@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
-
- Verified User
- โพสต์: 927
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 1
วิธีการลงทุน แบบ "แวลู อินเวสเตอร์" ส่วนตัวมองว่า "มันเสี่ยง" บางทีหุ้นลงก็ต้องถือ เพราะคุณคิดว่าพื้นฐานมันไม่เปลี่ยน เดี๋ยวมันก็ต้องกลับมา แต่เมื่อไรล่ะ...ถ้าคุณไม่ Cut Loss ตอนหุ้นลง "มันเสียโอกาส"
วิธีการลงทุน โดยการถือหุ้นอยู่ในพอร์ต "ตลอดเวลา" ในมุมมอง ของ "เสี่ยยักษ์" วิชัย วชิรพงศ์ มีความเชื่อส่วนตัวว่า "มันเสี่ยงเกินไป"
ด้วยความเชื่อที่ว่า ตลาดหุ้นนั้นมี "ฤดูกาล" (มีรอบ) ของมัน บางปีอาจจะมีรอบให้เล่น "หลายรอบ" บางปีตลาดหุ้นอาจจะมีรอบใหญ่ๆ เพียงรอบเดียว แต่ตลาดหุ้นไม่เคยขาดโอกาสให้ซื้อเลย...แต่ต้อง "รอ" เพราะฉะนั้น อย่ากลัว "ตกรถไฟ" หรือ กลัวจะ "ซื้อหุ้นดี" (ราคาเหมาะสม) ไม่ได้
"ให้ผมวิจารณ์วิธีการลงทุน แบบ "แวลู อินเวสเตอร์" (Value Investor) ส่วนตัวมองว่า "มันเสี่ยง" นะ! ถ้าพลาดทีเดียวจะเสียหายได้เยอะ บางทีหุ้นลงก็ต้องถือ เพราะคุณคิดว่าพื้นฐานมันไม่เปลี่ยน เดี๋ยวมันก็ต้องกลับมา แต่เมื่อไรล่ะ...ถ้าคุณไม่ Cut Loss ตอนหุ้นลง มันเสียโอกาส"
เสี่ยยักษ์ เปรียบเทียบให้ฟังว่า อย่างพอร์ตผม มี 1,000 ล้านบาท ช่วงไหนเห็นท่าว่าตลาดไม่ดี ผมก็ลดพอร์ตลงมาเลย เหลือ 100 ล้านบาท "หุ้นตก...ผมยิ้มได้" เพราะผมคิดว่า ยอมขาดทุนถือเงินสดเอาไว้ดีที่สุด เรามีโอกาสแก้ตัว แต่กับอีกคนๆ หนึ่ง ที่เล่นหุ้นสไตล์ "แวลู อินเวสเตอร์" ถือหุ้นอยู่ 1,000 ล้านบาท "เต็มพอร์ต" วันไหนที่ตลาดหุ้นเกิด "แพนิค" (ตื่นตระหนก) วันเดียว เงินคุณหายไปเท่าไร
"...อย่าคิดว่า คนที่เป็น "แวลู อินเวสเตอร์" จะไม่กู้ทุกคน หลายคนก็เล่นเครดิตบาลานซ์ ถ้าคุณมีพอร์ต 100 ล้านบาท มองตลาดดีมาก คุณกู้อีก 100 ล้านบาท รวมเป็น 200 ล้านบาท ซื้อเต็มพอร์ต วันไหนที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หุ้นตกลงมาเยอะๆ คุณเจ๊งเลยนะ เพราะคุณจะไม่กล้าขาย คิดว่าพื้นฐานหุ้นมันไม่เปลี่ยน คนที่ถือหุ้นเยอะๆ เวลาจะขายที ไม่ใช่ง่าย ตรงนี้ คือ "ความเสี่ยง" ที่หลายคนไม่ได้มอง"
เสี่ยยักษ์ ออกตัวว่า ไม่ใช่ว่า วิธีการลงทุนแบบ "แวลู อินเวสเตอร์" จะไม่ดี คนที่สำเร็จกับวิธีนี้ก็มีเยอะ เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นจุดอ่อนบางมุม ยกตัวอย่างนะ...ในช่วงที่ตลาดหุ้นเกิดวิกฤติ ตกมากๆ อย่าคิดว่า แวลู อินเวสเตอร์ จะกล้าซื้อทุกคน คนที่ใส่ไปหมดหน้าตักแล้ว อยากซื้อก็ไม่มีตังค์จะซื้อ
ส่วนกรณีของ แวลู อินเวสเตอร์ ที่อยากจะขาย คุณไปซื้อหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำเอาไว้เต็มพอร์ต ถ้าคุณขายได้คุณก็เจ็บหนัก นี่ผมพูดจากประสบการณ์ในชีวิตจริงให้ฟัง ยิ่งคุณขาย...หุ้นยิ่งลงหนัก ตรงข้ามกับผม ตลาดหุ้นช่วงไหนเล่นแล้วไม่สบายใจ (รู้สึกว่าทำกำไรยาก) ผมล้างพอร์ตจาก 100% ลงมาเหลือ 10% ทันที
"ถามว่า...เวลาหุ้นตกหนักๆ ใครมีเงินซื้อ ?? คุณ หรือ ผม" เสี่ยยักษ์ ถามกลับ
เสี่ยยักษ์ ยกตัวอย่าง "กรณี 9/11" (เครื่องบินผู้ก่อการร้ายพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544) นั่นคือ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน มันนอกเหนือกฎเกณฑ์ วันนั้นขาดทุนทันที 26% คนที่กำลังจะ "เกิด" (กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว) ไปเจอเหตุการณ์อย่างงั้น ไม่รู้จะเกิดยังไง
"จำเอาไว้...ในภาวะที่ตลาดหุ้นเป็น "ขาลง" หรือ ภาวะตลาดตื่นตระหนก คนที่มีพอร์ต 100% จะเสียเปรียบ และเสียโอกาสมาก เพราะว่า คุณจะไม่มีเงินซื้อ ได้แต่รอ ได้แต่นั่งดูคนอื่น ในท้ายที่สุด เชื่อเถอะ! ว่า คนที่ถือหุ้นเต็มพอร์ต ช่วงที่ตลาดหุ้นไม่ดี คุณนั่นแหละ คือ คนที่ขายหนีตาย (ขายหลังผม และขาดทุนมากกว่าผม)"
เสี่ยยักษ์ สรุปประเด็นนี้ว่า หลักการเล่นหุ้นที่ปลอดภัย คุณไม่จำเป็นต้องถือหุ้นไว้ (เต็มพอร์ต) ตลอดเวลา ช่วงไหนที่ตลาดหุ้นไม่ดี เล่นหุ้นแล้วไม่สบายใจ รู้สึกอึดอัด ต้องลดพอร์ตแล้วถือเงินสดให้มากที่สุด...นี่คือ หลักการที่ถูกต้อง
ในช่วง 10 ปีมานี้ (2540-2550) คนที่เล่นหุ้นเป็นรอบ บางคนพอร์ตโตขึ้นมามากกว่า 100 เท่า นักเล่นหุ้นรายใหญ่ๆ ที่รู้จัก หลายคนออกสตาร์ทด้วยเงินน้อยๆ เขาก็ประสบความสำเร็จได้ อย่าง น.พ.วิเศษ วชิรพงศ์ (ขุนศึกคู่กาย) เขาเริ่มต้นจากศูนย์ ในอนาคตก็ต้องมีเงินเป็นร้อยล้านแน่
"พูดกันตรงๆ ว่า ช่วงไหนที่ตลาดหุ้นไม่ดี พอร์ตเราต้องเหลือหุ้นให้น้อยไว้ก่อน ถ้าเราเข้าไปซื้อหุ้น (เต็มพอร์ต) ช่วงที่ตลาดไม่ดี เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ เหมือน ลิงแก้แห...ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง" เสี่ยยักษ์ กล่าวปิดท้าย
http://www.bangkokbizweek.com/20070904/ ... 14079.html
วิธีการลงทุน โดยการถือหุ้นอยู่ในพอร์ต "ตลอดเวลา" ในมุมมอง ของ "เสี่ยยักษ์" วิชัย วชิรพงศ์ มีความเชื่อส่วนตัวว่า "มันเสี่ยงเกินไป"
ด้วยความเชื่อที่ว่า ตลาดหุ้นนั้นมี "ฤดูกาล" (มีรอบ) ของมัน บางปีอาจจะมีรอบให้เล่น "หลายรอบ" บางปีตลาดหุ้นอาจจะมีรอบใหญ่ๆ เพียงรอบเดียว แต่ตลาดหุ้นไม่เคยขาดโอกาสให้ซื้อเลย...แต่ต้อง "รอ" เพราะฉะนั้น อย่ากลัว "ตกรถไฟ" หรือ กลัวจะ "ซื้อหุ้นดี" (ราคาเหมาะสม) ไม่ได้
"ให้ผมวิจารณ์วิธีการลงทุน แบบ "แวลู อินเวสเตอร์" (Value Investor) ส่วนตัวมองว่า "มันเสี่ยง" นะ! ถ้าพลาดทีเดียวจะเสียหายได้เยอะ บางทีหุ้นลงก็ต้องถือ เพราะคุณคิดว่าพื้นฐานมันไม่เปลี่ยน เดี๋ยวมันก็ต้องกลับมา แต่เมื่อไรล่ะ...ถ้าคุณไม่ Cut Loss ตอนหุ้นลง มันเสียโอกาส"
เสี่ยยักษ์ เปรียบเทียบให้ฟังว่า อย่างพอร์ตผม มี 1,000 ล้านบาท ช่วงไหนเห็นท่าว่าตลาดไม่ดี ผมก็ลดพอร์ตลงมาเลย เหลือ 100 ล้านบาท "หุ้นตก...ผมยิ้มได้" เพราะผมคิดว่า ยอมขาดทุนถือเงินสดเอาไว้ดีที่สุด เรามีโอกาสแก้ตัว แต่กับอีกคนๆ หนึ่ง ที่เล่นหุ้นสไตล์ "แวลู อินเวสเตอร์" ถือหุ้นอยู่ 1,000 ล้านบาท "เต็มพอร์ต" วันไหนที่ตลาดหุ้นเกิด "แพนิค" (ตื่นตระหนก) วันเดียว เงินคุณหายไปเท่าไร
"...อย่าคิดว่า คนที่เป็น "แวลู อินเวสเตอร์" จะไม่กู้ทุกคน หลายคนก็เล่นเครดิตบาลานซ์ ถ้าคุณมีพอร์ต 100 ล้านบาท มองตลาดดีมาก คุณกู้อีก 100 ล้านบาท รวมเป็น 200 ล้านบาท ซื้อเต็มพอร์ต วันไหนที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หุ้นตกลงมาเยอะๆ คุณเจ๊งเลยนะ เพราะคุณจะไม่กล้าขาย คิดว่าพื้นฐานหุ้นมันไม่เปลี่ยน คนที่ถือหุ้นเยอะๆ เวลาจะขายที ไม่ใช่ง่าย ตรงนี้ คือ "ความเสี่ยง" ที่หลายคนไม่ได้มอง"
เสี่ยยักษ์ ออกตัวว่า ไม่ใช่ว่า วิธีการลงทุนแบบ "แวลู อินเวสเตอร์" จะไม่ดี คนที่สำเร็จกับวิธีนี้ก็มีเยอะ เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นจุดอ่อนบางมุม ยกตัวอย่างนะ...ในช่วงที่ตลาดหุ้นเกิดวิกฤติ ตกมากๆ อย่าคิดว่า แวลู อินเวสเตอร์ จะกล้าซื้อทุกคน คนที่ใส่ไปหมดหน้าตักแล้ว อยากซื้อก็ไม่มีตังค์จะซื้อ
ส่วนกรณีของ แวลู อินเวสเตอร์ ที่อยากจะขาย คุณไปซื้อหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำเอาไว้เต็มพอร์ต ถ้าคุณขายได้คุณก็เจ็บหนัก นี่ผมพูดจากประสบการณ์ในชีวิตจริงให้ฟัง ยิ่งคุณขาย...หุ้นยิ่งลงหนัก ตรงข้ามกับผม ตลาดหุ้นช่วงไหนเล่นแล้วไม่สบายใจ (รู้สึกว่าทำกำไรยาก) ผมล้างพอร์ตจาก 100% ลงมาเหลือ 10% ทันที
"ถามว่า...เวลาหุ้นตกหนักๆ ใครมีเงินซื้อ ?? คุณ หรือ ผม" เสี่ยยักษ์ ถามกลับ
เสี่ยยักษ์ ยกตัวอย่าง "กรณี 9/11" (เครื่องบินผู้ก่อการร้ายพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544) นั่นคือ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน มันนอกเหนือกฎเกณฑ์ วันนั้นขาดทุนทันที 26% คนที่กำลังจะ "เกิด" (กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว) ไปเจอเหตุการณ์อย่างงั้น ไม่รู้จะเกิดยังไง
"จำเอาไว้...ในภาวะที่ตลาดหุ้นเป็น "ขาลง" หรือ ภาวะตลาดตื่นตระหนก คนที่มีพอร์ต 100% จะเสียเปรียบ และเสียโอกาสมาก เพราะว่า คุณจะไม่มีเงินซื้อ ได้แต่รอ ได้แต่นั่งดูคนอื่น ในท้ายที่สุด เชื่อเถอะ! ว่า คนที่ถือหุ้นเต็มพอร์ต ช่วงที่ตลาดหุ้นไม่ดี คุณนั่นแหละ คือ คนที่ขายหนีตาย (ขายหลังผม และขาดทุนมากกว่าผม)"
เสี่ยยักษ์ สรุปประเด็นนี้ว่า หลักการเล่นหุ้นที่ปลอดภัย คุณไม่จำเป็นต้องถือหุ้นไว้ (เต็มพอร์ต) ตลอดเวลา ช่วงไหนที่ตลาดหุ้นไม่ดี เล่นหุ้นแล้วไม่สบายใจ รู้สึกอึดอัด ต้องลดพอร์ตแล้วถือเงินสดให้มากที่สุด...นี่คือ หลักการที่ถูกต้อง
ในช่วง 10 ปีมานี้ (2540-2550) คนที่เล่นหุ้นเป็นรอบ บางคนพอร์ตโตขึ้นมามากกว่า 100 เท่า นักเล่นหุ้นรายใหญ่ๆ ที่รู้จัก หลายคนออกสตาร์ทด้วยเงินน้อยๆ เขาก็ประสบความสำเร็จได้ อย่าง น.พ.วิเศษ วชิรพงศ์ (ขุนศึกคู่กาย) เขาเริ่มต้นจากศูนย์ ในอนาคตก็ต้องมีเงินเป็นร้อยล้านแน่
"พูดกันตรงๆ ว่า ช่วงไหนที่ตลาดหุ้นไม่ดี พอร์ตเราต้องเหลือหุ้นให้น้อยไว้ก่อน ถ้าเราเข้าไปซื้อหุ้น (เต็มพอร์ต) ช่วงที่ตลาดไม่ดี เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ เหมือน ลิงแก้แห...ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง" เสี่ยยักษ์ กล่าวปิดท้าย
http://www.bangkokbizweek.com/20070904/ ... 14079.html
- MO101
- Verified User
- โพสต์: 3226
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 2
โดนเผยจุดอ่อนซะแระ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6447
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 3
ผมอ่านแล้วเหมือนกัน และก็คิดว่าน่าจะมีเพื่อนๆนำมาถกในเวป
ผมว่าคงไม่มีใครถูกใครผิด เสี่ยคนนี้แก็มองในมุมองของแกที่เป็นเชิงเก็งกำไร เก็งกับจิตวิทยามวลชน ถ้าแกทำเงินได้ขนาดนี้ก็คงไม่ใครไปเถียงแกครับ
ถ้ามองในมุมองนักลงทุนที่ใช้พื้นฐาน ความเห็นก็อาจจะต่างออกไป
เรื่องอย่างนี้ใครถนัดอย่างไรก็ไปทางนั้นครับ แต่ไปวิจารณ์แนวทางการลงทุนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่เคยศึกษา ผมว่าไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่
ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านที่แกกลายเป็นคนดัง เพราะกำไรจากหุ้นพื้นฐานนี่ครับ ถ้าจำไม่ผิดอีก 700 ล้านกับ ptt ตัวเดียว ทำให้ผมนึกไปถึงความเป็นไปได้ทางสถิติ คนที่เข้ามา"เล่นหุ้น" เป็นหมื่นเป็นแสน ก็คงจะมีสักคนได้ที่ประสบความสำเร็จมากๆได้ (v iก็เหมือนกัน) ถ้าทุกอย่างลงตัวเหมาะเจาะ ของเสี่ยก็น่าจะเป็นเพราะ ซื้อหุ้นถูกตัว ถูกเวลา และให้การกู้มาร์จินเต็มที่ หุ้นยิ่งขึ้นวงเงินมาร์จินก็สูงตาม จำไม่ผิดเสียลงทุน 70 ล้าน ได้ 700 ล้านหรือ 10 เท่า จากราคาหุ้น 5 เท่า จากการกู้เงินอีก 5 เท่า
วันนี้คนเงินน้อย วิจารณ์คนเงินมากสักหน่อย... :lol:
ผมว่าคงไม่มีใครถูกใครผิด เสี่ยคนนี้แก็มองในมุมองของแกที่เป็นเชิงเก็งกำไร เก็งกับจิตวิทยามวลชน ถ้าแกทำเงินได้ขนาดนี้ก็คงไม่ใครไปเถียงแกครับ
ถ้ามองในมุมองนักลงทุนที่ใช้พื้นฐาน ความเห็นก็อาจจะต่างออกไป
เรื่องอย่างนี้ใครถนัดอย่างไรก็ไปทางนั้นครับ แต่ไปวิจารณ์แนวทางการลงทุนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่เคยศึกษา ผมว่าไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่
ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านที่แกกลายเป็นคนดัง เพราะกำไรจากหุ้นพื้นฐานนี่ครับ ถ้าจำไม่ผิดอีก 700 ล้านกับ ptt ตัวเดียว ทำให้ผมนึกไปถึงความเป็นไปได้ทางสถิติ คนที่เข้ามา"เล่นหุ้น" เป็นหมื่นเป็นแสน ก็คงจะมีสักคนได้ที่ประสบความสำเร็จมากๆได้ (v iก็เหมือนกัน) ถ้าทุกอย่างลงตัวเหมาะเจาะ ของเสี่ยก็น่าจะเป็นเพราะ ซื้อหุ้นถูกตัว ถูกเวลา และให้การกู้มาร์จินเต็มที่ หุ้นยิ่งขึ้นวงเงินมาร์จินก็สูงตาม จำไม่ผิดเสียลงทุน 70 ล้าน ได้ 700 ล้านหรือ 10 เท่า จากราคาหุ้น 5 เท่า จากการกู้เงินอีก 5 เท่า
วันนี้คนเงินน้อย วิจารณ์คนเงินมากสักหน่อย... :lol:
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
-
- Verified User
- โพสต์: 1558
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 4
ผมคิดว่ามันคนละแนวทางการลงทุนกันครับ แบบเทคนิคเล่นรอบ กับแบบ VI มันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่ผมว่าถ้าจะลงทุนระยะยาวแล้วเสี่ยงน้อย ผมว่าลงแบบ VI เสี่ยงน้อยกว่า
ถ้าคิดว่าซื้อหุ้น เราก็คงขายออกไปก่อนเพราะคิดว่าราคามันลง แล้วค่อยกลับมาซื้อใหม่ในราคาถูก แต่ผมคิดว่าซื้อบริษัทครับ ผมคงไม่ขายบริษัทที่ผมเสียเวลาในการหาข้อมูล วิเคราห์ข้อมูล และเลือกลงทุนด้วยไปง่ายๆ หรอกครับ ซึ่งบริษัทอาจจะเจอวิกฤตบ้าง เป็นไปได้ทุกบริษัท ก็นั้นแหละต้องดูว่าพื้นฐานเปลี่ยนรึเปล่า แต่ผมจะไม่ขายไปเพราะราคามันต่ำแน่นอน
เวลาราคาลงมามากเป็นโอกาสในการเก็บเพิ่ม แต่ปัญหาก็คือ แล้วเงินสดละ ก็ไปลงทุนเต็มที่ 100% ตลอดเวลา จะหาเงินสดที่ไหนมาซื้อเพิ่ม หรือไม่ควรลงหมด ควรมีเงินสดเหลือเท่าไหร่ หรือขายตัวอื่นไปมาซื้อตัวที่ลงเยอะ อันนี้ก็เป็นปัญหาของผมอยู่เหมือนกัน เพื่อนๆ แก้กันไงครับ
ถ้าคิดว่าซื้อหุ้น เราก็คงขายออกไปก่อนเพราะคิดว่าราคามันลง แล้วค่อยกลับมาซื้อใหม่ในราคาถูก แต่ผมคิดว่าซื้อบริษัทครับ ผมคงไม่ขายบริษัทที่ผมเสียเวลาในการหาข้อมูล วิเคราห์ข้อมูล และเลือกลงทุนด้วยไปง่ายๆ หรอกครับ ซึ่งบริษัทอาจจะเจอวิกฤตบ้าง เป็นไปได้ทุกบริษัท ก็นั้นแหละต้องดูว่าพื้นฐานเปลี่ยนรึเปล่า แต่ผมจะไม่ขายไปเพราะราคามันต่ำแน่นอน
เวลาราคาลงมามากเป็นโอกาสในการเก็บเพิ่ม แต่ปัญหาก็คือ แล้วเงินสดละ ก็ไปลงทุนเต็มที่ 100% ตลอดเวลา จะหาเงินสดที่ไหนมาซื้อเพิ่ม หรือไม่ควรลงหมด ควรมีเงินสดเหลือเท่าไหร่ หรือขายตัวอื่นไปมาซื้อตัวที่ลงเยอะ อันนี้ก็เป็นปัญหาของผมอยู่เหมือนกัน เพื่อนๆ แก้กันไงครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
Re: @@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์
โพสต์ที่ 5
ฟังเผินๆก็เหมือนกับจะเห็นด้วยกับเสี่ยยักษ์trillionaire เขียน: "พูดกันตรงๆ ว่า ช่วงไหนที่ตลาดหุ้นไม่ดี พอร์ตเราต้องเหลือหุ้นให้น้อยไว้ก่อน ถ้าเราเข้าไปซื้อหุ้น (เต็มพอร์ต) ช่วงที่ตลาดไม่ดี เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ เหมือน ลิงแก้แห...ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง" เสี่ยยักษ์ กล่าวปิดท้าย
ก็เขาพูดจังหวะที่เขาขายออกไปแล้ว แล้วหุ้นก็ลง พูดอีกก็ถูกอีก
แต่เขาไม่พูดถึงตอนที่เขาผิด ขายแล้วหุ้นไม่ลงเขาก็ต้องซื้อแพงขึ้น
หุ้นลงเยอะๆ เขาเป็นคนที่มีเงินพร้อมที่จะช้อนราคาถูกๆ นี่ก็เป็นช่วงที่เขาเดาถูก พูดอีกก็ถูกอีก แฮ่ ๆ
แต่ช่วงที่หุ้นขึ้นกะทันหัน เขาไม่มีหุ้น มีแต่เงินเต็มมือ แฮ่ ๆ อันนี้ไม่พูด ก็จะพูดทำไมเนาะ
เรื่องจังหวะจะขึ้นจะลง ผมว่าไม่มีใครรู้หรอกครับ ถ้ารู้ก็รวยเละเป็นแสนล้านไปแล้วล่ะครับ
การเดาของเขาก็ย่อมจะมีทั้งผิดและถูกเป็นธรรมดา เพราะเป็นการเดาการขึ้นลงของราคาหุ้นในระยะสั้นๆ ซึ่งขึ้นกับอารมณ์ของคนเล่นหุ้น ก็เจ้าอารมณ์นี้มีความไม่แน่นอนและแปรปรวนในตัวเองสูง
ขนาดบัฟเฟตต์รวยเป็นล้านๆเขาก็ยังกะจังหวะเข้าๆออกๆในระยะสั้นๆไม่ถูก
ปีเตอร์ ลินช์ก็เช่นกัน เขาพูดชัดเจนว่าจังหวะในการเข้าและออกนั้น คาดการณ์ไม่ได้เช่นกัน
แต่เสี่ยยักษ์อาจจะพูดถูกก็ได้ แต่ผมรอให้เขารวยกว่าลินช์หรือบัฟเฟตต์ก่อนครับเพราะทั้งสองท่านเป็นปรมาจารย์ด้านวีไอที่เสี่ยยักษ์กำลังวิจารณ์อยู่
-
- Verified User
- โพสต์: 139
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 6
ฮิฮิ... อ่านแล้วเหมือนกัน นึกแล้วว่าต้องมีการนำมาถกกันแน่นอน
เท่าที่ติดตามอ่านมา เสี่ยยักษ์ แกได้กำไรหุ้นป.ต.ท. ตัวเดียวเกือบ
700 ลบ. โดยขายไปที่ราคาประมาณ 170-200 บาท
อืม... แต่ตอนนี้ป.ต.ท.ก็ 300 กว่าแล้วครับ และในอนาคตกาลข้างน่า
น้ำมันแพงขึ้นๆ อาจจะขึ้นไปถึง 1,000 บาท ก็ได้น่า ถึงตอนนั้นเสี่ยยักษ์
อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นตีอกชกหัวตัวเองก็ได้น่ะครับ
Who Know..... :lol: :lol:
แต่สำหรับช่วงหุ้นตกแต่ไม่มีเงินซื้อนี้ ก็พอแก้ไขได้อยู่บ้างครับ Peter
Lynce เอง ก็จะกันเงินไว้ประมาณ 20% ของ Port เพื่อรอโอกาสในการ
ซื้อที่เหมาะสม แต่ประการหนึ่งคือแกเป็นผู้บริหารกองทุนแบบเปิด Open
Fund ซึ่งถ้าภาวะไม่ดี คนก็จะมีถอนหน่วยลงทุนเยอะ
ส่วน Buffet ก็จะมีส่วนหนึ่งประมาณ 20% เหมือนกัน เอาไว้ทำอาร์บิทราจ
หรือไว้รอจังหวะการซื้อที่เหมาะสม เช่น ซื้อหุ้นปิโตรไชน่า
อันนี้คงเป็นเทคนิคการบริหาร Port ของเซียนเหมือนกัน เพราะเขาเอง
ก็ไม่รู้ว่าจังหวะไหนหุ้นจะขึ้นจะลง
แล้วแต่ว่าเราจะตามใคร แต่ผมขอตามคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า
ดีกว่า
เท่าที่ติดตามอ่านมา เสี่ยยักษ์ แกได้กำไรหุ้นป.ต.ท. ตัวเดียวเกือบ
700 ลบ. โดยขายไปที่ราคาประมาณ 170-200 บาท
อืม... แต่ตอนนี้ป.ต.ท.ก็ 300 กว่าแล้วครับ และในอนาคตกาลข้างน่า
น้ำมันแพงขึ้นๆ อาจจะขึ้นไปถึง 1,000 บาท ก็ได้น่า ถึงตอนนั้นเสี่ยยักษ์
อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นตีอกชกหัวตัวเองก็ได้น่ะครับ
Who Know..... :lol: :lol:
แต่สำหรับช่วงหุ้นตกแต่ไม่มีเงินซื้อนี้ ก็พอแก้ไขได้อยู่บ้างครับ Peter
Lynce เอง ก็จะกันเงินไว้ประมาณ 20% ของ Port เพื่อรอโอกาสในการ
ซื้อที่เหมาะสม แต่ประการหนึ่งคือแกเป็นผู้บริหารกองทุนแบบเปิด Open
Fund ซึ่งถ้าภาวะไม่ดี คนก็จะมีถอนหน่วยลงทุนเยอะ
ส่วน Buffet ก็จะมีส่วนหนึ่งประมาณ 20% เหมือนกัน เอาไว้ทำอาร์บิทราจ
หรือไว้รอจังหวะการซื้อที่เหมาะสม เช่น ซื้อหุ้นปิโตรไชน่า
อันนี้คงเป็นเทคนิคการบริหาร Port ของเซียนเหมือนกัน เพราะเขาเอง
ก็ไม่รู้ว่าจังหวะไหนหุ้นจะขึ้นจะลง
แล้วแต่ว่าเราจะตามใคร แต่ผมขอตามคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า
ดีกว่า
- atsu
- Verified User
- โพสต์: 1218
- ผู้ติดตาม: 0
Re: @@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์
โพสต์ที่ 7
คำพูดนี้ถูกต้องครับ ถ้าคุณรู้แน่ๆว่าขาลงมาเมื่อไหร่และสิ้นสุดเมื่อไหร่เสี่ยยักษ์ เขียน:"จำเอาไว้...ในภาวะที่ตลาดหุ้นเป็น "ขาลง" หรือ ภาวะตลาดตื่นตระหนก คนที่มีพอร์ต 100% จะเสียเปรียบ
แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครรู้แน่ๆหรอกครับ
ทำวิธีนี้ถ้าผิดครั้งเดียว อาจทำให้คุณพลาดกระทิงครั้งใหญ่ไปเลยก็ได้
ส่วนใหญ่หุ้นที่ยังไม่มีคนเห็นแวลูของมัน มันอาจจะนิ่งๆอยู่เป็นปีสองปี
แต่เวลาวิ่งมันวิ่งทีเดียว อาจจะเกิน 100% ภายในเดือนสองเดือนก็ได้
แล้วลองนึกดูซิครับ ถ้าเราพลาดขายไปก่อนเริ่มวิ่งเพราะคาดว่าหุ้นจะตก มันจะเป็นยังไง
-
- Verified User
- โพสต์: 1266
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 8
คนที่สอบ Ent เข้าเรียนแพทย์ได้ ไปถามดูว่า เรียนหนังสืออย่างไร มีวิธีอ่านหนังสืออย่างไร ฟังแล้วรู้สึกว่าวิธีการนั้นๆ มันดีและถูกต้องเสมอ ทั้งๆที่แต่ละคนย่อมมีวิธีการที่แตกต่างกัน คนประสบความสำเร็จ พูดอะไรมักถูกเสมอ
ที่เสี่ยยักษ์พูดก็มีส่วนถูกอยู่
ที่เสี่ยยักษ์พูดก็มีส่วนถูกอยู่
ก็ขอรับฟังความเห็นดีๆของแกไว้ครับ เอ่อ เสี่ยยักษ์แกมีจุด Take off มาจาก ปตท. อยากรู้จริงๆ ถ้าแกไม่ขาย ปตท. ตอน 170-200 แล้วถือมาจนทุกวันนี้ มูลค่าความมั่งคั่งของแกจะมากกว่าหรือน้อยกว่าที่เล่นรอบอยู่ปัจจุบันนี้...ในช่วงที่ตลาดหุ้นเกิดวิกฤติ ตกมากๆ อย่าคิดว่า แวลู อินเวสเตอร์ จะกล้าซื้อทุกคน คนที่ใส่ไปหมดหน้าตักแล้ว อยากซื้อก็ไม่มีตังค์จะซื้อ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 10
เรื่องนี้ไม่ใช่การเมือง และไม่ใช่ศาสนา
เห็นด้วยว่า ใครถนัดทางไหนใช้ทางนั้น
แต่ไม่เห็นด้วยว่าการวิจารณ์ไม่ยุติธรรม
ผมว่า เราก็วิจารณ์เสียยักได้ และเสี่ยยักก็วิจารณ์ เหล่า vi ได้เช่นกัน
...........................................................................................
โดยส่วนตัวสำหรับตลาดหุ้นเมืองไทย
ที่เต็มไปด้วย 1 2 3 4 5 6 7 8 9
ผมเห็นด้วยกับเสี่ยยักครับ
โค้ด: เลือกทั้งหมด
เรื่องอย่างนี้ใครถนัดอย่างไรก็ไปทางนั้นครับ แต่ไปวิจารณ์แนวทางการลงทุนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่เคยศึกษา ผมว่าไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่
แต่ไม่เห็นด้วยว่าการวิจารณ์ไม่ยุติธรรม
ผมว่า เราก็วิจารณ์เสียยักได้ และเสี่ยยักก็วิจารณ์ เหล่า vi ได้เช่นกัน
...........................................................................................
โดยส่วนตัวสำหรับตลาดหุ้นเมืองไทย
ที่เต็มไปด้วย 1 2 3 4 5 6 7 8 9
ผมเห็นด้วยกับเสี่ยยักครับ
- yoyo
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4833
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 12
ใครว่า vi ต้องมีหุ้น 100% ตลอดเวลา ...
ผมว่าไม่จริงครับ ผมเจอเยอะแยะคนที่กันเงินเอาไว้ส่วนหนึ่ง
หรือแม้แต่ buffett เองก็มีช่วงเวลาที่มีเงินเหลือบาน แต่ไม่มีหุ้นให้ซื้อ
ผมว่าวิจารณ์ได้ครับ แต่ว่าถ้าวิจารณ์ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้มีความเข้าใจ ผมว่าแปลกๆอยู่
อย่างนักวิจารณ์หนัง ถ้าไม่เคยดูหนังแล้วไปวิจารณ์นี่คงตลก
เหมือนกันการวิจารณ์ vi โดยที่ยังไม่เข้าใจว่า vi คืออะไร ผมก็ว่าตลกเหมือนกัน
ผมว่าไม่จริงครับ ผมเจอเยอะแยะคนที่กันเงินเอาไว้ส่วนหนึ่ง
หรือแม้แต่ buffett เองก็มีช่วงเวลาที่มีเงินเหลือบาน แต่ไม่มีหุ้นให้ซื้อ
ผมว่าวิจารณ์ได้ครับ แต่ว่าถ้าวิจารณ์ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้มีความเข้าใจ ผมว่าแปลกๆอยู่
อย่างนักวิจารณ์หนัง ถ้าไม่เคยดูหนังแล้วไปวิจารณ์นี่คงตลก
เหมือนกันการวิจารณ์ vi โดยที่ยังไม่เข้าใจว่า vi คืออะไร ผมก็ว่าตลกเหมือนกัน
การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
http://www.yoyoway.com
http://www.yoyoway.com
- yoyo
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4833
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 13
ถึงมีหุ้น 100% ใน port เวลาหุ้นตกผมก็ใช้วิธีปรับ port เอาครับ
เพราะผมไม่ได้ถือหุ้นตัวเดียว ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 4-5 ตัว
เวลาหุ้นลง แต่ละตัวมันอาจจะไม่ได้ลงเท่ากัน
ตัวไหนลงน้อยหน่อย ผมก็ขายไปซื้อตัวที่ลงเยอะหน่อย
การปรับสัดส่วนหุ้นใน port ให้ match กับราคาหุ้น ณ เวลาหนึ่ง เทียบกับ upside ผมว่าก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้ return ต่างกันได้พอสมควร
เพราะฉะนั้นผมว่าจะขาลงขาขึ้น ผมว่า vi ก็ยังเป็นหลักการที่ผมเชื่อที่สุดอยู่ดี (ไม่วิจารณ์นะครับว่าอันไหนดีกว่าอันไหน .... ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนมากกว่า)
เพราะผมไม่ได้ถือหุ้นตัวเดียว ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 4-5 ตัว
เวลาหุ้นลง แต่ละตัวมันอาจจะไม่ได้ลงเท่ากัน
ตัวไหนลงน้อยหน่อย ผมก็ขายไปซื้อตัวที่ลงเยอะหน่อย
การปรับสัดส่วนหุ้นใน port ให้ match กับราคาหุ้น ณ เวลาหนึ่ง เทียบกับ upside ผมว่าก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้ return ต่างกันได้พอสมควร
เพราะฉะนั้นผมว่าจะขาลงขาขึ้น ผมว่า vi ก็ยังเป็นหลักการที่ผมเชื่อที่สุดอยู่ดี (ไม่วิจารณ์นะครับว่าอันไหนดีกว่าอันไหน .... ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนมากกว่า)
การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
http://www.yoyoway.com
http://www.yoyoway.com
-
- Verified User
- โพสต์: 18134
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 14
ผมถือหุ้น 100% ตลอดเวลา
ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ควบคุมอารมณ์ให้อยู่เท่านั้นเอง
ทำไมต้อง 100% คือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทุกวันมีการขึ้นหรือลงเสมอ ขึ้นมากหรือขึ้นลง หรือลงมากหรือลงน้อย แต่ต้องมีหุ้นที่สวนทางของกระแสดังกล่าวอยู่ แต่เราหาเจอหรือเปล่าเท่านั้น
ลงมากแต่หุ้นเราขึ้นมาก สวนกระแส
ไม่มีวันไหนซักวันที่ ตลาดหุ้นที่แดง จะไม่มีหุ้นขึ้น
หรือไม่มีวันไหนซักวันที่ตลาดหุ้นเขียน แล้วไม่มีหุ้นที่ลง
ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดหุ้นเขียวแต่ไม่มีหุ้นลงหรือ
ตลาดหุ้นแดงทั้งหมด แล้วไม่มีหุ้นขึ้น
คุณควรขายทิ้งให้หมด เพราะ 100% ในเหตุการณ์ดังกล่าวโอกาสเกิดขึ้น
น้อยมากๆๆ (1/สามยกกำลังเท่าไรดีล่ะเนี่ย)
โอกาสมีให้เฝ้าแสวงหาอยู่เสมอ

ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ควบคุมอารมณ์ให้อยู่เท่านั้นเอง
ทำไมต้อง 100% คือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทุกวันมีการขึ้นหรือลงเสมอ ขึ้นมากหรือขึ้นลง หรือลงมากหรือลงน้อย แต่ต้องมีหุ้นที่สวนทางของกระแสดังกล่าวอยู่ แต่เราหาเจอหรือเปล่าเท่านั้น
ลงมากแต่หุ้นเราขึ้นมาก สวนกระแส
ไม่มีวันไหนซักวันที่ ตลาดหุ้นที่แดง จะไม่มีหุ้นขึ้น
หรือไม่มีวันไหนซักวันที่ตลาดหุ้นเขียน แล้วไม่มีหุ้นที่ลง
ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดหุ้นเขียวแต่ไม่มีหุ้นลงหรือ
ตลาดหุ้นแดงทั้งหมด แล้วไม่มีหุ้นขึ้น
คุณควรขายทิ้งให้หมด เพราะ 100% ในเหตุการณ์ดังกล่าวโอกาสเกิดขึ้น
น้อยมากๆๆ (1/สามยกกำลังเท่าไรดีล่ะเนี่ย)
โอกาสมีให้เฝ้าแสวงหาอยู่เสมอ


- poppo
- Verified User
- โพสต์: 1356
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 15
yoyo เขียน:ถึงมีหุ้น 100% ใน port เวลาหุ้นตกผมก็ใช้วิธีปรับ port เอาครับ
เพราะผมไม่ได้ถือหุ้นตัวเดียว ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 4-5 ตัว
เวลาหุ้นลง แต่ละตัวมันอาจจะไม่ได้ลงเท่ากัน
ตัวไหนลงน้อยหน่อย ผมก็ขายไปซื้อตัวที่ลงเยอะหน่อย
การปรับสัดส่วนหุ้นใน port ให้ match กับราคาหุ้น ณ เวลาหนึ่ง เทียบกับ upside ผมว่าก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้ return ต่างกันได้พอสมควร
เพราะฉะนั้นผมว่าจะขาลงขาขึ้น ผมว่า vi ก็ยังเป็นหลักการที่ผมเชื่อที่สุดอยู่ดี (ไม่วิจารณ์นะครับว่าอันไหนดีกว่าอันไหน .... ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนมากกว่า)

ผมว่าวิธี vi นี้ดี ตรงที่มันเป็นผลรวมของความพยายามและการศึกษาหาความรู้ และความมั่นคงทางจิตใจ ใช้เหตุผล ซึ่งมนุษย์ธรรมดาสามารถเรียนรู้ ทำตามได้
แต่การเล่นรอบทางจิตวิทยา เดาทางตลาด คงต้องมี DNA พิเศษ บวกโชค บวกการตัดสินใจที่เหนือคนปกติจึงทำได้ ซึ่งผมว่าคงเลียนแบบยาก
จงทนอด และอดทน
-
- Verified User
- โพสต์: 1992
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 16
เพิ่งอ่านในหนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาวันนี้เหมือนกัน นึกไว้แล้วว่าต้องมีคนเอามาโพสต์
ความคิดแรกหลังจากอ่านก็เหมือน ๆ กับหลาย ๆ คนครับ ฝรั่งไม่เคยมาเมืองไทย มาแล้วบ่นว่าร้อนตับแลบ (ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมตับต้องแลบ...) สู้เมืองเขาไม่ได้เย็นสบายดี เราไปเมืองเขาบ่นว่าหนาวชิบเป๋ง ทนอยู่กันได้ยังไง (วะ)
อย่าซีเรียสเลย... คนเรามองภาพเขียนยังบอกว่าสวยไม่เหมือนกัน เงินใครเงินมัน ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ผิดกฏหมาย ไม่ผิดศีลธรรมแล้วให้มันงอกเงย ผมว่าโอเคหมดแหละ จะไปว่าเขาขายเพชรหลอกพวกไฮซ้อ ไฮโซ หรือว่าขายบะหมี่รถเข็น เชลล์ชวนชิม ก็แล้วแต่ ขอให้มันทำแล้วได้เงินละกัน
แต่ถ้าทำแล้วเจ๊ง... ขายเพชร หรือขายบะหมี่ มันจะต่างกันตรงไหน...
ความคิดแรกหลังจากอ่านก็เหมือน ๆ กับหลาย ๆ คนครับ ฝรั่งไม่เคยมาเมืองไทย มาแล้วบ่นว่าร้อนตับแลบ (ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมตับต้องแลบ...) สู้เมืองเขาไม่ได้เย็นสบายดี เราไปเมืองเขาบ่นว่าหนาวชิบเป๋ง ทนอยู่กันได้ยังไง (วะ)
อย่าซีเรียสเลย... คนเรามองภาพเขียนยังบอกว่าสวยไม่เหมือนกัน เงินใครเงินมัน ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ผิดกฏหมาย ไม่ผิดศีลธรรมแล้วให้มันงอกเงย ผมว่าโอเคหมดแหละ จะไปว่าเขาขายเพชรหลอกพวกไฮซ้อ ไฮโซ หรือว่าขายบะหมี่รถเข็น เชลล์ชวนชิม ก็แล้วแต่ ขอให้มันทำแล้วได้เงินละกัน
แต่ถ้าทำแล้วเจ๊ง... ขายเพชร หรือขายบะหมี่ มันจะต่างกันตรงไหน...
- gnomeller
- Verified User
- โพสต์: 425
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 17
ทางใครทางมันครับ
ผมว่าคุณเค้าก็ไม่ได้พูดผิดไปหรอกครับ ข้อเสีย VI บางทีก็เป้นแบบนั้นจริงๆ คุณเค้าก็พอรทพันล้านก็เถียงเค้าไม่ได้ว่า วิธีของเค้าจะไม่ดี เพราะเค้าได้พิสูจน์ให้เห้นแล้ว
แน่นอนเราก็ย่อมมองทางนั้นไม่ออก และมองทางเราว่าดี เพราะเราเป้นกลุ่มคนที่ถนัดในแนวทางนี้มากกว่า เช่นกัน เค้าก็ถนัดแนวทางนั้นและมองแนวทางนี้ไม่ออกเหมือนกัน ส่วนทางของเรา คนที่มีพอรท์พันล้านก็มีเหมือนกัน
ทั้งสองแนวทางพิสูจน์กันได้แล้ว ว่าประสบผลสำเร็จได้ด้วยกันทั้งคู่ อยู่ที่ว่าคุณถนัดแบบไหนมากกว่าเท่านั้นแหล่ะ
โลกนี้ผมว่าไม่มีอะไรดี หรือไม่ดีหรอกครับ มีแต่สิ่งที่เหมาะสม หรือ ไม่เหมาะสมกับใครมากกว่า
ก็แค่นั้น ลงทุนอย่างมีความสุขครับ :o
ผมว่าคุณเค้าก็ไม่ได้พูดผิดไปหรอกครับ ข้อเสีย VI บางทีก็เป้นแบบนั้นจริงๆ คุณเค้าก็พอรทพันล้านก็เถียงเค้าไม่ได้ว่า วิธีของเค้าจะไม่ดี เพราะเค้าได้พิสูจน์ให้เห้นแล้ว
แน่นอนเราก็ย่อมมองทางนั้นไม่ออก และมองทางเราว่าดี เพราะเราเป้นกลุ่มคนที่ถนัดในแนวทางนี้มากกว่า เช่นกัน เค้าก็ถนัดแนวทางนั้นและมองแนวทางนี้ไม่ออกเหมือนกัน ส่วนทางของเรา คนที่มีพอรท์พันล้านก็มีเหมือนกัน
ทั้งสองแนวทางพิสูจน์กันได้แล้ว ว่าประสบผลสำเร็จได้ด้วยกันทั้งคู่ อยู่ที่ว่าคุณถนัดแบบไหนมากกว่าเท่านั้นแหล่ะ
โลกนี้ผมว่าไม่มีอะไรดี หรือไม่ดีหรอกครับ มีแต่สิ่งที่เหมาะสม หรือ ไม่เหมาะสมกับใครมากกว่า
ก็แค่นั้น ลงทุนอย่างมีความสุขครับ :o
-
- Verified User
- โพสต์: 2126
- ผู้ติดตาม: 0
Re: @@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์
โพสต์ที่ 18
เมื่อคืนมีน้องคนนึงมาถามผมเรื่องนี้ โดยที่ผมยังไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ ซึ่งผมก็ยกตัวอย่าง 911 โดยบังเอิญเหมือนในกระทู้นี้ แต่คงล่ะมุมครับtrillionaire เขียน:เสี่ยยักษ์ ยกตัวอย่าง "กรณี 9/11" (เครื่องบินผู้ก่อการร้ายพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544) นั่นคือ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน มันนอกเหนือกฎเกณฑ์ วันนั้นขาดทุนทันที 26% คนที่กำลังจะ "เกิด" (กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว) ไปเจอเหตุการณ์อย่างงั้น ไม่รู้จะเกิดยังไง
"จำเอาไว้...ในภาวะที่ตลาดหุ้นเป็น "ขาลง" หรือ ภาวะตลาดตื่นตระหนก คนที่มีพอร์ต 100% จะเสียเปรียบ และเสียโอกาสมาก เพราะว่า คุณจะไม่มีเงินซื้อ ได้แต่รอ ได้แต่นั่งดูคนอื่น ในท้ายที่สุด เชื่อเถอะ! ว่า คนที่ถือหุ้นเต็มพอร์ต ช่วงที่ตลาดหุ้นไม่ดี คุณนั่นแหละ คือ คนที่ขายหนีตาย (ขายหลังผม และขาดทุนมากกว่าผม)"
ใครพอจำได้บ้างว่าในช่วงนี้ตลาดตั้งป้อมเป็นขาขึ้นมาการเก็บสะสมหุ้น หุ้นค่อยๆขึ้นทีล่ะนิดๆเรื่อยๆ ส่วนตัวผมมองว่าตลาดรอบนั้นมาแน่ๆความมั่นใจเกิน 75% ผมเข้าไปซื้อ ap lh ไว้เต็ม port แต่อยู่ๆก็มีเครื่องบินไปชนตึก ถามว่า 911 อยู่ในการคาดหมายไหม เพราะงั้นผมยอมเสียโอกาสเวลาสั้นๆไปบ้าง แต่พอมาลงไปก็ใช้เวลาเพียง (สำหรับบางคนอาจจะใช้คำว่าตั้ง) 2-3 เดือนกว่าจะกลับมา แล้ววิ่งกระจาย สุดท้ายราคา ap จาก 15 บาท ไป 45 บาท lh จาก 20 กว่าบาท ไป 80 บาท + แถม lh-w2
ถ้าเกิดไม่มี 911 รอบนั้นคงไม่ปรับฐานแบบนั้นแน่ๆ ไม่มีโอกาสกลับไปซื้อหุ้นถูกได้ในราคานั้นๆ แล้วมันเดินทางไปถึงราคาเป้าหมาย เหมือนข้างบนอยู่ดี
ต่างจากตอน สงครามอ่าวรอบแรก ที่ set ไป 1200 ราคาพร้อมจะลงถ้าเกิดอะไรเข้ามกระทบ พอมีสงครามทีก็จบรอบลงที่ 500-600 จุด รอบนั้นใช้เวลา 2-3 ปีมั้งกว่า set จะ new high ขึ้นไปได้ ตอน 1200 หุ้นหลายตัวตอนนั้นต้องมองพื้นฐานข้ามกันไป1-ปี มันไม่ได้ถูกเหมือนตอน 911 ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่เหมือนกัน
อย่างเรื่องสำรอง 30% ก็เหมือน 911 ทุกอย่าง มันเป็นเรื่องที่คาดหมายไม่ได้ ราคาต่ำกว่าพิ้นฐาน สุดท้ายก็ขึ้นมาสูงกว่า
สรุปอยู่ที่ว่าคุณชอบเล่นสิ่งที่เห็น หรือรอสิ่งที่ไม่คาดหมาย ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก แต่ผมเลือกในสิ่งที่เห็นครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1211
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 20
ประเด็นที่น่าคิดอีกอย่างคือ
ธรรมชาติหุ้นไทย ไม่เหมือนหุ้นอเมริกา
ตลาดหุ้นไทยรอฝรั่งเข้าอย่างเดียวเลยนะครับ เอะอะหุ้นขึ้นก็บอกฝรั่งเข้า หุ้นลงก็บอกฝรั่งออก
เป็นไปได้ที่กลยุทธ์การคาดเดาทิศทางตลาด น่าจะใช้ที่เมืองไทยได้ดีกว่าที่อเมริกา เพราะที่โน่น ปัจจัยขึ้นลงเยอะกว่าเมืองไทยมากมายก่ายกอง
Buffett กับ Lynch อาจเปลี่ยนใจบอกว่า เฉพาะตลาดที่เมืองไทยเท่านั้นที่เหมาะกับการเก็งกำไร.... เป็นไปได้มั๊ยหนอแบบนี้
ธรรมชาติหุ้นไทย ไม่เหมือนหุ้นอเมริกา
ตลาดหุ้นไทยรอฝรั่งเข้าอย่างเดียวเลยนะครับ เอะอะหุ้นขึ้นก็บอกฝรั่งเข้า หุ้นลงก็บอกฝรั่งออก
เป็นไปได้ที่กลยุทธ์การคาดเดาทิศทางตลาด น่าจะใช้ที่เมืองไทยได้ดีกว่าที่อเมริกา เพราะที่โน่น ปัจจัยขึ้นลงเยอะกว่าเมืองไทยมากมายก่ายกอง
Buffett กับ Lynch อาจเปลี่ยนใจบอกว่า เฉพาะตลาดที่เมืองไทยเท่านั้นที่เหมาะกับการเก็งกำไร.... เป็นไปได้มั๊ยหนอแบบนี้
- Golden Stock
- Verified User
- โพสต์: 615
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 21
เสี่ยยักษ์พอร์ดพันล้านบาท ได้กำไรจาก PTT ไป 700 ล้านบาท
ตกลงเสี่ยยักษ์รวยจากการ ซื้อแล้วถือยาว หรือ เล่นสั้น
ตกลงเสี่ยยักษ์รวยจากการ ซื้อแล้วถือยาว หรือ เล่นสั้น

-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 22
สมมติว่า
บัฟเฟตต์มีเงินไว้ 20 % กับเสี่ยยักษ์มีเงินเหลือไว้ 20 %
แม้จะดูเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน เพราะเหตุผลเบื้องหลังไม่เหมือนกัน
เสี่ยยักษ์ทำด้วยเหตุผล "เดาว่าตลาดว่าจะเป็นขาลง"
บัฟเฟตต์ทำด้วยเหตุผล "ยังไม่มีหุ้นที่คุ้มค่าพอที่จะซื้อ"
บัฟเฟตต์มีเงินไว้ 20 % กับเสี่ยยักษ์มีเงินเหลือไว้ 20 %
แม้จะดูเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน เพราะเหตุผลเบื้องหลังไม่เหมือนกัน
เสี่ยยักษ์ทำด้วยเหตุผล "เดาว่าตลาดว่าจะเป็นขาลง"
บัฟเฟตต์ทำด้วยเหตุผล "ยังไม่มีหุ้นที่คุ้มค่าพอที่จะซื้อ"
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 25
ประเด็นนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานสองข้อลูกอิสาน เขียน:เรื่องอย่างนี้ใครถนัดอย่างไรก็ไปทางนั้นครับ แต่ไปวิจารณ์แนวทางการลงทุนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่เคยศึกษา ผมว่าไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่
1. ถ้าบอกว่าคุณไม่ใช่วีไอแปลว่าคุณไม่มีสิทธิวิจารณ์ อันนี้ผมเห็นด้วยกับพี่เจ๋งว่าทุกคนมีสิทธิวิจารณ์กันได้ในมุมมองของแนวคิดตนเอง
2. ถ้าบอกว่าคุณไม่ใช่วีไอแล้วคุณหยิบยกบางประเด็นของวีไอมาแบบตาบอดคลำช้าง ผมเห็นด้วยกับพี่ลูกอิสานและพี่โยโย่ เพราะเกิดความไม่ยุติธรรมในเนื้อหาการวิจารณ์ เนื่องจากมี bias จากความไม่รู้นั่นเอง
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 26
เป็นความเห็นที่ผมชอบมากเลยครับpoppo เขียน: ผมว่าวิธี vi นี้ดี ตรงที่มันเป็นผลรวมของความพยายามและการศึกษาหาความรู้ และความมั่นคงทางจิตใจ ใช้เหตุผล ซึ่งมนุษย์ธรรมดาสามารถเรียนรู้ ทำตามได้
แต่การเล่นรอบทางจิตวิทยา เดาทางตลาด คงต้องมี DNA พิเศษ บวกโชค บวกการตัดสินใจที่เหนือคนปกติจึงทำได้ ซึ่งผมว่าคงเลียนแบบยาก
-
- Verified User
- โพสต์: 391
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 27
ผมก็คิดเหมือนกันเลยครับtanapol เขียน:รับฟังและเห็นด้วยกับเสี่ยยักษ์ครับ
แต่ผมทำตามแนวทาง vi ครับ(ถือหุ้นส่วนใหญ่ เงินสดส่วนน้อย)
เพราะยังไม่เคยเห็นคนรวยระดับโลก
ที่เล่นตามกราฟหรือเทคนิคคับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1211
- ผู้ติดตาม: 0
@@...กูรูหุ้นพันล้าน...มองต่างมุม "แวลู อินเวสเตอร์&quo
โพสต์ที่ 29
รับฟังและเห็นด้วยกับเสี่ยยักษ์ครับ
แต่ผมทำตามแนวทาง vi ครับ(ถือหุ้นส่วนใหญ่ เงินสดส่วนน้อย)
เพราะยังไม่เคยเห็นคนรวยระดับโลก
ที่เล่นตามกราฟหรือเทคนิคคับ
จอร์จ โซรอส ไงครับ
Hedge Fund เทคนิคล้วนๆ รวยอื้อ (แต่คงยังไม่ระดับโลกจริงๆน่ะแหละครับ)