|0 คอมเมนต์
ผมติดใจอยู่ไม่กี่ประเด็น
1. สิ่งที่พี่แผ่วยกมานั้นอยู่ในหมวดธรรมชื่อ "มหาสติปัฏฐานสูตร" ไม่ใช่ "อานาปานสติ"
ส่วนคำอธิบายธรรมในแต่ละหมวด ผมได้ยกหลักฐานจากพระไตรปิฏกขึ้นมาแสดงไว้แล้ว
ซึ่งผู้อ่านสามารถตรวจสอบได้
ดังนั้นสิ่งที่พี่แผ่วยกมากล่าวซ้ำจะผิดถูกประการใดผมไม่ขอวิจารณ์
2.
แผ่วเบา เขียน:
1. บรรลุขั้นกายานุปัสสนา เท่ากับ บรรลุโสดาบัน
2. บรรลุขั้นเวทนานุปัสสนา เท่ากับ บรรลุสกิทาคามี
3. บรรลุขั้นจิตตานุปัสสนา เท่ากับ บรรลุอนาคามี
4. บรรลุขั้นธรรมมานุปัสสนา เท่ากับ บรรลุอรหันต์ เลยนะครับนั่น
จากหลักฐานที่ยกมานั้นกับสิ่งที่พี่แผ่วได้กล่าวตอนต้น
อันเป็นเหตุให้พี่โยเรกล่าวแย้งซึ่งผมก็เห็นด้วยนั้น
จะเห็นได้ว่า ขัดกับหลักฐานที่ผมยกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
3. เรื่องสีแดงสีเขียว หรือ ทางไปกรุงเทพไปหลายทาง
ต่างเป็นความคิดเห็น ซึ่งต่างคนคิดต่างกันได้ผมไม่ขอขยายความต่อ
4. ผมเป็นคนเปิดกว้าง พร้อมที่จะเชื่อในสิ่งใหม่ หากมีเหตุผลเพียงพอ
ดังนั้นหากพี่แผ่วจำไม่ผิดจริง
ก็อยากให้ค้นมายืนยันว่าท่านพุทธทาสกล่าวไว้ที่ไหน
หรือเขียนไว้ในหนังสือเล่มไหน
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผมก็จะได้รับทราบไว้เป็นข้อมูล
และเมื่อมีหลักฐานประจักษ์ชัดแล้วผมก็พร้อมที่จะขอโทษเช่นกัน
เพราะผมก็มนุษย์ปุถุชน ผิดได้เหมือนกัน
สำหรับผม การยกขึ้นกล่าวแย้ง
ผมพยามให้เกียติผู้ที่ถูกแย้งเสมอ และคิดว่าเป็นประโยชน์ถึงได้แย้งออกไป
หากมีความคิดในเชิงยัดยาบ้าอยู่เช่นนี้ การสนทนาธรรมในที่นี้หาได้มีประโยชน์ไม่
ผู้ที่มีความรู้จริง ศึกษาจริง ก็คงไม่อยากจะกล่าวแย้งใดๆให้เปลืองตัว (ไม่ได้พูดถึงตัวเอง)
ส่วนที่พี่ริวกล่าวคำว่า "ปรามาส" นั้น สำหรับผมก็รู้สึกว่าแรงไปซักหน่อย
แต่พี่ริวก็ได้ขอโทษแล้ว และมีเจตนาดี (ในความรู้สึกผม)
ดังนั้นการที่จะมารื้อฟื้นหรือกล่าวโทษใครยัดยาบ้าให้ใคร ผมเห็นว่าไม่สมควร
ผมก็ขอยุติเพียงแค่นี้แล้วกัน ผมมองไม่เห็นประโยชน์เท่าไหร่กับการเข้ามาพูดคุยในกระทู้นี้
ทั้งๆ เป็นกระทู้ที่ดีมากและชอบมาก
แต่เนื่องจากเราไม่พูดคุยกันด้วยปัญญาและเหตุผล
แต่คุยกันด้วยอัตตาที่ใหญ่คับโลกด้วยกันทั้งนั้น
ผมตามอ่านกระทู้ธรรมใน web อื่นแล้วรู้สึกใจสงบ มีจิตน้อมในธรรม
แต่เสียดายที่ไม่ใช่กระทู้นี้
กระทู้นี้อ่านดูแล้วก็รู้สึกว่า เป็นการโต้แย้งโต้เถียงกัน โดยใช้ธรรมมะเป็นอุปกรณ์แค่นั้นเอง
ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่าแม้แต่ผู้ที่ไม่รู้ศัพท์เช่น อานาปานสติหรือสติปัฐฐาน 4
แต่น้อมนำธรรมมะไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่น่าเลื่อมใสกว่าผู้ที่ท่องจำพระไตรปิฎกได้เป็นเล่ม
แต่เป็นการรู้เพียงแค่ในระดับสัญญาแต่ไม่เคยประพฤติปฏิบัติธรรมแต่ประการใด
(ผมกล่าวเป็นกลางๆ ไม่ได้กล่าวกระทบใคร และผมก็อาจจะจัดอยู่ในกลุ่มหลังนี่ก็ได้)