เมื่อปะป๊ายังเด็ก

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

เมื่อปะป๊ายังเด็ก

โพสต์ที่ 1

โพสต์

กระทู้นี้แตกประเด็นจากกระทู้ของคุณลูกอิสาน
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=27202
อ่านไปแล้วกี่เล่มครับ...100 หนังสือที่คนไทยควรอ่าน  

ตอบไปตอบมากำลังพูดถึงวรรณกรรมคลาสสิคตะวันตก  คอหนังสือวรรณกรรมระดับโลกเชิญทัศนากันตามสบาย

ขณะที่กำลังพูดถึงวรรณกรรมของรัสเซียอยู่ ก็เลยนึกถึงหนังสือเด็กน่ารักๆเล่มหนึ่งของนักเขียนรัสเซีย Alexander Raskin  แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า When Daddy was a Little Boy หรือแปลเป็นไทย(และจีน)ว่า เมื่อคุณพ่อ(ปะป๊า)ยังเด็ก เนื้อเรื่องเกี่ยวกับคุณพ่อคนหนึ่งต้องเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟังทุกคืน เล่าไปเล่ามาหมดกรุแล้ว  เลยต้องแต่งเอง  ก็เอาเรื่องราวสมัยตัวเองยังเด็กๆซุกซน เปิ่น เท่อ ทำผิดพลาดมาขยายต่อให้ลูกรู้ว่า ตอนพ่อยังเด็กๆก็ทำผิดเป็นเหมือนกัน (ฉะนั้นอย่าหัวเสียกับลูกๆเลย ถ้าเจ้าตัวเล็กนึกอยากจะแหย่นิ้วลงไปในปลั๊กไฟบ้าง  หรือขว้างแจกันใบสวยตกแตกแล้วยิ้มแฉ่ง โธ่ โธ่ ก็อยากจะรู้น่ะว่ามันจะประกอบใหม่ได้เหมือนในหนัง Harry Potter หรือเปล่านี่นา)

หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนขายดีในรัสเซีย และมีอิทธิพลต่อนักเขียนหนังสือเด็กทั่วโลกเคยแปลมาขายในบ้านเราด้วย  ลองดูความผิดพลาดในเยาว์วัยของคุณพ่อท่านนี้บ้าง

ขนมปังก้อนสุดท้าย  
เมื่อคุณพ่อยังเด็ก กินแต่ขนมปังอาหารหลักของรัสเซีย  กินไปกินมา  ก็เริ่มเบื่อ   หนักเข้าก็อาละวาดจนโยนทิ้งขนมปังลงถังขยะยังไม่แยแส จนโดนพี่เลี้ยงตำหนิว่า  ยังมีเด็กมากมายทั่วรัสเซียที่โหยหิวขนมปังแม้เพียงกะบิเล็กๆ   คุณหนูน่ะโชคดีกว่าพวกเด็กจนๆเหล่านั้นตั้งเยอะ ทำไมกินทิ้งกินขว้างขนมปัง (เหมือนพวกเราเทข้าวทั้งจานทิ้งอย่างไม่รู้คุณ)  คุณพ่อยังเด็กปิดหู ไม่สนใจฟัง ก็มันเบื่อนิ(ฟะ) อ้ายก้อนขาวๆฟูๆนี่ แสนจะจืดชืดไร้รสชาติ สิ้นดี กินเข้าไปอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน    จนคูณปู่ทราบเรื่อง คุณพ่อเลยถูกทำโทษให้อดมื้อเย็น  คุณพ่ออึดด้วยทิษฐิแบบเด็กๆ เป็นไงเป็นกัน ไม่กินก็ได้   ตกดึกคืนนั้นคุณพ่อยังเด็กนอนไม่หลับ  เกิดอาการหิวทุรนทุราย  ปวดท้องจนถึงเช้า  เมื่อเห็นขนมปังตั้งบนโต๊ะ ก็จัดการฟาดเสียเรียบ และหลังจากนั้นคุณพ่อยังเด็กก็ไม่เคยกินทิ้งกินขว้างขนมปังอีกเลย

เอาล่ะครับ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก น่าหยิกน่าชังในหนังสือ  ลองมาดูวัยเยาว์ของพวกเราชาวคุณพ่อ คุณแม่ ปะป๊า มะม้าตัวจริงกันบ้างครับ ทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ความเปิ่นเท้อ...ประเภทเรื่องนี้ต้องขยายเล่าสู่กันฟังสนุกๆ   เผื่อวันดีคืนดีอาจจะมีใครรวบรวมไปตีพิมพ์เป็นนิทานก่อนนอนให้กับบรรดาลูกๆหลานๆรุ่นหลังๆให้หัวเราะขำขัน  ขอเริ่มเรื่องของตัวเองก่อนเลยครับ

เสื้อหนาวซามูไร
สมัยกูรูยังเด็ก เสื้อหนาวไหมพรมเป็นเครื่องนุ่งห่มที่ราคาแพงมาก (แทบไม่น่าเชื่อ) ทุกตัวต้องนำเข้าจากเมืองนอก ฉะนั้นเด็กที่มีโอกาสใส่เสื้อหนาวไหมพรมต้องมีฐานะพอสมควร (และชอบอวด)  ถ้าญาติผู้ใหญ่ของใครมีฝีมือก็จะถักนิ้ตติ้งเสื้อไหมพรมเส้นหยาบๆให้  ถึงกระนั้นลายถักด้วยมือหรือจะเรียบเนียนสู้เครื่องจักรได้

อาม่าของกูรูพอมีฝีมือตัดเย็บบ้างก็เลยตัดผ้าสำลีเป็นเสื้อคลุมตัวเล็กๆทรงซามูไรให้พี่ๆน้องๆของกูรูใส่คนละตัว  เนื้อผ้าสีน้ำตาลตุ่นๆดูไม่สดใสเอาเสียเลย  แรกที่ตัดเสร็จ กูรูก็ไม่ยอมใส่ไปโรงเรียน เพราะเพื่อนคนอื่นๆมีเสื้อหนาวสวยๆเท่ๆทั้งนั้นเลย  เลยยอมทนหนาวไม่สวมเสื้อทับ อ้างกับเพื่อนๆว่า อากาศเย็นสบายดี เดี๋ยววิ่งไปวิ่งมาก็หายหนาวแล้ว  (ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติ  ฟันก็กระทบกึกๆ อากาศหน้าหนาวเมื่อหลายสิบปีก่อนจะหนาวจริงๆครับ และหนาวนานด้วย)  จนกระทั่งตัวเองไม่สบายเป็นหวัด  จำต้องใส่เสื้อหนาวไปโรงเรียน ก็ยังดื้อ(และโง่)ไม่ยอมใส่  อ้างว่า ผ้าสำลีบางเกิน ไป ร้อนถึงมะม้าของกูรูต้องซื้อเสื้อหนาวไหมพรม (แพงระยับ) จึงค่อยเชิดหน้าชูตาหน่อย
แต่แปลกเสื้อไหมพรมที่ซื้อมา ใส่แล้วไม่รู้สึกอุ่นเหมือนเสื้อซามูไรของอาม่าเลย
ทุกวันนี้ เสื้อหนาวซามูไรสีตุ่นก็ยังถูกเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าเก่าแก่  ไม่ได้ให้ใครใส่ต่ออีกเพราะเนื้อผ้าเริ่มยุ่ย  วันดีคืนดีก็เอามาปัดๆใส่โครงแขวนไว้ ดูเป็นที่ระลึกนึกถึงอาม่า แล้วก็เก็บพับเรียบร้อยตามเดิม  

ถึงตอนนี้อยากจะเสกตัวเองให้ขนาดเล็กจิ๋วเพื่อกลับไปใส่เสื้อหนาวซามูไรสีตุ่นตัวเดิมได้อีก  โอม..เพี้ยง ไหงยังเห็นเจ้ายักษ์ปักหลั่น ผมขาวแซมประปรายยืนมู่ทู่ตรงหน้าล่ะ

เพื่อนๆล่ะครับ ช่วยเล่ากันฟังหน่อยสมัยที่พวกเรายังเด็กอยู่มีความทรงจำอะไรที่ควรขยายบ้าง   คนที่กำลังจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ (ทั้งปัจจุบันและอนาคต)ก็มาร่วมแชร์ได้ด้วยครับ

ปล.ขอบคุณเพื่อนๆที่ไถ่ถามอาการเจ็บมือเพราะถูกแมวตะบบ ข่วน ตะกุย ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วครับ แต่ต้องไม่ลืมฉีดกันบาดทะยักอีกหลายเข็ม
Boring Stock Lover
Verified User
โพสต์: 1301
ผู้ติดตาม: 0

เมื่อปะป๊ายังเด็ก

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ลองดูของ คอลสตอย

ภาษี
ผู้ใหญ่ เดินเข้ามาในกระท่อมที่จะพังมิพังแหล่ ขณะนั้นเด็กหญิงอายุ 7 ปี ชื่อ ครุชกา กำลังอยู่ตามลำพัง ผู้ใหญ่หันมองรอบๆห้อง
ผู้ใหญ่ : ไม่มีใครอยู่เลยหรือนี่?
ครุชกา : แม่ไปเลี้ยงวัวจ๊ะ พ่อกำลังทำงานอยู่ในทุ่งของนาย
ผู้ใหญ่ : นี่แน่ะหนู บอกแม่ด้วยว่าผู้ใหญ่มาหา มาตั้งสามครั้งแล้ว ถ้าไม่เอาเงินภาษีไปชำระในวันอาทิตย์หล่ะก็ ฉันจะยึดวัวแทน
ครุชกา : น้าจะยึดวัว? น้าเป็นขโมยหรือ? พวกเราไม่ยอมให้เอามันไปหรอก
ผู้ใหญ่ : (ยิ้ม) ช่างฉลาดจริงๆ! ชื่ออะไรจ๊ะ?
ครุชกา : ครุชกา
ผู้ใหญ่ : เอาหล่ะ ครุชกา หนูเป็นเด็กหัวดีมาก แต่ฟังนะ! บอกแม่ว่าฉันต้องยึดวัวเด็ดขาด ถึงฉันไม่ใช่ขโมยก็ตาม
ครุชกา : แล้วทำไมต้องยึดด้วย ถ้าน้าไม่ได้เป็นขโมย
ผู้ใหญ่ : เพราะว่าอะไรที่กฏหมายกำหนดไว้ก็ต้องชำระให้ครบ ฉันจะยึดวัวแทนค่าภาษี
ครุชกา : ภาษีเป็นยังไง?
ผู้ใหญ่ : หนูนี่หลักแหลมแท้ๆ! ภาษีคืออะไรหรือ? ก็คือสิ่งที่พระเจ้าซาร์รับสั่งให้ประชาชนชำระนั่นเอง
ครุชกา : ชำระให้ใคร
ผู้ใหญ่ : เอ้าแล้วกัน ให้พระเจ้าซาร์ล่ะสิ! จากนั้นพระองค์จะทรงวินิจฉัยว่าควรใช้เพื่อสิ่งใดบ้าง
ครุชกา : พระเจ้าซาร์ขัดสนมากเทียวหรือ? พวกเราต่างหากที่อนาถา แต่ท่านร่ำรวยอย่างกับอะไรดี แล้วทำไมยังเก็บภาษีจากเราอีกก็ไม่รู้?
ผู้ใหญ่ : ท่านไม่ได้เก็บเอาไปใช้จ่ายส่วนพระองค์หรอก เด็กโง่เอ๋ย ท่านทรงเก็บเพื่อพวกเราต่างหาก เพื่อจ่ายให้แก่ข้าราชการให้แก่กองทัพ ให้แก่การศึกษา เพื่อความสุขสมบูรณ์ของเราทั้งหลาย
ครุชกา : ถ้ายึดวัวไปแล้วจะดียังไง? ไม่เห็นว่าช่วยเราตรงไหนสักนิด
ผู้ใหญ่ : เมื่อโตขึ้นหนูจะเข้าใจ อย่าลืมบอกแม่ตามที่สั่งก็แล้วกัน
ครุชกา : เรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ไม่บอกหรอก น้ากับพระเจ้าซาร์ต้องการอะไรก็หาเองเถอะ ส่วนเราจะหาของที่เราต้องการเหมือนกัน
ผู้ใหญ่ : อื้อ เติบโตขึ้นเมื่อไหร่ เด็กคนนี้จะกลายเป็นมหันตภัยแน่นอน!
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

เมื่อปะป๊ายังเด็ก

โพสต์ที่ 3

โพสต์

Boring Stock Lover เขียน:ลองดูของ คอลสตอย

ภาษี
ผู้ใหญ่ เดินเข้ามาในกระท่อมที่จะพังมิพังแหล่ ขณะนั้นเด็กหญิงอายุ 7 ปี ชื่อ ครุชกา กำลังอยู่ตามลำพัง ผู้ใหญ่หันมองรอบๆห้อง
ผู้ใหญ่ : ไม่มีใครอยู่เลยหรือนี่?
ครุชกา : แม่ไปเลี้ยงวัวจ๊ะ พ่อกำลังทำงานอยู่ในทุ่งของนาย
ผู้ใหญ่ : นี่แน่ะหนู บอกแม่ด้วยว่าผู้ใหญ่มาหา มาตั้งสามครั้งแล้ว ถ้าไม่เอาเงินภาษีไปชำระในวันอาทิตย์หล่ะก็ ฉันจะยึดวัวแทน
ครุชกา : น้าจะยึดวัว? น้าเป็นขโมยหรือ? พวกเราไม่ยอมให้เอามันไปหรอก
ผู้ใหญ่ : (ยิ้ม) ช่างฉลาดจริงๆ! ชื่ออะไรจ๊ะ?
ครุชกา : ครุชกา
ผู้ใหญ่ : เอาหล่ะ ครุชกา หนูเป็นเด็กหัวดีมาก แต่ฟังนะ! บอกแม่ว่าฉันต้องยึดวัวเด็ดขาด ถึงฉันไม่ใช่ขโมยก็ตาม
ครุชกา : แล้วทำไมต้องยึดด้วย ถ้าน้าไม่ได้เป็นขโมย
ผู้ใหญ่ : เพราะว่าอะไรที่กฏหมายกำหนดไว้ก็ต้องชำระให้ครบ ฉันจะยึดวัวแทนค่าภาษี
ครุชกา : ภาษีเป็นยังไง?
ผู้ใหญ่ : หนูนี่หลักแหลมแท้ๆ! ภาษีคืออะไรหรือ? ก็คือสิ่งที่พระเจ้าซาร์รับสั่งให้ประชาชนชำระนั่นเอง
ครุชกา : ชำระให้ใคร
ผู้ใหญ่ : เอ้าแล้วกัน ให้พระเจ้าซาร์ล่ะสิ! จากนั้นพระองค์จะทรงวินิจฉัยว่าควรใช้เพื่อสิ่งใดบ้าง
ครุชกา : พระเจ้าซาร์ขัดสนมากเทียวหรือ? พวกเราต่างหากที่อนาถา แต่ท่านร่ำรวยอย่างกับอะไรดี แล้วทำไมยังเก็บภาษีจากเราอีกก็ไม่รู้?
ผู้ใหญ่ : ท่านไม่ได้เก็บเอาไปใช้จ่ายส่วนพระองค์หรอก เด็กโง่เอ๋ย ท่านทรงเก็บเพื่อพวกเราต่างหาก เพื่อจ่ายให้แก่ข้าราชการให้แก่กองทัพ ให้แก่การศึกษา เพื่อความสุขสมบูรณ์ของเราทั้งหลาย
ครุชกา : ถ้ายึดวัวไปแล้วจะดียังไง? ไม่เห็นว่าช่วยเราตรงไหนสักนิด
ผู้ใหญ่ : เมื่อโตขึ้นหนูจะเข้าใจ อย่าลืมบอกแม่ตามที่สั่งก็แล้วกัน
ครุชกา : เรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ไม่บอกหรอก น้ากับพระเจ้าซาร์ต้องการอะไรก็หาเองเถอะ ส่วนเราจะหาของที่เราต้องการเหมือนกัน
ผู้ใหญ่ : อื้อ เติบโตขึ้นเมื่อไหร่ เด็กคนนี้จะกลายเป็นมหันตภัยแน่นอน!
:roll:  :roll:  :roll:  :roll:  :roll:  :roll:  :roll:  :roll:
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0

เมื่อปะป๊ายังเด็ก

โพสต์ที่ 4

โพสต์

มือใหม่วรรณกรรมคลาสสิคเข้ามาดู  :lol:
==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==
โพสต์โพสต์