สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ผมขออนุญาต.. นำบทความฉบับนี้..  มาลงให้เพื่อนๆได้อ่าน  เพื่อเป็นแนวทางสร้างกำลังใจ  ในยามที่ต้องการ..
หากท่านใดเคยอ่านแล้ว.. ก็ขออภัยที่รบกวน  เช่นเคย...  ช่วง Break ..เชิญ Discuss กันตามอัธยาศัย  ขอเริ่มเลยนะครับ...



สุนทรพจน์ที่สร้างความประทับใจไปทั่วโลกของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple  และผู้สร้าง Macintoch

สุนทรพจน์ที่ Steve Jobs ผู้สร้าง Macintosh แสดงในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย
Stanford เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2005
ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่บัณฑิตจบใหม่ในวันนั้น
แต่ยังรวมไปถึงโลกคอมพิวเตอร์ที่ Silicon Valley
และยังคงได้รับการชื่นชมและกล่าวขวัญไปทั่วโลกจนถึงวันนี้

สุนทรพจน์วันนั้น Jobs เพียงแต่เล่าถึงบทเรียนในชีวิตของเขา 3 บท แต่เป็น 3
บทที่ทำให้เขาซึ่งแม้แต่แม่ที่แท้จริงก็ไม่ต้องการ
กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

บทเรียนบทแรกของ Jobs ซึ่งเขาเรียกมันว่า การลากเส้นต่อจุด
เริ่มต้นด้วยการเล่าว่า ตัวเขาเองไม่เคยเรียนจบมหาวิทยาลัย
เพราะได้ลาออกหลังจากเรียนในมหาวิทยาลัย Reed College ไปได้เพียง 6 เดือน
ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยนั้น Jobs กล่าวว่า
มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เขายังไม่เกิด
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 2

โพสต์

แม่ที่แท้จริงของเขา ซึ่งเป็นนักศึกษาสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน

ไม่ต้องการเลี้ยงดูเขา

และตัดสินใจยกเขาให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาดูโลก

แต่เธอมีเงื่อนไขว่า พ่อแม่บุญธรรมของลูกของเธอจะต้องเรียนจบมหาวิทยาลัย

Jobsเกือบจะได้เป็นลูกบุญธรรมของนักกฎหมายที่จบมหาวิทยาลัยและมีฐานะ

ถ้าเพียงแต่พวกเขาจะไม่เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายว่า พวกเขาไม่ต้องการเด็กผู้ชาย


กว่า Jobs จะได้พ่อแม่บุญธรรม ซึ่งต่อมาเป็นผู้เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่

ก็อีกหลายเดือนหลังจากเขาเกิด เนื่องจากแม่ที่แท้จริงของเขาเกิดจับได้ว่า

ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมของ Jobs

ได้ปิดบังระดับการศึกษาที่แท้จริงซึ่งไม่ได้จบมหาวิทยาลัย และพ่อบุญธรรมของ

Jobs ไม่ได้เรียนมัธยมด้วยซ้ำ แต่ต่อมาเธอก็ได้ยอมเซ็นยก Jobs

ให้แก่พ่อแม่บุญธรรม เมื่อพวกเขารับปากว่าจะส่งเสียให้ Jobs

ได้เรียนมหาวิทยาลัย
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 3

โพสต์

.

17 ปีต่อมา Jobs ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสมตามความต้องการของแม่ที่แท้จริง

ผู้ไม่เคยเลี้ยงดูเขาแต่กลับต้องการกำหนดชะตาชีวิตของลูกที่ตนไม่เคยเลี้ยงดู


เพียง 6 เดือนในมหาวิทยาลัย

Jobs ใช้เงินเก็บที่พ่อแม่บุญธรรมซึ่งเป็นเพียงชนชั้นแรงงานได้สะสมมาตลอดชีวิต

หมดไปกับค่าเล่าเรียนที่แสนแพง Jobs ตัดสินใจลาออก

เพราะเขามองไม่เห็นคุณค่าของการเรียนมหาวิทยาลัย

ซึ่งไม่สามารถช่วยให้เขาคิดได้ว่า เขาต้องการจะทำอะไรในชีวิต



แม้ว่าตอนนี้เมื่อมองกลับไปเขาจะรู้สึกว่า

การตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา

เพราะการลาออกทำให้เขาไม่ต้องฝืนเข้าเรียนในวิชาปกติที่บังคับเรียนซึ่งเขาไม่เคยชอบ

หรือสนใจ    แต่สามารถเข้าเรียนในวิชาที่เขาเห็นว่าน่าสนใจได้
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 4

โพสต์

รูปภาพ

แต่เขาก็ยอมรับว่า นั่นเป็นชีวิตที่ยากลำบาก

เมื่อเขาไม่ได้เป็นนักศึกษาจึงไม่มีห้องพักในหอพัก

และต้องนอนกับพื้นในห้องของเพื่อน

ต้องเก็บขวดโค้กที่ทิ้งแล้วไปแลกเงินมัดจำขวดเพียงขวดละ 5 เซ็นต์

เพื่อนำเงินนั้นไปซื้ออาหาร และต้องเดินไกล 7 ไมล์ทุกคืนวันอาทิตย์

เพื่อไปกินอาหารดีๆ สัปดาห์ละหนึ่งมื้อที่วัด Hare Krishna


อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่หลังจากลาออก

เขาสามารถที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ

และวิชาทั้งหลายที่เขาได้เรียนในช่วงนั้น ซึ่งเขาใช้เวลาทั้งหมด 18 เดือน

โดยเลือกเรียนตามแต่ความสนใจและสัญชาตญาณของเขาจะพาไป

ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลาต่อมา

และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (calligraphy)
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 5

โพสต์

รูปภาพ รูปภาพ


Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า

จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้ในอนาคตของเขา

แต่ 10 ปี หลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์

Macintoshเครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน

และทำให้ Mac กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรก

ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม



ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้

และ Mac ก็คงไม่อาจจะมีตัวอักษรแบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font

ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้สัดส่วนสวยงาม รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows

ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษรสวยๆ

ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้
MarginofSafety
Verified User
โพสต์: 5786
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 6

โพสต์

:cool:  
เข้ามาติดตามอ่าน
ยอดเยี่ยมครับพี่คีนู
"Winners never quit, and quitters never win."
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 7

โพสต์

รูปภาพ


อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น

เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ ลากเส้นต่อจุด หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า

วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร (คอลิกราฟฟี่)

จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ Mac

เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุดระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac

ได้อย่างชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลังเท่านั้น


ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ

คุณจะต้อง ไว้ใจและเชื่อมั่น ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ

มันจะหาทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม

ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 8

โพสต์

รูปภาพ
engineering vice president Fadell, iPod head Jon Rubinstein, industrial design
chief Ive, CEO Jobs and marketing director Philip Schiller



บทเรียนชีวิตบทที่สองที่ Jobs เล่าต่อไปคือ ความรักและการสูญเสีย

Jobs อายุเพียง 20 ปี เมื่อเขาเริ่มก่อตั้ง Apple กับเพื่อนที่โรงรถของพ่อ

เพียง 10 ปีให้หลัง Apple เติบโตจากคนเพียง 2 คนกลายเป็นบริษัทใหญ่โต

ที่มีมูลค่า 2พันล้านดอลลาร์และพนักงานมากกว่า 4,000 คน



แต่หลังจากที่เขาเพิ่งเปิดตัว Macintosh

ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของเขา ได้เพียงปีเดียว

Jobs ก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งเองกับมือ เมื่ออายุเพียงแค่ 30 ปี

หลังจากเขาทะเลาะถึงขั้นแตกหักกับนักบริหารมืออาชีพ

ที่เขาเองเป็นผู้ว่าจ้างให้มาบริหาร Apple

และกรรมการบริษัทกลับเข้าข้างผู้บริหารคนนั้น



ข่าวการถูกไล่ออกของเขาเป็นข่าวที่ใหญ่มาก และเช่นเดียวกัน

มันเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา Jobs กล่าวว่า

เขาได้สูญเสียสิ่งที่เขาได้ทำมาตลอดชีวิตไปในพริบตา

และเขารู้สึกเหมือนตัวเองพังทลาย เขาไม่รู้จะทำอะไรอยู่หลายเดือน

และถึงกับคิดจะหนีออกจากวงการคอมพิวเตอร์ไปชั่วชีวิต



แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งกลับค่อยๆ สว่างขึ้นข้างในตัวเขา และเขาก็พบว่า

เขายังคงรักในสิ่งที่เขาทำมาแล้ว ความล้มเหลวที่ Apple

มิอาจเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีต่อสิ่งที่ได้ทำมาแล้วแม้เพียงน้อยนิด

เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งต่อมาเขาพบว่า การถูกอัปเปหิจาก

Apple กลับกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา

เพราะความหนักอึ้งของการประสบความสำเร็จได้ถูกแทนที่ด้วยความเบา

สบายของการเป็นมือใหม่อีกครั้งและช่วยปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

จนสามารถเข้าสู่ช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ที่สุดในชีวิตของเขา



ช่วง 5 ปี หลังจากนั้น Jobs ได้เริ่มตั้งบริษัทใหม่ชื่อ NeXT และ Pixar

และพบรักกับ Laurence ซึ่งต่อมาเป็นภรรยาของเขา Pixar

ได้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนจากคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องแรกของโลกนั่นคือ Toy Story

และขณะนี้เป็นสตูดิโอผลิตการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก



ส่วน Apple กลับมาซื้อ NeXT ซึ่งทำให้ Jobs ได้กลับคืนสู่ Apple อีกครั้ง

และเทคโนโลยีที่เขาได้คิดค้นขึ้นที่ NeXT ได้กลายมาเป็นหัวใจของยุคฟื้นฟูของ Apple



Jobs กล่าวว่า ความล้มเหลวเป็นยาขมแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไข้

เมื่อชีวิตเล่นตลกกับคุณ จงอย่าสูญเสียความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก

Jobs เชื่อว่า สิ่งเดียวที่ทำให้เขาลุกขึ้นได้ในครั้งนั้น คือเขารักในสิ่งที่เขาทำ

ดังนั้นคุณจะต้องหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ

เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเกิดความพึงพอใจอย่างแท้จริง

คือการได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันยอดเยี่ยม

และวิธีเดียวที่คุณจะทำให้คุณสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือ

คุณจะต้องรักในสิ่งที่คุณทำ และถ้าหากคุณยังหามันไม่พบ อย่าหยุดหาจนกว่าจะพบ

และคุณจะรู้ได้เองเมื่อคุณได้ค้นพบสิ่งที่คุณรักแล้ว
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 9

โพสต์

รูปภาพ รูปภาพ


ส่วนบทเรียนชีวิตบทสุดท้ายในโอวาทของเขาคือ ความตาย เมื่ออายุ 17 ปี Jobs

ประทับใจในข้อความหนึ่งที่เขาได้อ่านมา

ซึ่งเสนอแนวคิดให้คนมีชีวิตอยู่โดยคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต และตลอด

33 ปีที่ผ่านมา Jobs จะถามตัวเองในกระจกทุกเช้าว่า

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของเขา

เขาจะยังคงต้องการทำสิ่งที่เขากำลังจะทำในวันนี้หรือไม่ ถ้าหากคำตอบเป็น ไม่

ติดๆ กันหลายวัน เขาก็รู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเปลี่ยนแปลง



Jobs กล่าวว่า วิธีคิดว่าคนเราอาจจะตายวันตายพรุ่ง

เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมา

ซึ่งได้ช่วยให้เขาสามารถตัดสินใจครั้งใหญ่ๆ ในชีวิตได้

เพราะเมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า แทบทุกสิ่งทุกอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียงเกียรติยศ

ความกลัวที่จะต้องอับอายขายหน้าหรือล้มเหลว จะหมดความหมายไปสิ้น

เหลือไว้ก็แต่เพียงสิ่งที่มีคุณค่าความหมายและความสำคัญที่แท้จริงเท่านั้น



วิธีคิดเช่นนี้ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ที่จะช่วยให้คุณไม่ตกลงไปในกับดักความคิดที่ว่า คุณมีอะไรที่จะต้องสูญเสีย

เพราะความจริงแล้ว เราทุกคนล้วนมีแต่ตัวเปล่าๆ ด้วยกันทั้งนั้น



เมื่อปีที่แล้ว

เขาได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนชนิดที่รักษาไม่ได้

และจะตายภายในเวลาไม่เกิน 3-6 เดือน

แพทย์ถึงกับบอกให้เขากลับไปสั่งเสียครอบครัวซึ่งเท่ากับเตรียมตัวตาย
ดร.โหน่ง
Verified User
โพสต์: 877
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 10

โพสต์

รูปภาพ

  ขอบคุณพี่แมกซ์ for good stories

 His thoughts are so powerful to the way I spend the rest og my life.
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 11

โพสต์

รูปภาพ
Commencement speaker Steve Jobs (holding documents) departs Stanford
Stadium with, from left, the Rev. Scotty McLennan, Provost John Etchemendy
and Board of Trustees Chairman Burt McMurtry, among others.


แต่แล้วในเย็นวันเดียวกัน

เมื่อแพทย์ได้ใช้กล้องสอดเข้าไปตัดชิ้นเนื้อที่ตับอ่อนของเขาออกมาตรวจอย่างละเอียด

ก็กลับพบว่า มะเร็งตับอ่อนที่เขาเป็นนั้นแม้จะเป็นชนิดที่พบได้ยากก็จริง

แต่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด และเขาก็ได้รับการผ่าตัดและหายดีแล้ว



นั่นเป็นการเข้าใกล้ความตายมากที่สุดเท่าที่ Jobs เคยเผชิญมา

และทำให้ขณะนี้เขายิ่งสามารถพูดได้เต็มปาก

เสียยิ่งกว่าเมื่อตอนที่เขาเพียงแต่ใช้ความตายมาเตือนตัวเองเป็นมรณานุสติว่า

ไม่มีใครที่อยากตาย

แม้แต่คนที่อยากขึ้นสวรรค์ก็ยังไม่อยากตายก่อนเพื่อจะไปสวรรค์

แต่ก็ไม่มีใครหลีกหนีความตายพ้น และเขาคิดว่า มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น Jobs

เห็นว่า ความตายคือประดิษฐกรรมที่ดีที่สุดของ ชีวิต

ความตายคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ความตายกวาดล้างสิ่งเก่าๆ

ให้หมดไปเพื่อเปิดทางให้แก่สิ่งใหม่ๆ



ดังนั้น Jobs บอกว่า เวลาของคุณจึงมีจำกัด

และอย่ายอมเสียเวลามีชีวิตอยู่ในชีวิตของคนอื่น

จงอย่ามีชีวิตอยู่ด้วยผลจากความคิดของคนอื่น และอย่ายอมให้เสียงของคนอื่นๆ

มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ

คุณจะต้องมีความกล้าที่จะก้าวไปตามที่หัวใจคุณปรารถนาและสัญชาตญาณของคุณจะพไป

เพราะหัวใจและสัญชาตญาณของคุณรู้ดีว่า คุณต้องการจะเป็นอะไร



Jobs ปิดท้ายสุนทรพจน์ของเขา

ด้วยการหยิบยกวลีที่อยู่ใต้ภาพบนปกหลังของวารสารฉบับสุดท้ายของวารสารเล่มหนึ่งที่เลิก

ผลิตไปตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งเขาเปรียบวารสารดังกล่าวเป็น Google บนแผ่นกระดาษ

และเป็นประดุจคัมภีร์ของคนรุ่นเขา วารสารดังกล่าวมีชื่อว่า The Whole Earth

Catalog จัดทำโดย Stewart Brand ส่วนวลีนั้นคือ จงหิวโหย จงโง่เขลาอยู่เสมอ

ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหวังจะเป็นเช่นนั้นเสมอมา


รูปภาพ

                  Stay Hungry. Stay Foolish

Steve Jobs challenges Class of '05 to 'stay hungry, stay foolish.'


VDO Clip
Matrix.
MarginofSafety
Verified User
โพสต์: 5786
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 12

โพสต์

:cool:  Bravo!

จะมีสักกี่คนที่มีความคิดในเชิงบวกเช่นนี้
"การตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา"

"เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งต่อมาเขาพบว่า การถูกอัปเปหิจาก
Apple กลับกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา"
ข้อคิดที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ของบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก
"คุณจะต้อง ไว้ใจและเชื่อมั่น ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ
มันจะหาทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม
ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่"

"ดังนั้นคุณจะต้องหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ
เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเกิดความพึงพอใจอย่างแท้จริง
คือการได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันยอดเยี่ยม
และวิธีเดียวที่คุณจะทำให้คุณสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือ
คุณจะต้องรักในสิ่งที่คุณทำ และถ้าหากคุณยังหามันไม่พบ อย่าหยุดหาจนกว่าจะพบ
และคุณจะรู้ได้เองเมื่อคุณได้ค้นพบสิ่งที่คุณรักแล้ว
"

"33 ปีที่ผ่านมา Jobs จะถามตัวเองในกระจกทุกเช้าว่า
ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของเขา
เขาจะยังคงต้องการทำสิ่งที่เขากำลังจะทำในวันนี้หรือไม่ ถ้าหากคำตอบเป็น ไม่
ติดๆ กันหลายวัน เขาก็รู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเปลี่ยนแปลง
"

"อย่ายอมเสียเวลามีชีวิตอยู่ในชีวิตของคนอื่น
จงอย่ามีชีวิตอยู่ด้วยผลจากความคิดของคนอื่น และอย่ายอมให้เสียงของคนอื่นๆ
มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ
คุณจะต้องมีความกล้าที่จะก้าวไปตามที่หัวใจคุณปรารถนาและสัญชาตญาณของคุณจะพไป
เพราะหัวใจและสัญชาตญาณของคุณรู้ดีว่า คุณต้องการจะเป็นอะไร
"

จงหิวโหย จงโง่เขลาอยู่เสมอ
ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหวังจะเป็นเช่นนั้นเสมอมา
ผมจะจดจำคำสอนเหล่านี้ไว้สอนตัวเอง
และเมื่อยามที่ท้อแท้และสับสน ผมจะกลับมาอ่านมัน
ขอบคุณพี่คีนูครับ
"Winners never quit, and quitters never win."
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 13

โพสต์

ตอนแรก..            ผมไม่แน่ใจว่า ..         เพื่อนๆ..จะเคยอ่านมาบ้างแล้ว..  
และก็แน่ใจอีกว่า..         คงมีอีกหลายท่าน..          ยังไม่เคยได้อ่าน..    แต่ผมยัง

                 
                     " หิวโหย  และ  โง่เขลา "
MarginofSafety
Verified User
โพสต์: 5786
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 14

โพสต์

ผมเคยอ่าน Speech version ภาษาอังกฤษแล้วครับ
กลับมาอ่านใหม่ก็รู้สึกยอดเยี่ยมเหมือนเดิม
"Winners never quit, and quitters never win."
MarginofSafety
Verified User
โพสต์: 5786
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 15

โพสต์

ผมรู้สึกว่า Steve Jobs เป็นนักต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่

1. ต่อสู้กับโชคชะตา
เกิดมาจากนักศึกษาที่ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่ได้เป็นที่ต้องการ

2. ต่อสู้เพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง
จะมีใครสักกี่คนที่โดนไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้าง
และกลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่

3. ต่อสู้กับความตาย
จะมีใครสักกี่คนที่มีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้ายที่หมอบอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่เดือน

ท้ายสุดเขาได้ชัยชนะทุกอย่างที่เขาต่อสู้
เป็นหนึ่งใน Speech ที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากที่สุดเท่าที่เคยฟังมา
และผมเชื่อว่าเป็น Speech 15 นาทีที่เปลี่ยนชีวิตคนอีกมหาศาล

"Steve Jobs เกิดมาเพื่อสร้างสิ่งที่สร้างสรรค์ให้โลก"
"Winners never quit, and quitters never win."
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 16

โพสต์

สำหรับ.. คนที่ชอบ  English Version


รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
        Steve Jobs challenges Class of '05 to 'stay hungry, stay foolish.'
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 17

โพสต์

8) ผมเคยอ่านแล้วจากในเวปนี้แหละคร้าบ
    แต่อ่านอีกกี่ทีก็ไม่เบื่อครับ
    ขอบคุณพี่มาก
    ปกติเรื่องแรงบันดาลใจ
    ในหนังสือกำลังภายในมีเยอะครับ
    (พอดีช่วงนี้อ่านเล่มใหม่ ของอุนสุยอันอยู่)
    แต่ของพี่จ๊อบนี่ของแกของจริง
    เราเห็นๆกันอยู่
    ระดับนี้มีสักกี่คนในโลกครับ
    พ่อมดชัดๆ..............
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

สุนทรพจน์ ของ " Steve Jobs " เจ้าพ่อ " Apple

โพสต์ที่ 18

โพสต์

8) อ้อ ลืมไป
    เพิ่งเห็นหน้าแกจากกระทู้นี้แหละครับ
    น้องหวี เอาแต่รูปดาราเกาหลี มาให้ดู
    ไม่ไหว ปั่นป่วน ไปหมด
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
โพสต์โพสต์