ปัจจัยสำคัญในการอุตสาหกรรมผลิตโรงถลุงเหล็ก
-เครื่องจักร ผู้เชี่ยวชาญ อันนี้เราเสียเปรียบโรงงานที่มีอยู่แล้วแน่นอน เพราะต้นทุนโรงงานใหม่สูงขึ้นมาก ต้องนำเข้าเกือบๆ 100% และผู้เชี่ยวชาญก็ต้องใช้เวลาในการสร้าง เรียนรู้งาน
-สินแร่เหล็ก ผมคิดว่าเราสามารถซื้อได้ที่ต้นทุนเท่าๆกับ หรือสูงกว่า ประเทศอื่นๆ เล็กน้อย
- แรงงาน ค่าไฟฟ้า สาธารณูปโภค ผมคิดว่าเราน่าจะได้เปรียบคู่แข่งเล็กน้อย
- ต้นทุนการขนส่ง การมีโรงถลุงเหล็ก สามารถลดต้นทุนในการนำเข้า slap billet ทำให้ประหยัดต้นทุนได้มาก เพราะเหล็กเป็นสินค้าหนัก และค่าระวางก็แพงขึ้นมาก ผมคิดว่าปัจจัยนี้เราได้เปรียบค่อนข้างมาก
- ตลาดภายใน ไทยเป็นประเทศบริโภคเหล็กสุทธิ สูงติดอันดับโลก ดังนั้นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า จะไม่มีปัญหาเรื่องหาตลาด
รวมๆ แล้วผมคิดว่าอุตสาหกรรมนี้เราอาจจะได้เปรียบไม่มากชัดเจน แต่เป็นอุตสาหกรรมยุทศาสตร์ เป็นต้นน้ำของแทบทุกอุตสาหกรรม หากเรายอมขาดทุนในโรงถลุงเหล็ก แต่ได้กำไรจากอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ก็น่าสนใจครับ
แต่ในทางปฎิบัติผมคิดว่าสร้างยากครับ เพราะมีแรงต้านมาก
- ต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลี ที่จะเสียตลาดหลักไป
- ประชาชนในประเทศ เรื่องสิ่งแวดล้อม ข้อกล่าวหาอุ้มคนรวย ช่วยพวกพ้อง
ต้องอาศัยผู้นำการเมืองที่มีอำนาจมากครับ เช่นในสิงคโปร์ หรือมหาเธร์ของมาเลเซีย หรือในยุคสมัยสร้างชาติของญี่ปุ่น เกาหลี จึงจะทำเรื่องนี้สำเร็จ
ในระยะเริ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นของ ญีปุ่น หรือเกาหลี ผมคิดว่าสินค้าอุตสาหกรรมที่ผลิตได้ มีต้นทุนสูงหรือคุณภาพไม่ได้ดีมากครับ แต่ด้วยทัศนคติชาตินิยม ทำให้ประชาชนยอมใช้สินค้าเหล่านี้ เมื่อมีคนซื้อสินค้า กิจการก็มีกำไร นำมาพัฒนาปรับปรุง จนผลิตได้สินค้าคุณภาพดี ราคาถูก มีการขยายกิจการต่างๆ ไปยังต่างประเทศ จนทั้งสองประเทศกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว มีการเรียกการพัฒนาโดยแนวทางชาตินิยม เหล่านี้ว่า Japan - Korea Model ครับ
หากเรามามองใกล้ตัวในประเทศไทย จะมีใครยอมซื้อสินค้าคุณภาพด้อย ราคาแพง เพียงเพราะต้องการช่วยประเทศชาติหรือเปล่า อย่าว่าแต่สินค้าด้อยกว่าเลยครับ แค่สินค้าราคา-คุณภาพเท่ากัน (น้ำมันเป็นต้น มาจากโรงกลั่นเดียวกันแท้ๆ) ก็ไม่ซื้อสินค้าไทยแล้ว และจะมีผู้นำที่เราไม่สงสัย ร้อยใจคนไทยทั้งชาติได้ จะมีผู้นำอย่างนั้นหรือเปล่า ยังมองไม่เห็นจริงๆ
การจะประสบความสำเร็จนั้น ไม่ง่ายเลยครับ มีต้นทุนทุกอย่าง อยู่ที่ว่าเราจะยอมลำบากหรือสบายก่อนเท่านั้นเอง
เรื่องดุลการค้าก็มีความสำคัญครับ เพราะเป็นต้นเหตุรากเหง้าของวิกฤตเศรษกิจครั้งที่ผ่านมานะครับ จะไปหวังกับการท่องเทียวก็ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ เพราะคนไทยมักไปเที่ยวต่างประเทศและใช้จ่ายค่อนข้างมาก
หรือจะไปหวังการเกษตรก็ไม่ได้ เพราะไม่มีประเทศใดร่ำรวยด้วยการเกษตร (เว้นแต่ออสเตรเลีย มีพื้นที่มาก อากาศเหมาะสม) มีแต่การนำเงินจากภาคอื่นๆ ไปอุดหนุนการเกษตรทั้งสิ้น เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป
ประเทศไทยส่งออกข้าวประมาณ 7-8 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 70,000-100,000 ล้าน โดยใช้แรงงานชาวนาประมาณ 20 ล้านคน ความจริงก็คือเราขาดทุนอยู่ตลอดเวลา ต้นทุนในการผลิตข้าว ที่เราไม่พูดถึง เงินที่ถมลงไปกับระบบชลประทาน ถนนที่ใช้ขนส่ง ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เครื่องจักร หว่าน ไถ เกี่ยวข้าว ค่ากินใช้ของแรงงานเหล่านี้ เป็นเป็นต้นทุนทั้งสิ้น ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่เห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวนาไทยตามทีวีน่ะครับ
แย่กว่าชาวปาเลสไตส์เสียอีกครับ แต่เรื่องนี้ไม่มีนักการเมื่องคนใดกล้าพูด เพราะหากพูดนักการเมืองคนนั้นจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน และความสงบสุขของสังคมพอสมควร
บ่นๆ ให้ฟังนะครับ อย่าคิดอะไรมาก... :lol: :lol: