
เพราะธุรกิจอื่นๆก็ยังไปได้ดี ยกเว้นอย่างเดียวคือธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ระหว่าง pttep ptt ก็แล้วแต่รักใครชอบใครครับ แต่มีประเด็นเงินปันผลที่ pttep นักลงทุนย่อยๆยิบๆสามารถเครดิตภาษีได้คืนอีก 1 เท่าตัวของปันผล ในขณะที่ของ ptt เข้าใจว่าได้แค่ 43% ของเงินปันผล
upside อีกประเด็นของ pttep คือในปี 2552-53 เข้าใจว่ามีแปลงสัมปทานใหญ่ๆบางแปลงของ unocal (ที่เพิ่งโดนเชฟลอนซื้อ) จะหมดอายุลง ดังนั้น pttep สามารถเข้าไปถือหุ้นได้ครับ สัมปทานเหล่านี้ให้กับบริษัทต่างชาติก่อนที่จะจัดตั้งบริษัท pttep ขึ้นมาครับ
ส่วนความเสี่ยงของ pttep เท่าที่คิดออกครับ..
1.หากราคาน้ำมันเป็นขาลง ก็ย่อมมีผลต่อกำไรแน่นอนครับ
2.ความเสี่ยงในการลงทุนในต่างประเทศ เช่น อิหร่าน อินโด เวียดนาม และโดยเฉพาะพม่า ที่มีปัญหากับประเทศตะวันตก ปัญหาเหล่านี้เช่นการยึดสัมปทานคืนเหมือนที่เกิดในโบลิเวียขณะนี้ แน่นอนว่าการยึดที่เรียกว่าสมบัติชาติจะไม่เกิดขึ้นหากทรัพยากรเหล่านี้ไม่ได้มีราคาสูงขึ้น
เมื่อราคาสินค้าเหล่านี้ตกต่ำ ประเทศเหล่านี้ก็จะชักจูงให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุน วันดีคืนร้ายเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ก็จะยึดสัมปทานคืน แล้วบอกว่า เราเห็นใจท่าน(นักลงทุน)มาก จะอนุญาติให้ท่านนำแท่นขุดเจาะ เหมืองเหล่านี้ออกไปได้ (ถ้าท่านมีปัญญา) :lol: :lol: :lol:
3.สำรองปิโตรเลียมจะมีอายุการผลิตแค่ 14 ปี แต่อัตราการหากำลังการผลิตใหม่ทดแทนผลผลิตเก่าของ pttep เท่ากับ 1.7 เท่า ดังนั้นตราบใดที่อัตราส่วนนี้ยังสูงกว่า 1 ก็สบายใจได้ แม้ว่าต้นทุนการหาจะสูงขึ้นมากๆๆ