ขออนุญาติ แสดงความเห็นนิดนึง พร้อมกับการยกตัวอย่างหุ้นในอดีต 10 กว่าปีมาแล้ว นะครับ ในเรื่องการปันผลออกมามากๆ
ผมว่าถ้ารัก WG อยากอยู่กับเขานานๆ จริงๆ ให้เขาเก็บเงินไว้บ้างเถิดครับ
Once upon a time........
เมื่อปี 2537-38 ตอนนั้น มีหุ้นอยู่ตัวนึง ชื่อว่า sanyo
ที่จำได้เพราะว่าตอนนั้นเริ่มเล่นหุ้น แบบมั่วๆ ตอนนั้น NTV ยัง 20 บาท เองมั๊ง ตอนนั้นแฟนเป็นมาร์....อยู่ในเครือ ฟินวัน ครับ
เรื่องนี้จำได้ดี เพราะอ่านบทสัมภาษณ์เจ้าของคนไทยด้วย
ตอนนั้น sanyo กำไรดี มีเท่าไรปันผลหมดเลย( มั๊ง ถ้าจำไม่ผิด ) คือปันผลดีมากๆ เจ้าของก็เจตนาปันผลออกมามากๆ แล้วเจ้าของก็ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทไม่เป็นไร หรอก ปันผลมาแล้ว ทุกคนได้ ถ้าเราต้องการลงทุนเพิ่ม เราก็เพิ่มทุน ใครๆก็อยากเพิ่มทุน ร่วมลงทุนด้วยอยู่แล้ว....ซึ่ง ตอนนั้นมันก็จริงอย่างที่เขาพูดแหล่ะครับ
ก็จริงครับ ทีนี้ พอมีเงินสดอยู่ในบริษัทน้อย พอเจอวิกฤตเข้าไปเท่านั้นแหล่ะครับ ไม่มีเงิน แล้วจะหาใครมาเพิ่มทุนหล่ะ ไม่มี จะหากู้เหรอ ไม่มีใครปล่อยเงินมาให้ ท้ายที่สุด ญี่ป่นเข้ามาเพิ่มทุนเอาไปหมดเลย แล้วเอาออกจากตลาด.....
ใครจะนึกว่าจะมีเรื่องปี 2540 เข้ามาได้ ตอนนั้นปี 2537 - 2538 เอง
ถ้าอย่างคุณ akekarat ต้องการเงินมากๆ ต้องหาเงินมาเยอะๆมาซื้อ WG. แล้ว จะได้เข้าไปมีส่วนบริหารบริษัท แล้วมีสิทธิ์ยกมือ ให้ปันผลเยอะๆ
หรือไม่ก็ฉีกบริษัทออกเป็นชิ้นๆ แล้วแยกขาย อาจจะกำไรกว่าเยอะครับ อิอิอิ
อันหลังนี่ ล้อเล่นนะครับ
ดังนั้นอยากบอกว่า ถ้ารักกันจริง ก็อย่าโลภมากเลยครับ อย่าเด็ดกิ่งมะม่วงแบบยับเยินเพียงเพื่อเอาผลมะม่วง จนต้นมะม่วงตายเลยนะครับ
WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย
-
- Verified User
- โพสต์: 1746
- ผู้ติดตาม: 0
WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย
โพสต์ที่ 32
ความเห็นส่วนตัวผมคือ จากผลงาน 3 ปี ที่ผ่านมา ผมอยากให้บริษัทนำ FCF ออกมาปันผล มากกว่าเอาไปลงทุนอะไร ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการหลัก แล้วได้ผลตอบแทน "แทบไม่แตกต่าง" กับการฝากประจำครับ จากคำพูดที่ผมเคย ๆ พูด อาจดูเหมือนผมอยากให้บริษัทปันผลให้หมดเลย แต่ความรู้สึกจริง ๆ คือผมไม่เคยอยากแตะต้องส่วนที่เป็น liquidity หรือ reserve, แต่เฉพาะ FCF ที่ทางผู้บริหารมีแนวคิดการลงทุน "แปลก ๆ" เท่านั้น บางทีอาจเป็นเพราะเราคิดว่า บริษัทเอาเงินไปลงทุนไม่ค่อยเข้าตา เท่านั้นแหละครับถ้าอย่างคุณ akekarat ต้องการเงินมากๆ ต้องหาเงินมาเยอะๆมาซื้อ WG. แล้ว จะได้เข้าไปมีส่วนบริหารบริษัท แล้วมีสิทธิ์ยกมือ ให้ปันผลเยอะๆ
ไม่มีทางทำแน่ ๆ ครับ ต่อให้มีเงินเยอะถึงขนาดนั้น (จริง ๆ แล้วผมว่า หุ้น ESOP ที่ให้ผู้บริหารคนที่ได้น้อยสุด อาจจะได้มากกว่าทั้งหมดที่ผมมีด้วยซ้ำ 555) เพราะผมมองว่ากิจการ WG เป็นห่านทองคำของจริงนะหรือไม่ก็ฉีกบริษัทออกเป็นชิ้นๆ แล้วแยกขาย อาจจะกำไรกว่าเยอะครับ อิอิอิ
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย
โพสต์ที่ 33
ทางออกสำหรับบริษัทที่มี Cash มากแล้วยังไม่มี Project ไปทำอะไรที่ชัดเจน แถมเอาไปลงทุนอื่น ๆ ผลตอบแทนไม่คุ้มนั้น
1. อาจจ่ายปันผลเพิ่มเติมเหมือนที่หลายท่านแสดงความเห็นไว้ แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียคือแสดงให้เห็นว่าในระยะสั้น ๆ การเติบโตของบริษัทอาจชะลอตัวได้ เพราะมีเงินลงทุนน้อยลง เอามาจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นครับ นอกจากนี้ก็ทำให้เงินสำรองที่รองรับกับเหตุการณ์อนาคตลดลงไปเหมือนที่หลายคนแสดงความเห็นไว้ครับ
2. หรืออาจทำ Treasury Stock คือ ซื้อหุ้นบริษัทคืนจากตลาดก็ได้ ถ้าเห็นว่า มูลค่าหุ้นที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน มีมูลค่าหรือคุณค่าที่มากกว่าราคาปัจจุบันค่อนข้างมากครับ ซึ่งวิธีนี้ ประโยชน์ระยะสั้น แน่นอนจะเกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้นเดิมค่อนข้างมาก เพราะทำให้จำนวนหุ้นนั้นลดลง มี Demand ซื้อหุ้นในตลาดมากขึ้น และเมื่อผลประกอบการออกมา แม้ว่าจะทำให้แม้กำไรเท่าเดิม แต่กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้นครับ (เห็นมีคนเคยแสดงไว้ว่า ผลตอบแทนของบริษัท คิดเป็น ดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่ประมาณ 22% เทียบกับ ไปลงทุนอย่างอื่น ก็น่าจะได้ไม่ถึง 10% ครับ )
แถมถ้ามี Project ชัดเจนในอนาคตแล้ว ก็ค่อยเอาหุ้นที่ซื้อคืนขายกลับเข้าไปในตลาดใหม่ก็ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น อัตราการเติบโตของหุ้นจะช่วยลองรับกับปริมาณหุ้นที่ซื้อคืนที่ขายกลับเข้าไปตลาดใหม่ได้ วิธีนี้จะเป็นการเก็บสภาพคล่องไว้กับบริษัทไว้เหมือนเดิมและปลอดภัยกว่าไปลงทุนอื่น ๆ ซึ่งบริษัทไม่รู้ว่าผลตอบแทนมีความเหมาะสมหรือไม่
ปัญหาคงอยู่ที่ว่า ราคาหุ้นของ Wg ขณะนี้ บริษัทมองว่า เป็นราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานแล้วหรือไม่ หรือเป็นราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐานครับ
วิธีนี้ หลายบริษัทเคยทำวิธีนี้ ช่วยให้ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์มาก เช่น ราคาหุ้น Se-ed ในอดีตที่ราคาตกต่ำมาก บริษัทก็นำมาใช้ได้อย่างได้ผลนะครับ
หรือ PSL เคยนำมาใช้อย่างได้ผล และปัจจุบัน บริษัทเดินเรือ 3 ตัว คือ TTA RCL และ PSL ที่ราคาเคยอยู่ใกล้เคียงกัน จะเห็นได้ว่า PSL ขณะนี้ราคาอยู่สูงที่สุดครับ และสูงเป็นเท่าตัวเลยครับ อิ อิ
แต่บางตัวก็ล้มเหลวก็มีนะครับ เช่น กลุ่ม อากู๋ทั้งหลาย แม้จะซื้อหุ้นคืน แต่ผลงานแย่ลงมาตามลำดับ จนทำให้ราคายังตกต่ำมาหลายปีแล้วครับ เพิ่งจะค่อย ๆ เริ่มฟื้น แต่เทียบกับที่ราคาตกลงมาก่อนหน้านี้ ก็ยังอีกไกลกว่าจะกลับไปสู่ที่เดิมครับ
:lol:
1. อาจจ่ายปันผลเพิ่มเติมเหมือนที่หลายท่านแสดงความเห็นไว้ แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียคือแสดงให้เห็นว่าในระยะสั้น ๆ การเติบโตของบริษัทอาจชะลอตัวได้ เพราะมีเงินลงทุนน้อยลง เอามาจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นครับ นอกจากนี้ก็ทำให้เงินสำรองที่รองรับกับเหตุการณ์อนาคตลดลงไปเหมือนที่หลายคนแสดงความเห็นไว้ครับ
2. หรืออาจทำ Treasury Stock คือ ซื้อหุ้นบริษัทคืนจากตลาดก็ได้ ถ้าเห็นว่า มูลค่าหุ้นที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน มีมูลค่าหรือคุณค่าที่มากกว่าราคาปัจจุบันค่อนข้างมากครับ ซึ่งวิธีนี้ ประโยชน์ระยะสั้น แน่นอนจะเกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้นเดิมค่อนข้างมาก เพราะทำให้จำนวนหุ้นนั้นลดลง มี Demand ซื้อหุ้นในตลาดมากขึ้น และเมื่อผลประกอบการออกมา แม้ว่าจะทำให้แม้กำไรเท่าเดิม แต่กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้นครับ (เห็นมีคนเคยแสดงไว้ว่า ผลตอบแทนของบริษัท คิดเป็น ดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่ประมาณ 22% เทียบกับ ไปลงทุนอย่างอื่น ก็น่าจะได้ไม่ถึง 10% ครับ )
แถมถ้ามี Project ชัดเจนในอนาคตแล้ว ก็ค่อยเอาหุ้นที่ซื้อคืนขายกลับเข้าไปในตลาดใหม่ก็ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น อัตราการเติบโตของหุ้นจะช่วยลองรับกับปริมาณหุ้นที่ซื้อคืนที่ขายกลับเข้าไปตลาดใหม่ได้ วิธีนี้จะเป็นการเก็บสภาพคล่องไว้กับบริษัทไว้เหมือนเดิมและปลอดภัยกว่าไปลงทุนอื่น ๆ ซึ่งบริษัทไม่รู้ว่าผลตอบแทนมีความเหมาะสมหรือไม่
ปัญหาคงอยู่ที่ว่า ราคาหุ้นของ Wg ขณะนี้ บริษัทมองว่า เป็นราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานแล้วหรือไม่ หรือเป็นราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐานครับ
วิธีนี้ หลายบริษัทเคยทำวิธีนี้ ช่วยให้ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์มาก เช่น ราคาหุ้น Se-ed ในอดีตที่ราคาตกต่ำมาก บริษัทก็นำมาใช้ได้อย่างได้ผลนะครับ
หรือ PSL เคยนำมาใช้อย่างได้ผล และปัจจุบัน บริษัทเดินเรือ 3 ตัว คือ TTA RCL และ PSL ที่ราคาเคยอยู่ใกล้เคียงกัน จะเห็นได้ว่า PSL ขณะนี้ราคาอยู่สูงที่สุดครับ และสูงเป็นเท่าตัวเลยครับ อิ อิ
แต่บางตัวก็ล้มเหลวก็มีนะครับ เช่น กลุ่ม อากู๋ทั้งหลาย แม้จะซื้อหุ้นคืน แต่ผลงานแย่ลงมาตามลำดับ จนทำให้ราคายังตกต่ำมาหลายปีแล้วครับ เพิ่งจะค่อย ๆ เริ่มฟื้น แต่เทียบกับที่ราคาตกลงมาก่อนหน้านี้ ก็ยังอีกไกลกว่าจะกลับไปสู่ที่เดิมครับ
:lol: