|0 คอมเมนต์

: ชีวิตช่างเป็นเรื่องไม่เข้าท่า
ตายเพื่อลืมหมด เกิดเพื่่่อจำใหม่ รับกรรมที่ทำไว้
แล้วถูกบีบให้ก่อกรรมเพื่อต้องไปรับต่ออีก
ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หาที่จบสิ้นมิได้
: เกิดมาเราไม่เคยมีอะไรจริงอยู่แล้ว
ที่เคยเสียมาทั้งหมด ก็แค่เสียดายและเสียใจเท่านั้นเอง
: ถ้าทิ้งความรักไม่ได้ ก็ทิ้งความยึดไม่ได้
เมื่อทิ้งความยึดไม่ได้ ก็ทิ้งต้นเหตุแห่งการเกิดมาไม่ได้
และเมื่อต้องเกิดอีก หนูก็ต้องพบกับความตาย
และการพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักวันยันค่ำ
ไม่ว่าจะหวงแหนพวกเขา เหมือนอยากกอดไว้ไม่ปล่อยสักขนาดไหนก็ตาม...
: พวกเราเป็นจิตวิญญาณที่หลับๆตื่นๆ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนกรรม
แต่ไม่เปลี่ยนอุปาทานว่ามีตัวเรา
จนกว่าจะฝึกรู้ความไม่เที่ยงในกายใจ
จนอ่านขาด รู้ความไม่เที่ยงในกายใจได้แจ่มแจ้ง
"การฝึกรู้ความไม่เที่ยงในกายใจ จึงเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุดขณะยังมีชีวิต"
: กายแบบนี้ กับใจแบบนี้
กระตุ้นให้เกิดจินตนาการขึ้นมาแบบหนึ่ง
แบบที่ทำให้นึกว่ามีเราจริงๆขึ้นมาคนหนึ่ง
และจะเป็นคนๆนั้นตลอดไป
ต่อเมื่อสักแต่เห็นว่ามันเป็นแค่เครื่องรับภาพ
เครื่องรับเสียง เครื่องรับสัมผัส
ร่างกายก็ไม่ต่างจากโพรงไม้กลวงๆ
ที่ไม่มีบุคคลอาศัยอยู่
มีแต่ธาตุจิตอาศัยรู้ไปต่างๆนานา
: นับแต่กายใจบนดิน จนสิ้นดาวบนฟ้า
ไม่เคยมีไว้ให้ใครยึดครอง
มีแต่ให้ทอดทิ้งไว้กับความว่างทั้งหมด
ถึงใจเราจะทุกข์เพราะไม่รู้
หรือเป็นสุขเพราะเห็นแจ้ง
ทุกสิ่งและทุกคนก็จะล่องหนหายไป
เท่ากับจำนวนที่ปรากฎขึ้นมานั่นเอง
: ที่สุดของความคุ้มในชีวิต มิใช่การใช้ชีวิตได้ตามอำเภอใจ
แต่เป็นการได้หลุดพ้นจากการครอบงำตามอำเภอใจของชีวิตต่างหาก
: ยอดสุดของการรู้จักตัวเอง คือการค้นพบว่าไม่มีตัวฉัน
พบว่ากายอันเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ที่ตั้งของตัวฉัน
พบว่าใจอันแปรเปลี่ยนก็ไม่ใช่ที่ตั้งของตัวฉัน
: ประสบการณ์ในการเป็นทุกข์ พวกเรามีไม่แพ้กัน
ส่วนประสบการณ์ในการพ้นทุกข์สิ้นเชิง
สาวกของพระพุทธเจ้าอย่างพวกเราจะได้รู้จักเสมอกันหมดครับ
By: ดังตฤณ DUNGTRIN