WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
ภาพประจำตัวสมาชิก
san
Verified User
โพสต์: 1675
ผู้ติดตาม: 0

WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย

โพสต์ที่ 31

โพสต์

ขออนุญาติ แสดงความเห็นนิดนึง พร้อมกับการยกตัวอย่างหุ้นในอดีต 10 กว่าปีมาแล้ว  นะครับ  ในเรื่องการปันผลออกมามากๆ

ผมว่าถ้ารัก WG   อยากอยู่กับเขานานๆ  จริงๆ  ให้เขาเก็บเงินไว้บ้างเถิดครับ

Once  upon a time........

เมื่อปี 2537-38  ตอนนั้น มีหุ้นอยู่ตัวนึง ชื่อว่า sanyo
ที่จำได้เพราะว่าตอนนั้นเริ่มเล่นหุ้น แบบมั่วๆ  ตอนนั้น NTV  ยัง 20 บาท เองมั๊ง   ตอนนั้นแฟนเป็นมาร์....อยู่ในเครือ ฟินวัน  ครับ
เรื่องนี้จำได้ดี  เพราะอ่านบทสัมภาษณ์เจ้าของคนไทยด้วย
ตอนนั้น  sanyo กำไรดี  มีเท่าไรปันผลหมดเลย( มั๊ง  ถ้าจำไม่ผิด )  คือปันผลดีมากๆ  เจ้าของก็เจตนาปันผลออกมามากๆ  แล้วเจ้าของก็ให้สัมภาษณ์ว่า  บริษัทไม่เป็นไร  หรอก   ปันผลมาแล้ว  ทุกคนได้  ถ้าเราต้องการลงทุนเพิ่ม  เราก็เพิ่มทุน  ใครๆก็อยากเพิ่มทุน ร่วมลงทุนด้วยอยู่แล้ว....ซึ่ง ตอนนั้นมันก็จริงอย่างที่เขาพูดแหล่ะครับ
ก็จริงครับ  ทีนี้ พอมีเงินสดอยู่ในบริษัทน้อย  พอเจอวิกฤตเข้าไปเท่านั้นแหล่ะครับ  ไม่มีเงิน  แล้วจะหาใครมาเพิ่มทุนหล่ะ  ไม่มี  จะหากู้เหรอ  ไม่มีใครปล่อยเงินมาให้     ท้ายที่สุด  ญี่ป่นเข้ามาเพิ่มทุนเอาไปหมดเลย  แล้วเอาออกจากตลาด.....

ใครจะนึกว่าจะมีเรื่องปี 2540  เข้ามาได้  ตอนนั้นปี 2537 - 2538  เอง

ถ้าอย่างคุณ akekarat  ต้องการเงินมากๆ  ต้องหาเงินมาเยอะๆมาซื้อ WG.  แล้ว จะได้เข้าไปมีส่วนบริหารบริษัท  แล้วมีสิทธิ์ยกมือ  ให้ปันผลเยอะๆ  

หรือไม่ก็ฉีกบริษัทออกเป็นชิ้นๆ  แล้วแยกขาย  อาจจะกำไรกว่าเยอะครับ  อิอิอิ

อันหลังนี่ ล้อเล่นนะครับ

ดังนั้นอยากบอกว่า ถ้ารักกันจริง ก็อย่าโลภมากเลยครับ  อย่าเด็ดกิ่งมะม่วงแบบยับเยินเพียงเพื่อเอาผลมะม่วง  จนต้นมะม่วงตายเลยนะครับ
ขอบคุณ รุ่นพี่ๆ รุ่นน้องๆ ครูบา อาจารย์ ในนี้ ที่แนะนำเรื่อง วิธีการลงทุนที่ดี นะครับ
อ. โจ กับ พี่พอใจ ยังเป็นขวัญใจ เสมอครับ
วันนี้ อ. โจ ได้ลง นสพ ด้วย .....อิอิอิ
akekarat
Verified User
โพสต์: 1746
ผู้ติดตาม: 0

WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย

โพสต์ที่ 32

โพสต์

ถ้าอย่างคุณ akekarat  ต้องการเงินมากๆ  ต้องหาเงินมาเยอะๆมาซื้อ WG.  แล้ว จะได้เข้าไปมีส่วนบริหารบริษัท  แล้วมีสิทธิ์ยกมือ  ให้ปันผลเยอะๆ  
ความเห็นส่วนตัวผมคือ จากผลงาน 3 ปี ที่ผ่านมา ผมอยากให้บริษัทนำ FCF ออกมาปันผล มากกว่าเอาไปลงทุนอะไร ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการหลัก แล้วได้ผลตอบแทน "แทบไม่แตกต่าง" กับการฝากประจำครับ จากคำพูดที่ผมเคย ๆ พูด อาจดูเหมือนผมอยากให้บริษัทปันผลให้หมดเลย แต่ความรู้สึกจริง ๆ คือผมไม่เคยอยากแตะต้องส่วนที่เป็น liquidity หรือ reserve, แต่เฉพาะ FCF ที่ทางผู้บริหารมีแนวคิดการลงทุน "แปลก ๆ" เท่านั้น บางทีอาจเป็นเพราะเราคิดว่า บริษัทเอาเงินไปลงทุนไม่ค่อยเข้าตา เท่านั้นแหละครับ
หรือไม่ก็ฉีกบริษัทออกเป็นชิ้นๆ  แล้วแยกขาย  อาจจะกำไรกว่าเยอะครับ  อิอิอิ
ไม่มีทางทำแน่ ๆ ครับ ต่อให้มีเงินเยอะถึงขนาดนั้น (จริง ๆ แล้วผมว่า หุ้น ESOP ที่ให้ผู้บริหารคนที่ได้น้อยสุด อาจจะได้มากกว่าทั้งหมดที่ผมมีด้วยซ้ำ  555) เพราะผมมองว่ากิจการ WG เป็นห่านทองคำของจริงนะ
thawattt
Verified User
โพสต์: 1141
ผู้ติดตาม: 0

WG ปันผล 2.50 บาท แถมมี ESOP ซะด้วย

โพสต์ที่ 33

โพสต์

ทางออกสำหรับบริษัทที่มี Cash มากแล้วยังไม่มี Project ไปทำอะไรที่ชัดเจน แถมเอาไปลงทุนอื่น ๆ ผลตอบแทนไม่คุ้มนั้น

1.  อาจจ่ายปันผลเพิ่มเติมเหมือนที่หลายท่านแสดงความเห็นไว้ แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียคือแสดงให้เห็นว่าในระยะสั้น ๆ การเติบโตของบริษัทอาจชะลอตัวได้ เพราะมีเงินลงทุนน้อยลง เอามาจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นครับ นอกจากนี้ก็ทำให้เงินสำรองที่รองรับกับเหตุการณ์อนาคตลดลงไปเหมือนที่หลายคนแสดงความเห็นไว้ครับ

2.  หรืออาจทำ Treasury Stock คือ ซื้อหุ้นบริษัทคืนจากตลาดก็ได้ ถ้าเห็นว่า มูลค่าหุ้นที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน มีมูลค่าหรือคุณค่าที่มากกว่าราคาปัจจุบันค่อนข้างมากครับ ซึ่งวิธีนี้ ประโยชน์ระยะสั้น แน่นอนจะเกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้นเดิมค่อนข้างมาก เพราะทำให้จำนวนหุ้นนั้นลดลง มี Demand ซื้อหุ้นในตลาดมากขึ้น และเมื่อผลประกอบการออกมา แม้ว่าจะทำให้แม้กำไรเท่าเดิม แต่กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้นครับ (เห็นมีคนเคยแสดงไว้ว่า ผลตอบแทนของบริษัท คิดเป็น ดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่ประมาณ 22% เทียบกับ ไปลงทุนอย่างอื่น ก็น่าจะได้ไม่ถึง 10% ครับ )

แถมถ้ามี Project ชัดเจนในอนาคตแล้ว  ก็ค่อยเอาหุ้นที่ซื้อคืนขายกลับเข้าไปในตลาดใหม่ก็ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น อัตราการเติบโตของหุ้นจะช่วยลองรับกับปริมาณหุ้นที่ซื้อคืนที่ขายกลับเข้าไปตลาดใหม่ได้ วิธีนี้จะเป็นการเก็บสภาพคล่องไว้กับบริษัทไว้เหมือนเดิมและปลอดภัยกว่าไปลงทุนอื่น ๆ ซึ่งบริษัทไม่รู้ว่าผลตอบแทนมีความเหมาะสมหรือไม่

ปัญหาคงอยู่ที่ว่า ราคาหุ้นของ Wg ขณะนี้ บริษัทมองว่า เป็นราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานแล้วหรือไม่ หรือเป็นราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐานครับ

วิธีนี้ หลายบริษัทเคยทำวิธีนี้ ช่วยให้ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์มาก เช่น ราคาหุ้น Se-ed ในอดีตที่ราคาตกต่ำมาก บริษัทก็นำมาใช้ได้อย่างได้ผลนะครับ

หรือ  PSL เคยนำมาใช้อย่างได้ผล และปัจจุบัน บริษัทเดินเรือ 3 ตัว คือ TTA RCL และ PSL ที่ราคาเคยอยู่ใกล้เคียงกัน จะเห็นได้ว่า PSL ขณะนี้ราคาอยู่สูงที่สุดครับ และสูงเป็นเท่าตัวเลยครับ อิ อิ

แต่บางตัวก็ล้มเหลวก็มีนะครับ เช่น กลุ่ม อากู๋ทั้งหลาย แม้จะซื้อหุ้นคืน แต่ผลงานแย่ลงมาตามลำดับ จนทำให้ราคายังตกต่ำมาหลายปีแล้วครับ เพิ่งจะค่อย ๆ เริ่มฟื้น แต่เทียบกับที่ราคาตกลงมาก่อนหน้านี้ ก็ยังอีกไกลกว่าจะกลับไปสู่ที่เดิมครับ

:lol: