ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 337
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 1
เพิ่งหัดดูงบ
กำไร Q1 ปี 2549
กำไรประมาณ 653 ล้าน
เป็นกำไรจากการซื้อขาย
น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้าถึง 540 ล้าน
เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกประมาณ 76 ล้าน
ดูแล้วไม่ดีเลยครับ
ขอโทษนะครับผมก็เด็กใหม่อย่างคุณ ck พูดจริง ๆ
กำไร Q1 ปี 2549
กำไรประมาณ 653 ล้าน
เป็นกำไรจากการซื้อขาย
น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้าถึง 540 ล้าน
เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกประมาณ 76 ล้าน
ดูแล้วไม่ดีเลยครับ
ขอโทษนะครับผมก็เด็กใหม่อย่างคุณ ck พูดจริง ๆ
- น้ำครึ่งแก้ว
- Verified User
- โพสต์: 1098
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 4
ใครซื้อเพราะคุณ buffet บ้าง ยกมือขึ้น แล้วมาขอส่วนต่างคืนเร็วครับ
แฮ่ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ล้อเล่นแก้เครียดครับ
ผมว่า พี่ๆ เพื่อนๆห้องนี้ ไม่น่าจะมีการซื้อตามคนอื่นเพราะเพียงแต่การ
บอกเล่า หรือ การวิเคราะห์ส่วนบุคคลหรอกครับ เพราะเรื่องหุ้นนี้ เลือก
เองซื้อเอง ไม่มีใครบังคับ ถ้าซื้อเพราะฟังเค้ามาแล้วไม่คิดให้ดี ก็ต้อง
ยอมรับสภาพกันไปครับ
เพราะฉะนั้นผมว่า คุณ buffet สบายใจได้ครับ คิดว่าไม่น่ามีใครติดหุ้น
เพราะคุณ buffet นะครับผมว่า
แต่ตอนนี้ผมมี หมอบางจากอยู่บ้าง ประมาณ 12 ปลายๆ ครับ
กำลังดูว่าจะหนีไปฟักตัวที่ ucom แล้วค่อยกลับมาอีกทีดีรึเปล่าเนี้ย
แฮ่ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ล้อเล่นแก้เครียดครับ
ผมว่า พี่ๆ เพื่อนๆห้องนี้ ไม่น่าจะมีการซื้อตามคนอื่นเพราะเพียงแต่การ
บอกเล่า หรือ การวิเคราะห์ส่วนบุคคลหรอกครับ เพราะเรื่องหุ้นนี้ เลือก
เองซื้อเอง ไม่มีใครบังคับ ถ้าซื้อเพราะฟังเค้ามาแล้วไม่คิดให้ดี ก็ต้อง
ยอมรับสภาพกันไปครับ
เพราะฉะนั้นผมว่า คุณ buffet สบายใจได้ครับ คิดว่าไม่น่ามีใครติดหุ้น
เพราะคุณ buffet นะครับผมว่า
แต่ตอนนี้ผมมี หมอบางจากอยู่บ้าง ประมาณ 12 ปลายๆ ครับ
กำลังดูว่าจะหนีไปฟักตัวที่ ucom แล้วค่อยกลับมาอีกทีดีรึเปล่าเนี้ย
" ชีวิตไม่เคยขาดความหวาน "
- สามัญชน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 5162
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 5
ไม่เป็นไรคับคุณบัฟ ใครๆก็เคยผิดกันทั้งนั้นแหละ คนที่ไม่เคยผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ไม่แน่ครับคุณบัฟอาจจะไม่ผิดบางจากอาจจะขึ้นไปคืนก็ได้
คุณบัฟแนะนำโดยบริสุทธิ์ใจนี่นา ดีก็บอกว่าดีไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี
บางเวปแนะนำโดยมีเจตนาแอบแฝง บอกให้ซื้อแล้วตัวเองแอบขาย หรือบอกว่าแย่แล้วตัวเองแอบเก็บ ปล่อยข่าวลือก็เยอะ โอ๊ย.....มีสารพัดครับ แย่กว่านี้เยอะ
คุณบัฟแนะนำโดยบริสุทธิ์ใจนี่นา ดีก็บอกว่าดีไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี
บางเวปแนะนำโดยมีเจตนาแอบแฝง บอกให้ซื้อแล้วตัวเองแอบขาย หรือบอกว่าแย่แล้วตัวเองแอบเก็บ ปล่อยข่าวลือก็เยอะ โอ๊ย.....มีสารพัดครับ แย่กว่านี้เยอะ
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 7
ได้ข่าวว่าไปบริจาคทรัพย์สินเข้าการกุศลมาเหรอครับ
ขอให้ได้บุญกุศลเยอะๆ นะครับ ถือตัวไหนก็วิ่งๆๆ (ขึ้น) ฮ่าๆๆ ...
ขอให้ได้บุญกุศลเยอะๆ นะครับ ถือตัวไหนก็วิ่งๆๆ (ขึ้น) ฮ่าๆๆ ...
"Winners never quit, and quitters never win."
- สามัญชน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 5162
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 12
คุณบัฟทราบไหมครับว่า ผมอยากพูดคำนี้กับตัวเองทุกวันรู้สึกว่าตัวเองโง่มากครับ
เพราะเมื่อไหร่ที่พูดคำนี้ ก็แปลว่าเราฉลาดขึ้น
และเมื่อไหร่ที่คิดว่าตัวเองฉลาดแล้วนั่นแหละ เป็นความโง่เลยหล่ะ
ผมจึงมองหาทุกวัน ว่าทำยังไงจึงจะได้พูดคำนี้บ่อยๆโดยการมองหาเรื่องโง่ๆของตัวเอง
แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเจอ เพราะอัตตานั่นเอง
การล่อเป้าให้ผู้อื่นว่ามักจะได้ผล
แต่ก็เจ็บใจ(เพราะอัตตาอีกแหละ) อิอิ
เฮ้อ......อัตตา.....
ถ้ารู้อนาคตว่าจะตายวันพรุ่งนี้ จะยังมีอัตตาอยู่ไหมหนอ
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
- krittapon_r
- Verified User
- โพสต์: 156
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 14
อยากให้นักการเมืองไทยเป็นอย่างคุณ iambuffet จัง
:lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol:
- MO101
- Verified User
- โพสต์: 3226
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 15
เป็นตัวอย่างที่ดีครับ
น่าชื่นชมมากๆ :D
น่าชื่นชมมากๆ :D
-
- Verified User
- โพสต์: 337
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 16
ยังมือใหม่อยู่
ขอบคุณที่ให้อภัยครับ
แต่ต่อไปจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ในเรื่องการโพสต์
ตอนนี้ส่วนหุ้นตอนนี้ ขายคัทไปหมดแล้วครับ
ขอศึกษาการลงทุนให้ชัดเจนก่อนครับ
รู้สึกว่าลงทุนจริงนี้มันเครียดไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
มาเจอภาวะตลาดแบบนี้เครียดมาก ๆ ครับ

ขอบคุณที่ให้อภัยครับ
แต่ต่อไปจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ในเรื่องการโพสต์
ตอนนี้ส่วนหุ้นตอนนี้ ขายคัทไปหมดแล้วครับ
ขอศึกษาการลงทุนให้ชัดเจนก่อนครับ
รู้สึกว่าลงทุนจริงนี้มันเครียดไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
มาเจอภาวะตลาดแบบนี้เครียดมาก ๆ ครับ

-
- Verified User
- โพสต์: 689
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 20
เห็นด้วยครับ ไม่มีใครโกรธคุนหรอกครับ...ไม่เป็นไรคับคุณบัฟ ใครๆก็เคยผิดกันทั้งนั้นแหละ คนที่ไม่เคยผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ไม่แน่ครับคุณบัฟอาจจะไม่ผิดบางจากอาจจะขึ้นไปคืนก็ได้
คุณบัฟแนะนำโดยบริสุทธิ์ใจนี่นา ดีก็บอกว่าดีไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี
บางเวปแนะนำโดยมีเจตนาแอบแฝง บอกให้ซื้อแล้วตัวเองแอบขาย หรือบอกว่าแย่แล้วตัวเองแอบเก็บ ปล่อยข่าวลือก็เยอะ โอ๊ย.....มีสารพัดครับ แย่กว่านี้เยอะ

-
- Verified User
- โพสต์: 76
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 24
เอ่อ...สารภาพตรงๆ เลยครับว่า
เพราะคำแนะนำคุณบุฟเฟ่นี่แหละ
ผมได้ตัดสินใจซื้อ BCP-DR1 มาแล้ว
(ตอนแรกคิดอยู่นานว่าจะซื้อ BCP หรือ DR ดีกว่ากัน)
แต่ไม่เป็นไรครับ ถึงจะไม่ใช่หุ้นที่ดีมากมาย...งั้นถ้าผิดพลาด
รออีก 8 ปีค่อยขายคืนให้กระทรวงคลัง 13 บาทก็ได้
เพราะคำแนะนำคุณบุฟเฟ่นี่แหละ
ผมได้ตัดสินใจซื้อ BCP-DR1 มาแล้ว
(ตอนแรกคิดอยู่นานว่าจะซื้อ BCP หรือ DR ดีกว่ากัน)
แต่ไม่เป็นไรครับ ถึงจะไม่ใช่หุ้นที่ดีมากมาย...งั้นถ้าผิดพลาด
รออีก 8 ปีค่อยขายคืนให้กระทรวงคลัง 13 บาทก็ได้
-
- Verified User
- โพสต์: 260
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 25
จะใช้ตอนวันหมดอายุเลยเหรอครับ ไม่ต้องรอนานขนาดนั้นก็ได้นี่ครับ
หรือว่าผมเข้าใจผิด :shock:วันใช้สิทธิไถ่ถอน :
ผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนเป็นรายไตรมาสในทุกๆ วันที่ 5 ของเดือนมกราคม เมษายน
กรกฎาคม และตุลาคมของแต่ละปี ตลอดอายุของใบแสดงสิทธิ โดยผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิครั้งแรก
ได้ในวันที่ 5 เมษายน 2548 และสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนครั้งสุดท้ายได้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2556 ในกรณีที่วันใช้
สิทธิไถ่ถอนตรงกับวันหยุดทําการของธนาคารพาณิชย์ให้เลื่อนเลื่อนเป็นวันทําการถัดไป
- น้ำครึ่งแก้ว
- Verified User
- โพสต์: 1098
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 26
bcp-dr1 เป็นการรับประกันของกระทรวงการคลัง หากมีอะไรเกิดขึ้นจะรับซื้อคืนที่ราคานี้ครับ ไม่มีการใช้สิทธิไถ่ถอนแต่อย่างใด ต้องรอจนหมดอายุครับจะใช้ตอนวันหมดอายุเลยเหรอครับ ไม่ต้องรอนานขนาดนั้นก็ได้นี่ครับ
Quote:
วันใช้สิทธิไถ่ถอน :
ผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนเป็นรายไตรมาสในทุกๆ วันที่ 5 ของเดือนมกราคม เมษายน
กรกฎาคม และตุลาคมของแต่ละปี ตลอดอายุของใบแสดงสิทธิ โดยผู้ถือใบแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิครั้งแรก
ได้ในวันที่ 5 เมษายน 2548 และสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนครั้งสุดท้ายได้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2556 ในกรณีที่วันใช้
สิทธิไถ่ถอนตรงกับวันหยุดทําการของธนาคารพาณิชย์ให้เลื่อนเลื่อนเป็นวันทําการถัดไป
หรือว่าผมเข้าใจผิด
" ชีวิตไม่เคยขาดความหวาน "
-
- Verified User
- โพสต์: 337
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 27
จริง ๆ ผมเองก้เสียหายครับJ o r n เขียน:เอ่อ...สารภาพตรงๆ เลยครับว่า
เพราะคำแนะนำคุณบุฟเฟ่นี่แหละ
ผมได้ตัดสินใจซื้อ BCP-DR1 มาแล้ว
(ตอนแรกคิดอยู่นานว่าจะซื้อ BCP หรือ DR ดีกว่ากัน)
แต่ไม่เป็นไรครับ ถึงจะไม่ใช่หุ้นที่ดีมากมาย...งั้นถ้าผิดพลาด
รออีก 8 ปีค่อยขายคืนให้กระทรวงคลัง 13 บาทก็ได้
เพราะตอนแนะนำผมก็คิดว่าดีก็ซื้อเหมือนกัน
พอโดนคนทัก มาก ๆ เลยกลับใจมาขายครับ
ก็ขาดทุนเหมือนกันครับ
ผมเองที่ซื้อก็เพราะฟังเขามาเหมือนกันครับ
------------------------------------------------------------------------------
"บางจาก"พลิกโฉมธุรกิจใหม่ ทุ่มทุน1หมื่นล้าน สร้างโรงกลั่นใหม่ระบบ Hydro-cracking
หวังกุมอำนาจตลาดผู้ส่งน้ำมันกรุงเทพฯและปริมณทล 30%ของตลาด คาดกำไร 8000 ล้านบาทต่อปี
หลังโรงกลั่นใหม่เดินเครื่องเต็มที่
ถ้าหากมองย้อนกลับไปในอดีต ภาพของสถานีบริการน้ำมันบางจากที่เป็นภาพติดอยู่สำหรับ
ผู้คนทั่วไปคือสีเขียว และเป็นไม่เป็นมลพิษ อีกทั้งไม่ค้ากำไรจนเดินควร แต่จากนี้ บางจากจะเปลี่ยนไป
***********
สร้างโรงกลั่นใหม่ เพิ่มรายได้4 เท่า
โรงกลั่นของบางจากแบบเก่านั้นจะกลั่นได้น้ำมันเตา 30 %ซึ่ง ที่กลั่นได้จะเป็นน้ำมันใส
ที่ราคาแพงมากกว่า ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อบางจาก
ให้มีต้นทุนแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ภายในเดือน สิงหาคมนี้ บางจากจะเปิดตัวโครงการ
สร้างโรงกลั่น Hydro-cracking ทำให้บางจากมีความสามารถกลั่นน้ำมันดิบได้มากขึ้น
มูลค่าการลงทุน 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 10,000 ล้านบาท
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเคมี จำกัด (มหาชน)
กล่าวว่า การสร้างโรงกลั่นรูปแบบใหม่นี้ จะทำให้รายได้เข้ามาในบริษัทอย่างก้าวกระโดด
จาก 2000 ล้านบาท/ ปี มาอยู่ที่ 8000 ล้านบาททันที เพราะ คาดการว่าต่อไปค่าการกลั่นจะ
อยู่ที่ 7-8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลล์ อีกทั้งบางจากมีช่องทางการขายทั้งแบบขายส่ง
และขายปลีก ตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ที่กระจายทั่วประเทศ
สำหรับเม็ดเงินลงทุนนั้น อนุสรณ์กล่าวว่าจะแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ 150 ล้านดอลลาร์
ทางบางจากจะมี ปตท.เป็นพันธมิตร ซึ่งได้ทำ due diligent กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รวมทั้งเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้สถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมทั้งเสนอขายหุ้น
เพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ ส่วนที่ 2 มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์นั้น จะเป็นการกู้เงินกับทาง
สถาบันการเงินในประเทศแทน ทั้งนี้ในส่วนของโครงสร้างการเพิ่มทุน ทางบางจากจะต้อง
รอความชัดเจนมากกว่านี้ คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในสิ้นเดือน สิงหาคมนี้ ซึ่งคาดว่า
ราคาหุ้นจะไม่ต่ำว่าราคาบุ๊คเดิมของบางจากที่ 15 บาท แน่นอน
"เราคาดว่าโรงกลั่นจะแล้วเสร็จภายใน ปี 2550 ซึ่งจะสามารถทำการกลั่นได้เต็มกำลังการผลิต
และคาดว่า ณ เวลานั้น ประเทศไทยจะต้องมีความต้องการน้ำมันเพื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
และเมื่อบางจากมีโรงกลั่นที่มีศักยภาพเต็มที่ ในปี 2550 ซึ่งตอนนั้นประเทศไทยจะมีความต้องการ
น้ำมันสูง"
กุมผู้จ่ายน้ำมันในกรุงเทพฯ
นอกจากนั้นตามแผนยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการจ่ายน้ำมันในปริมณฑลของรัฐบาลนั้น
จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบการจ่ายน้ำมันของประเทศไทย เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางด้านลอจิสติกส์
ซึ่งต่อจากนี้ไป บางจากจะเป็นผู้ค้าน้ำมันรายเดียวร่วมกับ ปตท. จ่ายน้ำมันให้ทุกบริษัทน้ำมัน
ในกรุงเทพฯและปริมณทล คิดเป็น 30% ของความต้องการน้ำมันในประเทศทั้งหมด
นับได้ว่าในอนาคต บางจากจะได้เค้กก้อนใหญ่ไปครองเลยทีเดียว
โดยแผนนี้เกิดขึ้นจากเส้นทางน้ำมันทางท่อเดิมที่จะจ่ายไปที่สนามบินดอนเมืองเดิมนั้น
ไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไป ( ดูรายละเอียดตาราง 1 )โดยเส้นทางการขนส่งน้ำมันในกรุงเทพฯ
แบบเดิมนั้น ผู้ค้าน้ำมันบริษัทต่างๆจะนำเรือขนส่งน้ำมันเข้ามาในกรุงเทพ
และใช้ระบบท่อจ่ายไปยัง ดอนเมือง ไปสู่บางปะอิน ส่วนเส้นทางที่ 2
จะมาจากศรีราชา เข้าไปสู่ลำลูกกา และต่อท่อไปยังสระบุรี
แต่หลังจากที่บางจากได้ติดตั้งระบบ Hydro - cracking เรียบร้อยแล้ว บางจากจะมีกำลังการผลิตสูง
ขึ้น เส้นทางการขนส่งน้ำมันจะเปลี่ยนไป โดยบางจากจะเป็นบริษัทเดียวที่จ่ายน้ำมันให้กับบริษัทน้ำมัน
ในกรุงเทพและปริมณทล ส่วนน้ำมันของบริษัทน้ำมันอื่นๆที่นำเข้ามา จะต้องไปจ่ายผ่านเส้นทาง
ท่อที่สอง โดยเชื่อมต่อระหว่างดอนเมืองและลำลูกกา เข้าด้วยกัน และส่งต่อไปยังบางปะอินและ
สระบุรีต่อไป สำหรับเส้นทางที่ปิดไป บางจากมีความสนใจที่จะทำท่อเหล่านั้นเป็นท่อส่งก๊าซ
NGV แทน
" เหมือนเป็นการแลกน้ำมันกันนั้นแหละ เพราะเดี๋ยวนี้คุณภาพน้ำมันที่ไหนก็เหมือนกันทั้งนั้น
ที่สำคัญคือค่าขนส่งจะลดลง"
จับมือ TOP ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้
นอกจากนั้นการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทโดยได้ร่วมมือกับทางบริษัทไทยออยล์
ร่วมกันทำ Co- Loaded นั่นคือ การร่วมมือกันขนส่งน้ำมันมาบนเรือลำเดียวกัน
จากแต่เดิมที่ต่างขนต่างขนมาบนเรือคนละลำ แต่เมื่อขนส่งมาบนเรือลำเดียวกันแล้ว
จะช่วยลดรายได้ทั้งค่าเรือและค่าขนถ่ายน้ำมัน นอกจากนั้น เนื่องด้วยโรงกลั่นบางจากทำการกลั่น
น้ำมันเตาได้ถึง 30% เพราะยังไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกับ
บริษัทไทยออยล์ เพื่อทำการ Co-crack เพื่อนำเอาน้ำมันเตาจากบางจากที่กลั่นได้
ไปกลั่นเป็นน้ำมันใสที่โรงกลั่นของไทยออยล์ เพราะถือได้ว่าไทยออยล์มีโรงกลั่นที่ครบวงจรในขณะนี้
รายได้ตรงจุดนี้ทางไทยออยล์และบางจากจะแบ่งรายได้กันคนละครึ่ง
พัฒนาเอทานอลและไบโอดีเซล
สำหรับแผนธุรกิจในระยะสองปีนี้ บางจากเลือกที่จะทำตลาดกับพลังงานทดแทนอย่างแก็ส
โซฮอล์และไบโอดีเซลล์มากขึ้น เพราะเมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกมีราคาสูงขึ้นก็ถือว่าเป็น
โอกาสของบางจากที่จะทำตลาด พลังงานทางเลือกให้ดียิ่งขึ้น เพราะคาดว่าปลายปีนี้
ทางบางจากจะสามารถเปิดสถานีให้บริการก๊าซโซฮออล์ได้ครอบคลุมทั้งประเทศ
ซึ่งปัจจุบันการตอบรับแก็สโซฮอล์ จากประชาชนทั่วไปดีมาก
นอกจากนั้นทางบางจากได้ริเริ่มโครงการรถพลังงานทดแทนกับทางบริษัทฟอร์ด
เพี่อลดการนำเข้าของน้ำมัน โดยบริษัทผู้ผลิตรถจะนำเข้ารถพลังงานเอทานอล 20%
ซึ่งทางบางจากจะเป็นผู้สนับสนุนในการหาเอทานอล 20% มาให้ผู้ซื้อรถแต่ทั้งนี้ยังต้องรอทางรัฐบาล
สนับสนุนทางด้านภาษีให้แน่นอนมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง ต้อบงมีการตั้งกองทุนสำรองน้ำมัน
เอทานอล 20% ด้วย ทั้งนี้นอกจากฟอร์ดที่สนใจนำเข้ารถพลังงานทดแทนแล้วยังมีโตโยต้า
และ จีเอ็ม ที่สนใจนำเข้ามาขายในประเทศอีกด้วย และถ้ารัฐบาลสนับสนุนอย่างจริงจัง
บางจากก็มีความพร้อมมากที่สุดในขณะนี้ทั้งในด้านสถานีและปริมาณพลังงานทางเลือก
ปรับปรุงสถานีบริการ
ขณะเดียวกัน การพัฒนาสถานีบริการก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่บางจากให้ความสำคัญ
เพราะถือว่าเป็นรายได้สำคัญของบริษัท บางจากเลือกที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ของสถานี
ให้มีความร่มรื่นและสะอาดสะอ้าน ในขณะเดียวกันก็เตรียมปรับปรุงร้านค้า Lemon green
เดิม มาเป็น ใบจาก ซึ่งตอนนี้ทางบางจากกำลังหาพันธมิตรเข้ามาดูแลร้านค้าอยู่
เนื่องจากทางบางจากไม่ชำนาญร้านค้าประเภทซูเปอร์มาร์ท การให้คนที่มีความชำนาญเข้ามาดูแล
ตรงจุดนี้จะช่วยลดต้นทุนของบางจากไปได้มาก
อีกทั้งทางบางจากเล็งเห็นว่า สถานีบริการน้ำมันจะมีเนื้อที่ว่างหลัง 22.00 น.
จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะเป็นชี่องทางหารายได้เพิ่มโดยการเปิดพื้นที่ให้เช่าแก่ผู้ค้ารายอื่น
ทั้งนี้บางจากอยู่ในระหว่างทำการศึกษา นอกจากนั้นการบริหารจัดการภายในก็เป็นสิ่งที่ทางบาง
จากคำนึง โดยเฉพาะในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพราะที่ผ่านมาทางบางจากมักจะมีปัญหา
เรื่องพนักงานลาออกบ่อย ทางบางจากจึงคิดวิธีการบริหารงานโดยเลือกการประเมินผลการทำงาน
เพื่อให้รางวัล ซึ่งนอกจากพนักงานจะมีรายได้เพิ่มแล้ว บริษัทยังลดงบการจ้างและฝึกพนักงาน
ใหม่อีกด้วย
หุ้นบางจากน่าซื้อ แต่ต้องถือยาว
ในมุมมองของเหล่านักวิเคราะห์นั้น ต่างมองว่าหุ้นบางจากเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี
เพียงแต่ว่าราคาจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นเมื่อโรงกลั่น hydro - cracking ได้เปิดทำการแล้ว
โดยนักวิเคราะห์จากเกียรตินาคินมองว่า หุ้นบางจากตอนนี้คาดว่าจะมีอนาคตที่สดใส เพียง
แต่ว่าต้องรอให้ระบบโรงกลั่นใหม่เปิดทำการแล้วเท่านั้น เพราะถือว่าเป็นผลดีกับทางบางจาก
เพราะได้พันธมิตรที่สำคัญอย่าง ปตท. ซึ่งจะทำให้ทางบางจากขยายกำลังการผลิต อีกทั้งส่วนต่างค่า
การกลั่นก็จะต่ำลง ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่จะเพิ่มทุนใหม่ครั้งนี้เจ้าหนี้ของบางจากจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
รวมทั้งการลดมูลค่า(ไดรูท)ของหุ้นจะมีผลต่อผู้ถือหุ้นเดิมอย่างไรบ้างนั้น
รวมทั้งภาวะตลาดน้ำมันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่าการกลั่นอีกทั้งกำไรขั้นต้นจะมีทิศทางเป็นอย่างไร
จะต้องมีการติดตามกันต่อไป แต่ถ้าใครอยากเข่าไปซื้อตอนนี้นั้น คงต้องเป็นหุ้นที่ถือยาวไปเลย
เพราะคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ.2550
สำหรับในด้านเทคนิคนั้น นักวิเคราะห์อีกแห่งเห็นว่า เมื่อเทียบกับ TOP แล้ว บางจากยังด้อยกว่า
เพราะตอนนี้ราคาของ BCP ถือได้ว่ายัง under perform อยู่ แต่มีข้อดีคือไม่มี Downsize list
เพราะทางคลังรับซื้อที่ราคา 13.00 บาท ถ้านักลงทุนจะเข้าไปซื้อที่ราคา 13.50 บาทก็ไม่เสียหายอะไร
แต่Range ราคา BCP จะแคบกว่า TOP ดังนั้นคนทั่วไปจึงชอบเล่น Top มากกว่า
-
- Verified User
- โพสต์: 337
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 28
อันนี้ก็แก้ปัญหาน้ำมันเตา
ผมมองว่าถ้าบางจากมีโรงกลั่นใหม่เสร็จ
รายได้บางจากจะเพิ่มขึ้นแต่
รายได้ top จะลงลงครับ เลยไม่ค่อยอยากซื้อ
----------------------------------------------------------------------
บางจากหัวปั่นแก้น้ำมันเตาล้น โยนไทยออยล์กลั่นเพิ่ม 5 ล้านลิตร
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสสายตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันกล่าวว่า ปี 2548 -2549
ความต้องการใช้น้ำมันเตาจะหดตัวลง เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
ลดการใช้น้ำมันเตาเพื่อผลิตไฟฟ้า บริษัทจึงเตรียมแผนที่จะนำน้ำมันเตาซึ่งผลิตได้ประมาณ
150 ล้านลิตร/เดือนส่งให้โรงกลั่นไทยออยล์ไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปประมาณ 55 ล้านลิตร/เดือน
จากปัจจุบันที่ส่งให้ 50 ล้านลิตร/เดือน และอีกส่วนจะเน้นขายตรงกับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตลาดน้ำมันเตาในปี 2547 มีแนวโน้มขยายตัวจากปีที่ผ่านมาประมาณ
5-6% เพราะความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นตามอัตราการเติบ
โตทางเศรษฐกิจ ประกอบกับปีนี้คาดว่า กฟผ.จะยังมีความต้องการใช้น้ำมันเตามาผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วย
ทำให้คาดว่าปริมาณน้ำมันเตาในปีนี้จะไม่ล้นตลาดเหมือนทุกปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมีปริมาณ
น้ำมันเตาโดยรวมประมาณ 1.2-1.5 แสนบาร์เรล
ผมมองว่าถ้าบางจากมีโรงกลั่นใหม่เสร็จ
รายได้บางจากจะเพิ่มขึ้นแต่
รายได้ top จะลงลงครับ เลยไม่ค่อยอยากซื้อ
----------------------------------------------------------------------
บางจากหัวปั่นแก้น้ำมันเตาล้น โยนไทยออยล์กลั่นเพิ่ม 5 ล้านลิตร
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสสายตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันกล่าวว่า ปี 2548 -2549
ความต้องการใช้น้ำมันเตาจะหดตัวลง เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
ลดการใช้น้ำมันเตาเพื่อผลิตไฟฟ้า บริษัทจึงเตรียมแผนที่จะนำน้ำมันเตาซึ่งผลิตได้ประมาณ
150 ล้านลิตร/เดือนส่งให้โรงกลั่นไทยออยล์ไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปประมาณ 55 ล้านลิตร/เดือน
จากปัจจุบันที่ส่งให้ 50 ล้านลิตร/เดือน และอีกส่วนจะเน้นขายตรงกับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตลาดน้ำมันเตาในปี 2547 มีแนวโน้มขยายตัวจากปีที่ผ่านมาประมาณ
5-6% เพราะความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นตามอัตราการเติบ
โตทางเศรษฐกิจ ประกอบกับปีนี้คาดว่า กฟผ.จะยังมีความต้องการใช้น้ำมันเตามาผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วย
ทำให้คาดว่าปริมาณน้ำมันเตาในปีนี้จะไม่ล้นตลาดเหมือนทุกปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมีปริมาณ
น้ำมันเตาโดยรวมประมาณ 1.2-1.5 แสนบาร์เรล
-
- Verified User
- โพสต์: 337
- ผู้ติดตาม: 0
ขอโทษที่เคยแนะนำให้ซื้อ bcp ครับ
โพสต์ที่ 29
และรัฐก็ไม่ยอมให้บางจากล้ม
มีการพิจารณาแล้วว่า หากรัฐปล่อยให้บริษัทล้ม จะทำให้ต้องรับภาระหนี้สินที่มีอยู่ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท จากสัดส่วนการถือหุ้นที่กระทรวงการคลังมีอยู่ 58% ซึ่งรัฐบาลไม่ต้อง การใช้วิธีนี้ เพราะตอนนี้ เมื่อพิจารณาจากการ ประกอบการของบริษัทแล้ว มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
------------------------------------------------------------------------
ผู้จัดการรายวัน3 มิถุนายน 2546
บางจาก-ปตท.-ไทยออยล์กลั่นน้ำมันร่วมแก"ขาดทุน"
search resources
ไทยออยล์, บมจ.
ปตท., บมจ.
บางจากปิโตรเลียม, บมจ.
พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
กนร. อนุมัติ แผนฟื้นบางจากฯ (BCP) กำหนดปรับยุทธศาสตร์บริษัท เร่งปรับโครงสร้างการเงิน หาแหล่งเงินกู้ใหม่ รีไฟแนนซ์หนี้เดิม เพื่อลดภาระดอกเบี้ย มั่นใจหลังปรับโครงสร้างเสร็จ ลดสัดส่วนหนี้ต่อทุนเหลือ 2.2 เท่า จาก 4.36 เท่าปัจจุบัน ภายใน 5-6 เดือนข้างหน้า รมว.พลังงานยันรัฐไม่ปล่อยให้บริษัทล้มแน่ เพราะจะทำให้ต้องรับภาระหนี้สินถึง 1.4 หมื่นล้านบาท จากสัดส่วนถือหุ้นที่คลังมีอยู่ 58% ด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจและการจัดการ ให้ บางจากฯ จับมือ ปตท. และโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ ร่วมกันใช้ทรัพย์สินบางส่วน ใช้กำลังผลิต ร่วมกัน ในการกลั่นน้ำมัน
นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) เพื่อแก้ปัญหาดำเนินงานบริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) วานนี้ (2 มิ.ย.) ว่า กนร. ได้รับรายงานผลการศึกษา จากคณะทำงานปรับโครงสร้าง และแก้ปัญหาธุรกิจ บริษัท บางจากฯ ที่นายชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นประธาน
เสนอทางแก้ 3 แนว
คณะทำงานฯ ดังกล่าวเสนอแนว ทางว่า บริษัท บางจากฯ ต้องปรับยุทธ-ศาสตร์ใหม่ ประกอบด้วย การปรับโครง สร้างการเงิน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และปรับโครงสร้างการจัดการ
ส่วนการปรับโครงสร้างการเงิน จะจัดหาเครื่องมือการเงินใหม่ ปรับโครง สร้างทุน โดยหาแหล่งเงินใหม่เพิ่มเติม ขณะนี้ มีสถาบันการเงินที่เสนอตัวพร้อม ช่วยเหลือแล้ว 2-3 แห่ง ซึ่งเป็นได้ที่อาจ ให้สถาบันการเงินร่วมถือหุ้น หรือร่วมมือ ทางการเงินรูปแบบอื่น
นอกจากนั้น จะเร่งรีไฟแนนซ์หนี้บางจากฯ ที่มีอยู่เดิม 2 หมื่นล้านบาท เพื่อลดภาระดอก เบี้ยจ่าย ซึ่งเขาเชื่อว่า หากปรับโครงสร้างการเงินเรียบร้อยแล้ว จะทำให้บริษัทสามารถลดสัด ส่วนหนี้สินต่อทุนได้ จากปัจจุบัน 4.36 เท่า เหลือ 2.2 เท่า ภายใน 5-6 เดือนข้างหน้า กำไรก่อนหักค่าเสื่อมและดอกเบี้ยต่อสัดส่วนทุน จาก 1.24 เท่า เพิ่มเป็น 2.8 เท่า และระยะเวลาชำระดอกเบี้ยต่อรายได้ จะลดลงจาก 12 ปี เหลือ 7.7 ปี
หากปล่อยล้มรัฐรับหนี้อ่วม
มีการพิจารณาแล้วว่า หากรัฐปล่อยให้บริษัทล้ม จะทำให้ต้องรับภาระหนี้สินที่มีอยู่ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท จากสัดส่วนการถือหุ้นที่กระทรวงการคลังมีอยู่ 58% ซึ่งรัฐบาลไม่ต้อง การใช้วิธีนี้ เพราะตอนนี้ เมื่อพิจารณาจากการ ประกอบการของบริษัทแล้ว มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ EBITDA หรือกำไรก่อนหักค่าเสื่อมช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นบวกมาตลอด คาดว่าหลังจากนี้ ก็จะเป็นบวกต่อเนื่อง อีกทั้ง ผลประกอบการก็คาดว่าจะดีขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อแนวโน้มของบริษัทดี ก็สามารถที่จะนำผลประกอบการที่มีอยู่ ไปค้ำเพื่อกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ น.พ.พรหมินทร์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างการเงินบางจากฯ จะต้องไม่เพิ่มภาระการค้ำประกันให้ กระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้ มีภาระค้ำประกันอยู่แล้ว 8.1 พันล้านบาท เนื่องจากไม่ต้อง การรับภาระค้ำประกันเงินกู้ให้บางจากฯ เพิ่มเติม อีก เพราะเห็นว่ามีแนวทางเหมาะสมทางอื่นได้อีก
บางจาก-ปตท.-ไทยออยล์ร่วมใช้ทรัพย์สิน
สำหรับการปรับโครงสร้างทางธุรกิจและการ จัดการ ให้บริษัท บางจาก ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ โดยร่วมกันใช้ทรัพย์สินบางส่วน ใช้กำลังผลิตร่วมกัน ในการกลั่นน้ำมัน
โดยทั้ง 3 บริษัทสามารถป้อนการผลิต และวัตถุดิบที่มีอยู่ ร่วมกันได้ เพื่อสร้างผลิต ผลที่ดีให้ทุกฝ่าย โดยกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ จะประสานงานเรื่องดังกล่าว
มั่นใจว่าตามแนวทางนี้ เมื่อมีการปรับยุทธ-ศาสตร์ทั้งหมดได้แล้ว จะสามารถทำให้บางจากฯ อยู่ต่อไปได้ อีกทั้งในอนาคต ยังเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้น เพราะเชื่อมั่นว่า เมื่อแนวโน้มธุรกิจดี ราคาหุ้นก็จะปรับตัวขึ้นมาเอง
"ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้ คณะกรรมการ กนร. ได้ให้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง กลับไปศึกษาภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ หลัง จากนั้น เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป" รัฐมนตรีพลังงานกล่าว
ทางด้านนายณรงค์ บุญยสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจากฯ กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงมากถึง 1.2-1.3 พันล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลช่วย เหลือปรับโครงสร้างหนี้ จะทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายบริษัทลดลงได้
ล่าสุดเดือนนี้ บริษัทยังมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระ 3.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้จากสถาบันการเงินในประเทศ
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจบางจากฯ บริษัทต้องแยกธุรกิจการตลาดจากโรงกลั่นน้ำมัน และแนวโน้ม ทำธุรกิจจากนี้ไป ต้องร่วมมือกับ ปตท. และไทยออยล์ อย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องเงินทุน ยืน ยันว่าจะไม่มีการใส่เงินเพิ่ม แต่เป็นไปได้ ที่จะมี แผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติมแทน
มีการพิจารณาแล้วว่า หากรัฐปล่อยให้บริษัทล้ม จะทำให้ต้องรับภาระหนี้สินที่มีอยู่ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท จากสัดส่วนการถือหุ้นที่กระทรวงการคลังมีอยู่ 58% ซึ่งรัฐบาลไม่ต้อง การใช้วิธีนี้ เพราะตอนนี้ เมื่อพิจารณาจากการ ประกอบการของบริษัทแล้ว มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
------------------------------------------------------------------------
ผู้จัดการรายวัน3 มิถุนายน 2546
บางจาก-ปตท.-ไทยออยล์กลั่นน้ำมันร่วมแก"ขาดทุน"
search resources
ไทยออยล์, บมจ.
ปตท., บมจ.
บางจากปิโตรเลียม, บมจ.
พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
กนร. อนุมัติ แผนฟื้นบางจากฯ (BCP) กำหนดปรับยุทธศาสตร์บริษัท เร่งปรับโครงสร้างการเงิน หาแหล่งเงินกู้ใหม่ รีไฟแนนซ์หนี้เดิม เพื่อลดภาระดอกเบี้ย มั่นใจหลังปรับโครงสร้างเสร็จ ลดสัดส่วนหนี้ต่อทุนเหลือ 2.2 เท่า จาก 4.36 เท่าปัจจุบัน ภายใน 5-6 เดือนข้างหน้า รมว.พลังงานยันรัฐไม่ปล่อยให้บริษัทล้มแน่ เพราะจะทำให้ต้องรับภาระหนี้สินถึง 1.4 หมื่นล้านบาท จากสัดส่วนถือหุ้นที่คลังมีอยู่ 58% ด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจและการจัดการ ให้ บางจากฯ จับมือ ปตท. และโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ ร่วมกันใช้ทรัพย์สินบางส่วน ใช้กำลังผลิต ร่วมกัน ในการกลั่นน้ำมัน
นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) เพื่อแก้ปัญหาดำเนินงานบริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) วานนี้ (2 มิ.ย.) ว่า กนร. ได้รับรายงานผลการศึกษา จากคณะทำงานปรับโครงสร้าง และแก้ปัญหาธุรกิจ บริษัท บางจากฯ ที่นายชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นประธาน
เสนอทางแก้ 3 แนว
คณะทำงานฯ ดังกล่าวเสนอแนว ทางว่า บริษัท บางจากฯ ต้องปรับยุทธ-ศาสตร์ใหม่ ประกอบด้วย การปรับโครง สร้างการเงิน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และปรับโครงสร้างการจัดการ
ส่วนการปรับโครงสร้างการเงิน จะจัดหาเครื่องมือการเงินใหม่ ปรับโครง สร้างทุน โดยหาแหล่งเงินใหม่เพิ่มเติม ขณะนี้ มีสถาบันการเงินที่เสนอตัวพร้อม ช่วยเหลือแล้ว 2-3 แห่ง ซึ่งเป็นได้ที่อาจ ให้สถาบันการเงินร่วมถือหุ้น หรือร่วมมือ ทางการเงินรูปแบบอื่น
นอกจากนั้น จะเร่งรีไฟแนนซ์หนี้บางจากฯ ที่มีอยู่เดิม 2 หมื่นล้านบาท เพื่อลดภาระดอก เบี้ยจ่าย ซึ่งเขาเชื่อว่า หากปรับโครงสร้างการเงินเรียบร้อยแล้ว จะทำให้บริษัทสามารถลดสัด ส่วนหนี้สินต่อทุนได้ จากปัจจุบัน 4.36 เท่า เหลือ 2.2 เท่า ภายใน 5-6 เดือนข้างหน้า กำไรก่อนหักค่าเสื่อมและดอกเบี้ยต่อสัดส่วนทุน จาก 1.24 เท่า เพิ่มเป็น 2.8 เท่า และระยะเวลาชำระดอกเบี้ยต่อรายได้ จะลดลงจาก 12 ปี เหลือ 7.7 ปี
หากปล่อยล้มรัฐรับหนี้อ่วม
มีการพิจารณาแล้วว่า หากรัฐปล่อยให้บริษัทล้ม จะทำให้ต้องรับภาระหนี้สินที่มีอยู่ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท จากสัดส่วนการถือหุ้นที่กระทรวงการคลังมีอยู่ 58% ซึ่งรัฐบาลไม่ต้อง การใช้วิธีนี้ เพราะตอนนี้ เมื่อพิจารณาจากการ ประกอบการของบริษัทแล้ว มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ EBITDA หรือกำไรก่อนหักค่าเสื่อมช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นบวกมาตลอด คาดว่าหลังจากนี้ ก็จะเป็นบวกต่อเนื่อง อีกทั้ง ผลประกอบการก็คาดว่าจะดีขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อแนวโน้มของบริษัทดี ก็สามารถที่จะนำผลประกอบการที่มีอยู่ ไปค้ำเพื่อกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ น.พ.พรหมินทร์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างการเงินบางจากฯ จะต้องไม่เพิ่มภาระการค้ำประกันให้ กระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้ มีภาระค้ำประกันอยู่แล้ว 8.1 พันล้านบาท เนื่องจากไม่ต้อง การรับภาระค้ำประกันเงินกู้ให้บางจากฯ เพิ่มเติม อีก เพราะเห็นว่ามีแนวทางเหมาะสมทางอื่นได้อีก
บางจาก-ปตท.-ไทยออยล์ร่วมใช้ทรัพย์สิน
สำหรับการปรับโครงสร้างทางธุรกิจและการ จัดการ ให้บริษัท บางจาก ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ โดยร่วมกันใช้ทรัพย์สินบางส่วน ใช้กำลังผลิตร่วมกัน ในการกลั่นน้ำมัน
โดยทั้ง 3 บริษัทสามารถป้อนการผลิต และวัตถุดิบที่มีอยู่ ร่วมกันได้ เพื่อสร้างผลิต ผลที่ดีให้ทุกฝ่าย โดยกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ จะประสานงานเรื่องดังกล่าว
มั่นใจว่าตามแนวทางนี้ เมื่อมีการปรับยุทธ-ศาสตร์ทั้งหมดได้แล้ว จะสามารถทำให้บางจากฯ อยู่ต่อไปได้ อีกทั้งในอนาคต ยังเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้น เพราะเชื่อมั่นว่า เมื่อแนวโน้มธุรกิจดี ราคาหุ้นก็จะปรับตัวขึ้นมาเอง
"ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้ คณะกรรมการ กนร. ได้ให้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง กลับไปศึกษาภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ หลัง จากนั้น เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป" รัฐมนตรีพลังงานกล่าว
ทางด้านนายณรงค์ บุญยสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจากฯ กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงมากถึง 1.2-1.3 พันล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลช่วย เหลือปรับโครงสร้างหนี้ จะทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายบริษัทลดลงได้
ล่าสุดเดือนนี้ บริษัทยังมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระ 3.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้จากสถาบันการเงินในประเทศ
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจบางจากฯ บริษัทต้องแยกธุรกิจการตลาดจากโรงกลั่นน้ำมัน และแนวโน้ม ทำธุรกิจจากนี้ไป ต้องร่วมมือกับ ปตท. และไทยออยล์ อย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องเงินทุน ยืน ยันว่าจะไม่มีการใส่เงินเพิ่ม แต่เป็นไปได้ ที่จะมี แผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติมแทน