ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6447
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 2
ข้อดี..
1.เงินสดมาก ปันผลหนักแน่นอน
2.มีงานจากบริษัทแม่เป็นฐาน โดยเฉพาะปีนี้ได้รับทริปเปิลทรี BB phase 2 ค่อนข้างแน่ เพราะlot แรกใกล้เต็มแล้ว
3.งานอื่นๆที่เหลือก็ต้องวัดดวงเอา
ข้อเสีย..
1.ธุรกิจตู้โทรศัพท์กำลังแย่ สัปทานไม่ขยายแล้วขาดทุน
2.ความไม่แน่นอนของรายได้ คู่แข่งก็เยอะ เช่น samtel ait
1.เงินสดมาก ปันผลหนักแน่นอน
2.มีงานจากบริษัทแม่เป็นฐาน โดยเฉพาะปีนี้ได้รับทริปเปิลทรี BB phase 2 ค่อนข้างแน่ เพราะlot แรกใกล้เต็มแล้ว
3.งานอื่นๆที่เหลือก็ต้องวัดดวงเอา
ข้อเสีย..
1.ธุรกิจตู้โทรศัพท์กำลังแย่ สัปทานไม่ขยายแล้วขาดทุน
2.ความไม่แน่นอนของรายได้ คู่แข่งก็เยอะ เช่น samtel ait
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
-
- Verified User
- โพสต์: 1976
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 4
ตอนแรกนึกว่าจะต่ำกว่าปีที่แล้วซะอีกโดยไตรมาสสี่ปีนี้ รายได้ 912 ล้าน
กำไรสุทธิ 81 ล้านคิดเป็น 0.11 ซึ่งปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่แล้ว 0.03 แต่npm ดีขึ้นกว่าไตรมาสที่แล้วนิดหน่อยน่า
แต่ทั้งปีลดลงเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่รายได้โตขึ้นเกือบ ห้าสิบเปอร์เซ็น
ส่วนตัวแล้วคิดว่าไตรมาสสี่ทำได้ดีทีเดียวเพราะคิดว่าตอนแรกน่าจะกำไรน่าจะต่ำกว่าปีที่แล้วครับ เพราะส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ประมาณแถว 0.4-0.46 กันครับ
กำไรสุทธิ 81 ล้านคิดเป็น 0.11 ซึ่งปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่แล้ว 0.03 แต่npm ดีขึ้นกว่าไตรมาสที่แล้วนิดหน่อยน่า
แต่ทั้งปีลดลงเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่รายได้โตขึ้นเกือบ ห้าสิบเปอร์เซ็น
ส่วนตัวแล้วคิดว่าไตรมาสสี่ทำได้ดีทีเดียวเพราะคิดว่าตอนแรกน่าจะกำไรน่าจะต่ำกว่าปีที่แล้วครับ เพราะส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ประมาณแถว 0.4-0.46 กันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1976
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 7
อีกอย่างหนึ่งผมคิดว่าการขายพวกเครื่องมือวัดตรงนี้เนี่ย jts น่าจะยังโตได้อีกพอสมควรนะครับ แต่ผมไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เท่าไหร่
อีกอย่างหนึ่ง ขนาดของ jts ผมคิดว่าถ้าการประมูลงานขนาดใหญ่ jts น่าจะได้เปรียบ แต่ บริษัทนอกตลาดบางอันจะใหญ่กว่าแฮะ
ข้อเสียอีกอันหนึ่งคือกองทุน somer ไม่รู้จะปล่อยออกมาหรือปล่าว
แต่ผมลองดูผู้ถือหุ้น jasดู ไอ้กองนี้ก็ถือด้วย เลยสงสัยว่าเผลอคนไทยนี้แหละ
สรุป รอวัดดวงกับงานประมูลเดือน เมย เพราะรู้สึกที่ผ่านมาประมูลไรไม่ได้สักกะอย่าง
ปล ผมอาจมีอคติเพราะมีหุ้นตัวนี้เหมือนกัน
อีกอย่างหนึ่ง ขนาดของ jts ผมคิดว่าถ้าการประมูลงานขนาดใหญ่ jts น่าจะได้เปรียบ แต่ บริษัทนอกตลาดบางอันจะใหญ่กว่าแฮะ
ข้อเสียอีกอันหนึ่งคือกองทุน somer ไม่รู้จะปล่อยออกมาหรือปล่าว
แต่ผมลองดูผู้ถือหุ้น jasดู ไอ้กองนี้ก็ถือด้วย เลยสงสัยว่าเผลอคนไทยนี้แหละ
สรุป รอวัดดวงกับงานประมูลเดือน เมย เพราะรู้สึกที่ผ่านมาประมูลไรไม่ได้สักกะอย่าง
ปล ผมอาจมีอคติเพราะมีหุ้นตัวนี้เหมือนกัน
-
- Verified User
- โพสต์: 214
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 9
JTS แจงกำไรสวย มาจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการ-ฟันกำไรจาก
อัตราแลกเปลี่ยน
นายสมบุญ พัชรโสภาคย์ กรรมการ บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์
จำกัด (มหาชน) (JTS)เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน
ประจำปี 2549 จำนวน 313.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรอบระยะเวลาเดียวกันของ
ปี 2548 จำนวน 51.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ19.57 โดยเป็นผลมาจาก
1. บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการในปี 2549 จำนวน 2,486
ล้านบาท
ประกอบด้วย
รายได้จากการขายสินค้าและบริการงานโครงการจำนวน 2,242 ล้านบาท
รายได้จากการให้เช่าโทรศัพท์สาธารณะจำนวน 202 ล้านบาท
รายได้จากการขายเครื่องมือวัดจำนวน 42 ล้านบาท
รวมจำนวน 2,486 ล้านบาท
2. บริษัทฯ มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 23.82 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา
3. บริษัทฯ บันทึกรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้
เสียในสัดส่วนร้อยละ 97.87 ของกำไรสิทธิของบริษัทย่อย (บริษัท สยามเทล
เทคคอมพิวเตอร์ จำกัด) จำนวน 1 ล้านบาท
4. บริษัท มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อขาย ได้แก่
ใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด(มหาชน) เป็นจำนวนเงิน 16.52
ล้านบาท
5. บริษัทฯ มีรายได้อื่นๆ จำนวน 23.42 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ดอกเบี้ยรับ
อัตราแลกเปลี่ยน
นายสมบุญ พัชรโสภาคย์ กรรมการ บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์
จำกัด (มหาชน) (JTS)เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน
ประจำปี 2549 จำนวน 313.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรอบระยะเวลาเดียวกันของ
ปี 2548 จำนวน 51.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ19.57 โดยเป็นผลมาจาก
1. บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการในปี 2549 จำนวน 2,486
ล้านบาท
ประกอบด้วย
รายได้จากการขายสินค้าและบริการงานโครงการจำนวน 2,242 ล้านบาท
รายได้จากการให้เช่าโทรศัพท์สาธารณะจำนวน 202 ล้านบาท
รายได้จากการขายเครื่องมือวัดจำนวน 42 ล้านบาท
รวมจำนวน 2,486 ล้านบาท
2. บริษัทฯ มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 23.82 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา
3. บริษัทฯ บันทึกรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้
เสียในสัดส่วนร้อยละ 97.87 ของกำไรสิทธิของบริษัทย่อย (บริษัท สยามเทล
เทคคอมพิวเตอร์ จำกัด) จำนวน 1 ล้านบาท
4. บริษัท มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อขาย ได้แก่
ใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด(มหาชน) เป็นจำนวนเงิน 16.52
ล้านบาท
5. บริษัทฯ มีรายได้อื่นๆ จำนวน 23.42 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ดอกเบี้ยรับ
บ.รวยจริงๆๆด้วย5. บริษัทฯ มีรายได้อื่นๆ จำนวน 23.42 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ดอกเบี้ยรับ
-
- Verified User
- โพสต์: 412
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 10
จากประสบการณ์ของผมนะครับ
การคาดการงานประมูลและการประมาณการกำไรของบริษัท IT
เป็นเรื่องที่ยากมากครับ เช่นปีที่ผ่านมาบริษัทผมหวังรายได้เท่านี้ จากโปรเจ็คนี้ สินค้านี้ เอาจริงๆกลับได้ตรงตามคาดแค่ 50% เท่านั้น
รายได้อื่นจากงานที่ไม่ได้คาดเอาไว้ กลับเข้ามาเยอะพอสมควร
ประมาณว่างานไหน ลงทุนลงแรงเยอะ กลับได้กำไรน้อยแฮะ
เป็นอย่างนี้มา 2-3 ปีแล้วครับ
เห็นบริษัทไหนที่คาดรายได้ กำไรยาว 3-5 ปี เชื่อถือได้ยากเหมือนกันนะผมว่า
การคาดการงานประมูลและการประมาณการกำไรของบริษัท IT
เป็นเรื่องที่ยากมากครับ เช่นปีที่ผ่านมาบริษัทผมหวังรายได้เท่านี้ จากโปรเจ็คนี้ สินค้านี้ เอาจริงๆกลับได้ตรงตามคาดแค่ 50% เท่านั้น
รายได้อื่นจากงานที่ไม่ได้คาดเอาไว้ กลับเข้ามาเยอะพอสมควร
ประมาณว่างานไหน ลงทุนลงแรงเยอะ กลับได้กำไรน้อยแฮะ
เป็นอย่างนี้มา 2-3 ปีแล้วครับ
เห็นบริษัทไหนที่คาดรายได้ กำไรยาว 3-5 ปี เชื่อถือได้ยากเหมือนกันนะผมว่า
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 11
บล.เกียรตินาคิน-แนะ"ซื้อ"JTS
ประเด็น: กำไรสุทธิปี 49 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย 1% แต่จ่ายปันผลดีกว่าคาด ยังมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มปี 50
- ใน 4Q/49 มีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% Q-O-Q จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เมื่อเทียบกับ 4Q/48 กำไรสุทธิลดลง 3% Y-O-Y เนื่องจากรับรู้รายได้จากโครงการกลุ่ม TT&T สัดส่วนกว่า 50% ฉุดอัตรากำไรขั้นต่ำลดลงมาก อย่างไรก็ดีผลประกอบการปี 49 ของ JTS มีกำไรสุทธิ 313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-O-Y ตามรายได้ที่เติบโตโดดเด่น
- ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 49 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท คิดเป็น Dividend yield ประมาณ 10% สูงกว่าประมาณการของเราที่อัตราหุ้นละ 0.18 บาท โดยจะจ่ายใน 2H/49 ในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Dividend yield ประมาณ 6% กำหนดขึ้น XD วันที่ 30 มี.ค.50 จ่ายเงินปันผลวันที่ 24 พ.ค.50
- มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มปี 50 เราคาดว่าในปี 50 JTS จะมีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง จาก 1) โครงการในมือ (Backlog) ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 2,470 ล้านบาท 2) การเติบโตของรายได้จำหน่ายอุปกรณ์ทดสอบ (Test Equipment) โดย JTS มีแผนการนำเข้าอุปกรณ์ทดสอบใหม่ และ 3) JTS ยังรอผลโครงการ CAT/TOT ที่เข้าประมูล มูลค่ารวมประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสได้งานสูง
- คงแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเติบโต เนื่องจากโอกาสได้งานประมูลใหม่ๆ มีสูง เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 50 ของหุ้น JTS เท่ากับ 4.10 บาท ตามวิธี PE อิง PE ที่ 9 เท่า เปรียบเทียบ ณ ราคาปัจจุบันมี Upside gain ประมาณ 42%
ใน 4Q/49 JTS รายงานกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% Q-O-Q แม้รายได้ปรับลดลง 8% Q-O-Q เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการรับรู้รายได้จากโครงการเดิมที่มีอยู่ แต่ได้ประโยชน์จากต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวลงมากกกว่ารายได้ ทำให้ JTS มี Gross margin ปรับตัวดีขึ้นเป็น 17.4% จาก 15% ใน 3Q/49 แต่ยังต่ำกว่า 33.5% ใน 4Q/48 เนื่องจากรับรู้รายได้จากโครงการ TT&T สัดส่วนกว่า 50% สำหรับปี 49 JTS รายงานกำไรสุทธิ 313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-O-Y ต่ำกว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อย 1% (เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 317 ล้านบาท) เนื่องจาก Gross margin ที่ทำได้เพียง 20.4% ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 20.8% สาเหตุหลักที่กดดัน Gross margin คือการรับรู้รายได้จากโครงการกลุ่ม TT&T ในสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปี 48 ขณะเดียวกันโครงการดังกล่าวสนับสนุนรายได้เพิ่มขึ้นถึง 90% Y-O-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550
ประเด็น: กำไรสุทธิปี 49 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย 1% แต่จ่ายปันผลดีกว่าคาด ยังมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มปี 50
- ใน 4Q/49 มีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% Q-O-Q จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เมื่อเทียบกับ 4Q/48 กำไรสุทธิลดลง 3% Y-O-Y เนื่องจากรับรู้รายได้จากโครงการกลุ่ม TT&T สัดส่วนกว่า 50% ฉุดอัตรากำไรขั้นต่ำลดลงมาก อย่างไรก็ดีผลประกอบการปี 49 ของ JTS มีกำไรสุทธิ 313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-O-Y ตามรายได้ที่เติบโตโดดเด่น
- ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 49 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท คิดเป็น Dividend yield ประมาณ 10% สูงกว่าประมาณการของเราที่อัตราหุ้นละ 0.18 บาท โดยจะจ่ายใน 2H/49 ในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Dividend yield ประมาณ 6% กำหนดขึ้น XD วันที่ 30 มี.ค.50 จ่ายเงินปันผลวันที่ 24 พ.ค.50
- มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มปี 50 เราคาดว่าในปี 50 JTS จะมีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง จาก 1) โครงการในมือ (Backlog) ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 2,470 ล้านบาท 2) การเติบโตของรายได้จำหน่ายอุปกรณ์ทดสอบ (Test Equipment) โดย JTS มีแผนการนำเข้าอุปกรณ์ทดสอบใหม่ และ 3) JTS ยังรอผลโครงการ CAT/TOT ที่เข้าประมูล มูลค่ารวมประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสได้งานสูง
- คงแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเติบโต เนื่องจากโอกาสได้งานประมูลใหม่ๆ มีสูง เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 50 ของหุ้น JTS เท่ากับ 4.10 บาท ตามวิธี PE อิง PE ที่ 9 เท่า เปรียบเทียบ ณ ราคาปัจจุบันมี Upside gain ประมาณ 42%
ใน 4Q/49 JTS รายงานกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% Q-O-Q แม้รายได้ปรับลดลง 8% Q-O-Q เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการรับรู้รายได้จากโครงการเดิมที่มีอยู่ แต่ได้ประโยชน์จากต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวลงมากกกว่ารายได้ ทำให้ JTS มี Gross margin ปรับตัวดีขึ้นเป็น 17.4% จาก 15% ใน 3Q/49 แต่ยังต่ำกว่า 33.5% ใน 4Q/48 เนื่องจากรับรู้รายได้จากโครงการ TT&T สัดส่วนกว่า 50% สำหรับปี 49 JTS รายงานกำไรสุทธิ 313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-O-Y ต่ำกว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อย 1% (เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 317 ล้านบาท) เนื่องจาก Gross margin ที่ทำได้เพียง 20.4% ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 20.8% สาเหตุหลักที่กดดัน Gross margin คือการรับรู้รายได้จากโครงการกลุ่ม TT&T ในสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปี 48 ขณะเดียวกันโครงการดังกล่าวสนับสนุนรายได้เพิ่มขึ้นถึง 90% Y-O-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550
-
- Verified User
- โพสต์: 1976
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 12
บริษัทประมูลมันคาดการณ์ยากอยู่แล้วละครับ
โดยปัจจุบันจะเห็นว่า
คนเริ่มนิยมเรียกว่าเทรน Current free cash flow overwhelms future cash flow มากกว่า
แต่อีกกลุ่มก็จะนิยมตรงข้ามกัน Future free cash flow overwhelms current free cash flow
โดยนิยามผมให้ว่า current น่าจะมองเพียงใกล้ๆเพียงหนึ่งปีอย่างมาก
ในขณะ future มองไปไกลๆ สามสี่ปี
คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับ คุณชอบแบบไหนเท่านั้นเองครับผม
อันนี้ก็มั่วอีกนะครับ อย่าเชื่อมาก
โดยปัจจุบันจะเห็นว่า
คนเริ่มนิยมเรียกว่าเทรน Current free cash flow overwhelms future cash flow มากกว่า
แต่อีกกลุ่มก็จะนิยมตรงข้ามกัน Future free cash flow overwhelms current free cash flow
โดยนิยามผมให้ว่า current น่าจะมองเพียงใกล้ๆเพียงหนึ่งปีอย่างมาก
ในขณะ future มองไปไกลๆ สามสี่ปี
คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับ คุณชอบแบบไหนเท่านั้นเองครับผม
อันนี้ก็มั่วอีกนะครับ อย่าเชื่อมาก
-
- Verified User
- โพสต์: 26
- ผู้ติดตาม: 0
ช่วยวิเคราะห์ Jtsให้ด้วยครับ
โพสต์ที่ 13
ที่ ADMS 19/50
1 มีนาคม 2550
เรื่อง แจ้งการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทย่อย
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย การคำนวณขนาดของรายการตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ
และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มา และจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน
ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 2/2550 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 ของบริษัท ที.เจ.พี. เอ็นจิ
เนียริ่ง จำกัด ("TJP") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ถือหุ้นร้อย
ละ 100 โดยเป็นการถือหุ้นทางตรง 80% และถือหุ้นผ่านบริษัทอคิวเมนท์ จำกัด (ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100) อีก
ร้อยละ 20% มีมติให้ TJP ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) ("JTS") จำนวน
60,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.56 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 180
ล้านบาท
การซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวเป็นการซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากกองทุน Knight Thai
Technology Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่บริหารโดย Knight Asia Investment Limited และเป็นการซื้อขาย
รายใหญ่ (Big Lot) โดยมีราคาซื้อที่ 3.00 บาทต่อหุ้น และการซื้อขายเกิดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม 2550 โครงสร้าง
การถือหุ้นใน JTS ของกลุ่มบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ("กลุ่มบริษัท") ก่อนและหลังการซื้อหุ้นเป็นดังนี้
บริษัท จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
ก่อนการซื้อ (หุ้น) ก่อนการซื้อ (%) หลังการซื้อ (หุ้น) หลังการซื้อ (%)
1. บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล 400,000,000 57.06 400,000,000 57.06
2. บริษัท ที.เจ.พี. เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด - - 60,000,000 8.56
รวม 400,000,000 57.06 460,000,000 65.62
จากการพิจารณาขนาดของรายการตามเกณฑ์กำไรสุทธิซึ่งมีค่าสูงสุดได้เท่ากับ 7.03% ดังนั้นขนาดของ
รายการดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผย
เกี่ยวกับการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน อย่างไรก็ตามบริษัทขอ
ชี้แจงรายละเอียดของรายการดังนี้
1. วันที่เกิดรายการ
1 มีนาคม 2550
2. รายละเอียดของรายการ
TJP ซื้อหุ้นสามัญของ JTS จำนวน 60,000,000 หุ้น ที่ราคาซื้อหุ้นละ 3.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม
180,000,000 บาท ราคาซื้อดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานการประเมินมูลค่าหุ้นจากบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน
อิสระ ซึ่งกำหนดมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมของ JTS ในช่วงราคา 3.70?4.00 บาทต่อหุ้น
3. รายละเอียดของ บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน)
ประเภทกิจการ : โทรคมนาคม
ลักษณะการดำเนินธุรกิจ : ดำเนินธุรกิจออกแบบและวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศแบบ
ครบวงจร (System Integrator)
4. แหล่งเงินทุน
ใช้เงินสดภายในของ TJP
5. ระยะเวลาการชำระเงิน
3 วันนับจากวันที่ทำการซื้อหลักทรัพย์
6. วิธีการชำระเงิน
ชำระเป็นเงินสดทั้งจำนวน
7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เป็นการบริหารเงินสดของ TJP ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย JTS เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทำให้
คาดว่าอัตราผลตอบแทนที่ TJP จะได้รับในรูปเงินปันผล (Dividend Yield) จะมากกว่าผลตอบแทนจากการฝาก
เงินกับธนาคารพาณิชย์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
(นายสมบุญ พัชรโสภาคย์)
กรรมการ
1 มีนาคม 2550
เรื่อง แจ้งการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทย่อย
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย การคำนวณขนาดของรายการตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ
และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มา และจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน
ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 2/2550 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 ของบริษัท ที.เจ.พี. เอ็นจิ
เนียริ่ง จำกัด ("TJP") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ถือหุ้นร้อย
ละ 100 โดยเป็นการถือหุ้นทางตรง 80% และถือหุ้นผ่านบริษัทอคิวเมนท์ จำกัด (ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100) อีก
ร้อยละ 20% มีมติให้ TJP ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) ("JTS") จำนวน
60,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.56 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 180
ล้านบาท
การซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวเป็นการซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากกองทุน Knight Thai
Technology Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่บริหารโดย Knight Asia Investment Limited และเป็นการซื้อขาย
รายใหญ่ (Big Lot) โดยมีราคาซื้อที่ 3.00 บาทต่อหุ้น และการซื้อขายเกิดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม 2550 โครงสร้าง
การถือหุ้นใน JTS ของกลุ่มบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ("กลุ่มบริษัท") ก่อนและหลังการซื้อหุ้นเป็นดังนี้
บริษัท จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
ก่อนการซื้อ (หุ้น) ก่อนการซื้อ (%) หลังการซื้อ (หุ้น) หลังการซื้อ (%)
1. บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล 400,000,000 57.06 400,000,000 57.06
2. บริษัท ที.เจ.พี. เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด - - 60,000,000 8.56
รวม 400,000,000 57.06 460,000,000 65.62
จากการพิจารณาขนาดของรายการตามเกณฑ์กำไรสุทธิซึ่งมีค่าสูงสุดได้เท่ากับ 7.03% ดังนั้นขนาดของ
รายการดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผย
เกี่ยวกับการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน อย่างไรก็ตามบริษัทขอ
ชี้แจงรายละเอียดของรายการดังนี้
1. วันที่เกิดรายการ
1 มีนาคม 2550
2. รายละเอียดของรายการ
TJP ซื้อหุ้นสามัญของ JTS จำนวน 60,000,000 หุ้น ที่ราคาซื้อหุ้นละ 3.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม
180,000,000 บาท ราคาซื้อดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานการประเมินมูลค่าหุ้นจากบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน
อิสระ ซึ่งกำหนดมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมของ JTS ในช่วงราคา 3.70?4.00 บาทต่อหุ้น
3. รายละเอียดของ บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน)
ประเภทกิจการ : โทรคมนาคม
ลักษณะการดำเนินธุรกิจ : ดำเนินธุรกิจออกแบบและวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศแบบ
ครบวงจร (System Integrator)
4. แหล่งเงินทุน
ใช้เงินสดภายในของ TJP
5. ระยะเวลาการชำระเงิน
3 วันนับจากวันที่ทำการซื้อหลักทรัพย์
6. วิธีการชำระเงิน
ชำระเป็นเงินสดทั้งจำนวน
7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เป็นการบริหารเงินสดของ TJP ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย JTS เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทำให้
คาดว่าอัตราผลตอบแทนที่ TJP จะได้รับในรูปเงินปันผล (Dividend Yield) จะมากกว่าผลตอบแทนจากการฝาก
เงินกับธนาคารพาณิชย์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
(นายสมบุญ พัชรโสภาคย์)
กรรมการ