เอ..แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่คลบ้ายๆกันอยู่บ้าง
ถ้าพี่ถาปนิกอ่านเข้า ช่วยแชร์ความคิดเห็นด้วยบ้างก็ขอขอบคุณ
:lol:

ร้อนทั้งอากาศและบ้านเมือง
เลยอยู่บ้านเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ได้มาไม่กี่เพลาว่าจะพลิกอ่านเล่นๆ
ไหงอ่านไปอ่านมาหัวเราะไม่มีกั๊กได้อย่างไรไม่ทราบ
ชื่อหนังสือนั้นคือ มนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี
สารคดีประวัติชีวิตและผลงานของนักจิตรกรรมสากล
เป็นอัตชีวประวัติจากการสัมภาษณ์ เรียบเรียง โดย ไมตรี ลิมปิชาติ
นักเขียนแนวหัสนิยายที่พวกเรารู้จักกันดี
ยอมรับเลยว่า อ่านหนังสือแนวชีวประวัติของบุคคลมามากมาย
ไม่มีครั้งไหนที่จะหัวเราะก๊ากๆ(อยู่คนเดียว)เท่าเล่มนี้
กูรูไม่ขอเล่าเรื่องราวความอัศจรรย์ของตัวจิตรกรนามกระเดื่อง
ผู้แวดล้อมด้วยเขาหัว เขาควาย กะโหลกสัตว์นานาชนิด
เพราะทุกคนคงรู้จักฝีไม้ลายมือเป็นอย่างดี
แต่ชีวประวัติที่ออกมาจากปากคำแต่ละคำซิ รับรองหาอ่านที่ไหนไม่ค่อยได้
ปกติศิลปินทั่วไปที่รู้จักจะไม่พูดจำนรรจากับมนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ
แล้วนี่เป็นถึงมนุษย์ต่างดาว จะสื่อสารกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย
เพื่อนๆลองไปหาอ่านดูก็ได้ ถ้าไม่ก๊ากในความเวอร์ของท่านถวัลย์
กูรูเลี้ยงชาเย็นเอิร์ลเกรย์แก้วหนึ่ง เติมได้ไม่อั้น
เอามาเริ่มต้นที่นามสกุลของท่านก่อน
น. 54 นามสกุลของถวัลย์ว่า ดัชนี
เคยมีคนถามถึงที่มาของนามสกุล ถวัลย์อธิบายว่า
ต้นตระกูลของผมเคยเป็นพรานป่ามีอาชีพดักชะนีมาก่อน
จึงมีนามสกุลว่า ดัชนี
ใครฟังเรื่องนี้จากปากของถวัลย์จะต้องอมยิ้มหรือหัวเราะกันทุกคน
เพราะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง
เมื่อถูกถามเรื่องความร่ำรวย มั่งคั่งของท่าน
เป็นธรรมดาของคนที่ชอบผูกมิตรกับคนรวย
น. 55 มีคนเคยถามผมว่าตอนนี้มีเงินเก็บมากน้อยแค่ไหน
ผมบอกไปว่า ถ้าผมเอาเงินมากองทับๆกัน
ก็ไม่รู้ว่า ภูเขาทองกับเงินของผมอะไรจะสูงกว่ากัน
คือเรื่องพวกนี้มันเป็นเดรัจฉานกิจกรรม ไม่ต้องมาถาม
สิ่งที่ต้องถามก็คือ ช่างวาดรูปคนนี้มันได้นำสารเลวอะไรของมันไปสู่ผู้คน
เพราะสิ่งที่เป็นสาระจริงๆคือรูป รูปคือภาษาสากล
ถวัลย์จะใช้คำว่า เลว เมื่อต้องการหมายความว่า ดี
แต่ใช่ว่าศิลปินต่างดาวคนนี้
จะเริ่มต้นตะวัดแปรงแล้วประสบความสำเร็จเลยทันที
ถวัลย์ยอมรับว่า ในช่วงต้นของการเล่าเรียนที่เพาะช่าง
เขาเป็นเพียงนักลอกรูปที่สวยงามเท่านั้น ไม่มีอารมณ์หรือวิญญาณ
วาดภาพเสือวิ่งก็เป็นแค่เสือนิ่งไม่เผ่นกระโจนออกมา
กระทิงขวิดก็แค่กระทิงเปลี่ยว
จนกระทั่งมีโอกาสพาตัวเองเข้าเรียนต่อที่ศิลปากร
เจอมนุษย์ต่างดาวรุ่นพี่ๆทั้งหลายทำให้เขาหันมามองตัวเอง
น. 46 วันหนึ่งอาจารย์ฝรั่งพาคณะจิตรกรรมไปเที่ยวเพชรบุรี
รุ่นพี่อย่างอังคาร (อังคาร กัลยาณพงศ์) พี่กูฎ ( ไพบูลย์ สุวรรณกูฎ)
พี่อะไรต่ออะไรก็ไปกันหมด..อาจารย์เห็นภูเขา
ก็ถามผมเปรยๆว่าภูเขาคืออะไร
ผมบอก อาจารย์ครับ ภูเขาคือกิริยาของภูแผ่นดินหรือหินที่มันยื่นเขาไปในอากาศ
ถ้าทางเหนือเขาเรียกว่าดอย ภาคอีสานเรียกว่าภู ภาคกลางเรียกภูเขา
ภาคใต้เรียกควน อาจารย์ตบหัวผมแล้วก็ยิ้ม
แล้วหันไปถามพี่อังคาร นาย ภูเขาคืออะไร
พี่อังคารบอก ภูเขาคือหนังกำพร้าของดวงดาวครับ
อาจารย์หันไปถามพี่กูฎ พี่กูฎบอก ภูเขาคือกิริยาทอดอาลัยของดิน
ซึ่งกำลังกระเย้อกระแหย่งไปติดต่อกับสวรรค์...
ผมรู้สึกได้ทันทีว่า ผมโคตรเชย โง่ โบราณ บัดซบ ห่วย
คือพูดเป็นแต่ภาษากาก รุ่นพี่ๆเขาเข้าใจภูเขา..
ถวัลย์มักจะคุยโตโอ้อวด แต่วิธีการคุยของเขาทำให้คนฟังรู้สึกก๊าก ก๊าก
อย่างช่วยไม่ได้ ภายใต้สีหน้าเคร่งขรึม เอาจริงเอาจัง ของเขา
น. 59 ผมคุยเรื่องตลกไม่เป็น คุยเป็นแต่เรื่องจริงจัง
ผมเป็นคนที่จริงจังและซีเรียส ซีเครียดเป็นอย่างยิ่ง
หนักแน่น รูปเขียนของผมก็เขียนแต่เรื่องหนักๆ เช่น ก้อนหินมั่ง
ภูเขามั่ง เพราะฉะนั้นจะคุยเรื่องเบาๆไม่ได้ ผมเป็นศิลปินใหญ่แล้ว
ผมมีลักษณะของศิลปินใหญ่ คือศิลปินใหญ่ต้องมีลักษณะ 3 ประการ
หนึ่ง หัวหงอก หรือหัวล้าน เพราะดูแล้วแก่และภูมิฐาน
สอง ต้องเป็นริดสีดวง เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกว่ามีอาการหลุกหลิก
ห่วงใยมนุษยชาติอยู่เสมอ
สาม จะต้องอ้วน ตัวใหญ่ ผ่านโลกผ่านอะไร มีทรัพย์สมบัติบ้าที่จะกิน
ด้วยความสามารถอัจฉริยะของถวัลย์ ดัชนี
นอกเหนือจากรางวัลเกียรติยศสารพัดและเงินทองอีกมากมาย
ถวัลย์ยังได้รับรางวัลศิลปวัฒนธรรมแห่งเอเชียฟูกูโอกะ
พร้อมเงินคิดเป็นเงินไทยถึง 1 ล้าน 5 หมื่นบาท
ครั้งหนึ่ง ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ได้เชิญเขาออกรายการสัมภาษณ์
ถามว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไร
มาดูฝีปากของเขาที่เวอร์จนน่า......
น. 57 ถวัลย์ตอบว่า จะนำเงินไปซื้อนกเขาที่ขันเสียงดีที่สุด
คนฟังทุกคนจะต้องเข้าใจว่า ถวัลย์ซื้อนกเขามาเลี้ยงเพื่อเสียงขันอันไพเราะ
ซึ่งถ้าเป็นนกตัวที่ขันดีที่สุดมีราคาตัวละหลายแสนบาท
ตัวละราคาเป็นล้านบาทก็มี
โดยเฉพาะนกเขาที่ชนะเลิศได้เป็นแชมป์โลกที่มีประกวดกันที่จังหวัดยะลา
ทว่าคำตอบที่ถวัลย์พูดเสียงดังฟังชัดก็คือ
จะซื้อนกเขาที่ว่ามาปิ้งกิน เพราะอดหยากปากแห้งมานานแล้ว
ถวัลย์ ดัชนี มีค่าตัวเท่าไหร่ หลายคนคงอยากรู้
ค่าตัวหรือที่เพื่อนๆคนอื่นเรียกว่า ค่ากระซวกแปรง ของถวัลย์
จะกี่ล้าน สิบล้านหรือร้อยล้าน
เจ้าตัว ไม่ค่อยใส่ใจเพราะรู้ดีว่า
มีเงินมากมายล่องลอยอยู่กลางอากาศ ทุกวินาที
เพียงรอฝีแปรงกระซวกของตัวเองอยู่
เขาใช้สมาธิ พลัง กระซวกๆไม่กี่อึดใจ
ก็เรียบร้อยออกมาเป็นรูปสำเร็จพร้อมจำหน่าย
ถวัลย์ไม่เคยเรียกร้องว่าต้องเป็นเท่าไหร่
ต้องคนตาถึงจริงๆถึงจะประเมินคุณค่าของภาพกระซวกของเขา
บางคนถึงกับให้เช็คเปล่าๆ มาให้เติมเงินเองก็มี
บางคนคุยกันถูกคอ ถวัลย์ยกภาพให้เปล่าๆเลยก็หลายคนอยู่
ครั้งหนึ่ง ถวัลย์ได้คุยกับ กนก อภิรดี
ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง DD สายการบินไทย
น. 190 คือผมได้ยินเขาว่า คุณกนก อภิรดี
เป็นคนที่ทำเงินเดือนเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย
เงินเดือนประมาณ 800,000 บาทอะไรแบบนี้ พอดีได้กินข้าวด้วยกัน
ผมก็ถามว่า คุณกนก จริงเหรอที่เขาว่าคุณเงินเดือนตั้ง 800,000
ซึ่งก็เป็นเงินเยอะนะ
ผมก็เลยบอกว่า กว่าผมจะทำเงินได้ตั้ง 800,000
ผมเสียเวลาไปตั้งชั่วโมงแล้วนะ กว่าจะได้เงินขนาดนั้น
ซึ่งคนก็หุยฮากันใหญ่ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
เรื่องสุดท้าย เมื่อคุยถึงเรื่องหนวดเครายาวรุงรังที่ยังไม่มีแววว่าจะตัดทิ้ง
น. 184 "ปีที่แล้วไปเวียดนาม เป็นเดือนกุมภา ผมก็กำลังจะไปกินก๋วยเตี๋ยว
ก็มีเด็กเวียดนามเขาบอกผมว่า ยูไม่รู้สึกว่ามาช้าไปหรือ
ผมก็บอกช้าอะไรนี่ ยังไม่เที่ยงเลย เขาบอกไม่ใช่
ยูควรจะมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกาหรือธันวา
แล้วนี่มันกุมภาแล้วยูมาทำไม
ผมถึงรู้ว่า อ๋อ เขานึกว่าผมเป็นซานตาครอส
เขาเลยถามว่าแล้วเสื้อแดงอยู่ไหน แล้วของขวัญล่ะ
ผมบอกอยู่ในรถหมดเลย โอ้โห เก๋มาก
ตั้งแต่นั้นมา ผมเลยยังไม่ตัด เผื่อว่าปีหน้าจะได้ไปแจกของเด็ก ไปหาลำไพ่"
มีอีกหลายเรื่องราวของศิลปินท่านนี้
ที่รอให้เพื่อนๆส่งภาษากิ๊วก๊าวทักทาย
ลองหาอ่านกันเอาเอง
แล้วจะรู้สึกว่า เราไม่ต้องเป็นมนุษย์ต่างดาวก็เข้าใจศิลปินต่างดาวได้
