ผมก็พอจะเข้าใจเนื้อหาบ้าง แต่รบกวนพี่ๆช่วยอธิบายเพิ่มเติมคร่าวๆและยกตัวอย่าง ของ Credible forward integration threat by supplier/ Credible backward integration threat by purchasers ให้ผมหน่อยน่ะครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

Ii'8N เขียน:"backward" /"forward" ให้ดู procedure ของ supply chain (ไม่อยากแปลว่าห่วงโซ่อุปทาน ฟังดูจั๊กจี้)
Credible forward integration threat by supplier:
ภาษาปาก มันก็คือรวมหัวของผู้ค้าหรือการควบรวมกิจการปบีบคอคนซื้อนั่นเอง
Supplier รายใหญ่ที่ขายของให้เรา อาจจะจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นเหนือเราหรือเหนือตลาดเลยก็ได้ (เราฐานะเป็นผู้ซื้อ) การควบรวมกิจการของผู้ขายให้จำนวนผู้ผลิตในตลาดน้อยลง (แล้วตั้งราคาตามใจชอบง่ายกว่าเดิม) หรือการรวมหัวกันของ Supplier เพื่อต่อรองราคาขายให้เราเป็นโทษต่อเรา
ถ้่ารวมกันจนใหญ่มาก อาจเข้าข่ายผูกขาด คนซื้อไม่รู้จะเอาราคาที่ไหนมาเปรียบเทียบแข่งไล่บี้ราคาเหมือนเดิม
Case ดังในอดีต: Standard Oil (Ohio USA) ไล่ทำสัญญา "trust" และเข้าไปถือหุ้นกับบริษัทน้ำมันเล็กๆ ทั่วไปจนเป็นเครือข่ายโยงใย จนกำหนดราคาขายได้ตามใจชอบและตั้ง trust ... (กฎหมายป้องกันการผูกขาดของอเมริกา เลยชื่อว่า Antitrust act)
Case ที่ยังมีอิทธิพลอยู่: OPEC รวมหัวกัน ตั้งราคาขาย จนมีอิทธิพลต่อราคาน้ำมันทั่้วโลก เราทั้งในฐานะบุคคล และในฐานะไทย...อยู่ในฐานะผู้บริโภคประเทศเล็กๆ ผลิตน้ำมันไม่ได้จะเอาอะไรไปต่อรอง
เหตุการณ์ปัจจุบัน ที่บริษัท online กำลังกลัว: Google ซึ่งเป็นเจ้าตลาดโฆษณา Online อยู่แล้ว ไล่ซื้อกิจการอื่น เช่น DoubleClick และยังคอยจับตาซื้อกิจการดีๆ อยู่อีก อนาคตอาจครอบตลาดโฆษณา Cyber Media ได้
สหภาพแรงงานอาจเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง สินค้าที่เขา supply ให้ผู้ซื้อคือแรงงาน (มีอำนาจต่อรองมากแค่ไหน ไปถามรัฐวิสาหกิจดู!)
Credible backward integration threat by purchasers:
คำว่า "backward" ก็กลับไปมุ่งด้านกลับ ถ้ามองลำดับของ supply chain
ผู้ซื้อรายใหญ่จะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นต่อคนขาย อย่างที่คุณ โอ@ ยกตัวอย่างข้างล่าง
นอกจากนี้มี Case จริงหลากหลาย ที่เกิดมานานพอควรแล้ว แต่ร่องรอยยังคงอยู่ปัจจุบัน
- เกิดการแข่งขันระหว่างช้างกับสิงห์ เกิดการกว้านซื้อขวดเบียร์ในตลาดไปทุบทิ้งเพื่อให้ขาดตลาด ช้างเข้าไป take over BJC เพราะเป็น purchaser ที่มีอำนาจซื้อสูง ต้องการเก็บ supplier ไว้กับตัว
- กลุ่มชิน อาจเคยมี Media Agency หลายรายทำโฆษณา พอสักพักงานโฆษณาเยอะขึ้น เลยซื้อบริษัท Match Box มาทำให้ตัวเองเลย
- กลุ่ม Central ทำศูนย์ Logistics ครบวงจร (Integration) เองเลย เพื่อลดต้นทุนแทนที่จะไปจ้างคนอื่น กำไรวนอยู่ในกระเป๋า (เห็นบอกว่า ลดต้นทุนได้ 15%-20%) เอาไอทีและระบบ RFID มาใช้ด้วย
เป็น threat กับเรา ถ้าเราเป็นบริษัท Logistics เคยทำให้ Central group
ข้อมูลแหล่งอื่น
เขายกตัวอย่างในด้านตรงข้ามให้เห็นด้วย http://www.quickmba.com/strategy/porter.shtml