
บันทึกส่วนตัวของบุคคลหนึ่ง เมื่อปรากฏออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร
ก็เพื่อให้คนอ่านสาธารณชนรู้เรื่องราววีรกรรมของคนๆนั้น
แต่เมื่อบุคคลดังกล่าว
มีชีวิตการทำงานเกี่ยวข้องกับกับผู้คน การเมือง
และประวัติศาสตร์เสี้ยวหนึ่งของเศรษฐกิจไทย
ก็ยิ่งน่าศึกษาใหญ่ไม่ใช่หรือ

มาดูซิว่า เขาคนนี้มีกราฟชีวิตที่ผาดโผนขนาดไหน
เป็นรองอธิบดีกรมทางหลวง ที่ไม่ได้จบวิศวกรรมใดๆมาเลย
เป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ บัญชีกลาง สรรพากร ด้วยความประจวบเหมาะทั้งนั้น
เป็นผู้ว่าแบงก์ชาติที่ถูกขอร้องให้รับตำแหน่งในสมัยหนึ่ง
แล้วก็ถูกปลดกลางอากาศอีกสมัยหนึ่ง
เป็นประธานบริษัทรถยนต์ที่เกือบจะล้มละลายด้วยหนี้สินล้นพ้น
เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมที่รื้อฟื้นสัญญาโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมายกับเจ้าสัวคนดัง
เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิม สมัยที่ 2 ต้องสู้รบปรบมือกับจอมโปรเจ็คท์โฮปเวลล์
(ที่เหลือซากเสาให้เราดูเล่น และบางวันก็มีของหล่นลงมาให้ตื่นเต้น)
เป็นประธานสอบข้อเท็จจริงกรณีแบงก์ชาติที่นำประเทศเข้าสู่วิกฤต ต้มยำกุ้ง
ฯลฯ
อ้อ ต้องไม่ลืมอีกว่า เป็นพ่อตา ของ CEO แบ็งก์ไทยทีใหญ่ที่สุดด้วย
(ข้อนี้ไม่ได้บันทึกไว้ แต่มีรูปให้เห็น)
ชีวิตที่คุ้มค่า ของ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นุกูล ประจวบเหมาะ
จึงเป็นหนังสือบอกเล่าเส้นทางชีวิตของคนที่มีสีสันที่คนไทยรุ่นต่อมาควรรับรู้
แปลกมาก ตอนซื้อหนังสือเล่มนี้
แคชเชียร์ที่ร้าน บอกไม่รู้จัก ใครกันคะ ช่วยเล่าให้หน่อย เผื่อลูกค้ารายอื่นถามถึง
เลยเอามาเล่าต่อในที่นี้ให้คนรุ่นหลังๆได้รู้ว่า
ในบ้านเรามีคนพันธุ์นี้หลงเหลืออยู่ จริงๆนะ
บนเส้นทางที่ประจวบเหมาะ
นุกูล ประจวบเหมาะ หรือที่พวกเราแอบเรียกกันว่า ติงลี่
(ตัวละครเอกในหนังซีรีสโด่งดัง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
ทำไมถึงมีฉายาเช่นนี้ ค่อยเฉลยตอนหลัง)
เกิดและเติบโตในครอบครัวคหบดี แถบประจวบคีรีขันธ์
เข้ามาเรียนต่อที่เตรียมอุดม กรุงเทพ เข้า จุฬาได้
แต่อยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศมากกว่า
เลือก ประเทศออสเตรเลีย เพราะค่าเล่าเรียนถูกกว่าอังกฤษและอเมริกา
“เพราะถ้าไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 50000 บาท
หากไปประเทศอังกฤษ ต้องเสียค่าใช้จ่ายปีล่ะ 500 ปอนด์หรือ 2 หมื่นบาท
ส่วนประเทศออสเตรเลียเสียค่าใช้จ่ายปีล่ะ 300 ปอนด์ หรือเพียง 1 หมื่นบาทเศษ”
ขณะนั้นคือปี พ.ศ. 2491 สงครามโลกครั้งที่สองเพิ่งผ่านพ้นไป
ขณะที่ภาวะข้าวยากหมากแพงยังปรากฏ
การไปเมืองนอกจึงเป็นเรื่องหรูสำหรับผู้มีอันจะกิน
นุกูลเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น คณะเศรษฐศาสตร์
เมื่อแรกมาถึงแดนจิงโจ้ ก็ได้รับการต้อนรับจากครอบครัว Balls
ครอบครัวอุปถัมภ์ชาวอังกฤษที่เพิ่งย้ายไปออสเตรเลียไม่นาน
หัวหน้าครอบครัวเป็นนักบวช และมีลูกชาย 3 คน
ติงลี่ เอ๊ย นุกูล ได้อาศัยชายคาและขนมปังของครอบครัว Balls อยู่พักใหญ่
จนปรับตัวเคยชิน ภาษาอังกฤษคล่องขึ้น อีกทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าไปอีกโข
ลองนึกภาพตามบันทึกของโรเจอร์ บอล ลูกชายคนหนึ่งที่กล่าวถึงนุกูล
เด็กหนุ่มผิวเหลือง หน้าจีนขณะนั้น
“วันหนึ่ง มีนักศึกษาอายุ 19 ปีคนหนึ่งมาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของเรา
เขาทำให้ผมนึกถึงค็อกเกอร์สแปเนียลที่กำลังคอยฟังคำสั่ง
และกระตือรือร้นที่จะปฎิบัติตามเพื่อให้เจ้าของพอใจ
เขาชื่อนุกูล ประจวบเหมาะ กำลังเข้าศึกษาปริญญาตรี พาณิชยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย
การที่เขามาจากครอบครัวชาวสยามที่รำรวยและมีอิทธิพลนั้น
ไม่ได้มีความหมายต่อเราแม้แต่น้อย
เราอาจจะตอแยเขาอยู่เนืองๆ รบกวนการท่องหนังสือ
และความอดทนของเขาอย่างไม่มีเหตุผล
แต่เขาไม่เคยแสดงความรำคาญหรือหงุดหงิด
เราอาจจะสอนให้เขาเห็นว่าคนออสเตรเลียยสามารถยโส หยาบคาย
และทำเสียงหนวกหูได้ขนาดไหน
แต่เราก็ไม่สามารถรบกวนใจที่สงบเย็นของเขาได้
เขานำความสุขุมแบบชาวพุทธ
ปราศจากความตุงเครียดและการชิงดีชิงเด่นเข้ามาในชีวิตเรา
เขาเป็นสุภาพบุรุษในความหมายดั้งเดิมนั้นอย่างสมบูรณ์ บุรุษที่่สุภาพ
มันไม่เกี่ยวกับเงินทองหรือสถานะทางสังคมแต่หมายถึงคุณธรรม ความกรุณา
การคำนึงถึงผู้อื่น การเคารพตนเองและผู้อื่น
สุภาพบุุรุษที่แ่ท้ คือผู้ที่ไม่ต้องประดิษฐ์ความสูงส่งและความสุภาพเพื่อส่งเสริมตนเอง
ความสุภาพอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ
ตรงกันข้าม ความสุภาพมาจากคสวามเข้มแข็งภายในและความมีวินัย
และทำให้ชายที่ทะนงในความแกร่งกระด้างของเพศชายดูกะโปโลได้เลย
ต่อจากนั้นอีก 25 ปี นุกูลกลายเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย”
สายสัมพันธ์ของนุกูลและครอบครัว Balls รักษากันมายั่งยืน
แม้นุกูลจะเรียนจบจากออสเตรเลียมาเนิ่นนานแล้ว
ไมเคิล บอลล์ ลูกชายอีกคน ได้มีโอกาสแวะเยือนเมืองไทยเป็นประจำ
ด้วยตำแหน่งผู้บริหารบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ โอกิลวี่ แอนด์เมเธอร์
ประจำภาคพื้นแปซิฟิค (นายเก่าของกูรูเอง แอะ แอะ)
ต่อมา ลาออกแล้วตั้งบริษัทของตัวเองคือ เดอะ บอลล์ พาร์ทเนอร์ชิป
ทั้งนุกูลและไมเคิล ยังคบหาสมาคมกันจนถึงทุกวันนี้
นุกูลเองก็มักจะกล่าวถึงความผูกพันกับตระกูลนี้ทุกครั้ง
ที่ให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจในอดีต
หลังจากที่ฝ่าฟันกับอุปสรรคด้านภาษาในปีแรกๆ
ด้วยสติปัญญา ความสามารถ
นุกูลเรียนจบได้ตามกำหนดแล้วก็เริ่มชีิวิตการทำงานทีืเมืองไทยในกระทรวงวายุภักษ์
ด้วยคำแนะนำของ ดร ป๋วย อึ้งภากรณ์

(มีต่อ)