หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 12:11 pm
โดย คัดท้าย
อยากถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFEครับว่า ตอนที่ตัดสินใจจะถือ SAFE นี่ ใช้ปัจจัยอะไรตัดสินบ้างครับ ?
ผมจำได้ว่าเฮียคลายเครียดเคยแนะนำ SAFE ไว้เมื่อนานมากๆๆๆ มาแล้วสมัยผมยังเล่นอยู่สินธร ... และยิ่งนับวันเฮียก็ยิ่งดูรักตัวนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อยากทราบว่า ใช้ปัจจัยอะไรในการเลือกหุ้นตัวนี้ครับ ทำไมไม่เป็น BKI ... ทำไมไม่เป็น AYUD .... ทำไม SAFE ถึงสวนทางกับ หุ้นประกัน ตัวอื่นๆได้ครับ ...

ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 12:30 pm
โดย คลายเครียด
เป็นการบริหารความโลภให้สมดุลกับความรู้ครับ
ความรู้วีไอแบบลึกๆ ผมแทบจะไม่มีเลย
รู้แค่ว่าพีบีวี คือตัวสะท้อนสินทรัพย์สุทธิที่มีอยู่จริงๆในบริษัท
เมื่อเทียบกับราคาที่คนในตลาดให้ค่ามัน
พีบีวีต่ำแสดงให้เห็นสิ่งแรกว่า
หุ้นตัวนั้น ไม่มีความเป็น"ตลาด"
ก็เลยไม่มีราคาตามแรงกรรม"ตลาด"
มีแต่ราคาตามแรงกรรมของ"ผลประกอบ"
ก็เลยเอาเป็นพีบีวีเป็นหลักยึดอันแรก
จากนั้นก็ไล่ดูว่า บีวีอันนั้นมีภาระหนี้สินเยอะหรือไม่
ถ้าไม่เยอะก็น่าสนใจเพิ่ม
จากนั้นก็ดูพีอี เพื่อให้มันสะท้อนออกมาว่า
บีวีที่มันแสดงให้เห็นปัจจุบัน
มีแนวโน้มจะคงอยู่หรือมีเพิ่มขึ้นหรือไม่
ถ้าแค่คงอยู่ แล้วยังมีส่วนลดจากที่บริษัทมีอยู่จริงๆ
ทำไมเราจะไม่ซื้อหละครับ
"เคาะซื้อ" ตอนที่ ไม่มีสภาพคล่องคอและพีอีต่ำ พีบีวีต่ำ
จะได้หุ้นปริมาณมากๆ
เสนอซื้อเฉยๆ มาร์เก็ตเมคเกอร์ของหุ้นตัวนั้นๆ
อาจจะไม่ยอมเคาะขาย เพราะรู้ว่าไม่ใช่ออเดอร์ของตัวเอง
พอเราเริ่มเคาะซื้อ เขาก็ยิ่งกดราคาเพื่อให้ตกใจขายทิ้ง
พอเห็นว่าไม่ขายทิ้งแน่ๆแล้ว ก็ต้องซื้อกลับในที่สุด
ถ้าบริษัทนั้นมันผลประกอบการไม่ได้เลวร้ายลงแต่อย่างไร
ปริมาณหุ้นที่จะขายก็เริ่มหดตัวลง เพราะทุกคนกักไว้นอกตลาด
ปริมาณเงินที่จะซื้อให้หุ้นขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากๆ
หุ้นก็ขึ้นได้เป็นร้อยๆเปอร์เซนต์
ผมซื้อเซฟครั้งแรก ได้ห้าหมื่นหุ้นภายในวันเดียว
จากการเคาะซื้อแบบกระโดดๆ หลายช่องด้านเสนอขาย
และมาตัดสินใจซื้อมากที่สุด
ตอนที่
บริษัทตัดสินใจ ยกเลิกการให้ประกันรถแท็กซี่
ซึ่งเป็นเนื้อร้ายที่บั่นทอนกำไรของบริษัทตลอดเวลา
เรียกว่าผมขอซื้อวิสัยทัศน์ของผู้บริหารบริษัท
ส่วนความเห็นของคุณนักดูดาว ผมก็จะรออ่านเช่นกันครับ
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 1:39 pm
โดย jaychou
ผมถือหลังจากยกเลิกประกันแทกซี่ไปนานพอควรครับ เรื่องที่ดึงผมมาสนใจคือการไถ่ถอนเงินที่ถูกดองในยุค 56 ไฟแนนซ์
เรื่อง P/B ผมไม่เชื่อมาก ถ้าทรัพย์สินเต็มไปด้วยเครื่องจักร เครื่องใช้สำนักงาน
แต่นี้เป็นพันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงิน ฯลฯ ...ทุนผมสูงกว่าเฮียคลายเครียดพอควร
แต่ราคาที่ซื้อเป็นราคา NCAV ตามสูตรของ Graham ครับ
ผมทำตามพี่ปรัชญาแนะนำ คือศึกษาธุรกิจนี้ให้ดีก่อน โดยไปหาหนังสือเรื่องธุรกิจนี้มาอ่าน อ่านข้อมูลในเวบกรมการประกันภัย แล้วค่อยๆเทียบกับประกันตัวอื่นๆ วิธีนี้ช้าครับ แต่ถือด้วยความมั่นใจ มากกว่ามองมันเป็นแค่ของซื้อๆขายๆในตลาด
กลุ่มนี้ผมชอบหลายตัวแต่ไม่ได้ซื้อเพราะราคายังไม่โดนใจเช่น PHA SMG NKI .. ที่จริงผมเคยมี SMK ที่ดูๆแล้วพอๆกับ SAFE แต่สุดท้าย SMK ยังเกาะกับประกันรถยนต์แน่น ในขณะที่ SAFE เริ่มมีประกันเบ็ดเตล็ดมากขึ้น ก็เลยตัดสินใจง่ายขึ้น
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 1:39 pm
โดย jaychou
หุ้นขึ้นแค่นิดเดียวเองครับ โธ่ นึกว่าสวนทางกันมากกว่านี้ ฮ่าๆ
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 1:49 pm
โดย ปรัชญา

ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลได้มากกว่าเงินฝาก เยอะเลยครับ
จริงครับ ผมซื้อหุ้นแต่ละครั้ง ผมไม่เคยดูค่าอะไรเลย P/B PBV
ก็ได้แต่ดูในหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้มายึดมั่นถือมั่น
ผมจะซื้อและถือหุ้นที่รู้จักธุรกิจของบริษัทนั้น
ที่รู้น้อยก็ซื้อมาขายไป เพราะคาดผลประกอบการไม่ได้
เลยไม่ชำนาญการอ่านค่าของหุ้น
เจอเฮียคลายเครียดปีก่อนก็ถามเฮียคลายเรียดที่งานสโมสรกองทัพเรือ
เฮียบอกเหมือนข้างบน คือดูค่า PBV ผมก็ศึกษาอยู่แต่ไม่ถนัดครับ
เลยกลายเป็นคนไร้สไตล์

ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 2:32 pm
โดย nana
ขอความรู้เพิ่มเติมค่ะ ดิฉันแอบติดตามวิธีการลงทุนของคุณคลายเครียด
แล้วชอบ เพราะว่ามันแลดูธรรมดา(อธิบายเข้าใจได้้)แต่ล้ำลึก(เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น)
หุ้นที่อยู่ในสเป็คของคุณคลายเครียด ต้อง
1.สภาพคล่องต่ำ
2.พีบีวีต่ำ(กว่า 1?) แสดงว่าคุณคลายเครียดคงแกะงบดุลดูอย่างละเอียด
เลยสิคะ ว่าบริษัทมีสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง
เคยจำได้ว่าช่วงนึง คุณคลายเครียด เอ่ยถึง ทิปโก้ ตัวนี้ถ้าดูแล้วไม่น่าจะเข้าเกณฑ์ PBV
ของคุณคลายเครียด แสดงว่า บางครั้งคุณคลายเครียดก็ยอมทิ้งหลัก PBV ีใช่ไหมคะ
อีกอย่างคุณคลายเครียดเคยกล่าวว่า หุ้น PBV ต่ำแค่ไหนก็ไม่ซื้อถ้าผู้บริหารขี้โกง
คุณคลายเครียดดูยังไงละคะว่าเค้าโกงรึป่าว
แฮะๆๆ รบกวนด้วยค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 2:44 pm
โดย yoyo
แล้วเฮียซื้อ sithai ที่ 7 บาทกว่าๆนี่ pbv มีส่วนช่วยเยอะมั๊ยครับ
หลังจากศึกษาวิธีลงทุน style เฮียสองคอมานี่ผมก็ลองนั่งไล่หาบริษัที่มี pbv ต่ำๆ
แล้วมานั่งดูรายตัว ... ตอนนั้นก็มี sithai นี่แหละครับที่เข้าตากรรมการ
pbv ต่ำแต่ตัวกิจการยังดีอยู่แนวโน้มกำไรไปในทางที่ดี
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 3:38 pm
โดย คัดท้าย
ขอบคุณเฮียคลายเครียด กับ คุณนักดูดาว มากครับ
.... เฮียคลายเครียดสมกับเป็น VSOP รุ่นเก๋าจริงๆครับ พูดถึง Market Maker ด้วย อิอิ ... ผมก็เชื่อแบบนั้นครับ ...
สำหรับผม ผมเลือกหุ้นเลือกโดยดูว่ามีคนคุมราคาหรือเปล่า ผมให้ความสนใจเรื่องนี้มาก แต่เรื่องสภาพคล่อง ผมมองเป็นเรื่องรองครับ ...ขอให้รู้ว่ามีคนคุมราคาพอ แต่ถ้าไม่มี่คนคุมราคา ผมจะลดความน่าสนใจของตัวหุ้นไปทันทีครับ ...
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 3:41 pm
โดย คลายเครียด
วิธีการของผม ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องหรือดีที่สุดในการลงทุน
แต่ผมจำเป็นต้องทำเพื่อ
"บริหารความโลภให้สมดุลกับความรู้ที่ตัวเองมีอยู่"
นักเล่นหุ้นที่ประสพกับการขาดทุน
ล้วนแต่เกิดจาก
มีความโลภมากเกินความรู้ที่ตัวเองมีอยู่จริงๆ
ถ้าผมอ่านกราฟเก่งๆแบบคุณคัดท้าย คุณซีเค ฯลฯ
และกล้าคัทลอสทันที
ผมก็จะตามไปเล่นหุ้นที่มีสภาพคล่องคอสูงๆ
เพราะหุ้นพวกนี้
ดูแค่แรงปะทะระหว่าง
อำนาจซื้อของเงินกับอำนาจขายของหุ้นก็พอแล้ว
ราคาหุ้นมันสะท้อนทุกอย่างอยู่ในนั้นจริงๆ
ขอตอบคุณนานาดังนี้
1 ผมจะยอมแลกสภาพคล่องคอของหุ้นที่มีต่ำๆ
ให้กับหุ้นที่มีพีบีวีและพีอีที่ต่ำๆและมียีลด์พอสมควรเท่านั้น
ผมไม่ยอมเอาสภาพคล่องคอต่ำของหุ้น
ไปแลกกับหุ้นที่มีพีบีวีสูงและพีอีต่ำ
แม้จะมียีลด์สูง
เพราะเรากำลังซื้อสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่จริงในปัจจุบัน
ตอนแฟนซีอยู่ที่สิบกว่าบาท ผมก็เลยไม่เคยคิดจะซื้อเลย
2 ไม่จำเป็นแกะงบครับ
เอาส่วนของผู้ถือหุ้น หารด้วยจำนวนหุ้นที่ชำระเงินแล้วก็พอรู้
อย่าลืมบวกวอร์แรนท์เข้าไปเผื่อด้วย
พอรู้คร่าวๆว่า บริษัทมีสินทรัพย์สุทธิอยู่เท่าไร
ก็ต้องลองมาหาปัจจัยที่จะทำให้สินทรัพย์สุทธินั้นเสื่อมค่าลง
ปัจจัยสำคัญอันหนึ่ง ที่จะทำให้สินทรัพย์เสื่อมค่าลงก็คือ
ผลประกอบการของบริษัทที่ขาดทุน ซึ่งจะสะท้อนออกมาทางพีอีสูง
และภาระจากหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต้องจ่ายแน่นอน
ไม่ว่าบริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุน
บริษัทไหนหนี้สินน้อย ภาระดอกเบี้ยจ่ายย่อมน้อยตามไปด้วย
ความจริง พีบีวีไม่ใช่เรื่องสำคัญแม้แต่นิดเดียว
ถ้าเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องคอสูง ซื้อง่ายขายคล่อง
หรือเรารู้แน่ๆว่า บริษัทมีอนาคตอีกยาวไกล
ผมเลยซื้อพีบีที่พีบีวีเกินหนึ่ง ส่วนทิปโก้ไม่ได้ซื้อนะครับ
3 ปัญหานี้สำคัญที่สุด
ถ้าเจ้าของขี้โกง สินทรัพย์อะไรที่เราคิดว่ามันมี
มันก็ไม่ได้มีอยู่จริงหรอก
และเราแทบจะไม่มีทางรู้จากงบการเงิน ที่เขานำส่งตลาดฯเลยว่า
เจ้าของขี้โกงหรือเปล่า
ต้องลองสอบถามจากคนที่อยู่นอกวงการหุ้นครับ
ถึงพอจะรู้ความจริงบางอย่าง
ผมเคยยกตัวอย่างบริษัทฟอกหนังที่ถูกถอดออกจากตลาดไปแล้ว
บริษัทมีลูกหนี้ต่างประเทศอยู่นับพันล้านบาท
แทบไม่เชื่อตาตัวเอง
เมื่อประธานบริษัทซึ่งก็ถูกเจ้าของหลอกใช้เหมือนกัน
ออกมาแถลงในรายงานฉบับสุดท้ายว่า
หนี้สินต่างประเทศทั้งหมด
เป็นหนี้สูญที่ฟ้องร้องไม่ได้
เพราะว่าบริษัทนี้มันค้าขายโดยไม่เคย
ให้ลูกค้าเปิดแอลซี
แล้วไม่เห็นว่า กลต.จะสามารถเอาผู้บริหารคนไหนเข้าคุกเลย
สรุปแบบกำปั้นทุบดิน
เราจะรู้แน่ๆว่า เจ้าของขี้โกงหรือเปล่า
ก็ต้องเป็นแม่ยายหรือไม่ก็น้องเมี่ยเจ้าของบริษัท ฮาๆๆ
คุณโยโย ผมซื้อศรีไทยแบบหุ้นวีเอสโอพี
จนป่านนี้ผมยังไม่เคยดูงบการเงินของบริษัทเลย
อ่านเจอข่าวแค่สองสามบันทัด
ไตรมาสสามกำไรดี
ผู้บริหารซื้อเก็บหกล้านหุ้น ก็เลยกล้าถือมาจนทุกวันนี้
เพราะเชื่อว่าอำนาจขายของหุ้น
ถูกกักไว้นอกตลาดเป็นจำนวนมากพอสมควร
ไม่ว่าเขาจะแกล้งเล่นแร่แปรธาตุ
ด้วยการซื้อจากบัญชีคนใกล้ตัว
ที่ไม่ต้องแจ้งกลต.ก็ตาม
แต่เวลาเขาจะเอาออกมาขายอีกครั้ง
เขาต้องแจ้ง กลต.
ดังนั้นหุ้นจำนวนหกล้านกว่าหุ้น
ถือได้ว่าถูกกักเอาไว้นอกตลาดเป็นการชั่วคราว
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 3:52 pm
โดย peaceful
เฮียคลายเครียดคะ แล้วแบบนี้ tttm ไม่น่าสนใจเหรอคะ bv ตั้ง ร้อยกว่าบาท
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 3:57 pm
โดย คลายเครียด
ไม่น่าสนใจครับ
เพราะญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
วัฒนธรรมของผู้บริหารญี่ปุ่น
ไม่เคยสนใจดูแลราคาหุ้นของตัวเองเลยครับ
สนใจแค่การบริหารบริษัทเท่านั้น
คุณสังเกตดูดีๆ
บริษัทส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่สุด
จะแตกพาร์ หรือแจกวอร์แรนท์น้อยมาก
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 4:06 pm
โดย ต.หยวนเปียว
ความจริง พีบีวีไม่ใช่เรื่องสำคัญแม้แต่นิดเดียว
ถ้าเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องคอสูง ซื้อง่ายขายคล่อง
หรือเรารู้แน่ๆว่า บริษัทมีอนาคตอีกยาวไกล
ผมเลยซื้อพีบีที่พีบีวีเกินหนึ่ง ส่วนทิปโก้ไม่ได้ซื้อนะครับ
ผมก็เคยจำกัดPBV ไม่เกิน1.2
ตอนเห็นโอเรียนเต็ล PBV 3กว่าๆก็ไม่กล้าซื้อ
ตอนหลังมาซื้อที่ PBV 4กว่าๆ
เรื่องPBV ผมเคยคุยกับเฮียที่นึงในสินทร
ผมเปรียบโรงแรมแชง กับ ออคิด
ผมกลับชอบออคิดทั้งๆที่ PBVสูงกว่า ถ้าเราเข้าไปดูรายการทรัพย์สินในงบดุล
(แต่ก็คงมีข้อจำกัดอย่างเฮียว่า บางอย่างก็โดนหมกเม็ด )
(แต่บางรายการพอดูก็รู้ว่าสุดท้ายนี่ไม่ใช่ของผู้ถือหุ้นแน่ๆ )
8)
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 5:56 pm
โดย ROGER
ดูในหลายด้านครับ
1 รายได้ 2-3 ปีมานี่ขยายตัวดีมาก
2 สำรองการรับรู้รายได้เบี้ยประกันสูงขึ้นทุกปีๆๆๆ ตัวนี้เป็นเทคนิคอันหนึ่งที่จะทำให้กำไรในแต่ละปี สามารถที่จะทำให้ไม่กระโดดมากหรือลดลงมาก
3 ธุรกิจนี้เอาเงินสดคนอื่นมาลงทุนก่อนโดยไม่เสียภาษี เหมือนมีส่วนลดของต้นทุนในตัว แม้ว่าโดยตัวธุรกิจเองจะกำไรต่ำมาก
4 ราคาถูกครับ
อีกตัวที่น่าสนใจคือ SMK สำหรับ AYUD BKI นั้นหุ้นค่อนข้างแพง และการสำรองการรับรู้รายได้เบี้ยต่ำกว่า SAFE SMK มาก ผลประกอบการขึ้นอยู่กับการลงทุนในหลักทรัพย์มากพอสมควร
SAFE นี่ดูจะหาซื้อง่ายกว่า SMK เยอะเลย
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 6:01 pm
โดย harry
หุ้นประกันเป็นอะไรที่ยากกว่าที่คิดนะครับ ผมเคยคิดว่าจะมี visit แต่มีคนแย้งมาว่าไม่มีอะไร
สงสัยผมต้องเป็นแบบปู่บัฟเฟต ลุยเดี่ยวไปหาความรู้ซะแล้ว หวังว่ายามจะเปิดประตูให้เข้านะครับ
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 6:49 pm
โดย nana
ประโยคเด็ดของคุณคลายเครียด
"บริหารความโลภให้สมดุลกับความรู้ที่ตัวเองมีอยู่"
ดิฉันเห็นว่าเป็นแนวคิดเดียวกับ circle of competence ของเสี่ย Buffet เลยค่ะ
ขอขอบคุณคุณคลายเครียดค่ะ ที่ให้ความรู้
ดีใจคุ่ะ ที่ได้สนทนาด้วย หวังว่าคงได้รบกวนอีกนะคะ
ขอคารวะ ด้วย VSOP 1 จอกค่ะ
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 9:01 pm
โดย Dech
harry เขียน:หุ้นประกันเป็นอะไรที่ยากกว่าที่คิดนะครับ ผมเคยคิดว่าจะมี visit แต่มีคนแย้งมาว่าไม่มีอะไร
สงสัยผมต้องเป็นแบบปู่บัฟเฟต ลุยเดี่ยวไปหาความรู้ซะแล้ว หวังว่ายามจะเปิดประตูให้เข้านะครับ
ไม่มีอะไรจริง ครับ เห็นแต่พนักงานนั่งอยู่ นิดหน่อย แค่นั้นเอง
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 9:08 pm
โดย house
คุณคัดท้ายครับ คนคุมราคา หรือ มาเก็ตเมคเกอร์ นี่ดูอย่างไรครับว่ามีไม่มี และมีผลอย่างไรต่อราคาหุ้น
ผมลงทุนในตลาดมาหนึ่งปี ไม่เคยสั่งซื้อขายในเวลาตลาดเปิดซักครั้ง แถมไม่เคยดูเรียลไทม์ด้วย ใช่ เป็นพวก แขนขาขนาดผิดปกติที่ กลต ห้ามรึเปล่าครับ
การคุมราคานี่จะสะท้อนออกมาในการ บิด หรือ ออฟเฟอร์ใช่รึเปล่า
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 26, 2005 1:24 am
โดย moo
กระทู้นี้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ

ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 26, 2005 7:00 am
โดย ลุงขวด
ไม่น่าสนใจครับ
เพราะญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
วัฒนธรรมของผู้บริหารญี่ปุ่น
ไม่เคยสนใจดูแลราคาหุ้นของตัวเองเลยครับ
สนใจแค่การบริหารบริษัทเท่านั้น
คุณสังเกตดูดีๆ
บริษัทส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่สุด
จะแตกพาร์ หรือแจกวอร์แรนท์น้อย
ผมมองตรงกันข้ามกับเฮียคลาดเครียดเลยครับ ผมกลับสนใจ หุ้นที่ญี่ปุ่นบริหาร ถ้าเราพอใจในปันผลที่จะได้ ถึงแม้จะอยู่ในระดับเท่า ๆ กันแทบทุกปี...........แต่สิ่งที่ดี ก็ คือผู้บริหารของเขาเปลี่ยนทุก 4 ปี ไม่เปิดโอกาสให้มีความคิดโกงบริษัทฯ.......แถมพวกบริษัทฯ เหล่านี้ อยู่ในประเทศไทยเป็นฐานเสียอีก ตั้งมากกันยาวนาน 20-30 ปี มูลค่าที่ดินที่ซื้อไว้นานแล้ว มีค่า มาก กว่า ในบัญชีหลายเท่า..........ถึงแม้ ราคาไม่ขยับแต่ผลตอบแทนก็มั่นคง และ มีอัตราเติบโตเรื่อย ๆ แบบ เต่า ค่อย ๆ คลานนั่นแหละ...........ผมมาตรวจสอบการลงทุนของผม ปรากฎ มี 25% ถือกลุ่มประกัน และ อีก 25% ถือกลุ่ม fashion ซึ่งก็เป็นพวกสิ่งทอ นั่นเอง .......... เท่าที่ประสบมา...... ก็ไม่ได้ทำให้ขาดทุนอะไรเลย มีความมั่นคง และ มีปันผล สม่ำเสมอ แถมผลประกอบการในกลุ่ม fashion เหล่านี้ ก็เติบโตทุกปี แต่ในอัตราที่ต่ำเท่านั้นเอง :lol: :lol: :lol:
ถามเฮียคลายเครียด กับ ท่านนักดูดาว และท่านผู้ถือ SAFE ครับ
โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 26, 2005 5:42 pm
โดย Dech
ผมกะแล้ว ถ้าลุงขวดได้อ่าน ประเด็นนี้ ของเฮีย ต้องมาตอบแน่ๆ
เพราะลุง ถือหุ้นที่ญี่ปุ่น บริหาร ไว้เยอะครับ
