI Servo)
- White Balance ของการถ่ายในไฟทังสเตนไม่ค่อยดี (สีจะออกส้มๆ) และไม่สามารถควบคุม white balance โดยใช้อุณหภูมิสีได้
- ถ่ายภาพต่อเนื่องได้แค่ 4 ภาพ
- ไม่มี Flash Exposure Compensation คือไม่สามารถตั้งให้ flash บวกหรือลบจากการวัดแสงของกล้องได้ หลายคนมีปัญหากับเรื่องนี้ ถ้าไม่ได้ทำความเข้าใจเรื่องแฟลชกับพื้นผิวการสะท้อนแสงของแฟลชดีๆ
- ตัวกล้องเป็นพลาสติก จะมีปัญหามากเมื่อ Mount เลนส์หนักๆ ทำให้ฝาพลาสติกที่ปิด memory เริ่มหลวมถ้าใช้นานๆ
- ระบบวัดแสงแบบ spot ไม่มี มีแต่เลือกจุดกับ auto เท่านั้น
สรุปแล้วผมก็ยังเชียร์ Canon ครับ อ้าว!!! เหตุผลก็คือ lens ของ Canon โดยรวมแล้วคุ้มค่าเงินมากกว่าครับ และค่อนข้าง aggressive ในเรื่องเทคโนโลยีพอควร
แต่ถ้าจะซื้อ แนะนำให้ซื้อช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ครับ คิดว่าปลายปีนี้ Canon คงจะออก replacement ของ 10D (เช่น 10D Mark II) ซึ่งจะทำให้ราคาของ 300D และ 10D รุ่นเก่าราคาถูกลง แต่ถ้าซื้อได้ 40,000 เฉพาะ body ก็น่าสนครับ ผมขาย 17-55mm ของผมให้ในราคาถูกๆ

เดี๋ยวจะขอโพสต์ถามคุณ harry ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ่ายภาพนะครับ แต่ขอเป็นอีกกระทู้ก็แล้วกัน
- pinklady
- Verified User
- โพสต์: 778
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 7
ขอบคุณค่ะ harry
ขอบคุณ คุณ ck ค่ะสำหรับรายละเอียด เดี๋ยวให้พ่อบ้านมาอ่าน เพราะเค้าจะรู้เรื่องกล้องมากกว่า
ของharry ใช้ยี่ห้ออะไรถึงมีมิติสวยงาม เดาว่าน่าจะเป็น nikon เพราะมีคนบอกว่า focus ได้หลายจุด แต่เจ้า sony ที่ใช้ทำไมทำไม่ได้ก็ไม่รู้ส่วนการที่คุณบอกว่าถ่ายภาพออกมาแบนนั้น ผมใช้กล้องดิจิตอลคอมแพ็คออกมาแล้วก็มีมิติสวยงามดีครับ
ขอบคุณ คุณ ck ค่ะสำหรับรายละเอียด เดี๋ยวให้พ่อบ้านมาอ่าน เพราะเค้าจะรู้เรื่องกล้องมากกว่า
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 8
ไม่เกี่ยวกับยี่ห้อครับคุณ Pinkladypinklady เขียน:ของharry ใช้ยี่ห้ออะไรถึงมีมิติสวยงาม เดาว่าน่าจะเป็น nikon เพราะมีคนบอกว่า focus ได้หลายจุด แต่เจ้า sony ที่ใช้ทำไมทำไม่ได้ก็ไม่รู้
น่าจะเป็นเรื่องของความชัดลึกชัดตื้นมากกว่าครับ ง่ายๆ ก็คือว่ากล้อง compact digital ของ Sony นั้น มีขนาด CCD (ช่องรับบันทึกภาพ) เล็กกว่ากล้องฟิลม์หรือ digital slr มากๆ ทำให้ภาพออกมาคมชัดเปรี๊ยะทั้งภาพ ซึ่งก็ดีอย่าง แต่ที่เสียคือ มันจะไม่มีส่วนไหนเบลอเลย ไม่ว่าใกล้หรือไกล
ทำให้ดูเหมือนมันไม่มีมิติครับ แต่อย่างคุณ Harry บอก มุมของการถ่ายก็มีส่วนสำคัญมากครับ และต้องพยายามให้ความสำคัญกับจุดที่ focus (ใกล้ดีกว่าไกล ถ้าต้องการให้มีส่วนที่เบลอ)
อีกอย่างคือ lens ครับ ถ้าใช้ Sony F717 หรือ F828 ที่ได้ f/2.8 ก็น่าจะถ่ายให้เกิดมิติได้ไม่ยากครับ แต่ต้องพยายามใช้ Av mode แล้วตั้ง f-stop ไปที่ 2.8
ถ้ารักการถ่ายภาพจริงๆและไม่ต้องการลงทุนมาก EOS 300D บวกกับ kit lens ที่แถมมาก็ดีโขแล้วครับ ส่วนใหญ่อยู่ที่ฝีมือมากกว่า
- ayethebing
- Verified User
- โพสต์: 2125
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 9
ผมเคยเล่นกล้องแต่เป็นแบบ SLR อนาล็อกครับ คุยกันเรื่อง digital นี่ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เลย
สนุกดีนะครับ ถ่ายรูปเนี่ย สมัยก่อนนอกจากแพงอุปกรณ์แล้วยังแพงค่าฟิล์ม ค่าล้าง ค่าอัดอีก ถ่ายไปก็ไม่เห็นรูปว่าเป็นยังงัย จนกระทั่งเสียเงินไปล้าง
เดี๋ยวนี้ยุคดิจิตอลไม่มีแล้วครับ ดูได้เลย แถมยังเอาไป edit ได้อีกต่างหาก ประมาณว่ารูปออกมาอ้วนไป ขอให้ลบแก้มกับคางออกหน่อย แต่ว่าเทคนิคต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานในการถ่ายภาพผมว่าก็ยังเหมือนเดิมนะครับ
สนุกดีนะครับ ถ่ายรูปเนี่ย สมัยก่อนนอกจากแพงอุปกรณ์แล้วยังแพงค่าฟิล์ม ค่าล้าง ค่าอัดอีก ถ่ายไปก็ไม่เห็นรูปว่าเป็นยังงัย จนกระทั่งเสียเงินไปล้าง
เดี๋ยวนี้ยุคดิจิตอลไม่มีแล้วครับ ดูได้เลย แถมยังเอาไป edit ได้อีกต่างหาก ประมาณว่ารูปออกมาอ้วนไป ขอให้ลบแก้มกับคางออกหน่อย แต่ว่าเทคนิคต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานในการถ่ายภาพผมว่าก็ยังเหมือนเดิมนะครับ
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 10
ถามๆได้ทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอลครับ อีกอย่างพี่ ck ตั้งคำถามในนี้ก็ได้ครับ จะได้เป็นกระทู้เดียวที่ได้รวบรวมข้อมูล ความรู้ และก็คนที่ชอบถ่ายภาพเหมือนกัน
เรื่องกล้องคอมแพคถ่ายมามีมิตินั้น พี่ ck ก็ตอบไว้ได้ถูกต้องแล้วครับ อยู่ที่เราต้องเข้าใจกล้องก่อน แล้วก็อยู่ในเราจะวางองค์ประกอบภาพด้วยครับ ของอย่างนี้มันต้องเอาภาพมาดูด้วยครับ ถึงจะบอกกันถูก
ส่วนเรื่องกล้อง 300d กับ d70 นั้น ทำมาเป็นกล้องรุ่นเล็กราคาถูก ศักยภาพก็ลดลงตามราคา ถ้าอยากได้อึด ทน เร็ว และก็ขนาดเท่าฟิล์มก็ต้องจ่ายหลักแสนครับ แล้วก็ได้กล้องอย่างเดียวนะ เลนส์ต่างหากด้วยไม่เกี่ยวกัน ดังนั้นเราต้องตอบตัวเองก่อนว่าต้องการระดับไหน แล้วมีเงินมากแค่ไหนด้วยครับ
เรื่องกล้องคอมแพคถ่ายมามีมิตินั้น พี่ ck ก็ตอบไว้ได้ถูกต้องแล้วครับ อยู่ที่เราต้องเข้าใจกล้องก่อน แล้วก็อยู่ในเราจะวางองค์ประกอบภาพด้วยครับ ของอย่างนี้มันต้องเอาภาพมาดูด้วยครับ ถึงจะบอกกันถูก
ส่วนเรื่องกล้อง 300d กับ d70 นั้น ทำมาเป็นกล้องรุ่นเล็กราคาถูก ศักยภาพก็ลดลงตามราคา ถ้าอยากได้อึด ทน เร็ว และก็ขนาดเท่าฟิล์มก็ต้องจ่ายหลักแสนครับ แล้วก็ได้กล้องอย่างเดียวนะ เลนส์ต่างหากด้วยไม่เกี่ยวกัน ดังนั้นเราต้องตอบตัวเองก่อนว่าต้องการระดับไหน แล้วมีเงินมากแค่ไหนด้วยครับ
Expecto Patronum!!!!!!
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 11
นั่งคิดเล่นๆว่าการเลือกกล้อง กับเลือกหุ้น เอามาเกี่ยวกันได้ยังงัยก็นึกออกได้ว่า
เราหวังผลคุณภาพของผลงานที่ได้อย่างไร ถ้าคุณเป็นมืออาชีพด้านการถ่ายภาพต้องการกล้องคุณภาพสูง ดังนั้นคุณต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่คุณก็ขายงานได้เป็นเงินจำนวนมากเช่นกัน ประมาณว่ามาร์จิ้นกำไรงานต่อชิ้นสูง เช่นเดียวกันกับธุรกิจที่ลงทุนสูงก็หวังว่าจะได้กำไรงาม ส่วนกล้องธรรมดาราคาถูกๆ ก็ผลิตงานที่ดีได้ แต่กำไรอาจจะไม่ได้มากเท่า เพราะลูกค้าอาจไม่เชื่อในตัวกล้อง เหมือนโรงงานขนาดใหญ่เทคโนโลยีทันสมัย กับโรงงานธรรมดาที่ผลิตได้เช่นกัน แต่ศักยภาพต่างกัน ส่วนคนถ่ายภาพก็เหมือนผู้บริหาร ถ้าคุณเจอช่างภาพเก่งๆฝีมือดี ก็เหมือนผู้บริหารที่เก่ง ย่อมทำให้ธุรกิจได้สินค้าคุณภาพ ค้าขายได้กำไรงาม ส่ววนช่างภาพฝีมือธรรมดาก็มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้ภาพดี แถมยังเสียฟิล์มไปอีกหลายม้วนก็ว่าได้งาน ถึงกล้องจะดีทันสมัยดุจโรงงานสุดหรู แต่ผู้บริหารกลับไม่เข้าใจมัน ก็ไม่สามารถจะทำให้โรงงานผลิตสินค้าออกมาดีมีคุณภาพ และเอาไปขายเป็นกำไรงามได้
ส่วนพวกติสต์จัด ชอบผลิตงานศิลปะ ก็เหมือนทำธุรกิจเฉพาะด้าน (niche) ก็สามารถขายมาร์จิ้นกำไรสูงมากได้ แต่ turnaround น่าจะต่ำเพราะคนดูงานแล้วเข้าถึงศิลปะนั้นไม่ใช่ว่าเป็นได้ทุกคน แต่ถ้างานดี แล้วผู้คนมองเข้าใจง่ายก็น่าจะขายได้มากขึ้นด้วย
มีอะไรอีกมั้ยน้า..... นึกได้แค่นี้ แต่งเติมกันได้ครับ
เราหวังผลคุณภาพของผลงานที่ได้อย่างไร ถ้าคุณเป็นมืออาชีพด้านการถ่ายภาพต้องการกล้องคุณภาพสูง ดังนั้นคุณต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่คุณก็ขายงานได้เป็นเงินจำนวนมากเช่นกัน ประมาณว่ามาร์จิ้นกำไรงานต่อชิ้นสูง เช่นเดียวกันกับธุรกิจที่ลงทุนสูงก็หวังว่าจะได้กำไรงาม ส่วนกล้องธรรมดาราคาถูกๆ ก็ผลิตงานที่ดีได้ แต่กำไรอาจจะไม่ได้มากเท่า เพราะลูกค้าอาจไม่เชื่อในตัวกล้อง เหมือนโรงงานขนาดใหญ่เทคโนโลยีทันสมัย กับโรงงานธรรมดาที่ผลิตได้เช่นกัน แต่ศักยภาพต่างกัน ส่วนคนถ่ายภาพก็เหมือนผู้บริหาร ถ้าคุณเจอช่างภาพเก่งๆฝีมือดี ก็เหมือนผู้บริหารที่เก่ง ย่อมทำให้ธุรกิจได้สินค้าคุณภาพ ค้าขายได้กำไรงาม ส่ววนช่างภาพฝีมือธรรมดาก็มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้ภาพดี แถมยังเสียฟิล์มไปอีกหลายม้วนก็ว่าได้งาน ถึงกล้องจะดีทันสมัยดุจโรงงานสุดหรู แต่ผู้บริหารกลับไม่เข้าใจมัน ก็ไม่สามารถจะทำให้โรงงานผลิตสินค้าออกมาดีมีคุณภาพ และเอาไปขายเป็นกำไรงามได้
ส่วนพวกติสต์จัด ชอบผลิตงานศิลปะ ก็เหมือนทำธุรกิจเฉพาะด้าน (niche) ก็สามารถขายมาร์จิ้นกำไรสูงมากได้ แต่ turnaround น่าจะต่ำเพราะคนดูงานแล้วเข้าถึงศิลปะนั้นไม่ใช่ว่าเป็นได้ทุกคน แต่ถ้างานดี แล้วผู้คนมองเข้าใจง่ายก็น่าจะขายได้มากขึ้นด้วย
มีอะไรอีกมั้ยน้า..... นึกได้แค่นี้ แต่งเติมกันได้ครับ
Expecto Patronum!!!!!!
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 12
คำถาม ช่วยเปรียบเทียบระหว่าง Fisheye กับ Rectilinear UWA Zoom ให้หน่อยครับ
ถามน้อง Harry หรือใครก็ได้ครับที่เคยถ่ายภาพ UWA และ Fisheye
คือว่าผมกำลังมองหา Ultra Wide Angle สำหรับ 300D อยู่ครับ จริงๆแล้วแค่อยากได้ 24มม. เมื่อเทียบกับฟิลม์ 35มม. ครับ แต่เนื่องมาจาก 1.6 crop factor ทำให้ผมต้องหาเลนส์ 15มม. เพื่อให้ได้เท่ากับเลนส์ 24มม. ที่เคยใช้สมัยกล้องแมนวล
ทีนี้ไพรมเลนส์ในระดับแถวๆ 15มม.นี่ ก็มี Fisheye (ของ Canon และ Sigma) กับ 14มม. ซึ่งเป็น Rectilinear และก็มี UWA Zoom ของ Sigma (12-24 f/4.5-5.6) กับ Tokina (12-24 f/3.5) ที่กำลังจะออกมาใหม่
เนื่องจาก 14มม.ราคาแพงเกินเอื้อม ผมเลยอยากทราบว่าระหว่าง Zoom 12-24 (Rectilinear) กับ 15มม. Fisheye อันไหนน่าเล่นกว่าครับ? ผมไม่เคยใช้ Fisheye มาก่อน ไม่ทราบว่าถ่ายยากสักขนาดไหน แต่ผมไม่กังวลเรื่อง Fix focal length นัก เพราะสมัยที่ใช้ 24มม.บนกล้องแมน่วลก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช้เดินเอาก็โอเคครับ
เอาเป็นว่าราคาไม่มีผลมากนักกับการตัดสินใจครับ
ถามน้อง Harry หรือใครก็ได้ครับที่เคยถ่ายภาพ UWA และ Fisheye
คือว่าผมกำลังมองหา Ultra Wide Angle สำหรับ 300D อยู่ครับ จริงๆแล้วแค่อยากได้ 24มม. เมื่อเทียบกับฟิลม์ 35มม. ครับ แต่เนื่องมาจาก 1.6 crop factor ทำให้ผมต้องหาเลนส์ 15มม. เพื่อให้ได้เท่ากับเลนส์ 24มม. ที่เคยใช้สมัยกล้องแมนวล
ทีนี้ไพรมเลนส์ในระดับแถวๆ 15มม.นี่ ก็มี Fisheye (ของ Canon และ Sigma) กับ 14มม. ซึ่งเป็น Rectilinear และก็มี UWA Zoom ของ Sigma (12-24 f/4.5-5.6) กับ Tokina (12-24 f/3.5) ที่กำลังจะออกมาใหม่
เนื่องจาก 14มม.ราคาแพงเกินเอื้อม ผมเลยอยากทราบว่าระหว่าง Zoom 12-24 (Rectilinear) กับ 15มม. Fisheye อันไหนน่าเล่นกว่าครับ? ผมไม่เคยใช้ Fisheye มาก่อน ไม่ทราบว่าถ่ายยากสักขนาดไหน แต่ผมไม่กังวลเรื่อง Fix focal length นัก เพราะสมัยที่ใช้ 24มม.บนกล้องแมน่วลก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช้เดินเอาก็โอเคครับ
เอาเป็นว่าราคาไม่มีผลมากนักกับการตัดสินใจครับ
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 13
การซื้อเลนส์ไวด์พี่ต้องเข้าใจก่อนว่า กล้องดิจิตอลมันไม่ได้คูณทางยาวโฟกัสให้นะครับ มันคือการครอปเอากลางภาพมาโดยมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับขนาดฟิล์ม ตามที่อัตราที่บอกๆกันคือ 1.6 สำหรับ eos 300d ดังนั้น ถ้าพี่จะซื้อเลนส์ไวด์ก็เล่นไวด์ไปตามปกติครับ เลนส์ฟิชอาย มันเฉพาะทางเกินไป และก็หลายหมืนเหมือนกันเท่าที่เจอ และก็แนะนำให้เล่นของยี่ห้อแคนนอนเอง นอกจากคุณภาพโดยรวมจะดีกว่าแล้ว ยังไม่เจอปัญหาการทำงานกับกล้องด้วย
ถ้าเป็นผมคงเลือก 17-40 f4L ของแคนอนครับ 3 หมื่นกว่าๆ คุณภาพก็ดี ได้ไวด์ 17 แม้ว่าคูณ 1.6 แล้วเป็น 27.2 ก็ตาม ไม่อย่างนั้นก็เล่น 16-35 2.8L ครับตัวนี้ 5 หมื่นกว่าๆ ดีกว่าอีก และก็แพงกว่าด้วย พวกเลนส์ฟิกไม่แนะนำถ้าไม่ใช่ช่วงปกติหรือว่าใช้เป็นประจำครับ ส่วนพวกเลนส์ที่เป็น 12-24 ไรพวกนี้ก็คือทำให้ขนาดเล็กลงเหมาะกับขนาดตัวรับภาพ แต่ผมว่าไม่ค่อยน่าใช้นักถ้าเน้นคุณภาพ ลองเอากล้องไปลองใส่เลนส์เพื่อทดลองถ่ายดูภาพก่อนตัดสินใจซื้อก็ได้ครับ ดิจิตอลเห็นภาพเลยอยู่แล้ว
ผมเข้าใจถึงข้อจำกัดในการถ่ายไวด์เมื่อเจอตัวรับภาพขนาดเล็กกว่าฟิล์ม แต่การเลือกเลนส์ยังคงใช้หลักการเดิมของกล้องฟิล์มครับ อย่าหลงครับ ใช้เดินถอยหลังเอาแล้วกันครับ อีกอย่างพี่คงใช้ถ่ายวิวมากกว่า ที่จะเอาช่วงไวด์ไปถ่ายคน คงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก
ถ้าเป็นผมคงเลือก 17-40 f4L ของแคนอนครับ 3 หมื่นกว่าๆ คุณภาพก็ดี ได้ไวด์ 17 แม้ว่าคูณ 1.6 แล้วเป็น 27.2 ก็ตาม ไม่อย่างนั้นก็เล่น 16-35 2.8L ครับตัวนี้ 5 หมื่นกว่าๆ ดีกว่าอีก และก็แพงกว่าด้วย พวกเลนส์ฟิกไม่แนะนำถ้าไม่ใช่ช่วงปกติหรือว่าใช้เป็นประจำครับ ส่วนพวกเลนส์ที่เป็น 12-24 ไรพวกนี้ก็คือทำให้ขนาดเล็กลงเหมาะกับขนาดตัวรับภาพ แต่ผมว่าไม่ค่อยน่าใช้นักถ้าเน้นคุณภาพ ลองเอากล้องไปลองใส่เลนส์เพื่อทดลองถ่ายดูภาพก่อนตัดสินใจซื้อก็ได้ครับ ดิจิตอลเห็นภาพเลยอยู่แล้ว
ผมเข้าใจถึงข้อจำกัดในการถ่ายไวด์เมื่อเจอตัวรับภาพขนาดเล็กกว่าฟิล์ม แต่การเลือกเลนส์ยังคงใช้หลักการเดิมของกล้องฟิล์มครับ อย่าหลงครับ ใช้เดินถอยหลังเอาแล้วกันครับ อีกอย่างพี่คงใช้ถ่ายวิวมากกว่า ที่จะเอาช่วงไวด์ไปถ่ายคน คงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก
Expecto Patronum!!!!!!
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 14
ขอบคุณครับ คืองี้ครับ ในการถ่ายภาพ interior กับ landscape นั้น ผมพบว่าช่วง 24 นั้นยาวไปนิด ไม่สามารถถ่ายภาพที่ต้องการได้
ส่วน 18-55 ที่มาพร้อมกล้องก็ติดปัญหาสองอย่างหลักๆครับ คือไม่กว้างพอ (เก็บภาพได้ไม่หมดของที่ต้องการ) และมีปัญหาเรื่อง Chromatic Abberation สูงมาก (ไม่ทราบเหมือนกันว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร)
16-35 แพงไปครับ และไม่คมเท่า 17-40 แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดเวลานี้ เพราะ f/2.8 นี่แหละครับ ผมอาจจะ upgrade กล้องไปเป็น 1.3 crop factor ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ตอนนี้ก็เลยอยากหา solution ถูกๆมาใช้ไปก่อนครับ
สองตัวเลือกคือ Sigma 15mm Fisheye และ Tokina/Sigma 12-24 ซึ่งตัวแรกราคา 15000 บาท ตัวที่สองคงจะประมาณ 25000-30000 บาท ทั้งสองตัวน่าจะ compliment กับ 24-70 ได้ดี
แต่ผมไม่เคยถ่าย fisheye มาก่อน เคยแต่ดูรูป ซึ่งก็ชอบพอควรครับ แต่อยากถามผู้รู้ว่า fisheye นั้นเล่นยากไหม และใช้ถ่าย interior โอเคไหม (อาจจะมีคนในภาพด้วยครับ)
ส่วน 18-55 ที่มาพร้อมกล้องก็ติดปัญหาสองอย่างหลักๆครับ คือไม่กว้างพอ (เก็บภาพได้ไม่หมดของที่ต้องการ) และมีปัญหาเรื่อง Chromatic Abberation สูงมาก (ไม่ทราบเหมือนกันว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร)
16-35 แพงไปครับ และไม่คมเท่า 17-40 แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดเวลานี้ เพราะ f/2.8 นี่แหละครับ ผมอาจจะ upgrade กล้องไปเป็น 1.3 crop factor ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ตอนนี้ก็เลยอยากหา solution ถูกๆมาใช้ไปก่อนครับ
สองตัวเลือกคือ Sigma 15mm Fisheye และ Tokina/Sigma 12-24 ซึ่งตัวแรกราคา 15000 บาท ตัวที่สองคงจะประมาณ 25000-30000 บาท ทั้งสองตัวน่าจะ compliment กับ 24-70 ได้ดี
แต่ผมไม่เคยถ่าย fisheye มาก่อน เคยแต่ดูรูป ซึ่งก็ชอบพอควรครับ แต่อยากถามผู้รู้ว่า fisheye นั้นเล่นยากไหม และใช้ถ่าย interior โอเคไหม (อาจจะมีคนในภาพด้วยครับ)
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 15
ถ่าย interior ถ้าถ่ายเพื่อไปทำงานตกแต่ง ไม่แนะนำครับ เพราะมันโค้งบิดเพี้ยนมาก จะไม่ได้ แต่ถ้าถ่ายเล่นสวยงาม ก็ลองหาเลนส์มาลองถ่ายดูก็ได้ครับ ไม่งั้นพี่ก็ลองไปทดสอบเลนส์กับกล้องแล้วดูภาพที่ได้ก่อนว่าถูกใจหรือป่าว ค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้ครับ
แต่พี่บอกว่าจะอัพเกรดต่อไป ก็แนะนำว่า เก็บเงินซื้อดีๆทีเดียวดีกว่าครับ ยังมีเวลาค่อยๆเลือกก็ได้ครับ ไม่ต้องใจร้อน เหมือนเลือกหุ้นอ่ะครับ ไปลองดูก่อนว่าตรงกับที่เราต้องการหรือป่าว เหมือนไปอ่าน 56-1 ก่อนงัยครับ
แต่พี่บอกว่าจะอัพเกรดต่อไป ก็แนะนำว่า เก็บเงินซื้อดีๆทีเดียวดีกว่าครับ ยังมีเวลาค่อยๆเลือกก็ได้ครับ ไม่ต้องใจร้อน เหมือนเลือกหุ้นอ่ะครับ ไปลองดูก่อนว่าตรงกับที่เราต้องการหรือป่าว เหมือนไปอ่าน 56-1 ก่อนงัยครับ
Expecto Patronum!!!!!!
- kotaro
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1495
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 16
อิอิ มีแต่เซียนๆ ทั้งนั้นเลยครับ เล่นหุ้นเก่ง แล้วยังเก่งอีกตั้งหลายเรื่องครับ
นับถือๆ
ของผมมีกล้อง ซื้อไว้ได้ประมาณ 1ปีกว่าแล้ว
canon A40 ครับ 2 ล้านพิกเซล ตอนนี้ก็รู้สึกว่ามันน้อยไปหน่อย อยากซื้อใหม่ แต่ก็เสียดายของเดิม เพราะยังใช้งานดีอยู่ แล้วชอบลูกเล่นที่สามารถใช้กับพวก macro lens , polarizing lens <ที่มันทำให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใช่ใหมครับ เรียกไม่ค่อยถูก >
มีเรื่องถามครับ ถ้าต้องการถ่ายรูปพวกเคลื่อนไหว ให้มันดูเป็นภาพ action ที่ดูเบลอๆครึ่งภาพ แล้วชัดอีกครึ่งภาพ มีวิธีแนะนำไหมครับ
นับถือๆ
ของผมมีกล้อง ซื้อไว้ได้ประมาณ 1ปีกว่าแล้ว
canon A40 ครับ 2 ล้านพิกเซล ตอนนี้ก็รู้สึกว่ามันน้อยไปหน่อย อยากซื้อใหม่ แต่ก็เสียดายของเดิม เพราะยังใช้งานดีอยู่ แล้วชอบลูกเล่นที่สามารถใช้กับพวก macro lens , polarizing lens <ที่มันทำให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใช่ใหมครับ เรียกไม่ค่อยถูก >
มีเรื่องถามครับ ถ้าต้องการถ่ายรูปพวกเคลื่อนไหว ให้มันดูเป็นภาพ action ที่ดูเบลอๆครึ่งภาพ แล้วชัดอีกครึ่งภาพ มีวิธีแนะนำไหมครับ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 17
เรียกว่า Panning ครับคุณหมอ
เช่นถ้าเด็กวิ่ง (ใช้ได้กับไปทางซ้ายหรือขวา ถ้าวิ่งเข้าหาหรืออกทำไม่ได้)
เราก็หันกล้องตามเด็กไปเรื่อยๆ แล้วกดแชะในขณะที่กล้องยังตามเด็กต่อ
ไป ฝึกบ่อยๆเดี๋ยวก็ได้ครับ ยิ่งมี digital ยิ่งทดสอบง่ายใหญ่เลยครับ
ข้อควรระวังคือ shutter speed ครับ ต้องไม่เร็วไปไม่ช้าไป เพราะถ้าช้า
ไปก็จะเบลอเกือบทุกอย่างรวมทั้งแบบด้วย ถ้าเร็วไปก็ไม่เบลอ (เพราะ
เคลื่อนไหว)
A40 ก็ดีครับ ส่งพิมพ์หรืออัดภาพขนาด 4x6 ได้สบายๆที่ 300 จุด/นิ้ว
(บาง lab อัดให้แค่ 180 แต่ถ้าบอกให้อัดเป็น 300 ก็น่าจะได้) ข้อเสีย
ใหญ่คือระหว่างกด shutter กับถ่ายจริงมันจะต่างกันอยู่หน่อยครับ
เช่นถ้าเด็กวิ่ง (ใช้ได้กับไปทางซ้ายหรือขวา ถ้าวิ่งเข้าหาหรืออกทำไม่ได้)
เราก็หันกล้องตามเด็กไปเรื่อยๆ แล้วกดแชะในขณะที่กล้องยังตามเด็กต่อ
ไป ฝึกบ่อยๆเดี๋ยวก็ได้ครับ ยิ่งมี digital ยิ่งทดสอบง่ายใหญ่เลยครับ
ข้อควรระวังคือ shutter speed ครับ ต้องไม่เร็วไปไม่ช้าไป เพราะถ้าช้า
ไปก็จะเบลอเกือบทุกอย่างรวมทั้งแบบด้วย ถ้าเร็วไปก็ไม่เบลอ (เพราะ
เคลื่อนไหว)
A40 ก็ดีครับ ส่งพิมพ์หรืออัดภาพขนาด 4x6 ได้สบายๆที่ 300 จุด/นิ้ว
(บาง lab อัดให้แค่ 180 แต่ถ้าบอกให้อัดเป็น 300 ก็น่าจะได้) ข้อเสีย
ใหญ่คือระหว่างกด shutter กับถ่ายจริงมันจะต่างกันอยู่หน่อยครับ
-
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 18
การดูว่าความละเอียดกี่ล้านพิกเซลจะอัดได้ขนาดไหน ก็ถ้าเป็นแล็บสีระบบดิจิตอล ก็จะ 200 dpi พอครับ ก็เอาด้านกว้างหาร 200 ด้านยาวหาร 200 เช่น 1600x1200 ด๋จะเท่ากับ 8x6 นิ้วครับ
ส่วนที่การกดชัตเตอร์แล้วต้องรอหน่อยถึงจะบันทึกภาพเรียกว่า Shutter time lag ครับ ประมาณว่าช่วงเวลาลั่นชัตเตอร์ ถ้ากล้องดีๆหน่อย กดปุ๊บเสียงแชะปั๊บ ทำงานทันที ถ้ากล้องคอมแพคส่วนใหญ่จะรอพักนึง แต่ก็มียี่ห้อที่ทำแบบเร็วมากๆเหมือนกล้องมืออาชีพก็มีครับ
ส่วนที่การกดชัตเตอร์แล้วต้องรอหน่อยถึงจะบันทึกภาพเรียกว่า Shutter time lag ครับ ประมาณว่าช่วงเวลาลั่นชัตเตอร์ ถ้ากล้องดีๆหน่อย กดปุ๊บเสียงแชะปั๊บ ทำงานทันที ถ้ากล้องคอมแพคส่วนใหญ่จะรอพักนึง แต่ก็มียี่ห้อที่ทำแบบเร็วมากๆเหมือนกล้องมืออาชีพก็มีครับ
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 19
ผมเอง เล่นเมื่อคืนลืมใส่ชื่อAnonymous เขียน:การดูว่าความละเอียดกี่ล้านพิกเซลจะอัดได้ขนาดไหน ก็ถ้าเป็นแล็บสีระบบดิจิตอล ก็จะ 200 dpi พอครับ ก็เอาด้านกว้างหาร 200 ด้านยาวหาร 200 เช่น 1600x1200 ก็จะเท่ากับ 8x6 นิ้วครับ
ส่วนที่การกดชัตเตอร์แล้วต้องรอหน่อยถึงจะบันทึกภาพเรียกว่า Shutter time lag ครับ ประมาณว่าช่วงเวลาลั่นชัตเตอร์ ถ้ากล้องดีๆหน่อย กดปุ๊บเสียงแชะปั๊บ ทำงานทันที ถ้ากล้องคอมแพคส่วนใหญ่จะรอพักนึง แต่ก็มียี่ห้อที่ทำแบบเร็วมากๆเหมือนกล้องมืออาชีพก็มีครับ
Expecto Patronum!!!!!!
- Mon money
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 3134
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 20
ป๋าและ Harry ครับ ผมก็ชอบถ่ายรูปครับ แต่กล้องและเลนท์ทั้งหลายของผมมันนอนแน่นิ่งมาเป็นเวลากว่าสามปีแล้วครับ เพราะผมมีไอ้ตัวเล็กที่ต้องดูแลแทน อย่าหนีเมียไปถ่ายรูปนู๊ดจริงๆเลย
เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 21
แหม พี่ ผมก็อยากถ่ายนะ นู๊ดอ่ะ แต่หานางแบบหุ่นเจ๋งๆไม่ได้อ่ะMon money เขียน:ป๋าและ Harry ครับ ผมก็ชอบถ่ายรูปครับ แต่กล้องและเลนท์ทั้งหลายของผมมันนอนแน่นิ่งมาเป็นเวลากว่าสามปีแล้วครับ เพราะผมมีไอ้ตัวเล็กที่ต้องดูแลแทน อย่าหนีเมียไปถ่ายรูปนู๊ดจริงๆเลย

Expecto Patronum!!!!!!
-
- Verified User
- โพสต์: 329
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 22
เพิ่งเคยเข้ามาแถวนี้ ขอสมัครคุยด้วยคนค่ะ
ยังไม่มีปัญญาจะแตะ Digital SLR เลย ตอนนี้ใช้กล้องฟิล์ม Nikon 65 อยู่ค่ะ
อยากได้ D70 เพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ทั้งชุด แต่ดูๆแล้วก็ยังไม่ปิ๊งราคา อีกใจก็อยากแปรพักตร์ไปหา Canon แต่ก็ต้องขายเลนส์ราคาขาดทุนทั้งชุด เลยคิดหนัก

ยังไม่มีปัญญาจะแตะ Digital SLR เลย ตอนนี้ใช้กล้องฟิล์ม Nikon 65 อยู่ค่ะ
อยากได้ D70 เพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ทั้งชุด แต่ดูๆแล้วก็ยังไม่ปิ๊งราคา อีกใจก็อยากแปรพักตร์ไปหา Canon แต่ก็ต้องขายเลนส์ราคาขาดทุนทั้งชุด เลยคิดหนัก
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 23
ถ้าจะเล่น digital slr ก็เล่นนิคอนต่อไปเลยครับ ยกเว้นว่าคุณยังไม่มีอุปกรณ์อะไรมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมย้ำเสมอคือ คุณต้องมีความรู้ความเข้าใจให้ดีซะก่อน ไม่งั้นจะไม่สามารถใช้มันให้คุ้มค่าเงินได้ ถ้าคุณไม่ได้รวยแล้วซื้อเพราะแค่อยากได้เท่านั้นติงติง เขียน:เพิ่งเคยเข้ามาแถวนี้ ขอสมัครคุยด้วยคนค่ะ![]()
ยังไม่มีปัญญาจะแตะ Digital SLR เลย ตอนนี้ใช้กล้องฟิล์ม Nikon 65 อยู่ค่ะ
อยากได้ D70 เพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ทั้งชุด แต่ดูๆแล้วก็ยังไม่ปิ๊งราคา อีกใจก็อยากแปรพักตร์ไปหา Canon แต่ก็ต้องขายเลนส์ราคาขาดทุนทั้งชุด เลยคิดหนัก
Expecto Patronum!!!!!!
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 24
Nikon D70 เป็นกล้องคุณภาพดีมากๆ ครับ แต่อย่าลืมเรื่อง Crop Factor
ด้วยนะครับ ถ้าน้องติงติงจะใช้ถ่ายพวกสถาปัตยกรรมด้วย ต้องหาเลนส์
wide angle ดีๆ และกว้างๆ เช่น 16mm หรือต่ำกว่าครับ เพราะเจอ 1.6x
เข้าไป เลนส์ 16mm ก็จะกลายเป็น 24mm เทียบกับ film SLR
ผมไม่เห็นด้วยกับ Harry ที่ถ้าจะเปลี่ยนเป็น Digital SLR แล้วต้องซื้อ
Nikon ต่อครับ ผมมี FM2 F801 และเลนส์ 50 f/1.4, 24 f/2.8, 70-210
f/4-5.6 และ 35-70 f/2.8 ที่พังไปแล้ว ผมยังเปลี่ยนเป็น Canon เลย
ครับ
เพราะเลนส์ในระดับ AF ของ Nikkor ไม่ได้มีประโยชน์มากนักกับ d-SLR
เท่าไหร่นัก อันเนื่องมาจาก crop factor เพราะเลนส์ของผมจะกลายเป็น
75 f/1.4, 36 f/2.8 และ 105-315 ไป ซึ่งไม่ใช่ focal length ที่ผมสามารถ
ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่นัก สุดท้ายก็เลยแปรพักตร์ไป Canon ครับ เพราะ
ราคารวมสุดท้ายแล้ว Canon ถูกกว่า
การเลือกกล้องเมื่อเปลี่ยนเป็น digital SLR ควรคำนึงถึง overall price
factor และ สมรรถนะโดยรวมด้วย
ไม่ใช่หมายความว่าไม่ควรใช้ D70 นะครับ แต่ไม่ควรเอาเรื่องกล้องเก่า
กับเลนส์เก่ามาเป็นเรื่องสำคัญ
ที่ผมบอกเช่นนี้ก็เพราะถ้าเปลี่ยนเป็น d-SLR ติงติงก็อาจจะต้องซื้อ Kit
Lens ใหม่อยู่แล้วครับ
เลยขอถามติงติงต่อว่า มีเลนส์และอุปกรณ์เสริม Nikon อะไรบ้างครับ
อาจจะคุ้มกว่าก็ได้ถ้าเปลี่ยนไปค่ายอื่นเช่น E-1 Pentax Canon หรือ
แม้แต่ Kodak
ด้วยนะครับ ถ้าน้องติงติงจะใช้ถ่ายพวกสถาปัตยกรรมด้วย ต้องหาเลนส์
wide angle ดีๆ และกว้างๆ เช่น 16mm หรือต่ำกว่าครับ เพราะเจอ 1.6x
เข้าไป เลนส์ 16mm ก็จะกลายเป็น 24mm เทียบกับ film SLR
ผมไม่เห็นด้วยกับ Harry ที่ถ้าจะเปลี่ยนเป็น Digital SLR แล้วต้องซื้อ
Nikon ต่อครับ ผมมี FM2 F801 และเลนส์ 50 f/1.4, 24 f/2.8, 70-210
f/4-5.6 และ 35-70 f/2.8 ที่พังไปแล้ว ผมยังเปลี่ยนเป็น Canon เลย
ครับ
เพราะเลนส์ในระดับ AF ของ Nikkor ไม่ได้มีประโยชน์มากนักกับ d-SLR
เท่าไหร่นัก อันเนื่องมาจาก crop factor เพราะเลนส์ของผมจะกลายเป็น
75 f/1.4, 36 f/2.8 และ 105-315 ไป ซึ่งไม่ใช่ focal length ที่ผมสามารถ
ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่นัก สุดท้ายก็เลยแปรพักตร์ไป Canon ครับ เพราะ
ราคารวมสุดท้ายแล้ว Canon ถูกกว่า
การเลือกกล้องเมื่อเปลี่ยนเป็น digital SLR ควรคำนึงถึง overall price
factor และ สมรรถนะโดยรวมด้วย
ไม่ใช่หมายความว่าไม่ควรใช้ D70 นะครับ แต่ไม่ควรเอาเรื่องกล้องเก่า
กับเลนส์เก่ามาเป็นเรื่องสำคัญ
ที่ผมบอกเช่นนี้ก็เพราะถ้าเปลี่ยนเป็น d-SLR ติงติงก็อาจจะต้องซื้อ Kit
Lens ใหม่อยู่แล้วครับ
เลยขอถามติงติงต่อว่า มีเลนส์และอุปกรณ์เสริม Nikon อะไรบ้างครับ
อาจจะคุ้มกว่าก็ได้ถ้าเปลี่ยนไปค่ายอื่นเช่น E-1 Pentax Canon หรือ
แม้แต่ Kodak
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 25
อันนั้นมันแล้วแต่คนคิดล่ะครับพี่ ck
กล้องนิคอนจะคูณ 1.5 ครับ แคนอนคูณ 1.6 ยกเว้น eos 1d คูณ 1.3 และ eos 1ds ไม่คูณครับ ขนาดเท่าฟิล์ม 35 มม.
ส่วนเรื่องอุปกรณ์นั้น ก็ถ้ามีเลนส์หลายตัวแล้ว จริงๆแล้วไม่อยากให้เปลี่ยน ถ้ามันยังใช้งานได้ดีอยู่ เพราะว่าการขายออกนั้นจะโดนกดราคาจนรู้สึกว่าไม่อยากขายเลย
ส่วนเรื่องว่าถ้าใช้ดิจิตอล slr แล้วองศารับภาพน้อยลงนั้น มันเป็นเพราะขนาดของ ccd รับภาพมันเล็กกว่าฟิล์มครับ มันช่วยไม่ได้ ก็ต้องยอมรับมันครับ ไม่งั้นก็ใช้กล้องฟิล์ม หรือเล่น 1ds ที่ราคาเกือบสามแสนจะได้ไม่ต้องคูณ
แล้ว เช่น เลนส์ 50มม. เจอคูณเข้าไปเป้น 75 มม. นั้น มันเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นครับ ว่ามันเล็กลงขนาดไหน จริงๆแล้วคือมันก็องศารับภาพเท่ากับเดิมครับ แต่ขนาดของตัวรับภาพมันเล็กลง เป้นการครอปเอาตรงกลางภาพมาครับ ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็น 75 มม.จริงๆครับ เพราะถ้าเปลี่ยนจริง ขนาดของวัตถุ ระยะชัดลึกต้องเปลี่ยนไปด้วยครับพี่
กล้องนิคอนจะคูณ 1.5 ครับ แคนอนคูณ 1.6 ยกเว้น eos 1d คูณ 1.3 และ eos 1ds ไม่คูณครับ ขนาดเท่าฟิล์ม 35 มม.
ส่วนเรื่องอุปกรณ์นั้น ก็ถ้ามีเลนส์หลายตัวแล้ว จริงๆแล้วไม่อยากให้เปลี่ยน ถ้ามันยังใช้งานได้ดีอยู่ เพราะว่าการขายออกนั้นจะโดนกดราคาจนรู้สึกว่าไม่อยากขายเลย
ส่วนเรื่องว่าถ้าใช้ดิจิตอล slr แล้วองศารับภาพน้อยลงนั้น มันเป็นเพราะขนาดของ ccd รับภาพมันเล็กกว่าฟิล์มครับ มันช่วยไม่ได้ ก็ต้องยอมรับมันครับ ไม่งั้นก็ใช้กล้องฟิล์ม หรือเล่น 1ds ที่ราคาเกือบสามแสนจะได้ไม่ต้องคูณ
แล้ว เช่น เลนส์ 50มม. เจอคูณเข้าไปเป้น 75 มม. นั้น มันเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นครับ ว่ามันเล็กลงขนาดไหน จริงๆแล้วคือมันก็องศารับภาพเท่ากับเดิมครับ แต่ขนาดของตัวรับภาพมันเล็กลง เป้นการครอปเอาตรงกลางภาพมาครับ ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็น 75 มม.จริงๆครับ เพราะถ้าเปลี่ยนจริง ขนาดของวัตถุ ระยะชัดลึกต้องเปลี่ยนไปด้วยครับพี่
Expecto Patronum!!!!!!
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 26
ถูกต้องครับที่ภาพเหมือนกับถูก crop ไป แต่นั่นก็คือทำให้ Angle of View เปลี่ยนครับ ฉะนั้น การเอา 1.5 หรือ 1.6 ไปคูณ focal lenght จึงเป็นวิธีที่ช่างกล้องโปรฯที่ใช้ digital ทุกคนทำกัน และเป็นเหตุผลที่ทำให้ Canon และ Nikon ออกเลนส์ wide angle มากขึ้น
เหตุผลที่จะทำให้ FOV กับ depth of field แตกต่างนั้นมาจากการที่เราต้องเปลี่ยนตำแหน่งที่ยืน เพราะให้ได้ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่ถ่ายภาพที่เราต้องการให้ได้เหมือนในกล้อง 35mm ทั่วไป
ส่วน field of view ที่เปลี่ยนไปเพราะ crop factor ก็ทำให้องศาการรับภาพเปลี่ยนไปด้วย เช่น lens 50 f/1.4 ของผมโดยปกติมี angle of view (diagonal) ที่ 50 องศา พอไปใช้กับกล้องดิจิตัล 300D จะทำให้เหลือ angle of view แค่ 50/1.6 = 30 องศาเท่านั้น ซึ่งเมื่อไปดู chart ของ Canon จะพบว่า angle of view ของ lens 80-200 เริ่มต้นที่ 30 องศาเช่นกัน
ส่วน DOF ของเลนส์จะลึกขึ้นด้วยครับ แต่เนื่องจากตำแหน่งการยืนเมื่อต้องการframe ภาพเหมือนเลนส์ 35mm จะทำให้ DOF เปลี่ยนไปด้วย นอกจากนี้ image size ที่ลดลงยังทำให้ CoC (Circle of Confusion) ลดลงด้วยครับ เช่นเลนส์ 50 f/1.4 จะมี CoC ลดลง 1.6 เท่าบนกล้อง 300D ดังสูตรข้างล่าง

นี่เป็นเหตุผลที่ compact digital camera มี DOF ที่ลึกมากๆ เพราะ CCD เล็กมากๆ ทำให้ lens ที่ติดมามี actual focal length ที่ต่ำมากๆ (น้อยกว่า 10) ในขณะที่ image size (จริง) มีขนาดเล็กจิ๋วเดียว)
ฉะนั้น เมื่อเอาเลนส์ขนาดกี่มม.ก็ตาม มาใช้กับกล้องที่มี crop factor ให้เอา crop factor คูณความยาวเลนส์ออกมาเป็น actual focal length ได้เลยครับ
อันนี้เป็นกฎฟิสิกส์ครับ
เช่นเดียวกับกล้อง compact digital ซึ่งจะ label ความยาวเลนส์เมื่อเทียบกับกล้องฟิลม์ 35mm แต่ในความเป็นจริง ความยาวเลนส์จะต่ำมาก
ถ้ายังไม่เข้าใจ ให้ไปอ่านที่เว็บ Luminous Landscape ครับ เขียนได้ดีทีเดียว
Understanding the DSLR Magnification Factor
ส่วนเว็บนี้เกี่ยวกับ Circle of Confusion ซึ่งมีผลต่อ Depth of Field ครับ
DOF - Demystifying the Confusion
เหตุผลที่จะทำให้ FOV กับ depth of field แตกต่างนั้นมาจากการที่เราต้องเปลี่ยนตำแหน่งที่ยืน เพราะให้ได้ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่ถ่ายภาพที่เราต้องการให้ได้เหมือนในกล้อง 35mm ทั่วไป
เช่นถ้าผมใช้เลนส์ 50mm บนกล้อง SLR ธรรมดา ผมยืนห่างจาก subject 2 เมตรก็จะได้ภาพแบบหน้าตรงบวกไหล่ แต่พอเอาเลนส์นี้ไปถ่ายบน d-SLR สมมุติว่า D70 ผมต้องถอยไป เป็น 3 เมตร เพื่อให้ได้ภาพเดียวกัน ซึ่งทำให้ depth of field เปลี่ยนไปครับ (เนื่องจากระยะห่างจากวัตถุเพิ่มขึ้น)Luminous Landscape เขียน:This is the crucial point its a different format therefore the same lenses behave differently. In this case the format is smaller so the angle of view is also smaller. Therefore it behaves in similar, but not identical, fashion to a longer focal length lens.
ส่วน field of view ที่เปลี่ยนไปเพราะ crop factor ก็ทำให้องศาการรับภาพเปลี่ยนไปด้วย เช่น lens 50 f/1.4 ของผมโดยปกติมี angle of view (diagonal) ที่ 50 องศา พอไปใช้กับกล้องดิจิตัล 300D จะทำให้เหลือ angle of view แค่ 50/1.6 = 30 องศาเท่านั้น ซึ่งเมื่อไปดู chart ของ Canon จะพบว่า angle of view ของ lens 80-200 เริ่มต้นที่ 30 องศาเช่นกัน
ส่วน DOF ของเลนส์จะลึกขึ้นด้วยครับ แต่เนื่องจากตำแหน่งการยืนเมื่อต้องการframe ภาพเหมือนเลนส์ 35mm จะทำให้ DOF เปลี่ยนไปด้วย นอกจากนี้ image size ที่ลดลงยังทำให้ CoC (Circle of Confusion) ลดลงด้วยครับ เช่นเลนส์ 50 f/1.4 จะมี CoC ลดลง 1.6 เท่าบนกล้อง 300D ดังสูตรข้างล่าง

นี่เป็นเหตุผลที่ compact digital camera มี DOF ที่ลึกมากๆ เพราะ CCD เล็กมากๆ ทำให้ lens ที่ติดมามี actual focal length ที่ต่ำมากๆ (น้อยกว่า 10) ในขณะที่ image size (จริง) มีขนาดเล็กจิ๋วเดียว)
ฉะนั้น เมื่อเอาเลนส์ขนาดกี่มม.ก็ตาม มาใช้กับกล้องที่มี crop factor ให้เอา crop factor คูณความยาวเลนส์ออกมาเป็น actual focal length ได้เลยครับ
อันนี้เป็นกฎฟิสิกส์ครับ
เช่นเดียวกับกล้อง compact digital ซึ่งจะ label ความยาวเลนส์เมื่อเทียบกับกล้องฟิลม์ 35mm แต่ในความเป็นจริง ความยาวเลนส์จะต่ำมาก
ถ้ายังไม่เข้าใจ ให้ไปอ่านที่เว็บ Luminous Landscape ครับ เขียนได้ดีทีเดียว
Understanding the DSLR Magnification Factor
ส่วนเว็บนี้เกี่ยวกับ Circle of Confusion ซึ่งมีผลต่อ Depth of Field ครับ
DOF - Demystifying the Confusion
แก้ไขล่าสุดโดย CK เมื่อ พฤหัสฯ. เม.ย. 08, 2004 9:53 am, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 27
อันนี้ไม่แน่ใจครับ ผมซื้อ Nikon FM2 มาในราคา $350 (ตอนบาท=25) ถ้าขายตอนนี้น่าจะได้มากกว่าราคาที่ซื้อมานะครับ ส่วนเลนส์ 50 f/1.4 น่าจะได้มากขึ้นไปอีกharry เขียน:ส่วนเรื่องอุปกรณ์นั้น ก็ถ้ามีเลนส์หลายตัวแล้ว จริงๆแล้วไม่อยากให้เปลี่ยน ถ้ามันยังใช้งานได้ดีอยู่ เพราะว่าการขายออกนั้นจะโดนกดราคาจนรู้สึกว่าไม่อยากขายเลย
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ถ่ายภาพ: งานอดิเรกถ่ายภาพครับ
โพสต์ที่ 28
ผมยังไม่ได้ศึกษาลึกขนาดนั้นครับ แต่ก็เข้าใจว่าการเดินหน้าถอยหลัง ก็ทำให้ระยะชัดลึกเปลี่ยนไป จึงมีผลกับการถ่ายภาพกับกล้องดิจิตอลที่ตัวรับภาพเล็กกว่าฟิล์มครับ ก็ต้องยอมรับมันครับ แต่เชื่อว่าไม่กี่ปี ก็คงมีขนาดเท่าฟิล์มได้หลายๆรุ่นในราคาไม่เกินแสน
Expecto Patronum!!!!!!