http://www.komchadluek.net/breaking/rea ... wsid=57367
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2548
ประสูติการ 'โอรส'
สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ระบุ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระประสูติการ ด้วยการผ่าตัด เป็นพระโอรส เมื่อเวลา 18.35 น. ทรงมีน้ำหนัก 2,680 กรัม พระโอรสและหม่อมศรีรัศมิ์ มีพระพลานามัยและพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ พสกนิกรปราบปลื้ม กทม.เตรียมจัดสมโภชน์ใหญ่
เมื่อเวลาประมาณ 21.40 น. วานนี้ (29 เม.ย.) สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เรื่อง หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระสูติกาล โดยมีเนื้อหาดังนี้
คณะแพทย์ได้ถวายพระประสูติกาลด้วยการผ่าตัด พระโอรสมีพระสูติกาล เมื่อเวลา 18.35 น. วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 ทรงมีน้ำหนัก 2,680 กรัม พระโอรสและหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา มีพระพลานามัยและพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ เป็นที่พอใจของคณะแพทย์ที่ถวายการผ่าตัด จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 21.23 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช หลังถวายการผ่าตัด เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เผยแพร่การมีพระสูติกาลของพระโอรส มีเนื้อหาว่า เมื่อเวลา 18 นาฬิกา 35 นาที 00 วินาที พระฤกษ์พระสูติกาล หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา พระโอรสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ข้อมูลพระโอรส
1.ประสูติ เวลา 18.35 นาฬิกา, 2.น้ำหนัก 2,680 กรัม, 3.ความยาวพระองค์ 47 เซ็นติเมตร, 4.รอบพระเศียร 31 เซ็นติเมตร , 5.ลืมพระเนตร เวลา 19.00 น., 6.พระเนตรโต พระนาสิกโด่ง, 7.APGAR 8,9 , 8.น้ำหนักสายพระสกุล 550 กรัม, 9.พระโลหิต......กรุ๊ป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ APGAR8,9 หมายถึง ค่าบ่กบอกสุขภาพความแข็งแรงของเด็ก โดยนาทีที่ 1 ได้ระดับ 8 ส่วนนาทีที่ 5 วัดได้ลำดับที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ที่สูงกว่ามาตรฐาน เพราะปกติเด็กทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ 7
ก่อนหน้านั้นในช่วงค่ำวานนี้ สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มีเนื้อหาความว่า ตามที่ สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 ว่า หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ได้มีครรภ์ และคาดว่าจะมีพระประสูติกาลประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2548 บัดนี้ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา เริ่มมีอาการเจ็บครรภ์ คณะแพทย์ได้เฝ้าอาการมาโดยตลอด และมีความเห็นพ้องกันว่าการประสูติไม่เป็นไปตามปกติ สมควรผ่าตัดโดยพระบรมราชานุญาต
อนึ่ง ทางสำนักพระราชวัง เคยออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีครรภ์ โดยมีใจความว่า
ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงอภิเษกสมรสกับ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา และทรงประกอบพิธีอภิเษกสมรสพระราชทาน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2544 นั้น สำนักพระราชวังขอแถลงให้ทราบโดยทั่วกันว่า บัดนี้ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ได้มีครรภ์ และคาดว่าจะมีสูติกาลประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2548
พสกนิกรรอเฝ้ารับเสด็จเนืองแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งใช้เป็นสถานที่สำหรับการมีพระประสูติกาลของ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา วานนี้ ว่า เวลาประมาณ 14.00 น. ทางคณะแพทย์ ได้เตรียมการถวายการต้อนรับ โดยได้มีการจัดเตรียมสถานที่โดยบริเวณหน้าศาลาศิริราช 100 ปี มีการจัดเตรีมสถานที่ด้านหน้าพระบรมรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งได้มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา และเครื่องสักการะ
ส่วนด้านในตัวอาคารบริเวณชั่น 1 ตึกสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ก็มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา ขณะเดียวกันไม่ไกลนักมีการตั้งโต๊ะเตรียมให้ประชาชนทั่วไปลงนามถวายพระพร จำนวน 10 โต๊ะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะถึงเวลาเสด็จมายังโรงพยาบาลศิริราช ได้มีประชาชนมารอเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก ทั้งในบริเวณอาคาร 100 ปี และอาคารเฉลิมพระเกียรติ โดยมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยถวายการอารักขา
สำหรับบุคคลสำคัญที่รอรับเสด็จ นอกจาก นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และศ.คลีนิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลแล้ว ยังมีคณะแพทย์ พยาบาล ผู้บริหารโรงพระบาล ข้าราชกาารชั้นผู้ใหญ่ และประชาชนทั่วไปเฝ้ารับเสด็จ
ทรงสักการะพระบรมรูปสมเด็จย่า
ต่อมาเมื่อเวลา 16.49 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในชุดคลุมท้องสีเทาอมฟ้า เกล้าผมหางม้าเรียบร้อย มายังโรงพยาบาลศิริราช จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทำพิธีสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก แล้วเสด็จขึ้นยังศาลาศิริราช 100 ปี และทำพิธีสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อนเสด็จยังหอผู้ป่วย 72 ปี ชั้น 5 ตะวันออก เพื่อประทับเป็นการส่วนพระองค์ ก่อนที่จะทำการคลอดที่ตึกสยามินทร์ และหากมีพระประสูติกาลแล้ว หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา จะพักที่หอผู้ป่วย 72 ปี ตะวันออก
ในเวลาต่อมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ตามเสด็จไปยังหอผู้ป่วย 72 ปี
เวลา 19.05 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมยังอาคาร 72 ปี ตามเสด็จด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ คุณพลอย คุณใหม่
สำหรับทีมแพทย์ที่ทำการคลอด นำโดย ศ.คลินิก น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานคณะแพทย์ทำคลอดครั้งนี้
ประชาชนปลื้ม"พระโอรส"ใหม่
นายวินัย ฉายันโพน ชาวสมุทรปราการ ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมบุตรสาวที่เพิ่งคลอดลูกเมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา และเฝ้ารับเสด็จด้วย กล่าวถึงความรู้สึกว่า รู้สึกตื่นเต้นและขนลุกไปหมดเพราะไม่เคยเข้าเฝ้าใกล้ชิด 2 พระองค์ขนาดนี้มาก่อน รวมทั้งยินดีกับข่าวที่จะมีพระประสูติกาลในครั้งนี้
ขณะที่ประชาชนบางคนที่มารอรับเสด็จ บอกว่า ทราบข่าวว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และหม่อมศรีรัศมิ์ จะเสด็จฯ มายังโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 เมษายน เนื่องจากมีญาติมารักษาตัวที่นี่ ทำให้ทราบข่าว และมารอรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์ รู้สึกดีใจที่จะมีพระโอรสมาประสูติกาล
กทม.เตรียมจัดสมโภชน์ใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังข่าวหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระสูติกาล เผยแพร่ออกไป ได้มีบุคคลสำคัญเดินทางมายังอาคาร 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เพื่อลงนามถวายพระพร และถวายแจกันดอกไม้ อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และภริยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน และภริยา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางปฎิมา ภริยา
โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่า มาลงนามถวายพระพรในวโรกาสประสูติพระโอรส ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในสถานที่ที่เตรียมไว้ให้ ทุกคนรูสึกปราบปลื้มยินดี โดยวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ กทม.จะมีการหารือร่วมกับสำนักพระราชวัง เพื่อร่วมฉลองสมโภชน์ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวต่อไป