เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0
เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 11:37 am | 0 คอมเมนต์
ช่วยๆกันเสนอมาครับ
แมวมองอาจเข้ามาเจอแล้วเก็บไป บอกคุณนายกฯ
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0
เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 11:38 am | 0 คอมเมนต์
ผมขอฝากไปถามท่านนายกครับว่า...
น่าจะออกมาตอบคำถาม ของคุณสนธิ
ประชาชนจะได้ไม่สับสน
ก่อนที่จะคิดตามสนธิกันหมดเมือง
hari_seldon
Verified User
โพสต์: 34
ผู้ติดตาม: 0
เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 10:06 pm | 0 คอมเมนต์
ฝากสวัสดีปีใหม่ครับ
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0
เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 10:27 pm | 0 คอมเมนต์
“สนธิ” ที่คนยังไม่รู้จัก
โดย ผู้จัดการรายวัน 9 ธันวาคม 2548 11:09 น.
สนธิ ลิ้มทองกุล
สนธิ ลิ้มทองกุล เปิดใจ ความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แค่รู้จักกันในฐานะคนในวงการ ไม่ใช่เพื่อนสนิท ไม่เคยขอให้ช่วยอะไร ยอมรับว่าโง่ที่หลงไปเชียร์ในสมัยแรก บัดนี้ตาสว่างแล้วว่าไม่มีเสือตัวไหนที่ไม่กินเนื้อ เผยเบื้องหลังที่มาของทีวีผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และกรณีแบงก์กรุงไทย
มีคนเขามองว่าคุณสนธิออกมาครั้งนี้
เพราะไม่สมประโยชน์เรื่องเอเอสทีวี
เรื่องเอเอสทีวี ต้องเข้าใจก่อน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คือ พันตำรวจเอกรวมนคร ทับทิมธงไชย เขาเป็นเจ้าของบริษัท บีทีวี อาร์เอ็นที เขามากับผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ แล้วบอกว่า ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตอนนั้นคือคุณสุชาติ สุชาติเวชภูมิ ได้ให้สัมปทานทีวีผ่านดาวเทียม เขาก็บอกว่าจะมีทีวี 11/1-9 เขาได้สัมปทานมาแล้ว ระยะเวลาประมาณ 1 ปี เขาต้องการว่าจ้างผมให้มาทำข่าวให้เขาแบบเครือข่าย 24 ชม.
ผมคิดว่าวงการนี้ผมไม่เคยเข้า ก็เลยจะลองเข้าดู เขาบอกว่าผมไม่ต้องลงทุน ให้เอาคนมาแล้วก็เขามีเครื่องไม้เครื่องมือให้ แต่ผมว่าไม่ไหว ผมทำอะไร ผมไม่ต้องการยืมจมูกคนอื่นมาใช้ ผมบอกว่าถูกต้องตามกฎหมายไหม เขาบอกว่าถูกต้องตามกฎหมาย พี่ไม่ต้องห่วงอะไร เซ็นสัญญาระหว่างผมกับพี่ ส่วนผมกับกรมประชาสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องของผมกับกรมประชาสัมพันธ์ ก็ปรากฏว่าเขาเอาสัญญาของกรมประชาสัมพันธ์มาให้ดู อ้าวตายละ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เซ็นชื่อมา ผมก็เลยทำสัญญาต่อเป็นลูกช่วงเขา ทำข่าวให้เขา โดยเขาจ่ายรายเดือนให้ผม
ทำอยู่สักพักหนึ่งก็มีกติกาเข้ามาเยอะ ห้ามพูดเรื่องนี้ ให้ระวังเรื่องนั้น คือเหมือนเดิม ผมก็เลยอึดอัดใจ ผมก็บอกพันตำรวจเอกรวมนคร เอาอย่างนี้ ผมถอยดีกว่า คุณทำเอง ช่วงหลังทางรัฐบาลก็บีบเขาให้ตัดผม เป็นคนรับลูกช่วงทำข่าว ห้ามบอกว่าของ 11 นิวส์วัน เริ่มวิจารณ์รัฐบาลมากเกินไป พันตำรวจเอกรวมนครบอกว่าเขาจะใช้ช่องนี้มาทำข่าวเฉลิมพระเกียรติ อ้าว ...ก็เรื่องของคุณ ผมก็ถอยออกมา ผมลงทุนเครื่องมือแล้วเลยทำเป็นช่องนิวส์วันต่อ แล้วผมก็เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมกับต่างประเทศ แล้วก็ขายคอนเทนต์ให้กับเมืองนอก เขาก็ไปอัปลิงก์ที่เมืองนอก
ทำไมถึงเกิดเรื่อง
พวกนั้นเขาซี้ซั้วต่า พูดอะไรก็บอกขัดประโยชน์ ผมก็แค่รับจ้างเท่านั้นเอง แล้วเหมือนกับกรณีเหยียน ปิน ที่ว่าผมขอความช่วยเหลือจากเขาแล้วไม่ได้ ซึ่งผมยังไม่รู้จักเขาเลย ล่าสุดออกมาพูดว่าผมต้องการสมัคร ส.ว. ผมว่าเขาสติแตกไปแล้ว เขาพยายามหาความชอบธรรมที่เขาจะกล่าวหาผมได้เท่านั้นเอง
เรื่องแบงก์กรุงไทย ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับคุณวิโรจน์ นวลแข ที่แฮร์คัตหนี้ให้ และคุณสนธิใช้แบงก์กรุงไทยเป็นแหล่งเงิน
ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับแบงก์กรุงไทยทั้งสิ้น เพราะเป็นปัญหาของคุณวิโรจน์ กับคุณชายปรีดิยาธร (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล) เท่านั้นเอง ไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมจะไปยุ่งอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องโกหกที่หน้าด้านที่สุด
ความใกล้ชิดกับวิโรจน์มีจริง แต่คนที่เอาวิโรจน์เข้ามาคือ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพราะสมคิดเคยทำงานกับวิโรจน์มาก่อน สมคิดเป็นที่ปรึกษาภัทรธนกิจ ก็เป็นคนของวิโรจน์ วิโรจน์เป็นคนเก่ง
ข้อที่ 2 การกู้เงินแบงก์กรุงไทยมีหลักทรัพย์เป็นประกัน กู้โดยมีที่ดิน มีทุกอย่าง กู้แล้วบางส่วนก็คืนไปแล้ว มีทั้งหุ้นค้ำประกันแล้วก็ขายหุ้นทิ้ง ไม่ได้วิเศษอะไร ไม่ได้มีอะไรทั้งสิ้น
ข้อที่ 3 ส่วนที่คุณชายปรีดิยาธรลงโทษคุณวิโรจน์ ผมออกมาสู้ให้คุณวิโรจน์ในฐานะเพื่อน ผมไม่เคยเข้าพบนายกฯ ไม่เคยขอความช่วยเหลือ คุณต้องรู้ว่านายกฯเป็นคนอย่างไร ผมไม่เคยไปขออะไรเขานิดเดียว ผมไม่มีแฮร์คัต
ภาระหนี้สินที่มีกับกรุงไทยเท่าไร
มีอยู่ 100 กว่าล้านบาทในนามบริษัท เขาฟ้องอยู่ตอนนี้ เหตุผลเพราะอำนาจทางการเมืองทำให้เขาต้องฟ้อง เขาตักตวงกันหมด ทั้งที่เราชำระมาตลอด ทั้งดอกเบี้ย เขายกเลิกสัญญาโฆษณามา 2-3 เดือน ตั้งแต่ผมมีเรื่องกับเขา เมื่อก่อนก็ราบรื่นดี ภายหลังที่เราโดนตัดวงเงิน ผมก็แลกเช็คไปเรื่อยๆ ก็มีอินเวสเตอร์หลายคนเขาเห็น ก็อยากมาลงทุนกับผมด้วย
ยกตัวอย่างกรุงไทยมีลงโฆษณาลงกับเราถึงธันวาคม เดือนนี้เขาก็ถอดโฆษณา ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ก็ถอนหมด เรียกร้องค่าเสียหายได้ไหม ผมไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น
แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป อยู่ในแผนฟื้นฟู อยู่ใต้อำนาจศาล เจ้าหนี้กับลูกหนี้มาปรึกษากัน ยื่นเสนอต่อศาล เมื่อศาลอนุมัติเป็นอย่างใดก็เป็นอย่างนั้น นี่เป็นเรื่องแมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป ที่มีผู้ถือหุ้นอยู่เยอะแยะไปหมด
เรื่องของผมล้มละลายเมื่อ ปี 2542 ในยุคคุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์แกล้งผมล้มละลาย เพราะผมไปค้ำประกันเงินกู้บริษัท เอ็มกรุ๊ป 6 พันกว่าล้าน เจ้าหนี้หุ้นกู้ทั้งหลายก็มีธนาคารนครหลวงไทย กสิกรไทย ทหารไทย ธนาคารทั้งนั้น ซึ่งผมโดนธนาคารนครหลวงไทยตอนนั้นธารินทร์สั่งให้ฟ้องผม จากยอดหนี้หุ้นกู้เพียงร้อยกว่าล้าน จากพันกว่าล้านตรงนั้น ก่อนหน้านั้นผมกำลังเจรจากับธนาคารกสิกรไทย เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหมด ผมทำสัญญาจะจ่ายหนี้คืน กี่ปีๆ ก็ว่าไป ถึงขั้นตะบันน้ำกินอยู่ก็ยังต้องใช้คืนหนี้
ตอนนั้นหนังสือพิมพ์ผมวิจารณ์ธารินทร์มากในเรื่อง ปรส. โกรธผมไม่มีดี เอาตรงนี้มาบีบผม มาฟ้องให้ผมคลานเข้าไปหาเขา ให้นครหลวงไทยมาบีบ ตอนนั้นคนบริหารก็คือสมโภชน์ จันทรานุกูล คนของคุณธารินทร์ ก็เหมือนเคสเดียวกับนายกฯ ฟ้องผม ผมก็ไม่ยอม ไปสู้คดีในศาล ศาลเห็นผมไม่มีเงินจริงก็ให้ผมล้มละลาย ผมไม่มีหนี้แล้ว แล้วคุณมาแฮร์คัตอะไรหนี้ผม ฟังลอจิกตรงนี้ดีๆ นะ ผมล้มละลายไปแล้วผมมีหนี้อะไร เจ้าหนี้ทุกคนต้องไปรุมทึ้งกับกรมบังคับคดี ผมออกมาแล้วผมไม่มีหนี้
ผมไม่มีหนี้ส่วนตัว เป็นของบริษัททั้งหมด อยู่ในแผนการปรับโครงสร้างหนี้ มูลหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้คือ 2 พันล้าน แล้วเขาก็ลดหนี้และแปลงหนี้เป็นทุน และกรุงไทยเป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ ซึ่งยอดหนี้ที่มีอยู่ในกรุงไทยน้อยมาก
หุ้นแมเนเจอร์ฯ จะเข้าตลาดได้ไหม
เราอยู่ในแผนฟื้นฟู เดินตามแผนทุกอย่าง สามารถชำระดอกเบี้ย ออกจากรีแฮบโกประมาณปีหน้า และไม่รู้ว่าจะออกได้หรือเปล่า มีคำสั่งลึกลับ ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด แต่มีการเมืองเข้ามาแทรก คุณสมบัติเราถึงจุดหนึ่งคงหลุดได้แน่นอน แต่ถ้าการเมือง ยังเป็นแบบนี้ผมขอถอนดีกว่า แล้วผมก็จะหาพรรคพวกส่วนตัว ที่เชื่อมั่นในตัวผมมาลงทุน ผมขี้เกียจที่จะให้ใครมาเทกโอเวอร์ผม หากการเมืองยังเกเร ยังใช้ระบบอันธพาล แนวโน้มเป็นอย่างนั้นสูง มันเป็นอยู่แล้ว ถ้าการเมืองเป็นแบบนี้ก็เพิกถอนไป
ตอนนี้ก็มีคนมาเสนอเต็มไปหมด คนดีๆ ทั้งนั้น ไม่ได้มาแบบซ่อนรูปซ่อนร่างแบบไพบูลย์ (ดำรงชัยธรรม) มีเจ้าของกิจการที่มีอยู่ 5 ล้าน 10 ล้าน ที่มีอยู่ 40-50 คน พร้อมจะใส่เข้ามาทันที เขาชอบในความกล้าหาญของผม เขาบอกว่าเมืองไทยต้องมีสื่อแบบนี้
เราไม่ต้องการให้ใครมาครอบงำ จุดยืนของผมอยู่ตรงนี้ และผมก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนจากตรงนี้ไป
คุณสนธิเคยสนิทกับคุณทักษิณ
คนเข้าใจผิดว่าผมสนิทกับทักษิณ ถ้าคุณสนิทกับใครสักคน ต้องรู้จักสามีภรรยาของเขา ไปไหนด้วยกัน รู้ว่าลูกกี่ขวบ ผมกับทักษิณรู้จักกันในฐานะคนรู้จักกันเฉยๆ คนเข้าใจผิดกันหมดเลย ผมไม่เคยกินข้าวกับคุณทักษิณเป็นการส่วนตัว นอกจากตอนที่เขาเป็นนายกฯ ใหม่ๆ ไปกินที่บ้านพิษณุโลก 1-2 ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือว่าที่เขาทำแบบนี้ถูกไม่ถูกเท่านั้นเอง บ้านเขาผมไม่เคยไป ที่ทำงานเขาผมไม่เคยไป ลูกเขาผมยังไม่รู้จัก
ตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร เป็นเรื่องคล้ายๆ ถ้าผมทำอย่างนั้นดีไหม เขาเป็นคนชอบโยนหินถามทาง ทำนองว่าถ้าคนนี้เข้ามากินตำแหน่งนี้คุณว่าอย่างไร อะไรทำนองนี้ 1.ลูกเขาแต่ละคนผมไม่เคยเจอ 2.ไม่เคยกินข้าวเย็นกับเขา 4-5 ปี ไม่มีอะไรซึ่งกันและกันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่รู้จักกันในวงการ
ผมเจอคุณทักษิณตอนนั้นที่ รร.ปริ๊นเซส ผมก็ถามว่าคุณทักษิณผมเอาเงินไปให้คุณเฉลิม คุณจะช่วยออกบ้างไหม เพราะผมเห็นว่าเขาเคยไปวิ่งเต้นเรื่องดาวเทียม เรื่องไอบีซี กับเฉลิม และก็กำลังวิ่งเต้นเรื่องดาวเทียมกับพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ประธาน รสช. คุณทักษิณตอบหน้าตาเฉยว่า “ให้มันทำไม มันหักหลังผม ผมให้มันมามากแล้ว”
เขามองว่าถูกคุณเฉลิมหักหลังเรื่องให้ไอบีซีเขา แล้วทะลึ่งไปให้ไทยสกาย กับ คีรี กาญจนพาสน์ ไม่ได้ผูกขาดเจ็บใจตรงนี้
เบื้องหลังไทยสกาย เฉลิมมาเล่าให้ฟังว่า พลเอกชาติชายเรียกเขาไปพบ แล้วบอกเสี่ยเม้ง (มงคล กาญจนพาสน์) พ่อของคีรี เคยเป็นลูกน้องพ่ออั๊ว เขามาของานชิ้นหนึ่งที่ อสมท ให้เขาหน่อย เฉลิมเลยให้ไทยสกายไป
ผมไปซื้อบริษัทไออีซี จากปูนซิเมนต์ไทย ผมซื้อมาในราคาทุน และปั้นบริษัทนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ผมเห็นว่าเขาน่าที่จะเป็นพาร์ตเนอร์ผมได้ ก็เรียกเขามาให้ซื้อหุ้นบางส่วนไป ในราคาพาร์ 10 บาท ตอนนั้นอันเดอร์ไรต์ 250 บาท แต่มาภายหลังเขาก็ไม่ได้เข้ามาจอยด้วย เขาเข้ามาเป็นกรรมการอยู่พักหนึ่งแล้วก็ออกไป เพราะเขาขยายงานเอไอเอส แล้วเขาก็ขายหุ้นไออีซีทิ้งไป ได้กำไร 400 กว่าล้าน แล้วผมเคยไปเอาอะไรจากเขา..
ข่าวออกมาทำนองว่าคุณสนธิไปขอความช่วยเหลือ
ผมไปขออะไรเขา เท่าที่ฟังเขาก็ไม่ใช่เพื่อนที่ดี ในตอนแรก ต้องจับประเด็นให้ถูก ก่อนการเลือกตั้งครั้งแรก ตอนปี 2544 ผมกับเขาไม่คบหาสมาคมกัน อาจารย์สมคิดพยายามให้ผมกับทักษิณคืนดีกัน ผมไม่ชอบวิธีการพูดจาของเขา วิธีการที่เขาโอ้อวด และการที่เขาเคยเป็นรองนายกฯ สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ แล้วเขาก็โม้ไปต่างๆ ผมก็ไม่สน ทางใครทางมัน
ทีนี้คุณต้องจำไว้อย่างหนึ่ง ตอนที่เขากำลังจะเข้ามาต่อสู้ทางการเมือง เผอิญผมสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็เลยต้องกลายเป็นแนวร่วมไปโดยปริยาย แม้แต่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยังยอมรับเลยว่าที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งคราวนั้น 50% มาจากฝีมือผม เขาก็มองว่าผมเป็นแนวร่วม
ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เขาอุตส่าห์ประสานงานมาขอพบผม ผมก็คิดว่าไม่เห็นเสียหายอะไร ก็เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวบ้านผม 7 วันก่อนเลือกตั้ง ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ นั่งอยู่ศาลาหน้าบ้าน ไม่มีสิทธิ์เข้ามานั่งกินด้วยหรอก
เขาบอกว่าเรื่องราวต่างๆ ในอดีต หวังว่าผมเข้าใจเขา คนอื่นไปพูดหาว่าเราผิดใจกัน เขาบอกว่ามาเล่นการเมืองแน่นอน เขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เขาไม่ต้องการอะไรแล้ว เขาจะเสียสละทั้งหมดเพื่อชาติบ้านเมือง เขาบอกเขาเบื่อแล้ว ผมก็หลงโง่ไปเชื่อเขา ผมว่าก็ดีนะ ผมดันทะลึ่งเอามาตรฐานผมไปวัด เพราะมาตรฐานผมกับเขามันคนละเรื่องเลย ผมบอกว่าโอเคงั้นผมสนับสนุนคุณ ด้วยเหตุนี้เมื่อเข้าไปปีแรกเขาโดนเรื่องซุกหุ้น ความที่ผมสงสารเขา ผมเห็นใจ เขา คิดว่าเจตนาเขาดี ก็บอกว่าช่างมันเถอะ ยกเว้นเรื่องพวกนี้ไป ให้โอกาสเขาทำงานบ้าง ก็เห็นว่าผมแบ็กเขาตลอดในปีแรก เพียงเพื่อให้เขาพ้นคดี
เขาเริ่มทำงานจริงปี 45 ปีนั้นเป็นปีที่เขาจัดทัพ ย้ายคนโน้นย้ายคนนี้ ย้ายเกริกไกร จีระแพทย์ ย้ายคนทำงานที่ไม่สนองเขา เขาย้ายหมด ผมก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าเมื่อเป็นผู้บริหารแล้วลูกน้องไม่ทำตามก็มีสิทธิ์ย้ายได้ ผมก็ยังซัปพอร์ตเขาอยู่
พอเริ่มเข้าปีที่ 3 ปี 2546 ผมเริ่มเข้าไปทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
มันมีที่มาที่ไป แต่ก่อนเป็นเมืองไทยรายวัน คนทำคือลูกน้องของไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ ชื่อชิน อัมพรรัตน์ เคยอยู่ช่อง 7 ไพโรจน์สนิทกับสุรเกียรติ์ เสถียรไทย และสนิทกับสรจักร เกษมสุวรรณ ผอ.ช่อง 9 ตอนนั้น ก็เลยไปขอเวลาช่อง 9 มา เผอิญจังหวะนั้นทักษิณต้องการกำจัดคนอย่างเช่น เจิมศักดิ์ เอย สุทธิชัย เอย ออกไป ก็เลยไปบี้ให้ชินตั้งบริษัทชื่อไลฟ์ไทยแลนด์
ทีนี้ ไพโรจน์ไม่มีที่ทำงานก็มาเช่าอยู่ตึกข้างหน้านี้ ผมก็ให้เช่า ทีนี้ตอนทำสัญญาต้องมีคนค้ำประกัน ปรากฏว่าไพโรจน์ขอให้ผมเซ็นสัญญาค้ำประกันสัญญาเมืองไทยรายวัน ปรากฏว่าทำไปแล้ว 1 ค่าเช่าก็ไม่จ่าย 2 ค่าเวลาก็เบี้ยวเขา
ตอนสรจักรอยู่ไม่กล้าทวง แต่พอมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มาก็มาทวง ก็มาถึงผม ผมก็บอกว่าผมจ่ายคืนให้ มิ่งขวัญก็ตัดเมืองไทยรายวันทิ้ง จากทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่มครึ่ง ก็ปรับเป็นจันทร์-พฤหัสฯ เลื่อนไปตี 5 ครึ่งตอนเช้า ส่วนวันศุกร์ให้เวลา 3-4 ทุ่ม
พอทำอย่างนี้ ชินบอกว่าพี่ต้องจ่ายเงินค่าค้ำประกันเกือบ 20 ล้านบาทให้ อสมท ผมบอกว่าพี่ขอเวลาคืนได้ไหม เขาก็เลยยกทีมออกหมดเลย ผมตอนนั้น เหลือเวลา 2 อาทิตย์ จะต้องมารับผิดชอบวันศุกร์นี้ ตอนเช้าก็เอาพระเอาเจ้าไปว่ากัน ก็หาใครไม่ได้ ผมยังติดต่อหมวย (อริสรา กำธรเจริญ) มาเป็นพิธีกร ให้ไหม หมวยก็ไม่ยอม เหตุผลเพราะสปิริตที่เคยอยู่ชิน ผมก็เลยก็เรียกสโรชา พรอุดมศักดิ์ มา ก็เริ่มทำตั้งแต่นั้น
ตอนปี 46 ผมก็ยังซัปพอร์ตเขาอยู่ ผมพยายามหาความชอบธรรมในการอธิบายความให้ประชาชนเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นเขาทำไปเพราะอะไร ทำไมถึงทำเช่นนั้น และพยายามบอกเขาว่าสิ่งที่เขาทำไปเพราะเขาไม่รู้ มันเกิดเหตุเพราะลูกน้องเขาเฮงซวย ทีนี้พอพ้นปี 46 เริ่ม 47 ผมเริ่มกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะว่ามโนธรรมของผมมันบอกผมว่าสิ่งที่ผมทำนั่น ผมทำไม่ถูก
ขึ้นปี 47 ประมาณ ไตรมาสที่ 2 ผมไม่อยากไปวันศุกร์ ผมก็บอกว่าจะอ้วกให้ได้ จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจ ผมบอกรุ่งมณี เมฆโสภณ ให้ไปบอกมิ่งขวัญว่า เมื่อไรที่อยากให้เลิกทำมากระซิบ บอกให้หยุดเลยดีกว่า แล้วผมก็เริ่มวิจารณ์เขามากขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 47 ผมจำได้แม่นเลย เริ่มวิจารณ์ว่าเขาทำอย่างนี้ไม่ถูก เริ่มที่จะเอาเขามาวิจารณ์หลายๆ เรื่องที่ผ่านมา
จนเข้าปี 48 ก็แรงขึ้นๆ จนกระทั่งเมืองไทยรายสัปดาห์ เป็นรายการทอล์ก อะราวนด์ ทาวน์ ของปี 48 ทุกคนพูดถึงผม ว่าเป็นคนเดียวที่กล้าพูด ผมบอกผมตัดใจละ ถ้าให้ผมหยุดผมก็หยุด แต่ก่อนผมหยุด ขอเป็นมนุษย์สักครั้งหนึ่ง ขอเป็นสื่อมวลชนที่สมบูรณ์แบบสักครั้งหนึ่ง แต่ผมหวังว่าที่ผมหยุดนั้นให้มิ่งขวัญโทร.มาหาผม หรือชวนผมกินข้าว บอกพี่ รัฐบาลเขาไม่พอใจ พี่หยุดได้ไหม ผมก็จะหยุดเงียบๆ แต่ไม่ใช่
มันมาแตกเอาวันที่ 9 กันยายน ผมพูดเรื่องสมเด็จพระสังฆราช ผมพูดเรื่องการทำพิธีในวัดพระแก้ว ตรงนั้นเบรกแตก เขาจะไปอเมริกาพอดี เขาโกรธมาก เขาโทร.สั่งมิ่งขวัญ และผดุงให้จัดการให้เรียบร้อย หาวิธีใดวิธีหนึ่งถอดรายการไปเลย
มิ่งขวัญ ธงทอง เรวัติ ก็เลยไปดึงประเด็นที่ว่าผมดึงเบื้องสูงขึ้นมาพูด มาถอดรายการผม แทนที่จะกระซิบบอกผมว่าพอละพี่ ผมจะออกไปเลย มาใช้วิธีนี้ เมื่อมาออกทีวีด่าผม ผมก็ต้องโต้กลับว่าการที่คุณพูดนี่ผิด ผมไม่ได้ดึงเบื้องสูงขึ้นมาสักนิดเดียว และก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์คนเดียวเพราะนี่คือรายการวิเคราะห์ข่าว ไม่ใช่รายการสรยุทธ ถ้ารายการสรยุทธถึงลูกถึงคนน่ะ สรยุทธเป็นพิธีกร เอาคนมาซัก แต่นี่คือเอาข่าวชิ้นหนึ่งมาวิเคราะห์ เมื่อวิเคราะห์ก็ต้องพูดคนเดียวสิ นี่เขาเรียก news analysis ผมก็ต้องฟ้องกลับ 2 ข้อหา
ทีนี้พอผมฟ้องเสร็จ พอทักษิณกลับมา เบรกยังไม่หายแตก ให้ธนา เบญจาทิกุล ฟ้องผม เปลี่ยนจากรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ฟ้องผม แต่ไม่ฟ้อง สื่อ คือ อสมท และก็ฟ้องหนังสือพิมพ์ผู้จัดการที่ตีพิมพ์คำสอนของหลวงตามหาบัว ที่เทศน์ว่าทักษิณเลวกว่าเทวทัต ฟ้องหนังสือพิมพ์แต่ไม่ฟ้องหลวงตา
สมัยก่อนผมเชียร์เขา ผมโง่ไปแล้วผมหลงผิดไป แต่ผมไม่ผิด เพราะผม เคยเชียร์ใครแล้วต้องเชียร์ไปตลอดชีวิตหรือ ถ้าคนหนึ่ง เป็นเพื่อนที่ผมรักมาก แล้วมาทำลายชาติ ทำลายแผ่นดิน ผมก็ไม่รักได้ เพื่อนส่วนเพื่อน ส่วนรวมคือส่วนรวม พวกนี้พูดจริงคือผมเชียร์เขา แต่ที่ไม่จริงคือผมเห็นว่าเขาทำไม่ถูกต้อง ผมเลยต้องเดินหน้าเข้ามาและวิพากษ์วิจารณ์เขา
คุณสนธิมี agenda ที่จะล้มเขา เพื่อเปลี่ยนนายกฯให้ได้
เปลี่ยนเพื่ออะไร เปลี่ยนแล้วได้อะไร เพื่อมีคนใกล้ชิด อำนาจคนใหม่ ผมไม่ได้สนิทกับใคร พลเอกสุรยุทธ ์ผมก็ไม่เคยเจอ พลเอกสนธิผมก็ไม่รู้จัก
เขาพูดกันว่าป๋าเปรม
พูดตรงๆ เลยนะ ผมไม่เคยเจอป๋าเปรม สิ่งที่ผมทำ เผอิญโดนใจคน เอางี้ดีกว่า ผมสรุปอย่างไรดี มีคนไม่พอใจการกระทำของนายกฯ คนนี้ และครอบครัวพวกเขามาก แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นสู้ มีบ้างที่ลุกขึ้นสู้ แต่โดนกดดันเล็กๆ น้อยๆ ก็หนีหมด ไม่ว่าจะเป็นธีรยุทธ บุญมี ไม่ว่าจะเป็น อ.เจิมศักดิ์ หรือใครก็ตาม เผอิญผมลุกขึ้นสู้แล้วผมไม่กลัว เพราะผมรู้ว่าที่ผมลุกขึ้นสู้นั้น สงครามมันจะยาวนานและผมต้องบาดเจ็บแน่นอน ผมต้องทน
พอผมทนนะ เขาใส่ผมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเอาสรรพากรมาตรวจสอบบริษัทย้อนหลัง ทุกบริษัทเช็กหมด แม้กระทั่งผมใช้บริการบริษัทคอลเซ็นเตอร์ ชื่อบริษัท มายคอล เขายังให้สำนักทนายความคนหนึ่งแกล้งบอกว่าจะไปซื้อบริษัท มายคอล โทร.ไปหาเจ้าของฝรั่งที่ชื่อ เดลด้า ฝรั่งนี่ก็ถามว่าคุณสนธิรู้จักสำนักทนายความคนนี้ไหม มันจะมาซื้อมายคอล
ผมก็บอกว่าผมไม่รู้จัก ลองถามเขาดูสิ ปรากฏว่าคำถามแรกที่มันถามคือ คุณสนธิมาถือหุ้นในบริษัทนี้หรือเปล่า เดลด้าบอกคุณสนธิไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทนี้เลย คุณสนธิเป็นแค่ลูกค้า เพราะว่าผู้บริหารแผนเขาให้ มายคอลเป็นคนแฮนเดิลเรื่องการขายสมาชิกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ แล้วเวลาเราขายจาน astv เราก็ให้มายคอลเป็นคนรับโทรศัพท์ เราจ่ายค่าคอมมิชชันเขา เพียงแค่นี้ เพราะว่าเรามีชื่ออยู่มันส่งคนเช็กหมด ทีนี้พอผมกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ ของพวกนี้มันโดนใจคน
พอโดนใจ คนก็เฮ้ย สนธินี่มันเป็นสมบัติของฉันแล้ว ต้องประคองมัน อย่าให้มันล้ม ต้องช่วยมันต้องให้กำลังใจมัน ยิ่งมีการตบเท้าออกมา “ทหารมาขู่ผม ทหารรุ่นเดียวกับเขามาขู่ ทหารรุ่นพี่ชายเขา ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เรืองโรจน์ มาขู่ ใช้วิชามาร คนก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ถ้าสนธิเป็นอะไรไปเราไม่มีตัวแทน นี่คือ ที่มาของคนเยอะๆ เขายังไม่เก็ตตรงนี้ ไม่ยอมรับความจริง
มีตัวนกต่อ ที่อยู่เบื้องหลัง
ถ้าผมจะนำม็อบน่ะ ผมทำไปนานแล้ว แต่ผมปฏิเสธอยู่ตลอดเวลา ผมมีจุดยืนของผม ผมไม่ยอมให้ใครมาใช้ผมเป็นเครื่องมือ วันที่วางดอกไม้ให้ ร.6 เป็นวันที่พวกทักษิณยอมรับว่าผมนำม็อบได้ เพราะทุกคนเชื่อผมหมด 8 หมื่นคน แต่ผมไม่ทำ ผมแค่วางที่พระบรมรูปเท่านั้นแล้วผมก็กลับ
ผมยังเชื่อในจุดยืนของสื่อมวลชนอยู่เหมือนเดิมว่า ผมให้ความรู้คน ให้ปัญญาคน แล้วผมหวังว่า การที่ผมให้ตรงนี้ จะกระจายออกไปเยอะๆ แล้วที่สำคัญจะทำให้สื่อมวลชนอีกเยอะ ปฏิเสธไม่ได้
เหตุผลหนึ่งที่สื่อมวลชนช่วงหลังไม่กล้าปฏิเสธผม เพราะจำนวนคนที่มาเท่านั้นเอง เป็นเพียงแต่ว่าความเข้มแข็งในการเสนอข่าวยังน้อย บางคนก็ว่ามันมีโครงสร้างทางอำนาจมาเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการเป็นเจ้าของอยู่ ก็อาจจะมีข้อยกเว้นบางฉบับ
อย่างเช่นกรุงเทพธุรกิจ เป็นข้อยกเว้น เนชั่นก็คล้ายๆ ว่าตีพิมพ์ทั้ง 2 ฝ่าย เอาทั้งทักษิณ และผม มติชนนี่แล้วแต่อารมณ์คน อย่างหน้า 3 พี่เถียร วันไหน เขียนชมก็ชม เขียนด่าก็ด่า เอาอย่างง่ายๆ ผมเป็นสินค้าที่หนังสือพิมพ์บางฉบับขายได้ เท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนะ ผมยังเหมือนเดิมทุกอย่าง และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อีก 2-3 ปีก็ได้ ถ้าผมไปรับตำแหน่งอะไร คุณเจอหน้าผมที่ไหน คุณถอดรองเท้าแล้วเอาตบหน้าผมได้เลย
ประชาชนคนไหนเห็นผมไปรับตำแหน่งอะไรกับรัฐบาลชุดใหม่ เจอหน้าผม ผมให้ถุยน้ำลายใส่หน้าผมได้เลย
คำว่า เกี้ยะเซี้ยะ นี่ เกี้ยะเซี้ยะ เรื่องอะไร จุดยืนผมอยู่เท่าเดิม ผมมีหน้าที่ตั้งคำถาม ถามคน แล้วไม่ใช่เฉพาะทักษิณนะ ผมจะเป็นตัวแทนของประชาชนวันนี้และวันข้างหน้าตลอดไปว่า อะไร ที่มีความไม่โปร่งใส ผมต้องถามเขา ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทักษิณ ชินวัตร อาจจะ เป็นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือใครก็ได้ และผมจะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างซื่อตรงที่สุด
เคยคาดคิดไหมว่า เราออกไปสู้อย่างนี้
แล้วจะเกิดปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น
ผมไม่เคยคิดว่ามันจะเกิด ผมเพียงแต่รู้สึกอึดอัดใจ นักข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนิตยสารนิวสวีกส์ ชื่อ โจคอป คอลินซ์ มาสัมภาษณ์ผม เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และจบลงด้วยคำถามสั้นๆว่า คุณสนธิ - Can you tell me very brief why did you do it? ผมก็บอกว่า How brief do you want? เขาก็บอกว่า very brief ผมก็บอกว่า I'm press.
ผมเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ผมพูดกับเด็กรุ่นหลังตลอดเวลา พวกนักข่าว ว่าผมสู้ให้พวกคุณทั้งนั้น เมื่อวันหนึ่งที่คุณทำงานได้อย่างสะดวกสบาย มีสิทธิ เสรีภาพ เสี้ยวหนึ่งของความคิด คุณคิดถึงผมก่อนแล้วกัน ไม่ต้องมาเป็นหนี้บุญคุณผม ผมไม่ต้องการ
คนชอบไปคิดไปเลยเถิด ชอบไปตีสมการ คิดอย่างโน้นอย่างนี้ จิ๊กซอว์ไม่มี ไม่มีจริงๆ อย่าไปอ่านสนธิให้ลึกซึ้งมากเกินไป มีอยู่แค่นี้เอง
นอกจากถูกบีบเรื่องธุรกิจแล้วเรื่องโฆษณาละ
เผอิญเราโชคดีอย่าง ภาคเอกชนสนับสนุนเราเยอะ เรื่องภาครัฐมันแน่นอน อยู่แล้ว บีบอยู่แล้ว
เขาสามารถบีบไม่ให้ภาคเอกชนมาลงโฆษณาได้ไหม
ผมว่าถ้าเขาทำอย่างนั้นก็เกินไป เฉพาะส่วนที่เขาเกี่ยวข้อง เดี๋ยวนี้ทักษิณ ใช้หลักจิตวิทยาพูดกับคน ยิ่งปิดกั้นวีซีดี ยิ่งหายาก คนหาเยอะมาก ทำให้เมืองไทยรายสัปดาห์รู้จักกันทั่วโลก ตอนนี้เป็นเรื่องทั่วโลกไปแล้ว IHT ลงหน้า 1 Asia Time Online ก็ขึ้น CNN ออกไปแล้วครั้งหนึ่ง
ทันทีที่เขาฟ้องผู้จัดการ เขารู้สึกพ่ายแพ้ไปแล้ว
เหมือนเอาไม้หน้าสามมาตีผม แล้วบอกว่าผมไม่ตีคุณแล้วน่ะ คุณช่วยยกมือไหว้ผมหน่อย มันบ้า ผมอยู่ของผมเฉยๆ แล้วมาฟ้องผมเพื่อปิดปากผม แล้วผมไม่กลัว แล้วที่คุณถอนเพราะคุณต้องจำใจถอน นายกฯถอยก้าวคุณสนธิไม่ถอยหรือ มันบ้า ยังไงผมก็ไม่เปลี่ยน ความจริงในอดีตคนจะสู้ก็มี สุทธิชัย หยุ่น แต่เมื่อสู้แล้วถูกเขาบีบมาก็เริ่มถอย เผอิญผมสู้แล้วไม่ถอย จริงๆ บทบาท นี้มีคนทำได้เยอะ หากเขากล้าที่จะทำ ผมอาจไม่เห็นด้วยที่คนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ ผม แต่ผมจะสู้จนตายเพื่อปกป้องสิทธิที่คุณไม่เห็นด้วยกับผม สิ่งที่ผมทำผมไม่อยากเป็นวีรบุรุษ ผมช้ำใจถึงทุกวันนี้ ที่ไม่สามารถเป็นตัวของผมเองได้อีกต่อไปอนาคต คนคาดหวังกับตัวผมมาก ชีวิตผมเปลี่ยนไปหมดแล้ว ผมกลุ้มใจจริงๆ ผมมีชีวิตที่ธรรมดาที่สุด
แต่ผลมันมีน่ะ คนที่ทำงานบริษัทเอไอเอสรู้เลย คนคืนโทรศัพท์เอไอเอส เยอะมาก และไม่ได้คืนเปล่า คืนด้วยด่าด้วย ดีแทคส้มหล่น ยังไงก็ฝากเอาไว้ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดอะไรบ้างอย่างก็ต้องต่อสู้ ผมยังเสียดายเลย ทักษิณพูดได้ยังไงวันที่ด่านักข่าว ถ้าผมเป็นนักข่าวหรือเป็นเด็กผม ผมจะตบกะโหลก ทำไม ท่านนายกฯต้องพูดจาหยาบคาบอย่างนี้ ผมเพียงแต่ทำหน้าที่ผม นี่ไงเราไปยอมเขาได้อย่างไร มันเป็นสิทธิในการทำหน้าที่ตามบทบาท
หลังจากนี้ไปเขาจะปรับท่าทีหรือฟังความคิดเห็นเราอย่างไร
เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณคิดว่าเสือน่ะ มันจะมีเสือมังสวิรัติหรือเปล่า?
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0
เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 11:43 pm | 0 คอมเมนต์
"ป๋าเปรม" เตือนสติคนดีที่สมบูรณ์
ต้องคุมคนรอบข้างอย่าให้โกงกินด้วย!
“ป๋าเปรม” ออกโรงอบรมเรื่องความดี ชี้ซื่อสัตย์คนเดียวไม่ได้ ต้องให้คนรอบตัวซื่อสัตย์ด้วย ไม่เช่นนั้นก็เป็นคนดีไม่จริง สอนอย่ายกย่องคนรวยเพราะโกง “สุเมธ ตันติเวชกุล” ซ้ำไม่เชื่อคนรวยแล้วไม่อยากได้อีก ด้าน “ประทิน” แย้ม ปราบคอร์รัปชันต้องอาศัยสื่อเท่านั้น แต่หวั่นใจกลัวถูกนายทุนฮุบ ขณะที่ “สุชน” ปิดปากเงียบคืนเก้าอี้ให้ “จารุวรรณ” อ้างให้ผ่านเวลาอันเป็นมงคลไปก่อนแล้วจะไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกที ด้าน “คุณหญิง” ปลื้มพระราชดำรัส “ในหลวง” ลั่นยังเป็นผู้ว่าการ สตง.อยู่ “มีชัย”แนะแก้รัฐธรรมนูญต้องคิดให้รอบคอบไม่เช่นนั้นก็เข้าอีหรอบเดิม “แม้ว” เรียกแกนนำหม่ำข้าวพร้อมเคลียร์ข่าวพรรคร้าว สั่งให้ไปกำชับเด็กในกลุ่มอย่าซ่า ด้าน “เสธ.หนั่น” แจ้นแก้ข่าวแปรพักตร์เข้าไทยรักไทย อ้างไปวันเกิดนักข่าวแล้วเจอนายกฯโดยไม่ได้นัดหมาย
# "ป๋าเปรม"ออกโรงอบรมความดี
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน สร้างถิ่นไทยใสสะอาด" ตอนหนึ่งว่า การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ต้องปฏิบัติพร้อมกันทั้งกายและใจ ต้องทำให้รู้ว่าแผ่นดินมีบุญคุณอย่างไร ต้องอบรมสั่งสอนให้มีจิตสำนึก เช่น ต้องมีความสะอาดในการบริหารชาติ บ้านเมือง ต้องซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรมและจริยธรรม
ประธานองคมนตรีกล่าวต่อว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปอย่างไร วิชาการจะสูง ส่งเพียงใด คนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยประเทศไทยให้ใสสะอาด เราต้องสร้างคนดีให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้มากที่สุด แม้จะทำไม่ได้ทุกคนแต่ต้องพยายาม ที่สำคัญต้องมีจิตวิญญาณ คนที่มีจิตวิญญาณไม่ค่อยมีในบ้านเมือง ต่อไปเราต้องยกย่องคนดี จะเรื่องเล็ก ๆ หรือเรื่องใหญ่โต ถ้าเขาเป็นคนดีเราต้องยกย่องและเผยแพร่ เพื่อเขาจะได้ภาคภูมิใจและมีกำลังใจในการทำงานรักษาความดีให้ดำรงอยู่
# แนะให้ดูแลคนใกล้ตัว
"การทำความดีเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ความอดทนเพียรพยายาม แต่สิ่งที่ยากกว่าการทำความดีคือการรักษาความดีให้ดำรงอยู่ มีไม่น้อยที่ดีอยู่พักเดียวแล้วก็ไม่ดี ภาษาชาวบ้านเรียกว่าดีแตก คนดีจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และจงรักภักดีต่อตนเอง ต่อครอบครัว สังคมและชาติบ้านเมือง ต้องรู้จักคำว่าตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน คนดีที่ซื่อสัตย์สุจริตจะต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งว่า ความซื่อสัตย์อยู่ในตัวของเราแค่นั้นไม่ดี แต่จะต้องดูแลคนรอบข้างให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ไม่อย่างนั้นคนนั้นเป็นคนดีที่ไม่สมบูรณ์ไม่ดีจริง" ประธานองคมนตรีกล่าว
อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนคนไม่ดีต้องตีแผ่ให้รู้ว่าไม่ดี ต้องประณามไม่คบหาสมาคม คนที่ร่ำรวยมามีทรัพย์สินเงินทองมาโดยมิ ชอบ จะต้องไม่เคารพยกย่อง เพราะเงินไม่ใช่เครื่องชี้วัดของความดี จึงต้องกีดกันคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีพระบรมราโชวาทไว้เมื่อ เดือนธันวาคม เมื่อ 36 ปีมาแล้ว ตนเชื่อว่ากรรมมีจริง ผลจากการทำความดีความชั่วจะปรากฏให้เห็นไม่ช้าก็เร็ว
# สกัดคนเลวไม่ให้มีบทบาท
"นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมีพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่แปลไม่เหมือนกัน ไม่ทราบจะไปทูลถามว่าใครแปลถูกใครแปลผิด พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งบริสุทธิ์ประเสริฐ เป็นมงคลแก่ชีวิต ขอให้นำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่แผ่นดินและบอกต่อกันไปว่าการดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท จะนำความสุขความร่มเย็นมาสู่บ้านเมืองอันเป็นที่รักของเราแน่นอน" พล.อ. เปรมกล่าว (อ่านรายละเอียดหน้า 3)
ด้านนายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด บรรยายพิเศษเรื่อง "คิดดีทำดี รวมพลังใจไทยใสสะอาด" ตอนหนึ่งว่า มูลนิธิฯได้รับเรื่องร้องเรียนทุกวันเรื่องการทุจริต แต่ตนไม่มีอำนาจ อีกทั้งมีองค์กรที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ตนเห็นด้วยกับ พล.อ.เปรมที่กล่าวว่า ถ้าคนดีสามารถสกัดกั้นไม่ให้คนเลวมีบทบาทในทุกระดับได้ การทำผิดก็จะไม่เกิดขึ้นบ้านเมืองก็จะดีขึ้น
# ไม่เชื่อคนรวยแล้วพอ
"สิ่งสำคัญที่ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น เกิดจากกิเลสทำให้อยากมีอยากได้ไม่รู้จบ มีแล้วก็อยากมีอีก ตายไปก็ไม่เห็นแบกอะไรไปได้ซักอย่างเดียว นอกจากเอาไปไม่ได้แล้วยังถูกเผาเป็นจุณอีก ยิ่งมีทรัพย์ศฤงคารมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นเครื่องก่อเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน แม้กระทั่งคนในครอบครัวลูกบางคนฆ่าพ่อแม่ด้วยซ้ำไป" ดร.สุเมธกล่าวและว่า ตนรู้สึกประหลาดใจว่า เมื่อเศรษฐกิจโตเต็มที่แล้วก็จะแตกเป็นระยะ ๆ แต่เมื่อมาถามตัวเองก็พบว่า เราไม่ได้พัฒนาด้วยปัญญา แต่ใช้กระแสความโลภเป็นตัวนำทุกคนสนใจแต่จะนำรายได้เข้าประเทศอย่างไร แต่ไม่สนใจว่ารวยแล้วจะทำอะไรต่อไปถือเป็นความรวยที่ไม่ยั่งยืน ตนอยากให้สื่อแปลความหมายให้ดี ที่พูดมานี้ไม่ต้องการโจมตีใคร
นายสุเมธกล่าวต่ออีกว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราผชดำรัสว่า จะทำอะไรให้นึกถึงหลักภูมิสังคม เพราะแต่ละสังคมไม่เหมือนกัน คนภาคเหนือก็จะไม่เหมือนคนภาคอีสานและคนใต้ ฉะนั้นการปฏิบัติกับคนแต่ละท้องที่ต้องให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมประเพณีแต่ละท้องถิ่น เหตุการณ์เดียวกันอาจจะตัดสินใจไม่เหมือนกัน ฉะนั้นต้องระมัดระวังอย่างมาก ต้องใช้เหตุใช้ผล ที่น่าเศร้าที่สุดคือเราเป็นเกษตรกรรมดี ๆ ไม่เอา จะเปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมทั้งที่ฐานเราไม่มีเงินทุนเทคโนโลยีก็ไปซื้อมา คนบริหารก็คนต่างชาติสุดท้ายก็พัง คนโบราณจะเตือนตลอดว่าทำอะไรให้ประมาณตน ไม่ใช่รวยแล้วก็แตกเป็นเอ็นพีแอล
# "สุชน"ปิดปากคืนเก้าอี้"จารุวรรณ"
อีกด้านหนึ่งที่รัฐสภา นายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการหารือกับนายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และตัวแทนคณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เพื่อยุติกรณีปัญหาผู้ว่าการ สตง.ว่า ขอไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ เพราะอยู่ในช่วงวันมงคลในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องให้ความสำคัญเรื่องความสามัคคี เมื่อถามย้ำว่าได้หารือนอกรอบกับตัวแทน คตง. จะคืนตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ให้คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา จริงหรือไม่ นายสุชน กล่าวว่า ใจเย็น ๆ เรื่องนี้เป็นอำนาจของ คตง. ทุกคนได้ฟังกระแสพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ตนในฐานะข้าของแผ่นดินก็ต้องน้อมรับ เรื่องนี้หากถึงเวลาสมควร ผ่านสัปดาห์มหามงคลไปแล้วอาจมีการปรึกษาฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าใจเหมือนกัน ตนในฐานะผู้นำองค์กรจะทำทุก อย่างบนความถูกต้องของกฎหมาย
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวว่า อยากให้ประธานวุฒิสภาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการประสานไปยัง คตง. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่พูดวันนี้เพื่อรับปากแต่ไม่ทำในวันหน้า ขณะนี้บรรยากาศดีขึ้นและตนได้ยินมาว่า คตง.จะคืนตำแหน่งให้คุณหญิงจารุวรรณ
# ปลื้มพระราชดำรัส "ในหลวง"
ด้านคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. กล่าวถึงความเห็นเกี่ยวกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ตนฟังอยู่ที่บ้านมีความรู้สึกว่าพระองค์ท่านมีความเมตตาเหลือเกิน ที่ได้ตรัสว่า The King can do no wrong ตนขอบังอาจตีความว่านั่นคือเมสเสจ หรือข้อความถึงตนว่าแม้ว่ากษัตริย์จะทำความผิดได้แต่ท่านทำอย่างมีสติ สิ่งที่ท่านทำไปแล้วไม่ผิด ดังนั้นพระบรมราชโองการที่โปรดเกล้าฯ ตนมาไม่มีข้อใดผิดพลาด ถูกต้องชอบธรรมทุกประการ
คุณหญิงจารุวรรณยังชี้แจงถึงกรณีที่ ถ่ายภาพร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณในงานที่จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าว่า ตนเป็นเหรัญญิกของรุ่นต้องไปร่วมงานอยู่แล้วในฐานะคนจ่ายเงิน และเขาประกาศให้กรรมการขึ้นไปบนเวทีก็เจอกับท่านนายกฯ ท่านก็หันมามองแล้วก็ถามว่ามาด้วยเหรอ บางคนบอกว่าตนไม่กล้าเจอหน้านายกฯ เราก็ถามว่าทำไมไม่กล้า เราไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่อง สตง. เป็นหลักการ ความถูกต้อง และกฎหมาย ดังนั้นการเจอนายกฯ จึงไม่ใช่เรื่องผิด
# ยันตำแหน่งยังไม่เปลี่ยนมือ
เมื่อถามถึงกระแสข่าว คตง.จะคืนตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ให้ คุณหญิงจารุวรรณ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องคืน เพราะมันตำแหน่งของตนอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ทำงานอยู่ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ ส่วนห้องที่ปิดอยู่ก็เปิดออกมาให้เรียบร้อย อยากปิดก็ปิดแต่ปิดแล้วต้องเปิดเอากุญแจเก่ามาคืน เราอยู่ที่ไหนตำแหน่งอะไรก็ทำงานได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องสำนึกคือ วันนี้ทำเพื่อพระองค์ท่านและบ้านเมืองของเรา ตนพูดอยู่เสมอว่าถ้าไม่โกงซะอย่าง ถนนทุกสายปูด้วยทองคำก็ยังได้
รายงานข่าวจากพรรคไทยรักไทยเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ได้มีแกนนำหญิงของพรรคไปหารือกับคุณหญิงจารุวรรณ เพื่อเสนอให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.อีกครั้ง แต่ยื่นข้อเสนอให้ลดบทบาทการตรวจสอบลง แต่คุณหญิงจารุวรรณปฏิเสธ โดยระบุว่ายังคงสถานภาพการเป็นผู้ว่าการ สตง.อยู่ เนื่องจากยังไม่ถูกโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่ง จึงไม่รับข้อเสนอ
# ส.ว.ให้โอกาสก่อนเจอแจ้งความ
พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา แถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินคดีอาญากล่าวโทษ คตง. ทั้ง 2 ชุด ในข้อหากระทำผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เนื่องจาก คตง.ทั้ง 2 ชุด ได้มีมติให้เริ่มกระบวนการสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่แทนคุณหญิงจารุวรรณ ถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคุณหญิงจารุวรรณเป็นผู้ว่าการ สตง. และยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่ง โดยทาง กมธ. จะยื่นเรื่องกล่าวโทษต่อผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะขอรอดูท่าทีของ คตง. ภายใน 1 สัปดาห์ว่าจะคืนตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. ให้กับคุณหญิงจารุวรรณจริงหรือไม่ เพราะทราบว่าขณะนี้มีกระแสข่าวว่า คตง.กำลังประสานงาน เพื่อดำเนินการให้คุณหญิงจารุวรรณกลับสู่ตำแหน่ง หากครบกำหนดเวลาแล้ว ทาง กมธ. จะดำเนินการแจ้งความทันที
# แก้ รธน.ต้องมีเหตุผล
วันเดียวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดงาน "นิติศาสตร์วิชาการ" และสัมมนาในหัวข้อ "8 ปี ของรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" โดยนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า อยากให้มองรัฐธรรมนูญเหมือนของใช้ เมื่อมีการติดขัดก็ต้องมีการแก้ไข แต่ต้องพิจารณาถึงมาตราที่จะแก้ไขอย่างละเอียด เพราะแต่ละมาตราล้วนมีเหตุผล เช่น ส.ส.ต้องสังกัดพรรคไม่ต่ำกว่า 90 วัน ตอนร่างก็มองว่าต้องเขียนเพื่อเสถียรภาพของรัฐบาล ไม่ให้มีมุ้งเล็กมุ้งน้อยมาคอยต่อรอง ถ้าจะแก้เรื่องนี้ขอให้พิจารณาว่าจะทำเพื่อคนเหล่านี้หรือไม่
"ตอนร่าง สสร.ได้มองปัญหาล่วงหน้าว่า หากรัฐบาลมีเสถียรภาพอาจเกิดเผด็จการรัฐสภา จึงต้องมีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบควบคุม หากจะดูว่ารัฐธรรมนูญมีความบกพร่องหรือไม่ ก็ต้องดูที่องค์กรอิสระว่าทำหน้าที่เพื่อประชาชนแล้วหรือยัง ปัญหาคือการคัดเลือกคณะกรรมการองค์กรอิสระ ไม่ควรให้พรรคการเมืองอยู่ในกระบวนการคัดสรร การแก้ไขเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอิสระชาวบ้านและนักวิชาการต้องช่วยกันเคลื่อนไหว" นายอุทัยกล่าว
# "มีชัย"ติงคิดให้ถี่ถ้วน
ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสการปฏิรูปการเมืองว่า การปฏิรูปต้องคิดอ่านกันให้ดี ครั้งที่แล้วเราก็เรียกร้องให้มีการปฏิรูป แต่เราไม่มีทิศทางก็เลยมาสู่จุดที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ดังนั้นเราต้องศึกษาว่าเราวางแบบรัฐธรรมนูญไว้ให้เป็นอะไร เราอยากให้เป็นไหม ต้องตอบคำถามนี้ให้หมดแล้วจึงไปคิดอ่านปฏิรูป ตนคิดว่าทุกฝ่ายควรมาตั้งวงคุย กันแต่ไม่ควรที่จะรีบร้อน การเริ่มคุยกันจะทำให้ความตึงเครียดลดน้อยลง ดีกว่าปล่อยให้มันเกิด ความตึงเครียดขึ้นแล้วในที่สุดมันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยที่เราไม่ได้คิดอ่านกันให้รอบคอบอีก และในที่สุดในวันข้างหน้าเราก็จะอันตราย
"ผมคิดว่ารัฐบาลอยู่ในฐานะที่ดีที่สุดในการที่เริ่มทำ และควรเปิดใจให้กว้างไม่ควรไปตั้งคนของรัฐบาล ใครอยากคุยก็จัดให้พวกเขาได้คุยกัน แต่ถึงอย่างไรเราก็ควรศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเวลานี้เราก็พบแล้วว่ารัฐธรรมนูญบางเรื่องก็มีปัญหา หากเราไปอ่านเจอและเห็นว่าควรรีบแก้ก็ควรจะแก้ หรืออาจพบว่าถ้าแก้อันนี้จะโยงไปหมดเลยก็ทำเสียทีเดียวไปเลย" นายมีชัยกล่าวและว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันคิดว่าไม่มีอะไรรุนแรง คิดว่าน่าจะอยู่ได้ครบ 4 ปี ถ้านายกรัฐมนตรีไม่เจ็บไข้ได้ป่วยล้มหายตายจากไปเสียเองก็คงไม่เป็นไร ถึงแม้จะมีกระแสทั้งในพรรคและนอกพรรคก็ตาม
# นักวิชาการเสนอลด ส.ว.
นายสมคิด เลิศไพทูรย์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวรายงานเรื่อง "การเมืองของพลเมือง มิติที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ว่า รัฐธรรมนูญมีปัญหาแต่ไม่ได้มากมาย แต่ที่มีปัญหามากกว่า คือกฎหมายอื่น ๆ และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการใช้
นายบุญศรี มีวงศ์อุโฆษ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวรายงานเรื่อง "ปัญหาและแนวทางการปรับปรุงการเลือกตั้งวุฒิสภา" ว่า ส.ว.เป็นองค์กรที่มีอำนาจมากที่สุดในโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ ควรจะเป็นตัวเพิ่มความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น จึงควรโยงคุณสมบัติของผู้มาเป็น ส.ว.ให้มีความเข้าใจเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เรามีส.ว. 200 คน เยอะกว่าอเมริกาถึง 1 เท่าตัว ควรลดจำนวนและเพิ่มคุณสมบัติให้เข้มข้นขึ้น ดีกว่า การเลือกตั้ง ส.ว. ก็ไม่น่าให้ประชาชน 1 คน ลงได้แค่ 1 คะแนน เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาเห็นได้ว่าคะแนนมีการกระจุกตัว สูงมาก
# ยกสื่อมือปราบคอร์รัปชัน
ทางด้านศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ องค์กรภาคีต้านคอร์รัปชันและมูลนิธิ ดร. ธวัช มกรพงศ์ ร่วมจัดการประชุมสมัชชาประชาชนต้านคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล โดยพล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ปัญหาคอร์รัปชันเกิดจากความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมทางสังคม การตรวจสอบคอร์รัปชันของสื่อมวลชนในวันนี้มีความสำคัญมาก และจะสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสื่อเป็นทั้งผู้เผยแพร่ข้อมูล มีเครื่องมือลงโทษทางสังคม และยังเป็นตัวสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้องแก่สังคม ดังนั้นต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีสื่อที่ตรงไปตรงมาไม่เป็นเครื่องมือของกลุ่มทุน
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ผอ.โครงการดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2544 ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในการคอร์รัปชัน คือกลุ่มทุนและกลุ่มผู้มีอำนาจรัฐเป็นกลุ่มเดียวกัน เมื่อนักธุรกิจมาเป็นนักการเมืองก็นำเทคโนโลยีการทุจริตที่นักการเมืองในอดีต ทำไม่ได้มาใช้ สิ่งแรกที่ทำคือการปฏิรูประบบราชการเพื่อโละข้าราชการในระบบออกแล้วเปลี่ยนตัวให้มาเป็นคนของตัวเอง โครงการเมกะโปรเจคท์ถือเป็นการคอร์รัปชันเชิงบูรณาการ เชื่อว่าในแต่ละโครงการจะได้เงินกินเปล่าไม่ต่ำกว่า 20%
# เหน็บโชว์หัวแกะขายเนื้อหมา
"โครงการรถไฟฟ้าที่รัฐบาลนี้จะเปิดประมูลพร้อมกัน 10 เส้นทาง เชื่อว่าจะมีเงินค่าเปอร์เซ็นต์สูงถึง 30% ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดทำได้ อยากให้ประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบกลในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะได้ทราบว่านักการเมืองสามารถหาเงินจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วเพื่อนำมาใช้ในวงการเมืองอย่างไร" นายสังศิตกล่าว
ด้านคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. กล่าวว่า การคอร์รัปชันในไทยเปรียบเหมือนแขวนหัวแกะแต่ขายเนื้อหมา คือ ภาพลักษณ์และความจริงต่างกันมาก โดยเฉพาะในโครงการใหญ่ ๆ พบว่ามีการกระทำซ่อนเร้น แบ่งแยกเพื่ออำพราง แบ่งแยกเพื่อลดวงเงิน เขียนสัญญาไม่สมบูรณ์ ตนเคยเจอกรณีเช่นนี้และได้ทำอะไรบางอย่างลงไปและมีผลมหาศาล แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นเรื่องอะไร นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ ด้วยเงินมหาศาล ทั้ง ๆ ที่เราเองก็มีข้าราชการที่มีความรู้ ก็รู้ว่าบริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้มาจากไหน แต่พูดไม่ได้
# "หนั่น"ร้อนท้องโต้แปรพักตร์
ส่วนการเมืองอื่นพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน แถลงข่าวชี้แจงกรณีการร่วมรับประทานอาหารกับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ไม่ได้นัดพบกัน ตนไปตามคำเชิญของคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ที่ให้ไปร่วมทานอาหารในวันเกิดของคอลัมนิสต์คนหนึ่ง โดยได้สอบถามแล้วว่ามีใครร่วมอยู่บ้าง ก็ไม่มีใครบอกว่ามีนายกฯอยู่ด้วย เมื่อไปถึงก็พบว่ามีนายกฯนั่งอยู่แล้ว เมื่อเจอกันก็คุยกันธรรมดา ไม่อยากให้เกิดการระแวงกันทางการเมือง ตนยังทำงานร่วมกับฝ่ายค้าน
พล.ต.สนั่นกล่าวต่อว่า ระหว่างทาน อาหารนายกรัฐมนตรีได้ถามว่าจะแนะนำอะไรหรือไม่ ตนจึงแนะนำไปว่าเวลาเครียดอย่าออกมาพบกับสื่อมวลชน เพราะท่านไม่ใช้ภาษาดอกไม้พูด หายโมโหแล้วค่อยพบกับสื่อ เมื่อถามถึงข่าวที่ระบุว่าจะดึงคนจากพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมกับพรรคมหาชน พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ตนไม่บังอาจทำอย่างนั้น ถึงใครจะมาตนก็ไม่รับ มาอยู่กับตนสอบตกเปล่า ๆ ส่วนข่าวที่ว่าตนหารือร่วมกับนายเสนาะ เทียนทอง ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทยและนายพินิจ จารุสมบัติ รมว.สาธารณสุข เพื่อให้พรรคมหาชนอยู่ในรูปแบบโฮลดิ้งคัมปานีนั้นยืนยันว่าคงเป็นไปไม่ได้ เราไม่เคยพบและโทรฯถึงกันนานแล้ว
# แย้ม "แม้ว" บ่นเครียด
"ปัญหาความขัดแย้งในพรรคไทยรักไทย ถือเป็นธรรมดาของการเมือง ถ้าล่มสลายหรือพ่ายแพ้คนก็ต้องแยกตัวออกไป พรรคไทยรักไทยมี 375 เสียง คุมยาก ตำแหน่งก็ได้กันไม่ครบ ยิ่งเอาคนนอกเข้ามายิ่งมีปัญหามาก เหมือนเมฆก่อตัวแล้วกลายเป็นฝนในที่สุด" พล.ต. สนั่นกล่าวและว่า ภาพรวมทางการเมืองของรัฐบาลในปีนี้ไม่คอยดี รัฐบาลไม่ราบรื่นตั้งแต่ตั้งรัฐบาล ปัญหา ส.ส. ในพรรคและการทุจริตคอร์รัปชันโผล่ออกมาเป็นดอกเห็ด
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่นายกรัฐมนตรีประกาศจะวางมือทางการเมืองในสมัยนี้ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า นายกฯพูดเพราะเครียดปัญหามาก เวลาเครียดก็ท้อแท้ พอหายเครียดก็เกิดความมัน ในการพบกันนายกฯ เปรยว่าเครียดหลายเรื่อง ส่วนที่พูดถึงทายาททางการเมืองนั้น เท่าที่ดู ส.ส.ไทยรักไทยตอนนี้ยังไม่เห็นตัวเลย แต่รู้สึกจะมีอยู่คนหนึ่งคือ น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกพรรคไทยรักไทย ที่ออกมาพูดแทนนายกฯ ทุกเรื่อง นายกฯ พูดอะไรก็จะออกมาพูดซ้ำเติมนายกฯ อยู่เรื่อย
# "แม้ว"เรียกแกนนำมาเคลียร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้เรียกแกนนำพรรค อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรค แกนนำกลุ่มวังน้ำยม นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.สาธารณสุข แกนนำกลุ่มวังพญานาค น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ฯลฯ มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน และหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่บ้านพิษณุโลก ท่ามกลางกระแสข่าวที่ทางกลุ่มวังน้ำเย็น วังน้ำยม และวังพญานาค จับมือเตรียมย้ายออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ และกดดันให้มี การปรับ ครม. รวมทั้งกระแสข่าวพบปะหารือ กับ พล.ต.สนั่นเมื่อค่ำวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมาจนมีกระแสข่าวว่านายกฯพยายามที่จะดึงให้พรรคมหาชนมาร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรคไทยรักไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายกฯได้ย้ำให้แกนนำของพรรคให้ช่วยกันไปดูแลสมาชิกของกลุ่มมุ้งต่าง ๆ ให้ทำหน้าที่ ส.ส. ให้ดีที่สุด อย่าปล่อยปละละเลย นอกจากนี้นายกฯยังบอกกับแกนนำพรรคด้วยว่า ในฐานะที่แต่ละคนเป็นลูกพี่ใหญ่ของแต่ละกลุ่มก็ต้องดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งนี้แกนนำของพรรคต่างยืนยันว่ากระแสข่าวการรวมตัวของ ส.ส.อีสานนั้น เป็นเพียงการนัดพบปะสังสรรค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวเพื่อที่จะแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่แต่อย่างใด
# สภาสูงถกสรรหา กกต.
วันเดียวกันมีการประชุมวุฒิสภา มีนายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน โดยนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว. กรุงเทพฯได้ขอหารือถึงกรณีปัญหาการสรรหา กกต.โดยไม่เห็นด้วยที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกล่าวว่า อยากถามประธานว่ามีพรรคการเมืองพรรคไหนอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไปทำไม ในเมื่อทุกอย่างเดินได้อยู่แล้ว อยากจะแก้ในสิ่งที่ไม่ควรจะแก้ ขณะนี้เรื่องการสรรหา กกต.เสร็จเรียบร้อยแล้วขอให้ประธานเร่งบรรจุเข้าวาระ
ประธานวุฒิสภา ชี้แจงว่า ไม่มีพรรคการเมืองไหนมาสั่งประธานได้ ครั้งแรกความเห็นส่วนตัวจะใช้ช่องทางมาตรา 138 (3)ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเสนอมาอีก 1 คนแต่ตนก็จนด้วยข้อกฎหมาย ประกอบกับนายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานปกครองสูงสุด ทำหนังสือถึงตนว่าคณะกรรมการสรรหาไม่ครบองค์ประกอบ จึงดำเนินการสรรหาไม่ได้ ตนจึงได้สอบถามพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธาน กกต.ว่ากกต.เหลือ 4 คนสามารถทำงานต่อไปได้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ขัดข้อง เมื่อเป็นเช่นนี้ตนจึงตัดสินใจส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไปอาจเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือทำอย่างไรต่อไปพร้อมแจ้งให้ประธานกกต.ได้ทราบเป็นทางการว่าไม่สามารถสรรหาได้ตามกำหนดเวลา
# รวบมือชกหน้า ส.ว.วิญญู
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.เขตขัณฑ์ บำรุงรัตน์ สว.กก.2 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุมนายอธิวัฒน์ คล่องแคล่ว อายุ 36 ปี พนักงานประจำอาคารสาทรบริดจ์ทาวเวอร์ ถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน ตามหมายจับศาลอาญาข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น หลังก่อเหตุชกนายวิญญู อุฬารกุล ส.ว.สกลนคร ขณะนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านข้าวต้มหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
นายอธิวัฒน์ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือชกนายวิญญู เพราะไม่พอใจที่นายวิญญู วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่แต่งตั้งผู้ว่าการ สตง. หลังจากได้ร่วมเสวนาในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นจึงได้ติดตามนายวิญญูไปจนถึงร้านข้าวต้มหน้าวัดบวรนิเวศฯ พอสบโอกาสจึงลงมือ โดยเรื่องนี้ตนลงมือเพียงคนเดียวไม่ได้ร่วมกับใคร และไม่ได้รับคำสั่งจากใครทั้งสิ้น
# พร้อมเปลี่ยนตัวโฆษกพรรค
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว. เกษตรฯให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.ในพรรคไม่พอใจการทำงานของ น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกพรรคไทย รักไทย ว่า ตนได้สอบถามแล้วเรื่องนี้ น.ต. ศิธาบอกว่าไม่ยึดติดตำแหน่งและพร้อมที่จะให้คนอื่นที่เหมาะสมกว่ามาทำหน้าที่แทน เพราะ น.ต.ศิธา มีงานมากซึ่งมีงานในความรับผิดชอบในตำแหน่งเป็น เลขา รมว.เกษตรฯ ก็ล้นมืออยู่แล้ว
สำหรับข่าวนายกรัฐมนตรีวางทายาททางการเมืองไว้แล้วนั้น รมว.เกษตรฯกล่าวว่า นายกฯสามารถทำงานได้อีก 12 ปี เพราะเป็นคนที่มีความสามารถมาก แม้ประเทศจะเจอวิกฤติมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงเอาไม่อยู่ แต่นายกฯสามารถทำให้เศรษฐกิจยังเข้มแข็งอยู่ได้ เป็นเรื่องที่ต้องยกความเก่งให้กับนายกฯคนนี้ แต่การวางทายาทไว้นั้นตนไม่ทราบว่าเป็นใคร คงต้องเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิงแน่นอน.
ShexShy
Verified User
โพสต์: 577
ผู้ติดตาม: 0
อาทิตย์ ธ.ค. 11, 2005 2:42 pm | 0 คอมเมนต์
เรื่องที่อยากบอก
นายก อย่าให้กิเลส ครอบงำดวงตา ครอบงำหู ครับ
และ ให้ใช้สติ ปัญญา ให้มากที่สุด
เพราะ นี่คงเป็นของจริง ยากกว่า การปั้น AIS อีก
เมื่อไรที่ท่านได้ใช้ สติ ปัญญา ตรึกตรอง ให่ดีแล้ว ท่านจะได้ ตัดสินใจได้ถูก ดี
เพราะ เมื่อไร ท่าน ตัดสินใจผิด ก็คือ ดับ ไม่ใช่เฉพาะตัวท่าน จะรวมไปถึง เครือ ญาติท่าน
ตระกูลของท่าน
และ สิ่งที่จะช่วยท่านได้มากที่สุด คือ ความดี ไม่ใช่ อำนาจ
(แต่บางทีท่านอาจจะ หาทางออก โดยการ หนี แล้วกระมัง หนี ของผมคือ ไม่ใช่ออกนอกประเทศ แต่โยน ภาระนี้ให้คนอื่น)
:D :D
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0
อาทิตย์ ธ.ค. 11, 2005 7:21 pm | 0 คอมเมนต์
อยากให้ นายก ทำให้ได้อย่างที่พูด อ่ะครับ แค่นั้นเอง
เท่าที่ฟัง วิสัยทัศน์ ของท่าน นายก หลายๆเรื่องนับว่าดีมากๆ แต่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม เท่าไรเลยครับ
ค่อนข้างจะทำตรงกันข้าม ด้วยซ้ำ
thaistock2005
Verified User
โพสต์: 424
ผู้ติดตาม: 0
อาทิตย์ ธ.ค. 11, 2005 10:12 pm | 0 คอมเมนต์
บอกว่าปราบคอรับชั่น แต่ตอนนี้มีแต่คนข้องใจ
ว่าคอรัปชั่นมากที่สุดเท่าที่เมืองไทยเคยมีมา
ควรจะเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย
มีใจเป็นกลางเลิกเลือกปฏิบัติ พวกเอ็งพวกข้า
ผมไม่เป็นพวกใครผมสนใจแต่ความจริง
มีสติ และใช้จิตใจอันสงบ มองหาปัญหาและหาทางแก้ไข
โป้ง
Verified User
โพสต์: 2326
ผู้ติดตาม: 0
อาทิตย์ ธ.ค. 11, 2005 10:49 pm | 0 คอมเมนต์
สำหรับผม เรื่องเก่าๆช่างมันครับ
อยากให้นายกต่อจากนี้ไป นำเสนอมาตราการปราบการ คอร์รัปชั่น อย่างเป็นระบบ , เวลาท่านพูด ให้คำพูดเป็นประโยชน์ต่อสังคมและภาพรวมของรัฐ , หันมาแก้ปัญหาเรื่องหนี้ภาคครัวเรื่องอย่างจริงจัง ครับ
งด เลิก เสพ สุรา บุหรี่ วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีของท่าน
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0
อังคาร ธ.ค. 13, 2005 11:06 am | 0 คอมเมนต์
..จงให้อภัยศัตรู แต่จงจำชื่อเขาผู้นั้น...
(ใช่คำพูดของ จอห์น เอฟ เคเนดี้ รึเปล่าไม่แน่ใจครับ)
==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==
มดง่าม
Verified User
โพสต์: 584
ผู้ติดตาม: 0
พฤหัสฯ. ธ.ค. 15, 2005 4:54 am | 0 คอมเมนต์
".... การจะเป็นเสือได้นั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่า
อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง อันนี้ก็เคยบอกว่าความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้อง
ผลิตอาหารของตัวจะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียง
พอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่
ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก ...."
(พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540)
เหงาให้ตาย ถ้าไม่ใช่เธอ(หุ้นดี) ไม่เอา
ขอให้โชคดีในการลงทุนครับ