เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 11:51 am | 0 คอมเมนต์
หมวด: บันเทิงและดนตรี
.............................
ในเว็บนี้มีใครเล่นละครเวทีมาก่อนบ้างครับ เผื่อไว้ casting ครับ
ผมผูกพันธ์กับโรงละครเวทีมากครับ เพราะเคยเป็นภารโรง ทำความสะอาดในโรงละครในมหาลัย ขัดทุก seat ตั้งแต่ ตี 5 ยัน 7 โมงเช้า เคยเรียน Theatre Appreciation ด้วยครับ ที่มหาลัย ไม่ว่าคณะไหน หมอ วิศวะ สถาปัด ฟิสิกซ์ ต้องเรียนด้วยกันหมดตอนปี 1
เล่นมาหลายเรื่องครับ เป็นทหาร เป็นก้อนหิน เป็นต้นไม้
เผื่อไว้ เล่น เรื่อง สามก๊ก ฉบับ งิ้ววีไอ ครับ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:00 pm | 0 คอมเมนต์
สามก๊กฉบับ งิ้ววีไอ (Value Investor Opera)
^O-O^
บทที่ 1 ปฐมบท
ผมเคยสงสัยตลอดว่าสามก๊กเป็นเรื่องจริงกี่ส่วน และส่วนที่แต่งเติมอีกกี่ส่วน
วันนี้ผมได้คำตอบแล้วครับ
ย้อนกลับไปปี ค.ศ. 233 มีชายผู้หนึ่งชื่อ เฉินโซ่ว เป็นชาวเสฉวน ทั้งพ่อและตัวเขาต่างเป็นข้ารับใช้ในราชวงศ์ของตระกูลเล่าปี่ โดยคนที่เป็นพ่อมีตำแหน่งเป็นเลขาอาลักษณ์มีหน้าที่จดบันทึกเรื่องราวต่างๆ จากปากคำของขงเบ้ง แม่ทัพใหญ่ในขณะนั้น
เมื่อสิ้นบุญพ่อ เฉินโซ่วจึงรับหน้าที่นี้แทนพ่อ
เวลาต่อมา อาเต๊าลูกเล่าปี่ขึ้นครองราชย์ แต่สุดท้ายไปไม่รอด ต้องยอมแพ้ต่อสุมาเอี๋ยนบุตรของสุมาอี้ เฉินโซ่ว ขณะนั้นอายุ 31 ปี จึงถูกจับตัวเป็นเฉลยไปแคว้นเหว่ด้วย สุมาเอี๋ยนสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นพระเจ้าจิ้นหวู่ตี้ และโปรดให้เฉินโซ่วรวบรวมเรื่องยก๊กของโจโฉ ง่อก๊กของซุนกวน และ จ๊กก๊กของเล่าปี่ มารวบรวมเป็นเรื่องสามก๊กเป็นครั้งแรก
สามก๊กฉบับเฉินโซ่วนี้เรียกกันว่า
"ซานกว๋อจื้อ" หรือ "จดหมายเหตุสามก๊ก"
แต่สามก๊กฉบับของเฉินโซ่วไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก
หลังจากนั้นอีกหนึ่งพันปีให้หลัง ประมาณปี ค.ศ. 1330-1400 มีชายผู้หนึ่งนามว่า หลอกว้านจง ได้เอาเรื่องราวของสามก๊กมาแต่งขึ้นใหม่ในรูปนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่มีการแต่งเติมเป็นภาษาของเขาเองให้ดูแข้มข้นและมีอภินิหารให้เหนือจริงมากขึ้น อีกทั้งยังเอาเหตุการณ์ในสมัยของเขาเข้าไปเติมแต่งเพิ่มสีสันและอรรถรสให้น่าอ่านขึ้นไปอีกด้วย สามก๊กที่เราอ่านปัจจุบันล้วนเป็นฝีมือการประพันธ์ที่ยอดเยี่ยมจากชายผู้นี้ทั้งสิ้น โดยมีเค้าโครงเรื่องราวในประวัติศาสตร์จริงอยู่ 7 ส่วน และเรื่องแต่งของเขาอีก 3 ส่วน
เรื่องสามก๊กฉบับ "งิ้ววีไอ" หรือ "งิ้วแวลูอินเวสเตอร์" ที่ท่านอ่านอยู่นี้ เป็นพงศาวดารสามัญ ซึ่งผมเลือกเอาตอนหนึ่งของวิชา Value Investing 101 ที่สอนใน Columbia University มาแต่งขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน คือ มีเรื่องจริง 7 ส่วน และเรื่องแต่งเติม 3 ส่วน โดยประสงค์ให้ งิ้ววีไอ หรือ "Value Investor Opera" เป็น"มหาวิทยาลัย" สำหรับคนที่ไม่เคยศึกษาอุบายเกี่ยวกับการลงทุนแบบเน้นคุณค่า
Textbook เกี่ยวกับลงทุนเน้นคุณค่า บางครั้งก็อ่านยากสำหรับบางท่านครับ
ภรรยาของผมคนหนึ่ง ถึงอ่านหนังสือทุกตัวอักษรได้ แต่ก็เหมือนคนอ่านหนังสือไม่ออก เพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจ แต่หากเป็นเมื่อวันก่อน ผมได้ลองนั่งคุยเป็นวงกลมกับเธอและเพื่อนของเธออีก 2 คน และเริ่มเสวนากันถึงเรื่องปรัชญาการลงทุนเน้นคุณค่า ทั้งหมดสามารถคุยกันรู้เรื่อง หรือเมื่อคุยถึงเรื่องปรัชญาของ เบนจามิน เกรแฮม ที่บันทึกอยู่ในหนังสือ Intellligent Investor ก็สามารถเข้าใจได้ตรงกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่อาทิตย์ เธอและเหล่าเพื่อนของเธอ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คำตอบก็คือ ได้อ่านจากเรื่อง งิ้ววีไอ
ผมดีใจมากครับ
ฝรั่งเรียก "งิ้ว" ว่า "โอเปร่า" เพราะงิ้วนั้นจะต้องออกมาร้องตั้งแต่ต้นจนจบ ชาวจีนเป็นชนชาติที่ร้องเพลงเก่ง แต่เต้นไม่เก่ง ฝรั่งจึงไม่ใช้คำว่า บัลเล่ต์ นักแสดงงิ้วที่ดี จะต้องมีคุณสมบัติพร้อมทั้ง 3 ประการ อันได้แก่ เสียง รูปร่าง และลีลา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่สวรรค์มอบมาให้เท่านั้น คนเรามีตาชั้นเดียว อยากมีตา 2 ชั้น ก็สามารถผ่าตัดได้ แต่เสียงคนเรา ไม่สามารถผ่าได้ หลอดเสียงใครก็หลอดเสียงคนนั้น
หลอดเสียงผมไม่ดีครับ สวรรค์ท่านมอบความสามารถให้กระผมแค่นี้
จึงขอน้อมรับคำแนะนำต่างๆ จากผู้อ่านทุกท่านด้วย งิ้วคงจะอยู่ได้ ตราบใดที่ศาลเจ้าต่างๆยังคงเอางิ้วไปแสดง ถ้าไม่มีศาลเจ้า งิ้วก็จะสูญสิ้นไป เช่นเดียวกับวงปี่พาทย์มอญ หากไม่มีงานศพ วงดนตรีประเภทนี้ก็จะหมดไปเช่นกัน
ผมหวังว่าสักวันหนึ่ง อาจจะได้เห็นเรื่องงิ้ววีไอ แสดงอยู่บนละครเวทีที่ไหนสักแห่งใน ประเทศไทยก็เป็นได้
พักเข้าห้องน้ำ จิบกาแฟก่อนไหมครับ
ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญชมการแสดง "งิ้ววีไอ" ได้ ณ บัดนี้ครับ
Mr. Boo
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 1841
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:00 pm | 0 คอมเมนต์
เคยเล่นหนังสั้น ส่งเข้าประกวดของเพื่อนลูกสาว เป็นตัวเอกด้วย.......
แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ อัลซายเม่อร์
รู้แล้วใช่มั๊ยดอกเตอร์ว่าผมเล่นบทอาราย
บอกผมด้วยผมลืมไปแล้วววววว
Rabbit VS. Turtle
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:08 pm | 0 คอมเมนต์
Guy Pearce
Leonard
Memento
ใช่ไหมครับคุณอา?
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:31 pm | 0 คอมเมนต์
บทที่ 2 JFK AIRPORT New York
ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง JFK, แผ่นดิน New York
พ่อคู๊ณณณณ..
เสียงชายหนุ่มความสูงระดับห้าศอก หูยานถึงบ่า มือยาวถึงเข่า หน้าขาวดังหยวก ปาแดงดุจทาลิปสติก ดวงตากลอกกลิ้งไปถึงหู ปราชญ์ว่าเป็นลักษณะของผู้มีบุญญาธิการมากโดยแท้ แต่เขากลับยืนถอดทอนหายใจละเหี่ยห้อยหงอยซึมเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ดูซิ...... แต่งตัวซอมซ่อ หอบเสื่อหิ้วรองเท้าฟางพะรุงพะรัง เขาเป็นใครกันรึ
เขาพนมมืองก ๆ ภาวนาขอหลวงปู่ทวดที่ห้อยติดคอมาด้วย ขอให้อย่ามีปัญหาเลยครับหลวงปู่
เสียงถอดถอนหายใจ คงสร้างความหงุดหวิดให้แก่ผู้ที่ยืนข้างหลัง
ตัวท่านยังหนุ่มแน่น กลับมายืนทอดใจอยู่ได้ อย่ามัวพิรี้พิไรอยู่เลยท่าน เจ้าหนุ่มคนโตร่างเล็ก หน้าดุเหมือนเสือ ตาดุจมังกร เสียงดังปานฟ้าสะเทือนแผ่นดิน ตวาดลั่นจนทำให้ชายหูยานต้องหันกลับมาถามด้วยอาการตกใจว่า
ท่านเป็นใคร ถึงได้มาตำหนิเราเช่นนี้
เราคือ โจโฉแห่ง Pantrip.com คือคำตอบของเจ้าหนุ่มตามังกร เห็นท่านยืนถอดใจ ก็เลยรำคาญ
เมื่อถูกกล่าวหาเช่นนี้ หนุ่มหูยานจึงตอบไปว่า
เราชื่อ เล่าปี่แห่ง TVI.com ตัวเรานั้นเดินทางข้ามน้ำทะเลมาไกล ปรารถนาจะไปฝึกวิชา Value Investing ที่ Columbia University แต่ตอนนี้เห็นคนต่างชาติที่เข้าเมืองโดนกักกันไม่ให้เข้า แถมบางคนโดนส่งกลับประเทศ จึงได้แต่ยืนทอดถอนหายใจเช่นที่ท่านเห็น
นั่นแหละหนุ่มตามังกรจึงตีมือผาง ท่านคิดตรงใจเราทุกประการ
แล้วคนแปลกหน้าสองคนซึ่งบัดนี้มีอุดมการณ์ตรงกันก็สนทนากันอย่างออกรสเรื่องการลงทุนเน้นคุณค่า แค่ทันใดนั้น เสียงของคนผู้หนึ่งทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดคุย
Excuse me, I hurry go to Columbia University.
โธ่เว้ย! ชายหนุ่มร่างกายกำยำล่ำสัน หนวดเครายาวดกดำเป็นมันขลับดูเด่นเป็นสง่า คิ้วหนา ตาเรียวเล็ก ดูเป็นคน เจ้าเล่ห์เพอุบาย ตะบึงเตลิดวิ่งถูลู่ถูกังขอแทรกแถวที่ยาวเหยียดมั่วเป็นพันลวัน
ยังงี้ก็ฉุนสิ เห้ย! โจโฉคนโตตัวเล็กจึงขึ้นเสียงใส่ แต่ด้วยวิสัยของผู้ที่จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต จึงยอมอ่อนเสียงลง บางทีอาจมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน โจโฉจึงร้องเรียกหนุ่มเครายาว และทำให้ทราบภายหลังว่า คนผู้นี้คือ ซุนกวนแห่ง Greenbug.com และนั้นเป็นเหตุผลที่เพียงพอให้ซุนกวนแทรกมาเข้าแถวต่อหน้าเล่าปี่และโจโฉได้
นักลงทุนเน้นคุณค่าทั้งสามคนจากประเทศไทยมายืนอยู่พร้อมหน้ากัน บังเอิญพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย เปรียบอุปมาเหมือนท่ามกลางต้นท้อที่ผลิดอกบานสะพรั่ง ในเมื่อหัวอกของผู้มีความรักการลงทุนเน้นคุณค่าหลั่งชโลมแผ่นดิน อย่าชักช้าให้เสียการ เล่าปี่เห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดียิ่งนัก ทั้งสามคน เล่าปี่ โจโฉ และ ซุนกวน จึงประกาศร่วมสาบานร่วมสัตย์เป็นพี่น้องกัน ณ สนามบิน JFK , New York City แห่งนี้
โอ๊โอ๋.......
ท่าทางนายมืด เจ้าหน้าที่ร่างบึกนามกรว่า จอห์น ดอสั้น คนที่อยู่ที่ช่องที่ทั้งสามคนต่อแถว เพิ่งจะเข้ามาทำงานครับ รู้สึกว่ามีปัญหากับคนเข้าเมืองทุกคน ขนาดคนก่อนหน้าถือพาสปอร์ตญี่ปุ่นมีจดหมายแนบเป็นวีซ่า J-1 สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มันยังซักซะละเอียดหยิบ พักที่ไหน? ไปอยู่กับใคร? ทำงานด้วยหรือเปล่า? ทำไมพกซีดีมาเยอะขนาดนี้ ? ดีนายมืดไม่ถามว่า เป็นขี้กลากตรงไหนหรือเปล่า? อะไรประมาณนั้น มันน่าโป๊กให้กะโหลกเบี้ยวจริงๆ.
NEXT!
ทันทีที่นายมืดรู้ว่าทั้งสามคนมาจากประเทศไทย นาย ดอสั้น ก็ชี้ไปทางโน้นแบบส่งเดช เล่าปี่ โจโฉ และซุนกวนต่างทำหน้างง ๆ ไม่มีทางเลือก ก็เดินไปตามทางที่ดูไกลผู้ไกลคนอยู่อีกฝากหนึ่ง ทั้งสามคนเริ่มกังวลใจยิ่งขึ้น ถึงเวลานี้เริ่มรู้ตัวพวกเขาอยู่ในช่องกักกันอะไรสักอย่าง กระเป๋าเดินทางที่หนักราว ๆ ยี่สิบเอ็ดกิโลของเล่าปี่ก็เป็นเหยื่อรายแรก และเมื่อรออีกประมาณสิบนาทีเจ้าหน้าที่ผิวดำ ตาโต หน้าแบนซะขนาดนั้น ก็เดินมาหาคนทั้งสามพร้อมกับผ้าปิดจมูก จะด้วยเหตุและผลใด ๆ ก็ตาม ทั้งสามคนยังยิ้มแก้มตุ่ยได้
What the heck is this?
เล่าปี่ตั้งสติ ตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็พูดเบาๆ ฟังไม่ค่อยได้ยิน ได้ยินเสียงสูงลงท้าย ร้า ร้า อะไรซักอย่าง
เล่าปี่: yes this is pla la. Its very very โคตร good. Wana try some?
นายมืด ตอนแรก เห็นก้อนดำๆ ในถุงกระดาษคงนึกว่า ขนมปังช็อคโกแล้ต เลยบอกว่าจะขอดูช็อคโกแล้ต พอเล่าปี่เปิดกระปุกเท่านั้น นายดอสั้นร้องออกมาดังมาก
OH Shit!
ซุนกวน: คุณพกปลาร้ามาด้วยรึ โห! กลิ่นแรงน่าดูเลย ทาง US Customs ไม่ให้ผ่านหรอก อ้าว! คุณโจโฉพกอะไรมาด้วยนิ
โจโฉ: ลูกงูเหลือม!
เล่าปี่ และ ซุนกวน ร้องตกใจพร้อมกัน เฮ้ย!!!!
ซุนกวน: อยู่ที่นี่ก็ลำบากพอแล้ว คุณยังเอางูมาเลี้ยงอีก
เล่าปี่: เข้าไม่ได้ทั้งคู่ละ ทั้งปลาร้าผม และงูเหลือมคุณ อย่างน้อยงูคุณไม่ต้องกลัวอด จกปลาร้าผมไปก่อน แซบกว่าแฮมเบอร์เกอร์เป็นไหนไหน
โจโฉ: เข้าอเมริกาที่ไร จะช้าอย่างนี้ทุกที ไม่ใช่ความผิดผม ปลาร้าคุณทำไอ้กันแตกตื่นกันหมดรู้ไหม เหม็นอย่างนี้คุณกินเข้าไปได้ยังไง ตอนอยู่บนเครื่องผมนั่งใกล้ๆ คุณเห็นคุณกอดเอาไว้ตลอด คิดว่าคุณเอาซูชิห่อสาหร่ายดำๆใส่กระปุกมากินด้วยซะอีก ใครจะไปรู้......
ฮ่า......ในที่สุด ทั้งสามคนก็ลากสัมภาระถูลู่ถูกังออกมาจาก JFK Airport จนได้ครับ ที่นี่เป็นสนามบินที่น่างงมากครับ แต่ Information Design เขาค่อนข้างดีมากด้วย ไม่เหมือนสนามบินแห่งความอัปยศแห่งหนึ่งแถวอุษาคเนย์
เฮ้อ....
เล่าปี่ควักแผนที่นิวยอร์กออกมาจากกระเป๋า วางแผนเตรียมตัวมุดดินไปแมนฮัตตั้น ดูว่าจะมุดดินไปซับเวย์เส้นไหนดี จะนั่ง Air Train ออกจาก JFK ยังไง แต่ไม่วายโจโฉได้เอื้อนเอ่ยวาจา ถ้าจะไปแมนฮัตตั้นจุดที่ Port Authority Bus Terminal 42nd St. ตัดกะ 7 Ave. พร้อมจิ้มแผนที่ให้ดู ไปสาย E train น่าจะถึงเร็วกว่า แต่ซุนกวนบอกว่า A train มันสั้นกว่า แถมสถานีที่ต้องแวะมันก็น้อยกว่า ก็บอกว่า สาย A มันไม่เร็วกว่าหรือ โจโฉบอกว่าไม่นะ E น่าจะเร็วกว่า ซุนกวนก็บอกมันจะเร็วกว่าจริงเหรอ JFK มันอยู่ออกไปทาง Queens ด้านตะวันออกของ New York City สาย E นี่มันมุดไปทางใต้ของ Queens แล้วลอดแม่น้ำมาโผล่ทางตอนใต้ของเกาะแมนฮัตตั้น ไอ้ท่ารถบัส Greyhound นี่มันอยู่เกือบกลางๆ ของแมนฮัตตั้น แต่สายที่ A ที่มองไว้มันก็อ้อมนิดๆ แต่ดูยังไงก็ใกล้กว่า ใช้เวลาประมาณ 40 กว่านาทีได้ แต่โจโฉก็ยังเถียงว่า E มันใกล้กว่า เล่าปี่นึกเอาไงดีล่ะ ปมตรงนี้ขมวดเป็นเกลียวอยู่หลายปม
TAXI!
..................................................................................
macarian
Verified User
โพสต์: 384
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:35 pm | 0 คอมเมนต์
เคยเล่นงับ
แมนยู โรม่า ลิสบอน เคี๊ยฟ
หมาป่าสู้สู้
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:35 pm | 0 คอมเมนต์
บทที่ 3 Columbia University
นิวยอร์คแท๊กซี่.....คืออาชญากรที่ถูกกฎหมาย"
นิวยอร์กได้ชื่อว่าเป็นมหานครของอาชญากรรมทุกรูปแบบเลยครับ การเจอผู้โดยสารสารพัดแบบ แท็กซี่เลยมีโอกาสเครียดมากกว่าคนทั่วไป
โจโฉขึ้นหน้ารถบอกจุดหมายปลายทางแก่คนขับเสร็จ ด้านหลังเล่าปี่และซุนกวนตามเข้าไปติดๆ พร้อมกับได้ยินเสียงโจโฉปิดประตูหน้า คนขับ....อะฮ้า...นายมืดอีกแล้วครับ น่าหน้าน่ากลัวมาก ....ก็เริ่มพูดว่า "ปิดประตูเบาๆ หน่อย รถพังหมด"
- - ! ฤกษ์ดีจริงๆ ครับ
หลังจากนั้นแท็กซี่ก็เริ่มเคลื่อนออกจากที่ นายมืดสนิทนานก็เริ่มชี้ให้โจโฉดูสติ๊กเกอร์
โปรดคาดเข็มขัดนิรภัย"
โจโฉเลยจำต้องรัดเข็มขัดตามคำสั่ง พร้อมๆ กับหันไปมองเล่าปี่และซุนกวนด้วยหางตาแล้วนั่งเงียบตลอดทาง ระหว่างนั้น เล่าปี่กับซุนกวนที่นั่งด้านหลังก็เริ่มส่งเสียงพูดคุยแซวกันอย่างสนุกสนานด้วยความอารมณ์ดี แค่ 2 นาที คนขับก็เริ่มเพิ่มเสียงเพลงในรถให้ดังขึ้นอีก โจโฉนั่งอยู่ในมุมที่ค่อนข้างจับอารมณ์คนขับได้ง่าย คิดว่าคนขับคงจะไม่พอใจเท่าไหร่แล้ว แต่จะบอกให้บรรดาขุนผลข้างหลังลดเสียงลงก็เกรงใจ
เล่าปี่: ฮ่า ..ฮ่า...ผมว่านะ......อเมริกันวีไอ ดังๆ ก็มี Warren Buffett, Chalie Munger, Lou Simpson และ ก็ Michael Price มีใครนึกชื่ออื่นได้ไหม?
โจโฉ: Mario Gabelli, Walter Schloss, Charles Royce and Bruce Greenwald ชื่อหลังๆ 4-5 ชื่อที่บ้านเราไม่ค่อยได้ยินหรอก วอเร็น บัฟเฟตต์ ท่านดังสุดแบบกลบชาว Value Investors คนอื่นไปหมด แต่ทั้งหมดนี่มีสิ่งที่เหมือนกันหนึ่งอย่างคืออะไรใครรู้ไหม?
ซุนกวน: เป็นผู้ชาย....
- -!
เล่าปี่: ถูกต้องนะคร๊าบบบบ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า
โจโฉหันไปค้อน ทั้งหมดเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาการลงทุนเน้นคุณค่า
ซุนกวน : คนหลังสุดที่ชื่อ Bruce Greenwald คนนี้แหละที่เรากำลังจะไปหากัน ท่านสอนที่มหาวิยาลัย Columbia University Graduate School of Business อาจารย์ท่านสอนวิชา value investing โดยเฉพาะเลย และยังเป็นผู้แต่งของหนังสือที่ชื่อ Value Investing: From Graham to Buffett and Beyond อีกด้วย เอ คุ้นๆ แฮะ เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนนะ?
ระหว่างทาง คนขับก็บ่นอะไรงึมงำๆ แล้วก็บอกให้เล่าปี่ก้มหัวต่ำหน่อย เพราะไปบังกระจกมองหลัง เล่าปี่ก็หลบให้แต่โดยดี และยิ่งทำให้จับอารมณ์คนขับได้มากขึ้น จากนั้นรถก็ไปถึงครึ่งทางแล้ว คนขับก็เอ่ยถามขึ้นมาแบบมีอารมณ์ว่า ตกลงพวกคุณจะไปไหนกัน ........โจโฉนึกในใจว่า "เอาล่ะซี" แต่ก็บอกจุดหมายให้อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่พวกเล่าปี่กับซุนวนก็คุยกันไม่หยุด
คนขับมาหลุดอีกทีก็ตอนประมาณ 500 เมตรจะถึง Columbia University แท็กซี่ก็พูดขึ้นมาดังๆ ว่า "อยู่ที่ประเทศแก ไม่ได้คุยกันเลยหรือยังไง น่ารำคาญ ฟังไม่รู้เรื่อง หนวกหูที่สุด " คราวนี้เงียบกริบกันหมดเลยครับ โชคดีที่สั้นๆ แค่หนึ่งอึดใจก็ถึงจุดหมาย โจดฉรีบจ่ายค่าโดยสารแล้วลงจากรถ
ซุนกวนลงความเห็นกันว่า คนขับน่าจะมีอาการทางประสาท เพราะดูท่าทางคนขับเองก็เหมือนคนเก็บกด เล่าปี่บอกว่าพวกเราอาจคุยกันเสียงดังจริงๆหรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะไม่อยากรับผู้โดยสารตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ อีกอย่างอากาศช่วงนี้ร้อนเหลือเกิน ร้อนจนน่าจะมีผลทางต่อความอดทนของคนเราเหมือนกัน
นี่คงเป็นบทเรียนสำหรับการโดยสารนิวยอร์คแท็กซี่สำหรับพวกเขาในครั้งต่อไป
Value Investing 101 at Columbia University
Finance B9301- 66. Advanced Seminar in Value Investing
Professor Bruce Greenwald
Columbia Business School เป็นมหาวิทยาลัยที่ปรมาจารย์ Benjamin Graham เคยสอน และเป็นต้นกำเนิดของหนังสือ Securities analysis หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Value Investing อาจารย์ Ben Graham และ อาจารย์ David Dodd ช่วยกันสอนวิชา Value Investing ที่มหาวิทยาลัย Columbia แห่งนี้ ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1928 ถึงปี ค.ศ. 1956 หลังจากนั้น อาจารย์ Roger Murray รับช่วงสอนต่อจนถึงปี ค.ศ. 1977 ศิษย์เก่าดังๆ ที่จบไป อาทิเช่น Warren Buffett, Mario Gabelli, Leon Cooperman, Chuck Royce, Paul Sonkin และก็ William von Mueffling หลังจากนั้นวิชานี้ก็ถูกปิดไปถึง 15 ปี จนถึง ปี 1992 จึงถูกปัดฝุ่นเอากลับมาสอนใหม่ จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นปีที่ 15 แล้ว ที่ วิชา Value Investing ได้ถือกำเนิดใหม่ที่ Columbia Business School แห่งนี้
อาจารย์ Bruce Greenwald เดินเข้ามาในห้องเรียน แม่แต่เสียงจิ้งหรีดเรไรภายนอกพลันเงียบสงบ เขาเป็นชายวัยกลางคนร่างใหญ่ ผมสีทอง ใส่แว่น ถือไม้เท้าค้ำยัน ค่อยๆ เดินกระเพลกเข้ามาในห้อง ท่านเขียนบนกระดานอย่างรวดเร็ว
What is value investing?
อันธรรมเนียมศึก จะมัวถืออิสริยยศอยู่มิได้ ผู้ใดมีฝีมือก็ต้องว่ากันไปตามจริง
ฝุ่นคลีฟุ้งตลบ .....ซุนกวนรีบกรีธาทัพชิงยกมือยึดสมรภูมิชักกระบี่ออกจากฝักในความมืด
ซุนกวน : ขอตอบครับ การลงทุนแบบเน้นคุณค่าประกอบไป 3 สิ่ง และ 3 สิ่งนี้ ใครอยากเป็น value investor ที่ประสบความสำเร็จควรจะท่องทั้ง 3 เวลา หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น.....
ยาฝรั่งนี้ชุดนี้ โจโฉรีบแทรกเสนอความดีความชอบ ต้มและปรุงโดยสุดยอดปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักการลงทุนแบบเน้นคุณค่าเมื่อกว่า 70 ปีที่แล้ว เขาคือ......
เหล่าซือ Ben Graham ครับ เล่าปี่ชิงปราดตอบดุจลมกวาดใบไม้
วินาทีนั้นเอง ทั้งสามคนเปิดฉากมองหน้าเหมือนคู่อริแต่ปางก่อน อาจารย์เกรงว่าหากปล่อยสถานการณ์ให้ล่วงเลยอาจได้ประกบคู่ฟาดปากกันเองเป็นแน่ จึงรีบอาสายื่นมือเข้าช่วยติดเบรคไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทนี้
ฮ่า...ฮ่า......ฮ่า เหมือนนาแล้งได้ฝนชโลม อาจารย์รีบหัวเราะสกัดดังลั่น
ท่านหยุดไป 8 วินาที รำพึงรำพัน อ้าปาก ยื่นแขน แขะฟัน ดีดทิ้ง แล้วพูดต่อ
อาจารย์: ทุกอย่างอยู่บนกฎของธรรมชาติ ไม่เว้นแม้แต่ตลาดหุ้น Stock markets are efficient ไม่มีใครหลีกหนีกฏข้อนี้พ้น คุณซื้อ/คนอื่นขาย คุณขาย/คนอื่นซื้อ และคนใดคนหนึ่งจะต้อง ผิด นั่งท่องไว้เลย efficient efficient efficient. เหตุผล เหตุผล เหตุผล.. และอีกฝั่งตรงข้ามคุณก็จะท่อง ไม่มีเหตุผล ไม่มีเหตุผล ไม่มีเหตุผล
เล่าปี่ : นั่นเป็นสิ่งที่ท่านปรมาจารย์ Graham ท่านเห็นชัดรู้แจ้งก่อนใครใช่ไหมครับครับ ว่าสิ่งที่ไม่มีเหตุผลที่เป็นระบบแบบแผนที่สุดในทางสถิติของตลาดหุ้นก็คือ oversold behavior และท่านก็เอาไอ้วิธีแห่งความไม่มีตรรกะนี่แหละไปสอนนักเรียนของท่าน รวมทั้ง Buffet ด้วย โดยบอกว่า หุ้นถูกยังไม่พอ มันต้องมีมากกว่านั้น
อาจารย์: Very Good!!! คำของเล่าปี่สร้างความปลาบปลื้มยินดีให้แก่อาจารย์ยิ่งนักจนถึงกับรินสุราอุ่นๆ ใส่จอกให้...... พร้อมแจกวารสาร Value Investor Review ไปหนึ่งเล่ม
ความขี้อิจฉาของโจโฉและซุนกวนเริ่มก่อร่างและฝังลึกแน่นเข้าไปในกระดูกตั้งแต่วินาทีนั้น
ซุนกวน: พูดถึงตรงนี้ คิดถึงน้องสาวผมครับ แม่เค้าเคยแย่น้องเล่น ๆว่า ไม่ยอมแต่งซะที ถ้าใครมาขอตอนนี้ แม่จะไม่เอาสินสอด แถมข้าวสารให้อีกกระสอบหนึ่งด้วย ถ้าแบกไหวนะครับ คือ...แม่ผมขายข้าวสาร ผมนึกจะหาหนุ่มๆ ทีไหนมาแบกที 100 กิโลกรัมไหว สงสัยผมจะมีน้องเขยเป็นนักกล้ามแน่ ....เผื่อจะมีประโยชน์บ้างครับ
อาจารย์มองหน้าซุนกวนอย่างครุ่นคิด นิ่งสนิทดั่งชมสวนดอกไม้ดูแสงจันทร์สดับฟังเตียวเสี้ยนดีดเสียงพิณด้วยปลายนิ้วสัมผัสร้องบทเพลงขับกล่อม
โจโฉกระซิบเล่าปี่: ชียส์.....อย่าเอ็ดไปนะท่าน.....บางที อาจารย์อาจกำลังคิดว่าท่านซุนกวนเป็นกระสอบข้าวสารอยู่ ก็ได้ เห็นท่านจ้องซุนกวนตาเป็นมันเชียว ฮิ ฮิ
เล่าปี และโจโฉ หัวเราะเอิกเกริกกันสนุกสนาน
อาจารย์: ใช่.....มันมีมากกว่านั้น ...เราต้องมองหา obscure หุ้นที่ไม่มีใครสนใจ และยังไม่มีใครสะดุดตา เพราะอาจจะไม่หวือหวาเหมือน กระต่าย แต่คลานช้าๆ เหมือน เต๋า และคุณต้องไม่เป็นคนขี้เหงา เพราะอาจเป็นคนเดียวที่นั่งเก็บหุ้นนั้นอยู่
โจโฉยืนพรวดโผล่ถลันขึ้นมาชักกระบี่แห่งความคิดตามกระซวกโดยพลัน
โจโฉ: ผมเคยนั่งเก็บ Aprint วันนั้นมีผมซื้ออยู่คนเดียว ผมเรียกหุ้นตัวนี้ว่า หอยถากครับ แต่เป็นหอยถากที่คลานตลอดแบบช้าๆ แต่ไม่หยุด ปีที่แล้วคลานได้ระยะทางเพิ่มเกือบตั้ง 30% แนะครับ
อาจารย์: อาจารย์ไม่ได้ถาม ใครใช้ให้พูด
เล่าปี่ และ ซุนกวน แอบหัวเราะชอบใจ คิก คิก
อาจารย์คิดในใจ อืม ....สามคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ทว่าหากฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำอีกสองคนที่เหลือก็ตามซ้ำเป็นมั่นคง นี่เป็นกลศึก สองเสือแย่งอาหาร สุดท้ายอาจกัดกันตายไปเองในที่สุด ความสามัคคีได้แตกสลายแล้ว
อาจารย์ The boring and ugly are good เหล่าซือ Graham ท่านมองทะลุปรุโปร่ง เห็นเนื้อไม่พอ ทะลุเข้าไปในกระดูกของนักลงทุนคนอื่นๆ แหม! ทำไมขี้อายยังนี้ ซื้อคนเดียวไม่เห็นเป็นไร หุ้นยังนี้ดี ทำไมดันไปขาย ยิ่งขี้เหร่เท่าไรยิ่งดี ยิ่งเห็นแล้วน่าวางยาเบื่อให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ยิ่งน่าซื้อ อย่าไปมองประเภทหุ้นลอตเตอรี่ หุ้นที่มีหน้ามีตาทางสังคม อย่างนั้นชาติหน้าตอนบ่ายสองสี่สิบ ยังไม่มีทางได้กินเงินอาจารย์เลย
เล่าปี่: ถ้าผมจะบอกว่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน อาจารย์ดูน่าเบื่อและน่าเกลียดขึ้นเยอะเลย อย่างนี้ถือว่าผมชมอาจารย์ใช่ไหมครับ
อาจารย์: พูดอย่างนี้ เดี๋ยวเจอกันที่โรงยิมซ้อมมวยกันหน่อยนะ!!
ซุนกวน และโจโฉ หัวเราะชอบใจ คิก คิก
อาจารย์: อ้าว! ทุกคนจดคาถาบทนี้ซะ ให้ถามตัวเองทุกเช้าที่ตื่นนอน " In the universe of cheap stocks, I will find ones and be on the right side." ท่องไว้นะ ออกจากบ้าน 9 โมง 9 นาที ก้าวแรกออกจากบ้าน ก็เริ่มท่องเลย วันไหนโชคดีไปเจอหุ้นที่เราชอบ ก็ให้ถามต่อ "Why me God? ทำไมหุ้นตัวนี้ไม่มีใครสนใจ ทำไมราคาถูกๆ อย่างนี้ถึงมีไว้ให้ผมคนเดียวเท่านั้น? เล่นจิตวิทยากับตัวเองหน่อย หาเหตุผลให้ได้ว่าทำไม ทำไมมอเตอร์ไซค์ไม่ชอบวิ่งซ้าย ทั้งๆ ที่ซ้ายก็ว่าง ทำไมแบงค์ 500 ตกอยู่หน้าป้ายรถเมล์แถวอนุสาวรีย์แล้วไม่มีคนหยิบ ทำไมกระเทยถึงชอบนุ่งกระโปรงสั้นๆ หัดเป็นคนขี้สงสัยแล้วมองให้ทะลุ ถ้าทำอย่างนั้นได้ นับว่าเริ่มมีแววเป็น "value investor" ที่ดีในอนาคต
ซุนกวนกระซิบ เล่าปี่และโจโฉ
ซุนกวน: ทำไมผู้ชายต้องมีขนตรงหัวนม?
ทั้งสามคน เล่าปี่ โจโฉ และ ซุนกวน หัวเราะคิกคักครบถ้วนหน้ากัน ไม่เหลือร่องรอยแห่งความแตกแยก เปรียบดั่งคำอุปมา ผู้หญิงเหมือนเสื้อผ้า ขาดแล้วก็หาใหม่ได้ แต่พี่น้องเหมือนแขนขา ขาดแล้วยากที่ต่อได้ ฉันใดฉันนั้น นี่คือกลญาติสนิทกว่ามิตร
อาจารย์: ขั้นต่อไป ก็ไปหา good technology สำหรับหุ้นที่เราจะซื้อไว้คำนวณ intrinsic value ถ้ายังไม่มี อาจารย์แนะนำหนังสือ
Value Investing: From Graham to Buffett and Beyond
เล่มนี้ดีมาก!!!!
โจโฉ: อาจารย์แต่งเองใช่ไหมครับ ผมศึกษาพิชัยสงครามด้านการลงทุนเน้นคุณค่ามาจนแตกฉาน อย่างเล่มนี้ อาจารย์บอกพอเราเจอหุ้นแล้ว เราก็ต้องหาความสัมพันธ์ระหว่าง asset values กับ the earnings-power values ดูวิว่ามีกำแพง franchise อยู่ตรงนั้นหรือเปล่า ถ้าเป็น growth stock จะต้องมั่นใจว่า franchise ต้องมี ไม่อย่างนั้น จะเสียเวลาไปหามูลค่าหุ้น ผมพูดถูกไหมครับ?
อาจารย์หัวเราะเอิ้กอ้ากสดุดีโจโฉ: เยี่ยมมาก
เล่าปี่เริ่มสะสมเสบียงความคิด: Asset value เป็นเอก Earnings-power value เป็นโท อ๋อ อย่างนี้เอง หลักพิชัยสงครามที่แท้จริง
ซุนกวนเริ่มประหวั่นพรั่นพรึง ความคิดที่ไหลบ่าครั้งนี้ อุปมาเหมือนปลาขังอยู่ไส เสือตกอยู่ในหลุม ถ้าปล่อยให้เล็ดลอดหนีไปได้ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงมหาสมุทร ต้องเร่งสร้างสะพานแห่งความคิดให้จงได้
มองหากำแพงดี ๆ ต้องมอง 2 ตัวนี้ แล้วค่อยคุยเรื่อง growth กันทีหลัง อย่ามองหากำแพงที่ยากจนเราระโดดไปไม่ได้ ต้องเป็นกำแพงที่เราสามารถเข้าใจมันได้ดี
อาจารย์ยิ้มให้ซุนกวน: ใช่แล้ว!! ดีกว่า การหากระแสเงินสด ตัวแปรผกผันมากไป ความคาดเคลื่อนก็มีความเป็นไปได้สูง
เล่าปี่ นี่แหละขั้นตอนที่ 2 หาเครื่องมือที่ดีในการวัดมูลค่าหุ้น.... เอ๊ะ แล้วอย่างนี้ นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
เล่าปี่: อาจารย์ครับ แล้วอย่างนี้ growth prospects หรือ earnings prospects ที่เราหามาได้ ต้องเอากล้องส่องทางไกลดูระยะยาวด้วยใช่ไหมครับ
อาจารย์อมยิ้ม: อืมม... ต้องสายตายาวหน่อย ระยะสั้นมากไปไม่อย่างนั้นมีปัญหาแน่
ซุนกวน: แล้วไงต่อละครับ จะเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า พก search strategy พก valuation strategy อย่างที่สามคืออะไรครับ?
อาจารย์ตอบอย่างช้าๆเหมือนลอยตัวเหนือปัญหาใดๆ ในเลิศหล้า : วินัยและความอดทน..... อะไรก็ลอกกันได้ แต่นี่คือคุณสมบัติที่แตกต่างของวีไอมืออาชีพกับวีไอมือสมัครเล่น วินัยและความอดทน วีไอที่ประสบความสำเร็จทุกคนพกสองตัวนี้ไปด้วยตลอดเวลา
ซุนกวนนึกในใจ มองหาแต่บริษัทเล็ก ๆ ยิ่งซื้อมากพอจนครบ 5% จนติดชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึง หุ้นนั้นไม่มีคนสนใจ
โจโฉเคยเห็นนักลงทุนบางท่าน มี search strategy ที่ดี valuation technology ก็เยี่ยม แต่พอหุ้นที่ซื้อไว้ลง ขายทันที เป็นแบบวีไอเฉพาะกิจ ซื้อครั้งเดียว ขายครั้งเดียว ความเป็นวีไอหมดอายุเร็ว กลัวหุ้นมันจะเน่าจะเสีย ไม่มีความมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเอง ลงหน่อยก็ขายแล้ว เสียดายว่าขาดอยู่สิ่งหนึ่งยังไมได้ทำ.....
เล่าปี่ยืนขึ้น เหงื่อโซมกาย น้ำตาที่ท่วมท้นอยู่ในอกก็ไหลออกมาเป็นคำพูด ตะโกนลั่นห้อง
ต้นทุนยิ่งต่ำ ชัยชนะจะดูยิ่งใหญ่ขึ้น
ฮ่า....ฮ่า ...ฮ่า อาจารย์หัวเราะถึงสามครั้งย่อมมีเหตุทุกที บัดนี้ท่านหัวเราะอะไรอีกเล่า
ฟ้าให้วอเร็น บัฟเฟตต์มาเกิด ยังปราณีส่งคนทั้งสามมาเกิดด้วย
บัดนี้เกาทัณฑ์ได้ตัดสายปล่อยเรือลอยลิ่วในมหาสมุทร เหมือนมังกรได้ออกทะเลใหญ่พบน้ำลึกในที่สุด.....อุตสาห์บุกฝ่ามาได้ถึงเพียงนี้ จะกลับมาอีกสักร้อยครั้งก็มิอาจมาถึงนี้ได้อีกแล้ว
โจโฉ: ทำไมบางคนจึงมีความเชื่อมั่นมากกว่าคนอื่น
อาจารย์มอบกระบี่ให้ซุนกวนถืออาญาสิทธิ์: ซุนกวนเธอตอบหน่อยซิ
ซุนกวน: ก็เพราะเราหลงรักความมีวินัยกับหุ้นดี ๆสักตัว
เล่าปี่ : หืมม..... ถ้าหุ้นคุณที่ว่าดีราคาลงจาก 9 บาท ไปอยู่ 4 บาท ละคุณจะทำยังไง
ซุนกวน: 9 บาท ยังดี แล้ว 4 บาท ไม่ยิ่งดีกว่าอีกหรือ ผมก็รีบซื้อเพิ่มนะซิ
โจโฉ: ท่านนี่ยุทธวิธีไม่เหมือนชาวบ้าน เป็นคนอื่นคงทิ้งหุ้นวิ่งป่าราบแล้ว แปลก ยิ่งลงกลับมองบริษัทยิ่งดี คนส่วนมากเขาไม่มองแบบท่านหรอก
อาจารย์: กฏของ valuation rule สำคัญมากก็ตอนนี้แหละ ตามด้วยวินัยและความอดทน คุณต้องมีมันครบทั้งสามสิ่งนี้ พวกเก่งๆ ไม่ค่อยมีปัญหาตอนหุ้นลง แต่มักจะมีปัญหาตอนหุ้นขึ้น อยู่ว่างไม่ได้ เห็นหุ้นขึ้นแล้วคันมือ ซื้อหุ้นโดยขาดสติ ไม่พิจารณากฏทั้งสามข้อให้ดี ทั้งๆ ที่พวกเขาเข้าใจมันดีกว่าคนอื่น
เล่าปี่: พวกเขาแพ้ต่อ ความหวัง ความกลัว และ ความโลภ ต้องกลับไป restart แล้วไปจูนเครื่องใหม่กลับไปเป็น default มันเหมือนการวิ่ง คนจำนวนมากทำได้ดีในระยะสั้น ในระยะมินิมาราธอนยิ่งเหลือน้อยลงไป ในระยะมาราธอนยิ่งแทบจะนับนิ้วได้ การเป็นวีไอที่แท้จริง มันต้องดูกันยาวๆ เป็นสิบปี จะมีสักกี่คนที่ทำได้เหมือน Buffet เขาไม่ต่างจากพวกเรามีสองมือสองแขนหนึ่งสมอง แต่ที่ต่างคือ วินัยและความอดทนที่ยาวนานขนาดนั้น เป็นสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไป เขาไม่มีกัน
โจโฉ: ช่วงตลาด overvalued อย่างนี้ วีไอเขาทำอะไรกัน?
ซุนกวนแพร่งพราย: ตัวนั้นซื่อนัก มิได้ล่วงเห็นความคิดอาจารย์ กุญแจแห่งชัยชนะ คือ สะสมเสบียงเงินสด สะสมความอดทน แล้วก็....... รอ
เล่าปี่: ถ้า pitcher โยนลูกเบสบอลให้คุณตี คุณไม่จำเป็นต้องตีมันทุกครั้ง มองหาลูกที่สวย ๆ หวดมันจัง ๆ ให้ออกไปนอกสนาม และนั้นแหละ คือสิ่งที่งดงามที่สุด Warren Buffett พูด
โจโฉ: คนเจ้าชู้เวลาจีบสาว พวกเขาคำนวณไว้แล้ว เป้าหมายที่ไม่ยากเกินไปนัก จีบแล้วต้องไม่พลาด คารมที่ดี จิตวิทยายอด ความอดทนเยี่ยม โอกาสอกหักแถบไม่มี เพราะคนกลุ่มนี้กลัวความผิดหวังมากที่สุด
ซุนกวน: แบ่งความคิดเป็นสามกอง ตั้งค่ายมองหาหุ้นเป้าหมาย undervalued หาเจอแล้วหยิบ valuation strategy ขึ้นมาดักตีส่องหากำแพงดีๆ franchise มีหรือไม่ ถ้ามีควัก ความอดทนและวินัยขึ้นมาเป็นเสาหลักค้ำยันเอาไว้ เวลาลมสลาตันพัดมาแรงๆ ค่ายแห่งปัญญาจะได้ไม่ล้ม
ท้องฟ้าสว่างหมอกจางหาย ครั้นสงบได้ไม่นานก็เป็นศึก ครั้นศึกสงบก็เป็นสุข
ในฤดูร้อนเดือนเก้า ปีที่สองพันห้าร้อยห้าสิบแห่งศักราชการลงทุนเน้นคุณค่า
สามสุวรรณพยัคฆ์หนุ่มพนมมือมั่นกราบลาอาจารย์ นำกองทัพแห่งความคิดเจ็ดสิบห้าหมื่นพุ่งทะลักลงใต้กลับแผ่นดินแม่
ครั้งนี้.....อาจารย์ Bruce Greenwald ดูเหมือนจะสร้างสุดยอดวีไอขึ้นผงาดอีกสามคนแล้ว
จบ
ฝากทั้งสามคนให้ท่านผู้อ่านช่วยดูแลด้วยนะครับ ผมดันปล่อยให้ทั้งสามคนเดินเที่ยวดูละครบรอดเวย์ แล้วตอนนี้หาทั้งสามคนไม่เจอแล้วซะด้วย ไปรู้ไปเดินไปไหนกันแล้ว หวังว่าคงไม่ถูกนายมืดทุบซะก่อนนะครับ
ฉบับหน้าคงมีเรื่องสนุก ๆ เล่าให้ฟังเกี่ยวกับละครเวทีที่ทั้งสามคนไปดูมาแน่เลย
แล้วเจอกันใหม่ สวัสดีครับ
.................................................
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 12:39 pm | 0 คอมเมนต์
ใครอยากเล่นเป็นใคร ลองสมัครกันเข้ามาดูนะครับ
จะหาเวลานัดไปซ้อมกันอีกทีครับ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 1:10 pm | 0 คอมเมนต์
macarian เขียน: เคยเล่นงับ
เล่นเรื่องอะไรมาก่อนครับ
หล่อๆ อย่าง ตั๋ง เล่นเป็นใครดีละ ?
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 1:31 pm | 0 คอมเมนต์
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
macarian
Verified User
โพสต์: 384
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 2:30 pm | 0 คอมเมนต์
เคยเล่นเรื่อง dead poets society งับ
เล่นที่สถาบันปรีดี
ไม่มีเวทีงับ งานนั้น
แต่เอาทั้งสถาบันปรีดีเป็นโรงเรียนเลย
บางฉากก็โผล่กันที่ชั้นสอง
บางทีก็ตามหน้าต่าง
บางทีก็นั่งที่บันไดปนกะคนดู
(ถ้าเป็นฉากในห้องเรียน)
แมนยู โรม่า ลิสบอน เคี๊ยฟ
หมาป่าสู้สู้
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 2:54 pm | 0 คอมเมนต์
อย่าง ดร.โหน่ง ต้องพาไปดู Don Quixote Man of La Mancha
แล้วโก่งคอร้องเพลง
To dream the impossible dream...แน่ๆเลย
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 3:54 pm | 0 คอมเมนต์
macarian เขียน: เคยเล่นเรื่อง dead poets society งับ
เล่นที่สถาบันปรีดี
ไม่มีเวทีงับ งานนั้น
แต่เอาทั้งสถาบันปรีดีเป็นโรงเรียนเลย
บางฉากก็โผล่กันที่ชั้นสอง
บางทีก็ตามหน้าต่าง
บางทีก็นั่งที่บันไดปนกะคนดู
(ถ้าเป็นฉากในห้องเรียน)
เรื่องนั้นผมชอบมากเลยนะ
ตอนกลางคืนที่เด็ก ๆ แอบไปเจอกันในถ้ำ
เวลาเป็นละคร เล่นกันอย่างไรครับ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 3:56 pm | 0 คอมเมนต์
[quote="กูรูขอบสนาม"]อย่าง ดร.โหน่ง ต้องพาไปดู Don Quixote Man of La Mancha
แล้วโก่งคอร้องเพลง
To dream
crazyrisk
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 4549
ผู้ติดตาม: 0
พุธ ก.ค. 25, 2007 11:43 pm | 0 คอมเมนต์
คับ ไม่ค่อยหล่อ ไม่กล้าโพสต์เท่าไหร่
แต่ขอโพสต์บ้างก้อได้คับ
เคยเล่น ละคร thesis ของ อักษร จุฬาฯ
และเคยกำกับละครคณะตัวเอง ใน จุฬาฯ วิชาการคับ
"Champions aren't made in gyms. Champions are made from something they have deep inside them: A desire, a dream, a vision.
macarian
Verified User
โพสต์: 384
ผู้ติดตาม: 0
พฤหัสฯ. ก.ค. 26, 2007 12:33 am | 0 คอมเมนต์
แมนยู โรม่า ลิสบอน เคี๊ยฟ
หมาป่าสู้สู้
Artsuro
Verified User
โพสต์: 139
ผู้ติดตาม: 0
พฤหัสฯ. ก.ค. 26, 2007 4:55 am | 0 คอมเมนต์
มานั่งอ่านเล่นตอนตีห้าก่อนเข้านอน แล้วหุบยิ้มไม่ลงเลยทีเดียว
เจองูเหลือม กับ ปลาร้า เข้าไปทียังไม่ทันหลับตาก็นึกภาพพร้อมขำออกมาทันที
ดีจังเดี๋ยวต้องตื่นมาตั้งใจอ่านดีดีอีกครั้งแล้ว ... ดร.โหน่ง จะเอาไปเล่นที่ไหนครับ ??
มีทั้งสาระเรื่องราวใกล้ตัว แถมมุขตลกแบบนี้อีก ... :lol: ชอบๆ
ไม่ได้คิดว่ามันคือความล้มเหลว เพียงแต่เราค้นพบหนทางที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง .. แก้ไขซะ!!
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0
พฤหัสฯ. ก.ค. 26, 2007 9:43 am | 0 คอมเมนต์
"จำไม่ค่อยได้แล้วอ่ะพี่โหน่ง
แต่หลักๆแล้วก็คนที่เล่นเป็นอาจารย์คนเดียว
ที่ต้องสร้างอารมณ์ให้นักเรียน
โดยเฉพาะ นีล ที่ตอนหลังต้องถึงกับฆ่าตัวตาย
แล้วก็ตอนสุดท้ายที่เด็กนักเรียนยืนขึ้น
นักเรียนต้องรู้สึกจริงๆว่าอาจารย์ไม่ผิด
เรื่องนี้หลักๆก็อยู่ที่ตัวอาจารย์นี่แหละ"
ยังจำบทกลอนนี้ได้หรือไม่
O CAPTAIN! my Captain! our fearful trip is done;
The ship has weatherd every rack, the prize we sought is won;
The port is near, the bells I hear, the people all exulting,
While follow eyes the steady keel, the vessel grim and daring:
But O heart! heart! heart! 5
O the bleeding drops of red,
Where on the deck my Captain lies,
Fallen cold and dead
Walt Whitman
181992, American poet
เป็นบทกลอนที่เด็กผู้ชายเอาไปอ่านกันในถ้ำ โดยแรงบันดาลใจจากคุณครู และเป็นประโยคสุดท้ายที่บรรดาเด็กนักเรียนในกลุ่มก้าวขึ้นไปยืนบนโต๊ะอย่างท้าทาย เพื่อกล่าวอำลา กัปตันของชมรมกวีผู้สูญชีพ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พฤหัสฯ. ก.ค. 26, 2007 12:47 pm | 0 คอมเมนต์
[quote="กูรูขอบสนาม"]
ยังจำบทกลอนนี้ได้หรือไม่
O CAPTAIN! my Captain! our fearful trip is done;
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0
พฤหัสฯ. ก.ค. 26, 2007 12:48 pm | 0 คอมเมนต์
[quote="crazyrisk"]คับ