หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 02, 2005 10:30 pm
โดย ปรัชญา
คุณตัน ให้สัมภาษณ์ กับ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ

:arrow: ปีที่ 28 ฉบับที่ 3675 (2875)

เปิดบันทึก "ตัน ภาสกรนที" ฝ่าวิกฤตชาเขียว ถึงรวยฟ้าผ่า
สัมภาษณ์

ถือเป็นชีวิตที่ "ไม่มีทางตัน" อย่างแท้จริงก็ว่าได้ ขณะที่ใครๆ พากันมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ "โออิชิ กรีนที" ของผู้ชายที่ชื่อ "ตัน ภาสกรนที" เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดูจะกลายเป็นสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัส

หนักหนากว่าที่เคยประสบพบพานมาทั้งหมด

แม้แต่ "ตัน" เองก็ยังยอมรับกับผู้คนรอบข้างว่า นึกว่าโออิชิ กรีนที จะเอาตัวไม่รอดเสียแล้ว

ทว่าท้ายที่สุดสถานการณ์ของโออิชิกลับพลิกผัน จากร้ายกลายเป็นดี

แถมยังดีกว่าที่เจ้าตัวจะคาดคิดไว้เสียอีก

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสเปิดอกสัมภาษณ์กับต้นตำรับ ชีวิตที่ไม่มีทางตัน "ตัน ภาสกรนที" ถึงลำดับขั้นการจัดการสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น

- ตอนนี้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง crisis management ไปแล้ว

จริงๆ แล้ว ผมไม่เคยรู้จักคำคำนี้มาก่อน ไม่รู้มาก่อนว่ามีบริษัทที่ปรึกษาด้านนี้ (หัวเราะ) และ crisis management ก็ไม่เคยอยู่ในหัวสมองของผมเลย ที่ผ่านมาหากนักลงทุนถามว่า โออิชิอาจมีความเสี่ยง หรือ crisis คืออะไร ผมจะคิดถึงเรื่องการสต๊อกสินค้า โรงงานไฟไหม้ เพราะจะส่งผลกระทบทั้งหมด โรงงานของผมจึงมี "ดับเบิล เซฟตี้" ทั้งในและนอกโรงงาน แต่หากเป็น crisis แบบศัตรูที่มองไม่เห็น ผมไม่เคยคิด เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ และไม่เคยให้ร้ายใคร เราไม่เคยคิดถึงจุดนี้

จนถึงขณะนี้ ผมก็ยังไม่ได้มองว่าเก่งกาจในการแก้วิกฤต แม้จะมีหลายคนเชิญให้ไปบรรยายเต็มไปหมด ผมคิดว่าข้อดีของผมคือเป็นคนตัดสินใจเร็วและกล้าได้กล้าเสีย เพราะผมจริงใจ ผมไม่ได้มัวห่วงใยแต่เรื่องเงิน หรือกลัวว่าข่าวออกมาไม่ดี

- แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยจัดการกับปัญหามาแล้ว (ไฟลวก ส.ส.ที่มากินอาหารในโออิชิบุฟเฟต์)

เคสนี้มันแตกต่างกัน นั่นเกิดขึ้นกับคนคนเดียว พอเราแสดงความรับผิดชอบ ดูแลเขาอย่างรวดเร็วและใกล้ชิดก็จบ ผมเองเป็นคนไม่กลัวปัญหา อันที่จริงเรียกว่าชอบปัญหาด้วยซ้ำไป แต่เวลามีปัญหา คนส่วนใหญ่ชอบที่จะหนี แต่ผมชอบเดินเข้าหาปัญหา เพราะการหนีทำให้ปัญหายิ่งยากขึ้น แต่การเดินเข้าไปหาปัญหา ถึงยังแก้ไม่หมด หรือแก้ไม่ได้ มันก็บรรเทาลง

- ได้มุมมองอะไรบ้างจากปัญหาที่เกิดขึ้น

เรื่องกรดเกลือที่มาอยู่ในขวดชาเขียว ไม่เคยอยู่ในสมองของผมเลย เพราะเครื่องจักรที่ใช้ถือเป็นระบบที่ดีที่สุด และเราเป็นรายแรกที่ใช้ระบบนี้ (ฮอต ฟิลด์) ปัญหาแบบนี้ที่เคยเกิดจะเป็นพวกเครื่องสำอาง อาหารแห้ง แต่จากการที่ผมไม่รู้ ทำให้ไม่เคยอยู่ในสมอง หรือเตรียมการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยมีแผนการ และไม่เคยเผื่อใจในเรื่องนี้ มันจึงยากมาก

- ตั้งสติได้ตอนไหน

กว่าผมจะตั้งสติได้ เมื่อวันที่ 3 เพราะ 2 วันแรกรับโทรศัพท์จนเบลอ ไม่ได้นอนด้วย พอถึงวันที่ 3 เริ่มคิดว่าจะแก้อย่างนี้ไม่ได้ จึงเรียกทีมงานทั้งหมดมาประชุมแบ่งงานกันเป็นทีมๆ หลังจากนั้นเริ่มมองว่าเวลามีปัญหาเกิดขึ้น ไม่ใช่วิ่งไปแก้ปัญหาอย่างเดียว แต่ควรปรึกษาด้วย ตอนแรกผมก็คิดว่าจะไปจัดงานดื่มโออิชิฟรี จะได้พิสูจน์ว่าดื่มแล้วไม่เป็นไร จะเอาญาติพี่น้อง ลูกน้อง หุ้นส่วนไปด้วย คิดอีกทีก็ได้แค่ภาพภาพหนึ่งเท่านั้น หรือประกาศว่าใครดื่มแล้วเจ็บคอจะให้ 1 ล้านเหมือนกินไก่ ผมก็ว่าไม่ใช่อีก ดูเหมือนใช่แต่ไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ต้นเหตุ เพราะที่จริงแล้ว ผู้บริโภคกังวลว่าดื่มแล้วจะเป็นอะไร ตายแล้วได้เงินมีประโยชน์อะไร

- ปัญหาที่ประสบในขณะนั้น

ตอนนั้นไม่ได้นอนหลายวัน เช้าขึ้นมาต้องมาคอยดูข่าว วิ่งไปซื้อหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ตี 4 พอเริ่มมีขวดที่ 2 ที่ 3 พบชาเปลี่ยนสี รู้ถึงสถานการณ์ทันที พอแปดโมงลูกค้าเริ่มโทร.มาแล้ว ร้านค้าเริ่มโทร.มา ยี่ปั๊วก็โทร.มาถามว่าจะคืนของได้ไหม เซเว่นฯขอคืนทั้งลอต เราก็บอกไม่เป็นไร จริงๆ แล้วชาเปลี่ยนสีเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าจะคืนก็คืน

- กระทบยอดขายมากไหม

ช่วงนั้นเราไม่ได้ส่งของเลย เพราะมีแต่คนอยากคืนของ แต่หยุดชั่วคราวไม่เป็นไร อาทิตย์แรกยอดขายลดลงทันที แต่อาทิตย์ต่อมาเมื่อเราแถลงข่าวแล้วเริ่มดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดีเหมือนเดิม ยอดยังไม่กลับคืน แต่ก็เริ่มดีขึ้น จริงๆ ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ไม่ตก แต่ไม่ขึ้นตามเป้า ทั้งๆ ที่เราทุ่มเม็ดเงินโฆษณาไปถึง 39 ล้านบาท ในเดือนมกราคม ถือว่าเสียหายเหมือนกัน

- ตัดสินใจแถลงข่าว

ตอนนั้นแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน จริงๆ แล้ว ผมเองอยากแถลงข่าว แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าแถลงแล้วได้อะไร รู้ว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ตอนนั้นเราก็เบลอ จนวินาทีสุดท้าย พอดีผมมีที่ปรึกษาระบบไคเซ็นของโรงงานเป็นคนญี่ปุ่น เขาบอกว่ามีเครื่องมือเป็นที่สแกนน้ำกับเอกซเรย์ฝา ถ้าเจอขวดไหนผิดปกติ เครื่องจะหยุดทำงาน ผมตัดสินใจซื้อเครื่องนี้ทันที นอกจากนี้ยังตัดสินใจใส่เงินอีกร้อยล้าน ใส่ดับเบิล เซฟตี้ เข้าไป

ถ้าไม่เกิดวิกฤต ผมไม่รู้จักเครื่องนี้แน่ หลังจากแถลงออกไปยอดคืนเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ

- สภาพจิตใจขณะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

บอกตรงๆ คือกุมภาพันธ์ผมแย่มาก ทั้งยอดขาย กำลังใจ และชีวิตส่วนตัว เพราะฉะนั้นเวลาเกิดวิกฤตจึงอย่าท้อแท้ พอถึงเดือนมีนาคมยอดขายกลับมา ผมก็ไม่ลืมตัว พอได้มาก็แบ่งปันให้คนที่เดือดร้อน (ตันเพิ่งจะบริจาคเงินให้โครงการฝนหลวงเป็นจำนวน 10 ล้านบาท)

ถามว่าท้อไหม ผมเหนื่อยแต่ไม่ได้ท้อ แต่มันเยอะและมาพร้อมๆ กัน เปรียบเหมือน "สึนามิ กรีน ที" แก้ยังไงก็ไม่ถูก

- กำลังใจหลักๆ ที่ได้

ตอนนั้นผมได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ และลูก ค้าเต็มไปหมด พอมีคนให้กำลังใจ สมองเริ่มโปร่ง

- ข้อคิดที่ได้จากปัญหาที่เกิดขึ้น

ผมว่าการเป็น "ซีอีโอ มาร์เก็ตติ้ง" นอกจากต้องคิด ตัดสินใจ ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานที่ต่ำกว่าคือการออกไปพบลูกค้า บางคนบอกว่าให้คนอื่นไปแทนดีกว่า เพราะหากเจ้าของบริษัทมาเองคนจะเรียกร้องมาก แต่ผมมองว่าไม่เป็นไร อย่างน้อยการที่เรามีน้ำใจไปหาเขา ผมว่าปัญหาจะแก้ไขง่ายกว่า การที่เราให้ผู้จัดการหรือลูกน้องเราไป เขาจะรู้สึกว่าบริษัทนี้ไม่ห่วงใยเขาเลย

- ถึงขนาดว่าหนักที่สุดในชีวิต

ช่วงนั้นแม่ของผมอยู่โรงพยาบาล ท่านไม่ไหวแล้ว อยู่ได้เพราะออกซิเจน แต่ผมดึงเวลาเอาไว้เพราะเป็นช่วงตรุษจีน เพราะคนจีนไม่อยากให้เสียในช่วงนี้ แล้วท่านก็เสียหลังจากที่ผมแถลงข่าว 1 วัน

- สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

ผมตั้งใจว่า วันหนึ่งหากมีปัญหาแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็ตาม ผมจะไปหาเขาทันที ให้เขารู้ว่าจะต้องระวังอะไร และต้องทำอะไรก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้ผมได้ข้อคิดเยอะมาก

ผมคิดว่า ถ้า 2 วันแรกผมไม่เบลอ ผมจะแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้

- หากเหตุการณ์นี้มาจากผู้ไม่หวังดี

ผมไม่เคยคิดว่าแค้นนี้ต้องชำระ คนละทฤษฎีกัน ผมถูกสอนมาว่า ชนะคือแพ้ ขาดทุนเป็นกำไร แค้นไม่ต้องชำระ ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการที่ดีไม่ทำแบบนี้ ถึงวันนี้ผมไม่โทษใครเพราะไม่มีหลักฐาน ถึงวันนี้นอกจากไม่โทษแล้วผมยังได้รับน้ำใจจากวงการเดียวกันเยอะมาก

- ทำให้เป็นที่มาของแคมเปญ "รวยฟ้าผ่า"

ไม่ใช่ สำหรับ 30 ฝา 30 ล้านบาท จริงๆ อยู่ในแผนตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว ตอนนั้นโออิชิครบ 1 ปี มีแชร์ 39% ขณะที่ยูนิฟ 38% เราจึงจัดงานขึ้นมาสำหรับร้านค้า มีทองเป็นรางวัล แต่แคมเปญที่จะให้ผู้บริโภค เราไม่กล้าทำเพราะกลัวเดือนธันวาคมออกมายูนิฟจะเป็น 39% แล้วเราจะเป็น 38% เราจะหน้าแตก เพราะชนะเขาแค่ 2 เดือน แต่พอถึงเดือนธันวาคม ปรากฏว่าโออิชิ 46% ยูนิฟ 36% อันนี้ชัวร์แล้ว เราเริ่มทำหนังโฆษณา แต่พอถึงตรุษจีนก็มาเจอเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลายคนพูดว่า ก่อนจะ "รวยฟ้าผ่า มีซวยฟ้าผ่ามาก่อน" (หัวเราะ เสียงดัง)

จริงๆ แล้วพอเจอวิกฤต เราอยากเลื่อน แต่ขออนุญาตแล้ว เลื่อนไม่ได้ ถ้าเลื่อนเงิน 30 ล้านที่เตรียมไว้ต้องมอบให้กาชาด ผมก็ห่วงว่าคนจะรู้สึกไหมว่า พอเจอวิกฤตแล้วก็เอาเงินมาใส่ ก็เลยมีการแก้ไขรูปแบบ งานแถลงข่าวก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย

- ทำไมต้องแค่ 30 ฝา

จริงๆ แล้ว แคมเปญนี้ที่เป็นล้านฝา หรือแสนฝาไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของเทคนิค เราไม่สามารถสร้างฝาขวด (ที่ทำให้คนมองไม่เห็นรางวัล) ได้เป็นแสนฝา นี่คือปัญหาบังคับให้ผมต้องทำน้อยๆ

- ปัจจัยความสำเร็จของแคมเปญนี้

คนเราก็มีขึ้นมีลง บางทีก็มีสิ่งที่ดีๆ มา ซวยบ้างก็มีเฮงบ้าง คนเราคงไม่ซวยตลอด แคมเปญนี้ดังระเบิดมาจากว่า พอมีวิกฤต ยอดไม่ถึง เราจึงนั่งคิดว่าจะทำอย่างไร ก็เทงบฯเข้าไปเต็มที่ ตอนนั้นเรียกว่าหน้ามืด เลยทุ่มเงินซื้อสื่อเต็มที่ ยิงโฆษณาทีวี ซื้อสื่อหนังสือพิมพ์แบบเต็มหน้าตลอด บวกกับช่วงวิกฤตก็ใช้เงินไปมาก เป็นข่าวมาก ถึงแม้จะเป็นข่าวที่ไม่ค่อยดีก็ตาม แต่มันก็ได้คำว่าโออิชิ กรีนที

- ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหรือไม่

เราจ่ายจริงภายใน 24 ชั่วโมง และผมไปจ่ายด้วยตนเอง ที่ผ่านมาผมนั่งรถเป็นร้อยๆ กิโลฯ ข้ามภูเขา ข้ามน้ำไปเจอะลูกค้า เขาก็ประทับใจและให้การต้อนรับ รวมทั้งสื่อที่มาทำข่าว เราโชคดีอีกตรงที่ว่าคนที่ได้เงินล้านเป็นคนเก็บขยะ จึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา และยังมีซาเล้งเก็บของเก่า จนถึงขณะนี้เดือนมีนาคมเราผลิตไม่ทันแล้ว เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ตอนนี้เราผลิตได้แค่วันต่อวันเท่านั้น วันหนึ่งก็ล้านขวด ต่อเดือนก็ 30 ล้านขวด 20 ล้านกล่อง

- เทียบกับปัญหาในอดีตที่เคยเจอ

หากเทียบกับช่วงปี 2540 ที่ติดหนี้สิน 100 ล้านบาทนั้น ผมว่าต่างกันฟ้ากับดิน ตอนนั้นผมไม่มีอะไร เป็นหนี้ ไม่มีก็ยึดทรัพย์ไป ฟ้องล้มละลายก็จบ ไม่มีเดือดร้อนอะไร แก้ง่าย แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องจิตใจ มันยากกว่าเยอะ บริษัทนี่ไม่ใช่ของผมคนเดียว ยังมีพนักงานอีก 3 พันกว่าคน

แค่คืนสินค้าทั่วประเทศ ผมก็ตายแล้ว

- ฝากอะไรไว้สำหรับคนที่เจอวิกฤต

ผ่านวิกฤตมาทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น อย่างที่ผมบอก ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่เราคิด ในโลกมีอะไรหลายอย่างที่เราคาดไม่ถึง ชีวิตคนเราก็มีขึ้นมีลง เวลาไปบรรยายผมก็จะพูดเรื่องนี้ เวลาล้มเหลวอย่าท้อแท้ ได้ดีอย่าลืมตัว และผมก็จะบอกว่า สุดท้ายขอให้ทุกคนเป็นคนดี

- สิ่งที่อยากทำหลังจากเหตุการณ์นี้

ผมจะทำหนังสือขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง รวบรวมวิธีแก้ปัญหาเมื่อมีวิกฤตเกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อใช้เป็นคู่มือในองค์กร เหมือนคู่มือเปิดร้าน ครั้งนี้เราพบหลายอย่างที่ไม่เคยเจอ ควรเก็บไว้เป็นประสบการณ์ หากทิ้งไปก็น่าเสียดาย

ผมได้รับน้ำใจจากคนอื่นมา ผมจึงคิดว่าถ้าคนอื่นประสบปัญหาแบบเดียวกัน ผมก็ควรไปช่วยเหลือเขา ผมรู้คุณค่าที่ได้รับจากคนอื่น

เพราะครั้งนี้หากแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ต้องตายแน่ๆ


ผลประกอบการไตรมาส1 อาจออกมาไม่ดีเท่าที่ควร
เพราะเดี้ยงไป2เดือน

แต่ผมชอบนะ บริจาคให้โครงการฝนหลวงไป 10 ล้านบาทน่ะ

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 02, 2005 10:45 pm
โดย buglife
เห็นดีด้วยครับ :mrgreen:

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 02, 2005 11:19 pm
โดย เพื่อนพูห์
แล้วจะจับตัวการ คนที่แอบเอากรดไปใส่ในชาเขียว จนทำให้กลายเป็นข่าวใหญ่โต ได้หรือไม่? ผมเดาว่าคงจะเงียบหาย..... ไป ในที่สุด :wink:

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 02, 2005 11:46 pm
โดย booklover
จนถึงขณะนี้เดือนมีนาคมเราผลิตไม่ทันแล้ว เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ตอนนี้เราผลิตได้แค่วันต่อวันเท่านั้น วันหนึ่งก็ล้านขวด ต่อเดือนก็ 30 ล้านขวด 20 ล้านกล่อง

อย่างนี้ถือเป็นความผิดพลาดไหมครับทั้งๆที่น่าจะประมาณการว่า
promotion ที่ออกจะได้ผลขนาดไหน แต่ผมว่าก้อไม่น่าเชื่อจริงๆครับ
ตอนนี้ family mart แถว abac ไม่มี oishi ขวดเลยสักขวดเดียวมา4วัน
แล้วครับ :shock:

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 03, 2005 12:03 pm
โดย zolomon
วันละล้านขวดนี่มันแทบจะแสดงว่าหนึ่งวันคนไทยกิน oishi กันเกือบ 1.5 % ของคนนไทยทั้งประเทศ :shock:

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 03, 2005 2:29 pm
โดย Dech
เป็นไปได้ครับ หรืออาจจะไม่ถึงแต่เป็นลูกค้าเดิมกินมากขึ้น
ผมเห็นกินกันเยอะมากจริงๆ ใน office ผมนี้ก็เพียบ
ปกติ เคยกินหนึ่ง พอมีแจกล้านเพิ่มเป็น 2 หรือ 3 หรือคนที่ไม่เคยกินก็มากินกัน


เป็นคุณตันก็รวยอย่างเดียว ต้นทุนต่ำมาก ไม่รวยได้ไง

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 03, 2005 4:04 pm
โดย tummeng
แบนแจก30ล้าน'โออิชิ'

ฝันสลายคนไทยอยาก "รวยฟ้าผ่า" กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา เตรียมลงดาบเชือดแคมเปญร้อนพลิกฝาโออิชิ ลุ้นเงินล้าน 30ฝา 30 ล้าน ชี้แจกเงินสดๆ 1 ล้าน ผิดเงื่อนไขการขออนุญาตชิงโชค มอมเมาผู้บริโภคติดกับดักเสี่ยงโชค ชาวบ้านแห่ซื้อยกลังเพียงหวังเงินล้าน อาทิตย์หน้าเรียก สคบ.-อย.-มหาดไทย ถกด่วน5เฒงย. ก่อนตัดสินชี้ชะตา ข้าง"ตัน" โบ้ย เอเจนซีจัดการเรื่องขออนุญาตให้

กระแสคลั่ง"รวยฟ้าผ่า พลิกฝาโออิชิ 30ฝา 30 ล้าน" ระบาดอย่างหนัก หลังจากมีการเสนอข่าวผู้โชคดีได้เงิน 1 ล้านบาท พลิกชีวิตกลายเป็นเศรษฐีย่อมๆ เป็นเพียงลูกจ้างประจำสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเก็บฝาโออิชิที่มีข้อความ"1ล้าน"ได้จากถังขยะ ทำให้ผู้บริโภคทั่วประเทศมีความต้องการอยากจะรวยฟ้าผ่ากันเป็นจำนวนมาก จึงแห่ซื้อชาวเขียว โออิชิ มาดื่มแบบถล่มทลาย จนโรงงานผลิตสินค้าป้อนตลาดแทบไม่ทัน

-กมธ.สาธารณสุขเตรียมเช็คบิล

ล่าสุด แหล่งข่าวจากวงการตลาดเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้คณะกรรมมาธิการสาธารณสุข วุฒิสมาชิก หรือ กมธ. วุฒิฯให้ความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมการตลาดของเครื่องดื่มชาเขียว โออิชิ ซึ่งจัดรายการส่งเสริมการขายชื่อ "รวยฟ้าผ่า พลิกฝาโออิชิ 30ฝา 30 ล้าน" เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคมถึง 24 พฤษภาคม 2548 เพียงช่วงสัปดาห์แรกของแคมเปญ ปรากฎมีผู้โชคดีได้รับแจกเงินสด 1 ล้านบาทไปถึง 2 รายโดยรายแรกเป็นแม่บ้าน รายหลังเป็นลูกจ้างประจำสำนักงานประกันสังคม และในสัปดาห์ต่อๆมาก็มีผู้โชคดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมแล้วภายในช่วง 1 เดือนแรกมีผู้โชคได้เงินล้านไปแล้วรวมทั้งหมด 6 ราย

"การที่มีผู้โชคดีได้โชคเงินสด 1 ล้านบาทแบบง่ายๆ นี้ มีผลทำให้ผู้บริโภคทั้งเด็กและผู้ใหญ่หันมาทุ่มซื้อชาเขียวยี่ห้อดังกล่าวมากขึ้น บางคนปกติไม่เคยดื่มชาเขียวก็หันมาดื่ม บางรายหนักกว่านั้นซื้อเหมายกลังเลยก็มี ทำให้ตอนนี้ชาเขียว โออิชิในท้องตลาดค่อนข้างขาดแคลน"

แหล่งข่าว กล่าวย้ำว่า จากกระแสคลั่งชาเขียว โออิชิ ดังกล่าวนี้เอง ทำให้กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าวคือ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ต้องการสร้างกระแสขึ้นมาเพื่อหวังลบล้างความไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการดื่มโออิชิ กรีนที หลังจากก่อนหน้านี้มีผู้บริโภครายหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานี ดื่มสินค้าดังกล่าวแล้วเกิดอาการอัมพฤกษ์ จึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดแคมเปญชิงโชคดังกล่าวมาพิจารณา ซึ่งพบว่าทางบริษัทฯไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการขออนุญาตชิงโชค หรือที่เรียกว่าใบอนุญาต พน.36 ที่กำหนดว่าไม่ให้ผู้จัดรายการแจกเงินแทนการแถมพกหรือรางวัล

-เรียกมหาดไทย-สคบ.-อย.ถกด่วน

ต่อเรื่องนี้นายสวัสดิ์ ทรัพย์เจริญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการโฆษณาสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ กรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวว่า วันที่5 เม.ย.นี้ ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ จะมีการประชุมกันอีกครั้งเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยจะเชิญตัวแทนจาก สำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการคุ้มครอบผู้บริโภค (สคบ.) และคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาชี้แจงกรณีบริษัท โออิชิ โฆษณาสินค้าด้วยการการชิงโชค จ่ายเป็นเงินสดให้ผู้ถูกรางวัล เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 หรือไม่ โดยจะเชิญมาชี้แจงทั้ง 3 หน่วยงาน ชี้แจงระเบียบ ข้อกฎหมาย ต่างๆ ว่าได้ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ซึ่งผลการประชุมจะต้องเสนอต่อประธานรัฐสภา และรัฐบาล ตามขั้นตอนต่อไป

-มท.แจงขออนุญาตแจกเช็คของขวัญ

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมมว่า บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตจัดรายการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค ในรายการ"รวยฟ้าผ่า พลิกฝาโออิชิ กรีนที" เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ณ ที่ว่าการอำเภอคลองหลวง ปทุมธานี เพื่อเป็นการส่งเสริมการจำหน่ายและสมนาคุณแก่ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์โออิชิ กรีนที ชนิดขวด หรือชนิดกล่อง รสใดก็ได้ โดยเงื่อนไขการดำเนินรายการ เมื่อลูกค้าเปิดใต้ฝาโออิชิ กรีนที เฉพาะชนิดขวด พบโชคชั้นที่ 1 แลกรับของสมนาคุณเป็นเช็คของขวัญมูลค่า 1 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล โดยแลกรับได้ที่บริษัทฯ แต่ถ้าเปิด

ใต้ฝาแล้วไม่พบโชคชั้นที่ 1 ให้ส่งฝาหรือแนบฉลากชนิดกล่องด้านภาษาไทยส่งไปชิงโชคชั้นที่ 2 ที่รายการชิงช้าสวรรค์ ตู้ ปณ.2 สะพานใหม่ กรุงเทพฯ 10221

"แต่ความเป็นจริงพบว่า บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กลับออกโฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญดังกล่าวทางสื่อหนังสือพิมพ์ว่า "รวยฟ้าผ่า พลิกฝาโออิชิ 30ฝา 30 ล้าน" โออิชิแจกเงินล้าน อยากได้ให้รีบหยิบ แค่พลิกใต้ฝาโออิชิ พบข้อความ"1ล้าน" จะรีบเอาเงินล้านไปส่งให้คุณถึงที่ตัว ภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับเงื่อนไข โชคชั้นที่ 1 ลุ้นรางวัลเงินสด 1 ล้านบาท ใต้ฝา โออิชิ กรีนที ชนิดขวด รสใดก็ได้จำนวน 30 รางวัล มูลค่า 30 ล้านบาท ส่วนโชคชั้นที่ 2 สำหรับผู้พลาดโอกาสจากโชคชั้นที่ 1 ส่งฝาโออิชิหรือกรีนที ชนิดกล่องด้านภาษาไทย ส่งมาชิงรางวัลเงินสดอีก 1 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

-นิติกรมหาดไทยชี้ผิดอาญา

ขณะที่แหล่งข่าวจาก สำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การขอให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ

ใน พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 8 ระบุว่า" การจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคใดๆ ในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนจึงจะทำได้"

ซึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องได้รับอนุมัติจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สำหรับต่างจังหวัด ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด หากผู้ขออนุญาตไม่ปฎิบัติตามจะต้องได้รับโทษ ตาม มาตรา 14 กล่าวคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50 บาท จนถึง 2,000 บาท ส่วนกรณีของ เครื่องดื่มชาเขียว "โออิชิ" ซึ่งขออนุญาตที่จังหวัดปทุมธานี ให้มีการแถมพก หรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค ซึ่งต้องเป็นสิ่งของ แต่กลับโฆษณาดึงดูดความสนใจ ด้วยการจ่ายเป็นเงินสด เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายการพนันอย่างชัดเจน

-ร้านค้าไม่พอขายสั่งเพิ่มยอด

ด้านพนักงานขายประจำเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาหนึ่ง ระบุว่าเครื่องดื่มประเภทชาเขียวโออิชิ

เป็นเครื่องดื่มที่กำลังมาแรงที่สุด ขายหมดก่อนเครื่องดื่มชนิดอื่นทุกวัน ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการวางแผนการตลาดที่ดี ทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติและยังมีการจัดแคมเปญลุ้นโชคให้กับผู้บริโภคซึ่งถือว่าเป็นตัวกระตุ้นจุดขายได้เป็นอย่างดี

นายราชา วิเศษสุวรรณ พ่อค้าร้านขายของชำอีกรายหนึ่ง เผยว่า โออิชิเป็นเครื่องดื่มที่ทางร้านขายดีมาตลอด ตั้งแต่ยังไม่มีการจัดแคมเปญลุ้นล้าน แต่เมื่อมีการจัดแคมเปญนี้ขึ้นมายอดขายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่พอขายแม้จะสั่งเพิมเข้ามาอีกเท่าตัวก็ยังไม่พออยู่ดี สอดคล้องกับแหล่งข่าวร้านค้าย่อยรายหนึ่งในสวนจตุจักร ที่กล่าวเช่นกันว่า ช่วงนี้มีลูกค้าสนใจซื้อชาเชียว โออิชิกันมาก มีหลายคนมาขอซื้อยกลัง เพราะต้องการลุ้นโชค

"ตัน"โยนเป็นเรื่องเอเยนซี่จัดการ

นายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศว่า เรื่องนี้ยังไม่มีใครแจ้งรายละเอียดให้ทราบ และหาก กมธ.สาธารณสุข วุฒิสมาชิก เรียกเข้าไปพบ ก็จะต้องมีการชี้แจงรายละเอียดกันก่อน อย่างไรก็ตาม ก่อนการทำแคมเปญดังกล่าว บริษัทเอเยนซี่ เดนสึ แอนด์ ยังก์ รูบิแคม ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแคมเปญดังกล่าว เป็นผู้ยื่นเรื่องขออนุญาตทั้งหมด

สำหรับแคมเปญ "รวยฟ้าผ่า พลิกฝาโออิชิ กรีนที" แจกโชคใต้ฝาๆ ละ 1 ล้าน จำนวน 30 รางวัล เป็นแคมเปญของโออิชิที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ 1 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2548 ในแคมเปญนี้บริษัทใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 60 ล้านบาท โดยการโฆษณาผ่านสื่อทีวี สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออื่นๆ อย่างครบวงจร ซึ่งทุกสื่อมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของภาครัฐทั้งหมดแล้วก่อนเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน และขณะนี้มีผู้โชคดีแล้ว 13 คน สำหรับรางวัลที่บริษัทนำไปมอบให้กับผู้โชคดี บริษัทจะถามผู้โชคดีก่อนว่า ต้องการรับเป็นเงินสดหรือเช็ดเงินสด ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนขอรับเป็นเช็คเงินสด เพื่อความปลอดภัย

ส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญกระตุ้นยอดขายในช่วงหน้าร้อน บริษัทเริ่มสร้างความสนใจผ่านภาพยนตร์โฆษณาชิ้นแรกที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ไปตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตั้งแต่ 1 มีนาคม เป็นต้นไปจะออกอากาศโฆษณาครบ 3 เวอร์ชั่น ความยาว 15 วินาที ได้แก่ ชุด "นับเงิน", ชุด "ฝากฝา" และ ชุด "เปิดเซฟ"

-นักการตลาดรับแคมเปญใต้ฝาเห็นผลทันตา

นักการตลาดรายหนึ่งกล่าวถึงการจัดให้มีการส่งเสริมการขายด้วยการลุ้นโชคใต้ฝาว่า เป็นรายการที่สร้างยอดขายได้ทันที ถ้าหากว่ารางวัลในรายการนั้นมีมูลค่าสูงๆ เช่น รถยนต์ บ้าน โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะเงินสด ที่กำลังนิยมในปัจจุบัน สร้างแรงดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อได้อย่างมาก

"ที่ผ่านมา มีเบียร์ยี่ห้อหนึ่งจัดแคมเปญลุ้นโชคใต้ฝา รางวัลใหญ่คือรถยนต์ยี่ห้อหรู ปรากฎว่ายอดขายของสินค้าดังกล่าวในช่วงที่มีรายการเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่ละเดือน

มีผู้ส่งฝาเบียร์มาลุ้นรางวัลมากกว่า 1 ล้านฝา จึงทำให้เจ้าของสินค้าทั้งหลายนิยมที่จะจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงที่ต้องการผลักดันยอดขายเข้าเป้า"

สำหรับแคมเปญลุ้นโชคใต้ฝาโออิชิ 30ฝา 30 ล้าน ต้องยอมรับว่าได้รับการตอบรับสูงมาก

ถึงขั้นทำให้ชาวเขียวยี่ห้ออื่นๆ ในท้องตลาดแทบจะขายไม่ได้ ซึ่งความสำเร็จของแคมเปญดังกล่าว

ทำให้ฐานการตลาดของชาวเขียว โออิชิ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น (อ่านข่าว..รวยฟ้าผ่า โออิชิสร้างสงครามราคาป่วนตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ หน้า 17)

-อย.ย้ำคุณสมบัติชาเขียวเหมือนน้ำชาทั่วไป

ด้าน ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ให้ความเห็นก่อนหน้านี้ว่า "ขาเขียว"เป็นเพียงน้ำดื่มที่ในหลายประเทศนิยมดื่ม เช่น จีน ญี่ปุ่น ซึ่งมีการเผยแพร่คุณสมบัติของชาเขียว โดยมีการตั้งสถาบันวิชาการเพื่อศึกษาและพบว่า ในชาเขียวประกอบด้วยสารโพลิซีนอล มีสารแอนติออกเด้นท์ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายทำให้อายุยืนขึ้น แต่คุณสมบัติต่างๆในชาเขียวยังเป็นเพียงแนวคิดตามหลักวิชาการเท่านั้นตามสารที่พบ แต่ในทางคลินิคยังไม่เคยมีการวิจัย ว่าเมื่อดื่มชาเขียวแล้วจะให้ผลเช่นนั้นหรือไม่ และยังไม่มีการทดสอบอย่างจริงจัง จึงไม่สามารถสรุปได้ สำหรับชาเขียวพร้อมดื่มที่นิยมดื่มในประเทศขณะนี้เป็นเพียงน้ำดื่มชาทั่วไปเท่านั้น


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 1997 03 เม.ย. - 06 เม.ย. 2548

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 03, 2005 10:20 pm
โดย dr_norr
วันนี้ซื้อหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ มาอ่านข่าวนี้เหมือนกัน :D

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 03, 2005 11:16 pm
โดย moo
วันก่อนแวะไปซื้อของที่ร้านของเพื่อน
เห็นตั้งตู้แช่ตัวใหม่ แช่โออิชิอย่างเดีย แต่วางใกล้ๆกับที่ที่คิดเงิน
ถามไปถามมา ปรากฎว่า...แฮะ
ลูกค้าแอบโขมยเปิดขวดที่ตู้แช่ตัวเก่า(ซึ่งอยู่ด้านในของร้าน)
ไม่มีเงินล้าน ก็วางคืนตู้
อย่างนี้ร้านค้าแย่เลยครับ

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 04, 2005 7:42 am
โดย mey
ตอนนี้ระยองเริ่มมีอาการฮิตชาเขียวแล้วนะ...
ก่อนหน้านี้ชอบช็อปปิ้งที่โลตัสตอนเย็น ก็ยังเห็นเต็มๆอยู่
แต่วันอาทิตย์นี้ไปแต่เช้าหมดเกลี้ยงเลย..ว่างหมด เหลือแต่ยี่ห้ออื่น
อิทธิพลล้าน 30 ฝาแหงเลย......พี่ซื้อกันยกโหลเลยแฮะ....

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 04, 2005 9:38 am
โดย Jeng
ถ้าเป็นฝรั่งแล้วทำสินค้าได้ติดตลาดขนาดนี้

เขาก็เอาไปขายทั่วโลกเลย

ถึงแม้จะไม่ติดตลาดจริง

แค่บูมไปทั่วโลก แล้วก็เลิกขาย ก็รวยแล้ว

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 04, 2005 6:56 pm
โดย ปรัชญา
:mrgreen: ผมดูคุณตัน ไม่ค่อยมั่นใจ
เลยไม่ขยาย
โรงงานแต่ไปจ้างเขาผลิตแทน

เออ...วันนี้เห็นโค๊กทำชาขาว มาขายอีกแล้ว
:mrgreen:

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 04, 2005 7:35 pm
โดย hot
ทำสินค้าตามตลาดผมว่าสินค้าน่าจะขาดทุนยากเหมือนกัน
อีกหน่อย การแข่งขันน่าจะสูง ห่วงอย่างเดียวเรื่อง
กำไร ขั้นต้นจะเป็นอย่างไร คับ

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 05, 2005 9:42 pm
โดย chatchai
ข่าวนี้จะสกัดดาวรุ่งหรือไม่

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000046716

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 05, 2005 9:47 pm
โดย ปรัชญา
chatchai เขียน:ข่าวนี้จะสกัดดาวรุ่งหรือไม่

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000046716
ท่าทางสาวญี่ปุ่น เริ่มมีปัญหากับ อย ซะแล้ว555

ขอบคุณครับคุณฉัตรชัย

คุณฉัตรชัยอย่าลืมเสนอเป่าขวดแบบนี้อนาคตรุ่งนะครับ
ตอนนี้มีโรงงานเดียวที่ลงเครื่องเป่าขวดรุ่นนี้
เครื่องหนึ่งราคา ร้อยกว่าล้านบาทครับ

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 06, 2005 1:17 am
โดย miracle
ตอนนี้ท่าทางจะผลิตเต็มกำลังการผลิตแล้ว

ยอดขายน่าจะทำให้ยืนเป็นที่หนึ่งได้ไม่ยากเย็นแล้วตอนนี้

ทำให้วิกฤติเป็นโอกาสโดนแทนจริง(จากเรื่องดื่มแล้วเจอHCLหรือกรดเกลือ)

ใครเป็นVIที่เก็บหุ้นตัวนี้ราคาต่ำกว่าIPOเมื่อปีที่แล้ว คงจะยิ้มกันเป็นแถว

ตอนนี้ตลาดชาเขียวจะเข้าสูงยุคสงครามราคา และหาจุดยืนของตัวสินค้าในตลาดที่segmentที่แตกต่างกันออกไป เช่นชาขาว (ราคาของใบชาขาวจะแพงกว่าชาเขียว เนื่องจาก ขั้นตอนการผลิตชาขาว) เป็นต้น

คนที่เข้าสู่สนามรบอันนี้ต้องแข็งจริงๆๆๆ

ปล เรื่องของชา ต้องมองให้ขาดเลยว่า เบอร์หนึ่งคือโอเอชิ แข็งแกร่งมาจากร้านอาหาร เบอร์สองยูนิฟมาจากน้ำผลไม้ เป็นผู้เปิดตลาด แต่ครอบครองตลาดไม่ได้
เห็นกันแค่สองเบอร์นี้เท่านั้น ส่วนเบอร์สามนี้ทิ้งกันไกลมากเกินไป

ตลาดนี้น่าจับตามองว่า น้ำดำจะทวงตลาดคืนได้หรือเปล่า เพราะเสียทีหลายช่วงตัว จากคำที่ว่า ดื่มแล้วเพื่อสุขภาพ ทำให้ต่อต้านอนุมูลอิสระ

ข่าว ชาเขียว

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 06, 2005 1:56 am
โดย Zionism
ชาขาว หรือเรียกอีกอย่างว่าชาเข็มเงิน

จะเก็บในช่วงเช้าของวัน1-2 ในรอบหนึ่งปี
และเก็บเฉพาะยอดเท่านั้น ใบชาอ่อนยังไม่คลี่ มีขนสีขาว

จำได้เท่านี้ครับ ^^