The stocks worth 2 b watched.

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 1

โพสต์

The stocks worth 2 b watched;
1.Aeonts.................high roe,steady growth,benefit from interest rate of credit card charges 18->20%
2.Bgh......................have more branches(lower cost of services),cover all major cities,go inter,due           w                                 with some middle east countries 2 send their staffs 2 get its services.
3.Cawow................. The biggest player in the fitness business,the synergy among Cawow,Major and SF.
4.Dcc......................Next year will b the good year coz,the flood in many parts of Thailand recently,lower cost of energy,interest paid.
5.L&E.....................the big player in light n equipments with high dividend,low peg,p/e.
6.Tsc......................next year no tax coz BOI,S-CAR will boost the future sales.
7.Btc......................Logistic which near Suwannabhumi airport,price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.
8.Csc.....................low p/e,better margin,,price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.
9.Fancy.................the downtrend of rubber n more rubber plants these few years will force the rubber gardener 2 cut their old rubber trees,which will lower cost of Fancy.Anyway,its price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.
10.Q-con..............Next year will b the good year ; lower cost of energy,interest paid.,price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.
11.Ccp................Next year will b the good year ; lower cost of energy,interest paid.Have the good relationship with STEC.Good location...near suwannabhumi n pattaya is booming.,price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.
12.Tgci................Next year will b the good year coz,the flood in many parts of Thailand recently,lower cost of energy,interest paid.Having tendency 2 sell the big plot of its landbank with the great profit.,price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.
13.Umi...............Next year will b the good year coz,the flood in many parts of Thailand recently,lower cost of energy,interest paid.,price @ the safety zone....c p/bv n weekly chart.

If anyone has any comments about these stocks,pls feel free 2 share your value views.
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
phobenius
Verified User
โพสต์: 1976
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 2

โพสต์

รู้ที่แน่ๆ แคลิฟอร์เนีย ว้าว มีแต่คนด่าอะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
pongo
Verified User
โพสต์: 1075
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 3

โพสต์

phobenius เขียน:รู้ที่แน่ๆ แคลิฟอร์เนีย ว้าว มีแต่คนด่าอะ
ผลเกลียดพนักงานขายของ CAWOW อ่ะ โทรมาตามให้สมัครอยู่ได้เป็น 5 - 6 ครั้ง เปลี่ยนหน้ากันโทรเข้ามา
สำหรับผู้ที่อยากสมัครสมาชิกนะครับ ราคาสมาชิกที่ี่บอกครั้งแรกไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดหรอกครับ บอกปฏิเสธไปเลยครับซัก 2 - 3 ครั้ง จะได้ราคาลดลงอีกประมาณ 50% up
kvi
Verified User
โพสต์: 32
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 4

โพสต์

Wow

1,2,3,4,5,6 might be good.
The others might be turn around.
jojosati
Verified User
โพสต์: 190
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 5

โพสต์

นึกว่า... บอกให้ จับตาดูหุ้นตัวละ 2 บาท

เอ.. ใช่คุณ คนเดียวกับคุณ Davidตี๋น้อย ในพันธ์ทิพย์ รึเปล่าครับ

ผมชอบอ่านกระทู้ของเขานะครับ

ด้วยความเคารพครับ
somchai88
Verified User
โพสต์: 64
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 6

โพสต์

จากทั้งหมดที่ List มา...............ผมมีตัวเดียวเองครับ

ตอนนี้ผมยังซื้อเพิ่มไม่ได้เลย  แค่เดือนกว่าๆ ราคาเพิ่มมาตั้ง 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว
..........สงสัยต้องกัดฟันซื้อที่ราคาสูงหน่อย
ความสามารถในการทำกำไรในพอร์ทการลงทุน
........ขึ้นกับปัจจัยพื้นฐานของนักลงทุนเท่านั้น

ข้อมูลมีเหมือนๆกัน แต่วิธีคิดและการตัดสินใจต่างกัน
ลุงทีม
Verified User
โพสต์: 689
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 7

โพสต์

มีตัวเดวเหมือนกัน... :shock:  :shock:  :shock:
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 8

โพสต์

1. I used 2 tell Cawow's executives about yhe selling method,but,they seem 2 b positive with the existing method.
2. I'm not the same as Davidตี๋น้อย in Pantip.
3. If your target price is still higher than the market price(wide gap),no reason 2 hesitate 2 buy more ,eventhough, the market price is 20 % up already.
     The downtrend of interest rate next year will boost the buying power,the housing sales,,,etc.The property co. which still lag its peer is Lalin.LH is the proxy of the sector will get interested from institutes(both domestic n foreign).Beware of the ones which have many project of city condos coz there r some signs of too much speculate(more than 30% of city condo buyers r speculate ones),which will create the problems in the near term.
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
beammy
Verified User
โพสต์: 3345
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 9

โพสต์

ที่ยกตัวอย่างมา

ผมไม่มีซักตัวครับ

อาจเป็นเพราะ บริษัทเหล่านั้น คุณสมบัติยังไม่ "เข้าขั้น" ที่จะมาอยู่ในพอร์ตผม

มั้งครับ

...
adi
Verified User
โพสต์: 1155
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 10

โพสต์

i have none of those
A Cynic Knows the Price of Everything and the Value of Nothing
-Oscar Wilde, Lady Windemeres Fan
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 11

โพสต์

ที่อยูอาศัย (น้ําหนักการลงทุนมากกวาตลาด)
-
Post Today
      รศ.มานพ พงศทัต นักวิชาการดานอสังหาริมทรัพย ใหความเห็นวาตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-1.5 ลานบาท เริ่มมี
มากขึ้นในตลาด โดยในป 2549 มีโครงการระดับราคาดังกลาวเพิ่มขึ้นกวา 10,000 ยูนิต และพบวาการซื้อเก็งกําไรมีมาก
ขึ้นเปน 25% และหากปลอยใหเกิน 30% อาจเกิดภาวะสินคาลนตลาด ขณะที่ผูประกอบการเห็นวายังพอมีชองวางของ
การปรับตัวขึ้นไปไดอีก
การออกมาเตือนเรื่องดังกลาวถือเปนประเด็นที่นาจับตามอง เนื่องจากในชวงที่ผานมาผูประกอบการแทบทุกรายที่เปนบริษัทจด
ทะเบียนปรับฐานลงมาเปดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-1.5 ลานบาทเปนจํานวนมาก และยังมีอีกหลายโครงการที่รอ
เปดตัว ถึงแมจะประสบความสําเร็จในการขาย แตในโครงการที่ใชระยะเวลากอสรางยาวนาน อาจตองระวังเรื่องการยกเลิกสัญญา
ของผูซื้อ แตหากเปนโครงการที่กอสรางภายใน 1 ป ความเสี่ยงในเรื่องดังกลาวจะลดนอยลงไป
         แหลงขาวจาก BGH เปดเผยกับ ขาวหุนธุรกิจ วาขณะนี้ BGH มีแผนเขาไปลงทุนเพิ่มใน VIBHA จากเดิมลงทุนทางออม
ผาน RAM และบริษัทในเครือฯ รวมประมาณ 30% โดยเปาหมายการลงทุนครั้งนี้ BGH จะเพิ่มสัดสวนการถือหุนไมต่ํากวา
51% โดยจะลงทุนผาน RAM เปนหลัก ซึ่งปจจุบัน BGH เปนผูถือหุนใหญใน RAM อยูแลว
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 12

โพสต์

ที่ สน.กก.ผอญ.  164  /2549

                                              วันที่ 27 พฤศจิกายน 2549  

เรื่อง       ชี้แจงข่าวลือการลงทุน
เรียน       กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549
รายงานว่าบริษัทฯ มีแผนการที่จะลงทุนใน VIBHA และ PYT  
ในช่วงต้นปีหน้านั้น  บริษัทฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1.  ปัจจุบันบริษัทฯ ถือหุ้นใน RAM   ในอัตราส่วนร้อยละ 19
ของทุนชำระแล้วใน RAM   และ VIBHA ไม่ได้อยู่ใน
แผนการลงทุนของบริษัทฯ  แต่อย่างใด

2.  ปัจจุบันบริษัทฯ ถือหุ้นใน PYT ร้อยละ 16.31 โดยเป็น
การซื้อหุ้นจาก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ร้อยละ 15.76 และผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ อีกร้อยละ 0.55  
และยังไม่มีแผนการที่จะซื้อหุ้น PYT  จากผู้ถือหุ้นราย
อื่น ๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด  

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ


(นายแพทย์พงษ์ศักดิ์  วิทยากร)
กรรมการอำนวยการใหญ่
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 13

โพสต์

beammy เขียน:ที่ยกตัวอย่างมา

ผมไม่มีซักตัวครับ

อาจเป็นเพราะ บริษัทเหล่านั้น คุณสมบัติยังไม่ "เข้าขั้น" ที่จะมาอยู่ในพอร์ตผม

มั้งครับ

...
Pls wider VI here n me's sights by recommend your เข้าขั้น stocks(@ market price). :bow:
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
beammy
Verified User
โพสต์: 3345
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 14

โพสต์

david เขียน: Pls wider VI here n me's sights by recommend your เข้าขั้น stocks(@ market price). :bow:
ดูใน 100 คน 100 หุ้น สิครับ

คลังแสงผมเลยนะนั่น ...
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 15

โพสต์

beammy เขียน: ดูใน 100 คน 100 หุ้น สิครับ

คลังแสงผมเลยนะนั่น ...
Thx :bow: ,I hope u won't look down the other (vi)friends here, like u 'd done it 2 me, by using such the word,คุณสมบัติยังไม่ "เข้าขั้น" ที่จะมาอยู่ในพอร์ตผม,again. :cry:
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
beammy
Verified User
โพสต์: 3345
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 16

โพสต์

ถ้าใช้คำพูดแรงไป ขออภัยอย่างยิ่ง ครับ

ไม่ได้ตั้งใจหลบหลู่ผู้ใดนะครับ ...
greenstock
Verified User
โพสต์: 260
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 17

โพสต์

ขาย bgh ไปแล้ว
เวลาถืออยู่นิ่ง ๆ
ขายไปแล้วดันวิ่ง

:cry:
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 18

โพสต์

greenstock เขียน:ขาย bgh ไปแล้ว
เวลาถืออยู่นิ่ง ๆ
ขายไปแล้วดันวิ่ง

:cry:
1.I'm pretty sure that most of our friends here have the same experience.Don't b upset.
2.Q-con :cheers:
3.สภาวิ ชาชีพบัญชี กําลังวางแผนที่ จะปรับเปลี่ยนมาตรฐานการบัญชี ไทยใหใกลเคียงกับมาตรฐานการบัญชี สากล
(IAS) มากขึ้น โดยจะคอยๆทยอยประกาศใชในแตละป
􀂃 รายงานฉบับนี้ครอบคลุ มการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นสองอยางในมาตรฐานการบัญชีคือ 1) วิธีการบันทึกคา
เสื่อมราคาสวนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาสิ นทรัพยคงที่ และ 2) วิธีการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย อย (จากวิธี
สวนไดเสียเปนวิธีราคาทุน) ที่จะมีผลบังคับใชในปลายป 2549
􀂃 การเปลี่ยนแปลงวิ ธีการบั นทึ กคาเสื่อมราคา: ไมมีผลกระทบ ในขณะที่ BBL และ TOP จะไม เปลี่ยน
แปลงวิธี การบันทึกค าเสื่อมราคา แต ทั้งสองบริษัทมีแนวโนมที่ จะได รับประโยชนมากที่สุ ดเมื่ออิงกับการ
วิเคราะหของเรา
􀂃 การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทยอย: บริษัทหลายแหงอาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินปน
ผล
การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบัญชี ผลกระทบตอกําไรสุทธิ หุนที่ไดรับผลกระทบมาก
1) สวนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาสินทรัพยคง
ที่ตองถูกตัดคาเสื่อมราคาในงบกําไรขาดทุน
ไมมีผลกระทบ



2) บันทึกเงินลงทุนในบริษัทยอยโดยวิธี
ราคาทุนในงบการเงินของบริษัทแม
+สามารถจายเงินปนผลเพิ่มขึ้น
 CPF, QCON, HMPRO, RPC, QH, TASCO, CK,
CP7-11
- เพิ่มอัตราการจายเงินปนผล เพื่อคงเงินปนผลเอาไวไมให
ลดลง
TUF,TCAP, TISCO, SCC, ADVANCE, SAMART,
SHIN, SIM, BANPU, EGCOMP, GLOW, RATCH,
MAJOR, CENTEL, ERAWAN, MINT, KK, SCC,
BJC, BEC, GMMM, GRAMMY, LH, ROJANA
ที่มา: SCBS
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 19

โพสต์

ไดนาสตี้เซรามิค (DCC ซื้อ : Fair value 18.29 บาท)
0

ู


ดการ
DCC คาดการณรายไดในป 2550 จะมีการขยายตัวประมาณ 20% จากป 2549 ที่คาดวามีรายไดประมาณ 4,300 ลาน
บาท ซึ่งจะเปนไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมกระเบื้องในป 2550 ที่จะกลับมาขยายตัวเปนปกติอีกครั้ง หลังสถาน
การณโดยรวมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ราคาน้ํามัน และอัตราดอกเบี้ยปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในป 2550 DCC มีแผนที่
จะเปดตลาดนัดกระเบื้องใหมอีก 15-20 แหง รวมเปน 220 แหง
ป 2549 DCC มีการขยายกําลังการผลิตอีก 6 ลานตรม./ป และเปดตลาดนัดกระเบื้องเพิ่มอีก 40 สาขา รวมเปน 200 สาขา ขณะที่
Demand ในประเทศกลับชะลอตัวลงจากปจจัยลบหลายดานโดยเฉพาะปญหาน้ําทวมหนักในหลายจังหวัดชวง 3Q49 ที่ทําใหกําลัง
ซื้อของลูกคาในตลาดตางจังหวัดซึ่งเปนกลุมลูกคาหลักของ DCC ลดลง และทําใหเกิดสงครามราคาขึ้น รวมถึงภาวะตนทุนพลัง
งานที่เพิ่มขึ้น ไดกดดัน gross margin ของ DCC ใหลดลงตอเนื่อง แตคาดวาปญหาดังกลาวนาจะคลี่คลายลงในป 2550 หลังปญหา
น้ําทวมหมดไปและการเก็บเกี่ยวพืชผลการเกษตรดีขึ้น ซึ่งจะทําใหกําลังซื้อกลับมาอีกครั้ง โดยฝายวิจัยคาดวา DCC จะมียอดขาย
5,173 ลานบาทในป 2550 เติบโต 17%YoY ซึ่งเกิดจากการรับรูรายไดที่มากขึ้นจากตลาดนัดกระเบื้อง 40 สาขาที่เปดในป 2549
รวมถึงรายไดบางสวนที่จะเริ่มเขามาจากสาขาที่เปดใหมในป 2550 อีก 15 สาขา และจะมีกําไรจากการดําเนินงาน 746 ลานบาท
เพิ่มขึ้น 29%YoY ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการใชกําลังการผลิตที่มากขึ้นจะชวยลดตนทุนการผลิตตอหนวยลงได
ประจําวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549
ชื่อบริษัท วิธีการไดมา/จําหนาย ชื่อผูบริหาร ประเภทหลักทรัพย วันที่รับเอกสาร วันที่ไดมา/จําหนาย จํานวน ราคา

ILINK ขาย สมบัติ อนันตรัมพร หุนสามัญ 28/11/2549 23/11/2549 1,000,000 10.00
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 20

โพสต์

The following appeared on the Financial Times on 23 November 2006.
Few fund managers know Asia like Hugh Young from Aberdeen Asset Management. One of the most
experienced and respected fund managers in the region; he has managed Asian equity funds for Aberdeen
since 1985. He also co-founded the Asian operations of Aberdeen which now employs more than 170
people with 25 investment managers stationed across the region.
Mr. Young answers your questions below.
Is it correct to assume that smaller funds are better placed to take positions in stocks without
altering share prices in less liquid markets? Are your funds at a disadvantage to more nimble
competitors?
E Cadwallader, London, UK
Hugh Young: Yes, smaller funds are able to trade better than large ones and not disturb the price. Were we
to have a trading approach to markets, I would definitely agree that we would be at a disadvantage.
We do however have a long term approach and for our core portfolios would change fewer than 10 holdings
a year. Most of our activity is topslicing or topping up existing holdings and portfolio turnover is very low by
industry standards. The size of funds affords us better resources (we have nearly 200 people in the region)
and the size of our holdings at times has attracted a premium bid.
Do you believe the Indian equity market is overvalued at this point? What is an attractive level for
re-entry?
Manzur Mahmood, Manama, Bahrain
Hugh Young: Yes, India has run ahead and at the very least should pause for breath. The quality of
companies is however high and the changes are real so it is hard to be precise over levels to buy/sell the
market. We took some money out earlier in the year but it remains a substantial part of our Asian funds at
c. 13 per cent.
What makes Singapore the better choice for you over Hong Kong? Who are the main players in
South-East Asia investing who take a fundamentals approach and how do you differ?
Henry Brooks, Milan, Italy
Hugh Young: If this refers to why we chose to locate our operations in Singapore the reasons were multiple.
Singapore closely reflects our own investment horizons - namely steady, long-term and careful whilst Hong
Kong is noisier and more trading-oriented. At the time we moved here the airport was also comfortably
ahead of Hong Kongs and I would argue still beats Hong Kongs new airport by a whisker.
Ask the expert: Investing in Asia
WEEKLY COMMENTARY 12 NOVEMBER 2004 SPECIAL Q & A WITH HUGH YOUNG NOVEMBER 2006
As for investment opportunities they both have regional attractions, with Hong Kong being far more focused
on Chinas growth and Singapore on ASEAN and increasingly the subcontinent.
As far as the main players are concerned, most of the household names of asset management are present in
Asia. Where we think we differ is on the longevity, stability and experience of our team and our
depth/strength of process.
We only invest in companies we have thoroughly researched, visited and documented, having held many of
our investments for over 10 years. We do not buy companies just because theyre in the index.
The US and China live in a close but potentially fatal economic relationship. China finances US
overspending and the US is the main customer of Chinas export dependent economy. In view of the
senior dialogue established in September between both states, do you think of it will solve issues
such as the problem of property rights and the undervalued renminbi? What will happen if one of
both actors changes its strategy?
Christoph Steitz, Cardiff, Wales
Hugh Young: There is plenty of scope for dissonance between the US and China but I dont think the
relationship is fatal. I suspect it is one of ultimately pragmatic mutual interdependence as China follows the
capitalist path, albeit in dirigiste fashion. Controls on the renminbi have already relaxed and one forgets how
much China has mutated into a market economy in such a short space of time.
Admittedly China still has a long way to go and can always be thrown off track by unforeseen events but
unstoppable changes have taken place. The problem for us is a more practical one: how do we profitably
invest in China?
How can Chinese domestic consumption names justify such high valuations given such awful
corporate governance and limited earnings visibility?
Anthony Linehan, London, UK
Hugh Young: A simple answer is that in many cases the valuations cannot be justified. We currently do not
own any mainland listed shares for precisely these reasons and prefer exposure via tried and tested Hong
Kong.
Do you think the Asian equity markets correction is likely to be a big movement in the near future?
Yoshihiko Kikkawa, Japan
Hugh Young: Asia had a sharp but very short-lived correction in May/June of this year. It could certainly
happen again and would be healthy given the rises we have seen and given that the outlook for earnings
growth is relatively muted (at c. 10 per cent) in 2007 - yet I suspect it would represent another buying
opportunity which is why I would describe it as healthy.
What is the best way for a US investor to invest in India and Asia? If it is through mutual funds, what
are the best mutual funds or index funds? Is it possible to reduce the risk of the periodic melt downs
in the Asian equity markets?
KG Bhatia, UK
Hugh Young: For a US investor the best way into Asia and India in particular (given the problems of setting
up a direct account) is either into US mutual funds investing in the region or into US listed investment
companies. Direct Asian stocks listed in the US offer a very narrow spread.
Periodic meltdowns are a risk in any market. Few of Asias markets offer index derivatives for hedging so any
protection is likely to be of limited use.
The focus in Asia these days seem to be on the large emerging economies of China and India, as
compared to the so-called Asian tiger economies in the early to mid 90s. However, unlike then,
where the fast-growing economies were accompanied by the booming stock markets, this does not
seem to be the case for China (until very recently at least). What is your funds strategy to deal with
this? Lastly, the $6m question: What is your outlook for stock market return in China for the next
five years relative to the other major markets?
Siang King Tan, Hong Kong
Hugh Young: Booming economies do not necessarily make for booming stock markets - witness Thailand
which has grown by c. 6 per cent compound since 1990 whereas the stock market has been flat in US dollar
terms.
India has one of the better corporate managements in Asia, focusing on returns, whilst China has a young (in
terms of experience and understanding) management, which explains its poor performance over recent
years.
For us its a matter of identifying quality companies wherever they are listed which translates into broad
exposure across the region. The traditional tiger markets have been neglected at the expense of the
behemoths but corporate governance has improved massively since the Asian crisis of 1997/98 and we are
quite bullish as a consequence.
How much of Asian markets performance is related to the good health of the US economy? How
much of the Asian markets performance is related to the relatively open US economy? I am afraid
America may become more populist and protectionist.
Mark, Baltimore, Maryland, US
Hugh Young: Asias performance is a lot less dependent on the US today than ever it has been. The story of
Asia is really one of lifting the lid on economic development in the two powerhouses of China and India.
Yes , US demand is a major component of exports and protectionism (which we fear too) will affect levels of
growth but many of the companies who have outsourced or relocated to China are themselves American.
The percentage of intra-regional trade and the level of activity in the domestic economies of Asia have
soared over the last decade which supports the argument of decoupling in the event of a US
slowdown/protectionism.
What is the outlook for Japan / Nikkei in terms of investment over the next five years?
G.Venkat-Raman, Portsmouth, UK
Hugh Young: If Japan truly embraces the ethos of shareholder returns it could be one of the most exciting
countries in which to invest. The shareholder has certainly moved up the list of priorities for Japanese
corporates but is still well away from the top.
Japanese corporate culture remains distinctly different and, given a sluggish economic outlook, one has to
temper optimism. In Aberdeens global funds, we have almost as much exposure to Japan as we have to the
US.
Whats your short term and long term view on renminbis currency valuation and property
valuations especially in Shanghai?
James Graham, London, UK
Hugh Young: It is hard to have a firm view on the renminbi over the short-term given it is effectively a
managed currency but the long-term trend is for it to rise inexorably. As for property in Shanghai there has
certainly been a wave of enthusiasm and prices have risen sharply. There is a wide disparity now between
Shanghai and the rest of the country.
Despite a clampdown on property speculation, prices have remained firm. Again over the short-term it is
hard to see prices rising given supply but the long-term outlook has to be bullish for Shanghais reemergence
as a global city.
Which Asian market do you think will offer investors the best value in 2007?
Stephanie Thng
Hugh Young: The cheapest markets in the region are Korea and Thailand, but one can argue they are
cheap for a reason - political uncertainty in the latter and poor treatment of minority investors in the former
- and may stay that way.
We construct our portfolios on a bottom-up fundamental stock-picking basis and hence have broad
geographic exposure across the region.
The Hong Kong equity market has made great gains over the last year. What are your views on the
future growth prospects and what is the best way to invest in the Hang Seng?
Tom McCann, UK
Hugh Young: The Hang Seng and Hong Kong are not necessarily one and the same. The Hang Seng has been
driven by Chinese shares listed in Hong Kong such as China Mobile. For exposure to the Hang Seng itself, I
would recommend an indexed investment such as an ETF or future.
Comparing with other BRIC markets, China appears to be laggard, despite the recent rallies. On
account of the continued economic growth, how far do you think the Chinese market might
outperform the others? Also with the abundant liquidity of the Hong Kong stock exchange, mainly
driven by the international investors, what would be the impact on the other Asian markets?
Kaili Jen, Taiwan
Hugh Young: China is a mixed bag in terms of quality investment opportunities. Its economy is one of the
fastest growing in the world but this does not necessarily equate to investment returns. The Chinese equity
markets have performed well this year, in spite of, or because of, a spate of new issues, notably from the
large state banks.
Were not necessarily looking for Chinese stocks to outperform other BRIC markets but we are looking for
sustainable shareholder returns at a reasonable price. The quality of Chinese companies is certainly
improving yet still lags that of India.
As a US investor, how worried should I be about investing in Asian equities if there is a sharp slow
down in the US economy? Which countries or sectors in Asia do you believe will provide the best
returns in 2007 and why? Vietnam is one of the fastest growing economies in Asia with GDP growth
rate of about 8 per cent. Is its economy likely to grow even faster after it gets access to the WTO?
Do you think investing in Vietnam now is a good idea? If so, what investment opportunities are
available for US investors?
Kenneth Hahn, US
Hugh Young: The region is far less dependent on the US today than ever it was. On Vietnam specifically the
stock market is tiny and valuations have been driven up on liquidity. It is undoubtedly an exciting economy
and many of the companies in which we invest elsewhere in the region have started operations there.
Access to Vietnam is best through long-established funds such as Dragon Capital.
The Stern Review talks about poorest countries and people suffering the effects earliest and most.
What is the potential for green energy, carbon trading and environmental services in Asia (apart from
China and India)? Are Asias biggest corporations set up to produce low carbon products and
services? Which countries and sectors are most likely to be negatively affected by the findings of the
Stern Review?
Dr Kenny Tang, London, UK
Hugh Young: Asia is still well behind in terms of environmental issues - witness the Three Gorges Dam and
the haze from Indonesia. The focus is on economic growth, often at the expense of the environment - not a
dissimilar policy from that historically adopted by the developed world.
To be fair there is more and more pressure being applied on the environmental front, not least by
shareholders such as Aberdeen, and we are seeing a better response.
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
david
Verified User
โพสต์: 852
ผู้ติดตาม: 0

The stocks worth 2 b watched.

โพสต์ที่ 21

โพสต์

14.LALIN.........1.Has the highest gross margin in the property sector.
                      2.Very low D/E compare 2 its peer.
                      3.No exposure 2 the city condo which gets too much  speculate(30% of the buyer r speculators.).
                      4.The market price is so close 2 the price on the coup day and only now is only 10% higher than its yr06's low .I can't find any reasons not 2 buy it.
1.My Facebook page, https://www.facebook.com/pages/Kitichai ... 5514051589.
2.U may follow my stock comment via http://twitter.com/value_talk
3.กระทู้ที่โพสท์นี้เป็นความเห็นส่วนตัว การซื้อขายหุ้นขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณของแต่ละคน
โพสต์โพสต์