Esop_____Warrand

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

Esop_____Warrand

โพสต์ที่ 1

โพสต์

8) เหมือนใบตรวจแพทย์
หรือเหมือนหนังสือรับรองสุบภาพบริษัทนั้นๆหรือเปล่า
ไม่เข้าใจ อ่ะ แต่บางวันก็เข้าไปตรวจสุขภาพเหมียนกัน
Dech
Verified User
โพสต์: 4596
ผู้ติดตาม: 0

Esop_____Warrand

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ESOP หรือ Employee Stock Ownership Plan เป็นแผนตอบแทนผู้บริหารระดับสูง เป็นผลตอบแทนพิเศษ ทำให้รู้สึกความเป็นเจ้าของมากขึ้น จะได้ตั้งใจทำงาน ตามสถิติทั่วไป บอกว่าทำให้ยอดขายและผลผลิตเพิ่มขึ้น ประมาณ 2-3% เทียบกับบริษัทที่ไม่ได้ใช้ครับ

ซึ่งกลุ่ม Shin เอามาใช้ ได้ 3 ปีแล้วครับ เห็นได้จากผู้บริหารในกลุ่ม Shin ขายหุ้นออกมามากในช่วงนี้ ก็เพราะได้มาจากสิทธิ ESOP นี้เหมือนกันครับ

ที่อื่นๆ ก็อาจมีครับ พวกแจก warrant ให้ผู้บริหารนั่นแหละครับ

เขาว่ามันซับซ้อนกว่า การแจกหุ้นให้พนักงาน หรือผู้บริหารโดยตรง ที่เรียกว่า Stock Option Plan ครับ
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

Esop_____Warrand

โพสต์ที่ 3

โพสต์

สถิติในอเมริกาบอกว่าพวก stock option มีข้อเสียมากกว่าข้อดี
และ research พบว่าจ่ายเป็นเงินไปเลย (โดยอาจจะอิงกับราคา
หุ้นในตลาด) ก็ยังเป็น incentive ที่ดีกว่าอยู่ดี

และผู้ร่วมทุนรายย่อยอย่างเราก็โอเคกว่าด้วย ไม่เกิด dilution
effect

อีกอย่าง ถ้าจะให้ดีสุดไม่ควรเพิ่มทุนหรือออก warrant ควรจะ
เอากำไรสะสมมาซื้อหุ้นคืน และเอาหุ้นที่ซื้อคืนมาแจกพนักงาน
เป็น performance based stock option
ภาพประจำตัวสมาชิก
ch_army
Verified User
โพสต์: 1352
ผู้ติดตาม: 0

Esop_____Warrand

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ครับ ผมเห็นด้วยครับกับการที่ว่าข้อเสียของการแจก stock option กับผู้บริหารไม่ค่อยดีเท่าไร แน่นอนครับหากผู้บริหารมีความรู้สึกเป็นเจ้าของก็ดีครับ แต่หากคิดในทางกลับกัน ถ้าผู้บริหารขอแค่งบออกมาดูดีก็พอล่ะครับ ที่นี้ล่ะ ..... จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปน้อ
http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-
Dech
Verified User
โพสต์: 4596
ผู้ติดตาม: 0

Esop_____Warrand

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ข่าวจาก ผู้จัดการรายวันครับ

ผู้จัดการรายวัน28 กันยายน 2547

ชินฯชี้ผู้บริหารทิ้งหุ้นไม่ส่งผลราคาประกาศเดินหน้าโครงการ "ESOP"

SHIN ออกโรงแจงโครงการ ESOP หลัง "บุญคลี ปลั่งศิริ" และทีมผู้บริหารพร้อมใจทิ้งหุ้น ระบุไม่ส่งผลกระทบราคาหุ้นในกระดาน พร้อมเตรียมออกวอร์แรนต์ ตอบแทนกก.-พนง.อีก 2 รอบ คือ ปี 2548 และ 2549 หลัง 2 ปีที่ผ่านมา ออกวอร์แรนต์ตามโครงการ ESOP ไปแล้ว 3 ชุด รวมไม่เกิน 5% ของทุนจดทะเบียน เผยสาเหตุที่ออกเนื่องจากหวังสร้างแรงจูงใจ ไม่ให้ผู้บริหารระดับสูงย้ายค่าย โดยกำหนดเพดานให้ขายได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของหุ้นที่ถืออยู่ในแต่ละปี

นายธีระ วีรธรรมสาธิต ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SHIN )ออกโรงชี้แจงถึงกรณีที่ผู้บริหาร SHIN มีการขายหุ้นที่มีอยู่จากโครงการที่บริษัทเสนอขายหุ้นให้กับกรรมการและพนักงานบริษัท (ESOP) ในช่วงที่ผ่านมาว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้บริหารมีการขายหุ้นออกมา และไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเคลื่อนไหวราคาหุ้นในกระดานของบริษัท และหากตรวจสอบข้อมูลจะพบว่าราคาหุ้นที่ผู้บริหารขาย เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในกระดานปัจจุบัน ราคาหุ้นในกระดานสูงกว่ามาก

"สาเหตุสำคัญที่เราได้มีโครงการ ESOP ก็เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานและผู้บริหารระดับสูง ให้อยู่กับองค์กรนานที่สุด เนื่องจากการแข่งขันแย่งชิงบุคลากรที่มีความชำนาญในธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคมมีมาก ทำให้บริษัทมีแนวคิดออก ESOP เพื่อจูงใจให้ผู้บริหารทำงานกับบริษัทต่อไป และการขายหุ้นของผู้บริหารที่ผ่านมา ตามโครงการก็ได้กำหนดสัดส่วนให้ในแต่ละปีหลังจากแปลงเป็นหุ้นสามัญ สามารถขายได้ในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ของหุ้นที่มีอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับราคาหุ้น"

นายธีระ กล่าวว่า ปัญหาการดึงตัวผู้บริหารที่มีความรู้ความชำนาญด้านธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคม ถือว่ามีสูงมาก และในปัจจุบันมีบริษัทเกิดใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการผู้บริหารในระดับสูงเกิดขึ้น การมีโครงการ ESOP ให้กับผู้บริหารระดับสูง กรรมการและพนักงาน ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้การย้ายออกไปอยู่บริษัทใหม่มีน้อยมาก

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีกรรมการและพนักงานบริษัทในเครือชินคอร์ปฯ ที่ได้รับสิทธิตามโครงการประมาณ 170 คน และเฉพาะใน SHIN มีจำนวน 20 คน

ในช่วงที่ผ่านมา SHIN ได้ออก ESOP แล้วเป็นจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งแรกออกเมื่อปี 2545 และมีแผน ที่จะออกให้กับผู้บริหาร กรรมการและ พนักงานอีก 2 ครั้ง ในปี 2548 และปี 2549 โดยนโยบายการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์)ตามโครงการจะ ไม่เกิน 5% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการออกวอร์แรนต์มีการแปลงสิทธิเป็นหุ้นสามัญแล้วประมาณ 2% ของทุนจดทะเบียน ถือว่าน้อยมาก และไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการเคลื่อน ไหวราคาหุ้นในกระดาน

ส่วนนโยบายของบริษัทเครือ ชิน คอร์ป ทั้งหมด กำหนดให้ออกวอร์แรนต์ในโครงการ ESOP ไม่เกิน 5% ซึ่งบางบริษัทอาจออกเพียง 2-3% ของทุนจดทะเบียน ส่วนกรรมการและพนักงานที่จะได้รับวอร์แรนต์ จะมีตำแหน่งตั้งแต่ เอวีพี หรือ ระดับผู้อำนวยการสำนักขึ้นไป

หลังเปิดโครงการออกวอร์แรนต์ให้กับผู้บริหารระดับสูง กรรมการและพนักงานของบริษัท ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าทำให้ผู้บริหารระดับสูงยังคงอยู่ในองค์กร เนื่องจากได้รับผลตอบแทนที่จูงใจ มีผู้บริหารเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ลาออกคือ นายสรรชัย เตียวประเสริฐกุล ที่ลาออกไป

นายธีระกล่าวว่า เงื่อนไขของวอร์แรนต์ตามโครงการของบริษัท หากผู้บริหารลาออก สิทธิในการแปลงเป็นหุ้นสามัญก็จะหมดลงตามไปด้วย

"การขายหุ้นของผู้บริหารกลุ่มชิน คอร์ป ขณะนี้ ถือเป็นเรื่องปกติ และไม่มีผลต่อราคาหุ้น เชื่อว่ากลุ่มนักลงทุนประเภทสถาบันจะเข้าใจ เพราะหุ้นที่ขายถือว่าเล็กน้อยมาก และโดยส่วนตัวคาดว่าเป็นการนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว เช่น การชำระเงินกู้ที่ผู้บริหารกู้เงินมาใช้แปลงสภาพ ซึ่งทำ ให้ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว"

นอกจากนี้ การขายหุ้นของผู้บริหารยังถือว่ามีเวลาขายเพียง 8 เดือนในแต่ละปี โดยจะเว้นช่วง 1 เดือนก่อน ประกาศผลการดำเนินงานในแต่ละไตรมาส ต่างจากนักลงทุนทั่วไป ที่สามารถทำการซื้อขายหุ้นได้ตลอดทั้งปี

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับสูงของ SHIN ไม่ว่าจะเป็นนายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง หลายคน เช่น นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์, นายสมประสงค์ บุญยะชัย, นางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และนายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ ได้ขายหุ้นออกมาส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนตื่นตระหนกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท

ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้น SHIN เมื่อวานนี้ (27 กันยายน) เปิดตลาดภาคเช้าราคาหุ้นอยู่ที่ 38.75 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดประจำวัน และเคลื่อน ไหวในกรอบแคบๆ ปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ 38.00 บาท ก่อนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยปิดตลาดที่ 38.75 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 406.58 ล้านบาท
ล็อคหัวข้อ