หน้า 1 จากทั้งหมด 1
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 05, 2004 8:37 pm
โดย hot
น่าสนใจ
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 05, 2004 9:09 pm
โดย harry ไม่ได้ล็อกอิน
ผมว่าต้องคละกันไปครับ
นักศึกษาเรียน 4 ปีจบ ก็ต้องย้ายหากได้งานคนละที่ หรือเดินทางลำบาก
คนงานโรงงาน ถ้าลาออกจากงาน หรือมีวิกฤติตกงาน ก็ไปเช่นกัน แต่น่าจะนานกว่า 4 ปี
นักธุรกิจชาวต่างชาติ อันนี้ไม่ทราบ แต่คงเดินทางไปๆมาๆ ไม่น่าจะเลือกพักอยู่นาน และถ้าเค้าจะอยู่นาน คงเลือกซื้อบ้าน หรือคอนโดเลยมากกว่า
ดังนั้น ต้องมีลูกค้าหลายกลุ่ม และหาทางให้เซ็นสัญญาเช่ายาวๆครับ
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 05, 2004 9:18 pm
โดย CEO
นักเล่นหุ้นสิครับ
ขายบ้าน ขายรถ มาเล่นหุ้น
แล้วก็ไม่มีกำไรจริงๆจังๆสักที
เช่าเขาอยู่ตลอดปีตลอดชาติ
5555
ใครที่ไม่เป็นแบบนี้อย่าโกรธผมนะครับ ที่ผมพูดความจริง
แสดงว่าคุณไม่ใช่นักเล่นหุ้นส่วนใหย่
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 05, 2004 9:36 pm
โดย ปรัชญา
ที่ผมดูและเห็นรอบๆตัว
เห็นหอพัก นักเรียน ม1-ม6 มาเช่าดีครับ
เก็บค่าเช่ากันเป็นรายปีครับที่นี่
ถึงช่วงปิดเทอม เจ้าของหอก็ไม่เสียเปรียบครับ
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 06, 2004 1:10 am
โดย strip
ถ้าสร้างตึกอพาร์เมนต์ให้เช่ากลุ่มลูกค้าแบบไหนเรียกว่าถาวร?
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่ม"นักศึกษา"ตราบเท่าที่
1) ทำเลที่ตั้งนั้นสามารถเดินทางได้สะดวก โดยมีระบบการเดินทางที่สนับสนุนได้นะครับ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า มอเตอร์ไซด์ รถตู้ ฯลฯ
2) รัฐและสังคมยังเห็นว่า การศึกษา เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่
3) สถาบันการศึกษาที่อยู่ใกล้อพารต์เมนต์นั้น ยังมีการรับนักศึกษาในจำนวนที่เท่าเดิมอยู่(ไม่ว่านักศึกษาชั้นปีสุดท้ายจะจบภาคเรียนไปเท่าไหร่ นักศึกษาใหม่ก็เข้ามาแทนที่ เรียกได้ว่า Demand คงที่) แต่ถ้าจะให้ดี ถ้าทราบว่า สถาบันการศึกษาที่อยู่ใกล้เคียงมีแผนการขยายวิทยาเขต หรือ คณะ ย่อมเป็นผลบวกนะครับ และเช่นกัน ถ้ามีแผนลดขนาดวิทยาเขต หรือเปลี่ยนประเภทนักศึกษาเช่น จากกลุ่มปริญญาตรีเป็นปริญญาโท ย่อมทำให้ demand หดหายได้
ประเด็นที่ขออนุญาตถามคุณ hot คือ ทำไมคุณ hot ถึง Segmentation ตลาด เป็นตามที่ post ไว้หรือครับ คือ
1.นักศึกษา
2.คนงานโรงงาน
3.นักธุรกิจต่างชาติ
4.กลุ่มทั่วไป
เพราะโดยความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่า น่าสนใจ (เพราะกำลังศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่) มีอยู่บางประเด็นที่ไม่แน่ใจคือ
1.1 กลุ่มนักศึกษา น่าจะแบ่งย่อยๆออกได้อีกนะครับ เช่น
1) มหาวิทยาลัยเปิด (เช่น รามคำแหง หรือ สุโขทัยฯ) เป็นกลุ่มที่สามารถเพิกเฉยในเรื่อง ระยะทางที่ใกล้ไกลกับสถานศึกษาได้ (นักศึกษารามฯบางคนไม่จำเป็นที่จะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน) ผมคิดว่ากลุ่มนี้ "ราคา"และ"เงื่อนไขในสัญญาการเช่า"เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ นอกจากนั้น แล้ว โทรศัพท์สายตรงเพื่อใช้ internet ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
2)มหาวิทยาลัยปิด (ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน) ทำเล น่าจะเป็นเรื่องหลักเลย ปัจจัยรองมาน่าจะเป็น"ราคา"เมื่อเทียบกับราคาค่าเช่าตลาด
2.1 กลุ่มคนโรงงาน ขออนุญาตรวมกับ กลุ่มคนทั่วไป เป็น "กลุ่มคนทำงาน"ได้ไหมครับ โดยความคิดเห็นส่วนตัว กลุ่มนี้น่าจะแบ่งออกเป็น
1) กลุ่มทำงานกลางวัน ทีไม่มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพหรือไม่มีญาติอยู่กรุงเทพ ส่วนมากทำงานสำนักงาน เป็นคนโสด และพร้อมที่จะย้ายงานเสมอ ตราบเท่าที่มีโอกาส
2)กลุ่มทำงานกลางวัน แต่อาศัยอยู่เป็นครอบครัว หรือเป็นกลุ่มเพื่อน ส่วนมากทำงานโรงงาน (เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถ afford ค่าเช่าได้ ต้องแบ่งกับเพื่อน หรือ มีรายได้อื่นๆจากคนในครอบครัว) กลุ่มนี้โอกาสในการย้ายที่อยู่ต่ำกว่ากลุ่มข้างต้น แต่ถ้าจะเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัยประเภทอื่นเลย เช่น คอนโดราคาถูก บ้านเช่า ทาวน์เฮ้าส์ (ในกรณีครอบครัว) หรือหากเป็นกลุ่มเพื่อนจะต้องเปลี่ยน"ตำแหน่งหน้าที่การงาน"ได้จนสามารถย้ายได้
3)กลุ่มทำงานกลางคืน กลุ่มนี้จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ ถ้า"พึงพอใจ"แต่ limit ในการจ่ายนั้นขึ้นอยู่กับ "ค่าใช้จ่ายส่วนตัว+ภาระผูกพันทางบ้าน" สำหรับระยะเวลาในการเช่านั้น"ไม่สั้นและไม่ยาว"เพราะไม่ต้องการอยู่ในธุรกิจนี้เป็นเวลานานหรือ"ไม่สามารถ"อยู่ในธุรกิจนี้เป็นเวลานาน เนื่องจาก อายุของผู้เช่า
3.1 กลุ่มต่างชาติ เป็นกลุ่มที่ช่วงความต่างของความสามารถในการจ่ายค่าเช่าของกลุ่มมากที่สุด คือ สูงสุด และต่ำสุดเลย(ราคาค่าเช่าอาจใกล้เคียงกับกลุ่มคนทำงานกลางวัน) กลุ่มสูงสุด สามารถอ่าน Report ของ CBRE หรือ JL ได้ครับว่า demand กับ supply ในตลาดเป็นอย่างไร ผมคิดว่าส่วนมาก ผู้อยู่อาศัย"ไม่ได้เป็นคนจ่าย"ส่วนมากบริษัทเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้
สำหรับอีกกลุ่ม คือกลุ่มต่ำสุดของชาวต่างชาติ ส่วนมากเชื่อว่า เป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจส่วนตัว ซื้อมาขายไป จำเป็นต้องอยู่เมืองไทย 3-6 เดือน (จ่ายค่าที่พักอพารต์เมนต์คุ้มกว่าจ่ายโรงแรม)
ไม่แน่ใจว่า เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์กับคุณ hot หรือไม่นะครับ อย่างไรลองใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจแล้วกันนะครับ
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 06, 2004 1:13 am
โดย strip
อีกนิดครับ คือ สุดท้ายไม่ว่าจะทำตลาดกลุ่มไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญเสมอ คือ "ทำเลที่ตั้ง"ครับ
ขอเพิ่มอีกกลุ่มคับ
โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 06, 2004 6:48 am
โดย hot
กลุ่มคนชรา
ผมไปเห็นเขาสร้างให้อยู่กับคนชราโดยเฉพาะ ผมว่าก็เป็นไอเดียไม่เลว
แต่ค่าใช้จ่ายด้านดูแลคนชราจะสูงพอควร แต่เทียบค่าบริการผมว่าก็อยู่ใน
ระดับดีทีเดียว
ปัญหาในขณะที่ใครหลายคนเห็นน้ำมันสินค้าแพงขึ้น แต่กลับ
แนวคิดแพร่กระจายในต่างประเทศว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ
เอเชียจะมีอัตราการเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกันอัตราการเพิ่มของคนชรา
ในโลกตะวันตกจะเพิ่มขึ้นสูงด้วยเช่นกันเอ หรือไม่ค่อยเป็นอะไรกัน
เช่นอุบัติเหตุ โรคร้าย
ถ้าแนวคิดที่ว่าเป็นจริง หมายถึงของใช้เกี่ยวกับเด็กแรกเกิด
น่าจะขายดี และต้องดูต่อไปอีกไหมว่าประชากรที่เกิดชายหรือหญิงมาก
กว่ากัน ถ้าหญิงมากกว่า พวกสินค้าของผู้หญิงก็น่าจะขายดีด้วยเช่นกัน
ผมคิดถูกหรือเปล่าคับ
1.นักศึกษา
2.คนงานโรงงาน
3.นักธุรกิจต่างชาติ
4.กลุ่มทั่วไป
4กลุ่มแรกที่ผมตั้งกลุ่มขึ้นมาเพราะเห็นแต่ละกลุ่มน่าสนใจ
เช่น นักศึกษาเห็นจากเมืองมหาลัยราม2 เอแบคบางนา
กลุ่มคนงาน เห็นจากกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
กลุ่มคนนักธุรกิจต่างชาติเห็นจากบริษัทจัดที่พักให้บริษัทต่างชาติ
4.กลุ่มทั่วไปเห็นจากกลุ่มที่ต้องการความสะดวกสบายย้ายที่อยู่ตาม
งานที่ทำ
อีกจุดหนึ่งก็คิดอยู่
แนวรถไฟฟ้า กับค่าโดยสารน่าจะมีผลกับ ที่ตั้งด้วยเหมือนกัน
คงต้องคิดหลายหลายแง่เพื่อประโยชน์สูงสุด
ขอขอบคุณสำหรับทุกความเห็นคับ
ตอนนี้ลองทดลองทำมาตึกหนึ่งก่อนว่าจะเป็นอย่างไร
ถ้าดีแล้ว จะมาบอกคับว่ากลุ่มไหนดี
น่าสนใจ
โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 06, 2004 8:04 am
โดย CK
สังคมไทยยังไม่ค่อยยอมรับเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับคนชราเท่าไหร่
ลูกๆ ที่หน้าบางจะยอมให้พ่อแม่อยู่บ้าน (แต่อาจจะไม่ดูแล) มากกว่า
ที่จะได้ชื่อว่าเอาบิดามารดาผู้ชราไปทิ้ง
แต่ในอนาคตน่าจะดีครับ คือทำเป็นคอมมิวนิตี้ไปเลย เช่นรุ่นเรา
พอแก่ตัวลงแทนที่จะมานั่งบ่นในเว็บ ก็ไปบ่นกันเองในหมู่บ้าน
TVI สูงอายุ ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวครับ
